- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 022 สหายนักสะสม สถานการณ์คับขัน
บทที่ 022 สหายนักสะสม สถานการณ์คับขัน
บทที่ 022 สหายนักสะสม สถานการณ์คับขัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า... นี่สินะ ที่ในตำนานเรียกว่ายกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง”
“อันธพาลกลุ่มนี้ช่างเป็นแบบอย่างที่ดี ลงทุนสาธิตให้พวกเราเห็นกับตาว่า ‘ก่อกรรมทำเข็ญ อย่าหวังรอดพ้น’ เป็นอย่างไร ช่างน่าประทับใจเสียจริง”
“ถึงจะรู้สึกเหมือนจัดฉาก แต่สตรีมเมอร์ช่วยจัดแบบนี้มาอีกเยอะๆ นะ ฉันชอบดู!”
“กดติดตามแล้ว ตั้งตารอเลยว่าตอนหน้าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นอีก!”
“แสดงบ้านแกสิ ตำรวจน่ะฉันแจ้งเอง ตอนนี้โดนรวบไปโรงพักหมดแล้ว!”
“อาจารย์ฉินไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“เขาเป็นผู้เสียหาย จะเป็นอะไรได้ล่ะ”
เป็นไปตามที่คอมเมนต์ว่าไว้ ฉินเยี่ยซึ่งอยู่ในฐานะผู้เสียหาย ถูกตำรวจสอบปากคำเพียงเล็กน้อยก็ปล่อยตัวกลับร้านไป
พอกลับมาถึงร้าน ฉินเยี่ยก็เปิดไลฟ์สดอีกครั้ง
“สหายนักสะสมทุกท่าน ไม่มีอะไรแล้วครับ เรามาประเมินสมบัติกันต่อเถอะ”
ฉินเยี่ยไม่ได้ใส่ใจเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มประเมินสมบัติต่อไป
“666... สมแล้วที่เป็นอาจารย์ฉิน จิตใจแกร่งสุดๆ ไปเลย!”
“เออจริง ไม่ต้องไปใส่ใจคนพาลแบบนั้นหรอก เชิญเหยื่อรายต่อไปเลยดีกว่า!”
“ขอเชิญเหยื่อรายต่อไป!”
สหายนักสะสมหลายคนถัดมา ของที่นำออกมาล้วนมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
หากไม่ถูกหลอกจากแผงลอยข้างทาง ก็เป็นของที่อ้างว่า ‘ตกทอดจากบรรพบุรุษ’
หลังจากที่คาดหวังไว้เต็มเปี่ยม สุดท้ายก็ต้องพบกับความผิดหวัง
“นี่ไม่ใช่ขวดกระเบื้องเคลือบสมัยราชวงศ์ชิง คุณลองดูที่ปากขวดสิครับ ขอบด้านในเริ่มเป็นคราบเหลืองแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นของที่เมื่อหลายสิบปีก่อนเคยมีคนนำไปใช้เป็นกระโถน”
“จี้หยกแบบนี้ผมเคยพูดไปแล้ว คิดจะไปเสี่ยงโชคหาของดีราคาถูกตามแผงลอย ถ้าไม่มีความรู้เฉพาะทางก็อย่าไปลองเลย คุณซื้อมาเท่าไร ห้าร้อยหยวนเหรอ งั้นก็ถือซะว่าซื้อบทเรียนแล้วกัน”
“ของชิ้นนี้ถึงจะนับเป็นโบราณวัตถุไม่ได้ แต่ก็ทำจากเงินแท้ น่าจะขายได้ราวๆ พันกว่าหยวน”
สมบัติแต่ละชิ้นล้วนเผยให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงของมันภายใต้การประเมินของฉินเยี่ย
ส่วนเหล่าสหายนักสะสมที่วาดฝันว่าจะรวยทางลัด ล้วนฝันสลายไปตามๆ กันโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดังนั้นในช่องคอมเมนต์ ข้อความที่ว่า ‘ขอเชิญเหยื่อรายต่อไป’ จึงมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง สหายนักสะสมคนสุดท้ายก็ถูกฉินเยี่ยดึงขึ้นมาพูดคุยด้วย
นี่คือชาวเน็ตที่ใช้ชื่อออนไลน์ว่ามันฝรั่งผู้แน่วแน่ พอเชื่อมต่อวิดีโอ ก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง
“ทำไมเด็กสาวคนนี้ดูไม่มีชีวิตชีวาเลยล่ะ”
“หน้าตาแบบนี้สเปกฉันเลย พวกแกอย่ามาแย่งกับฉันนะ”
“ถึงจะดูโทรมไปหน่อย แต่ก็ยังสวยมาก! แล้วพวกแกต้องดูนะ ว่านี่ขนาดหน้าสด!”
“ใช่เลย ไม่แต่งหน้ายังสวยขนาดนี้ ถ้าแต่งหน้าแล้วจะขนาดไหน”
“ในที่สุดก็ได้เจอสาวสวยตัวท็อปในไลฟ์ของอาจารย์ฉินอีกแล้ว!”
ทุกครั้งที่เจอเด็กสาวในห้องไลฟ์สด ก็จะคึกคักกันเป็นพิเศษ
เห็นได้ชัดว่า พวกหื่นในห้องไลฟ์สดของฉินเยี่ยยังมีอยู่ค่อนข้างมาก
สวนทางกับความคึกคักของผู้ชม ฉินเยี่ยกลับขมวดคิ้วมุ่น
มันฝรั่งผู้แน่วแน่คนนี้มีใบหน้าอิดโรย ดวงตาเลื่อนลอย ไม่ใช่เพราะอดนอนหรือร่างกายอ่อนแอ แต่เป็นเพราะมีไอชั่วร้ายรังควานอยู่
อาการของเธอดูจะร้ายแรงกว่าหลิวซวงที่ฉินเยี่ยเคยเจอมาก่อนเสียอีก
“อาจารย์ฉินคะ ฉันอยากให้คุณช่วยประเมินเชือกแดงเส้นนี้ให้หน่อย”
“นี่เป็นของขวัญที่เพื่อนสนิทให้มาค่ะ แต่ตั้งแต่ฉันใส่ติดตัว ก็ไม่เคยเจอเรื่องดีๆ เลย ร่างกายก็พลอยแย่ลงเรื่อยๆ ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะสงสัยหรอกนะคะ แต่รอบตัวก็ไม่มีของน่าสงสัยชิ้นอื่นแล้วจริงๆ”
ว่าแล้ว มันฝรั่งผู้แน่วแน่ก็นำเชือกแดงมาจ่อที่หน้ากล้อง
มันเป็นเชือกแดงที่ดูธรรมดามากเส้นหนึ่ง ถึงขนาดที่ว่าในเถาเป่ายังหาซื้อได้ในราคาแค่ห้าหยวน
“น้องสาว อดนอนให้น้อยลงแล้วออกกำลังกายให้มากขึ้น กินนอนให้เป็นเวลา อย่ามัวแต่คิดฟุ้งซ่าน”
“เชือกแบบนี้ในเถาเป่ามีขายถมไป ฉันว่าน้องสาวคิดมากไปเองมากกว่า!”
“ในเมื่อบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว จะไปสงสัยเพื่อนสนิทตัวเองได้ยังไง”
“ใช่เลย อย่าเอาเรื่องที่ดูแลตัวเองไม่ดีไปโทษคนอื่นสิ”
ในตอนนี้คอมเมนต์ก็เด้งขึ้นมารัวๆ อีกครั้ง
ในสายตาของพวกเขา อาการของมันฝรั่งผู้แน่วแน่เป็นเพราะอดนอนและกินอยู่ไม่เป็นเวลา
พอมันฝรั่งผู้แน่วแน่เห็นคอมเมนต์เหล่านี้ เธอก็รีบอธิบายว่า “ฉันไม่ได้อดนอนค่ะ ตรงกันข้าม ช่วงนี้ฉันเข้านอนตอนสามทุ่มทุกวัน แล้วตื่นอีกทีตอนสิบโมงเช้าของอีกวัน”
“แล้วก่อนที่จะมีอาการแบบนี้ ฉันยังเป็นสมาชิกทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนเลยนะคะ แล้วฉันจะไม่ออกกำลังกายได้ยังไงล่ะคะ”
พอมันฝรั่งอธิบาย คอมเมนต์ที่ตั้งข้อสงสัยในตัวเธอก็น้อยลงไปมาก
แน่นอนว่าก็ยังมีนักเลงคีย์บอร์ดบางส่วนที่ออกมาโชว์ฟอร์ม
ฉินเยี่ยเมินเฉยต่อคอมเมนต์เหล่านั้นอย่างเคย เพียงแค่เหลือบมองเชือกแดงแวบหนึ่งแล้วก็ถามว่า “ส่งที่อยู่ปัจจุบันของคุณมาให้ผม ขอเร็วหน่อยนะ”
“คะ”
มันฝรั่งผู้แน่วแน่ถึงกับงงไปชั่วขณะ
ก็แค่ประเมินสมบัติไม่ใช่เหรอ
แล้วจะขอที่อยู่ไปทำไมกัน
“อย่าถามมาก ส่งข้อความส่วนตัวมาให้ผม หรือไม่ก็บอกมาเลย”
ฉินเยี่ยไม่ได้อธิบายเหตุผล
มันฝรั่งผู้แน่วแน่เคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของฉินเยี่ยมาแล้ว จึงทำได้เพียงส่งข้อความส่วนตัวแจ้งที่อยู่ให้เขา
อีกอย่าง ตอนนี้เธอก็อยู่ที่โรงเรียน ให้ที่อยู่ไปก็คงไม่เป็นไร
“เชี่ย! อาจารย์ฉินคงไม่คิดจะรวบหัวรวบหางน้องคนนี้เองหรอกนะ เล่นสกปรกไปไหมเนี่ย?!”
“เป็นไปได้สูงมาก! ไม่งั้นจะรีบร้อนขอที่อยู่ไปทำไมกัน ต้องเป็นแผนนัดเจอนอกรอบไปหลอกล่อน้องเขาแน่ๆ! ฮือๆ... อิจฉาโว้ย!”
“คนข้างบนอย่ามโนไปหน่อยเลย เมื่อวานอาจารย์ฉินยังปฏิเสธคำเชิญของประธานตี้หาวกรุ๊ปได้เลย จะมาตะกละตะกลามอะไรกับเด็กสาวคนนี้”
“ไม่แน่ว่าอาจารย์ฉินอาจจะมีรสนิยมแบบนี้ก็ได้นะ”
“งั้นฉันว่าแกก็คงชอบผู้ชายกล้ามโตเหมือนกันนั่นแหละ! เอาไหมล่ะ เดี๋ยวจัดให้สักสองสามคน”
“พวกแกอย่าทะเลาะกันเลย ไปดูสีหน้าอาจารย์ฉินก่อน เห็นชัดๆ เลยว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ!”
“นั่นสิ ฉันเพิ่งจะเคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของอาจารย์ฉินเป็นครั้งแรก”
หลังจากผู้ชมที่ช่างสังเกตพบว่าสีหน้าของฉินเยี่ยดูไม่สู้ดี คอมเมนต์ในไลฟ์ก็เริ่มซาลง
ส่วนฉินเยี่ย พอเห็นว่ามันฝรั่งผู้แน่วแน่อยู่ที่มหาวิทยาลัยหลินเจียงซึ่งอยู่ในเมืองเดียวกัน เขาก็รีบลุกออกจากร้านแล้วเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังที่นั่นทันที
“อาจารย์ฉิน เป็นอะไรไปคะ”
มันฝรั่งผู้แน่วแน่ก็เริ่มอยู่ไม่สุข รีบเอ่ยถามขึ้น
ส่วนฉินเยี่ยกลับพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งว่า “ตอนนี้คุณชวนผมคุยไปเรื่อยๆ ก่อน คุยอะไรก็ได้ และที่สำคัญ ห้ามถอดเชือกแดงเส้นนั้นออกเด็ดขาด”
“ฉันจะคุยอะไรดีล่ะคะ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว...”
มันฝรั่งผู้แน่วแน่ได้ยินฉินเยี่ยพูดเช่นนั้นก็ตกใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา
หลายวันที่ผ่านมานี้ ร่างกายของเธอก็อ่อนแอและอารมณ์ก็ไม่คงที่อยู่แล้ว พอมาถูกทำให้ตกใจอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่
“คุณวางใจเถอะ ปัญหาของคุณผมแก้ไขได้ ไม่ต้องกลัว”
ฉินเยี่ยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย
และก็เป็นน้ำเสียงที่สงบนิ่งเช่นนี้เองที่ทำให้มันฝรั่งผู้แน่วแน่เริ่มสงบลงได้
เธอรีบถามว่า “อาจารย์ฉิน บอกฉันได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ตอนนี้ยังบอกคุณไม่ได้ แต่คุณต้องตอบคำถามผมข้อหนึ่ง ตอนนี้ในหอพักของคุณมีคนอื่นอยู่ไหม”