- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 014 ของปลอมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 014 ของปลอมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 014 ของปลอมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ตอนนี้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดกลับตั้งตารอการปรากฏตัวของของปลอมมากกว่าจะอยากรู้เรื่องสมาคมการค้าชั้นสูงแห่งนี้
อย่างไรเสีย สีหน้าอับอายของหวังข่ายเมื่อครู่ที่อยากจะแทรกแผ่นดินหนี ตอนนี้พวกเขายังคงรู้สึกสะใจอยู่เลย
“ในเมื่อผู้ชมทุกท่านอยากรู้กันขนาดนี้ ผมก็จะดูให้”
ฉินเยี่ยยิ้มเล็กน้อย แล้วเริ่มเปิดใช้งานเนตรทองคำเทวะ
[เนตรทองคำเทวะ] สแกนประเมิน
[จี้หยกสมัยราชวงศ์ซ่ง สภาพสมบูรณ์ มีมูลค่าไม่น้อย]
หลังจากได้ผลลัพธ์แล้ว ฉินเยี่ยก็เริ่มพูดว่า “นี่คือจี้หยกแกะลายหงส์สมัยราชวงศ์ซ่ง พื้นผิวทำอย่างประณีต คาดว่าน่าจะเป็นผลงานของปรมาจารย์ท่านหนึ่ง มีคุณค่าแก่การสะสมสูงมาก”
“น่าเสียดายที่จี้หยกชิ้นนี้ไม่ใช่ของใช้ในราชสำนัก และไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อะไร ดังนั้นมูลค่าไม่น่าจะสูงเกินหนึ่งล้าน”
“เป็นของจริงเหรอเนี่ย! ผิดหวังชะมัด!”
“ฉันก็รู้สึกผิดหวังเหมือนกัน ถ้าเป็นของปลอมคงจะสนุกกว่านี้!”
“+ล้าน!”
“พวกข้างบนนี่มันเพี้ยนหรือเปล่า เขามีสมาคมการค้าชั้นสูง ถ้ามีแต่ของปลอมหมด จะไม่ให้คนทั้งโลกหัวเราะเยาะจนตายเลยเหรอ”
“ฉันยังไม่เชื่อสตรีมเมอร์ ถ้าชิ้นนี้เป็นของจริง ฉันจะกินขี้!”
“มีแต่คนหลอกกินหลอกดื่ม!”
“ไอ้คนที่บอกจะกินขี้ข้างบน ฉันแคปหน้าจอไว้แล้ว อย่าคิดหนีนะ!”
ในห้องไลฟ์สดเกิดความคึกคัก คอมเมนต์หลากหลายชนิดเด้งขึ้นมาไม่หยุด
และหลังจากนั้น ผ่านการพิจารณาของนักประเมินสมบัติเหล่านั้นไปเต็มๆ สิบนาที ในที่สุดเศรษฐีคนหนึ่งก็เสนอราคาขึ้น
“สองแสน!”
“สองแสนห้า!”
“สามแสน!”
เป็นไปตามที่ฉินเยี่ยพูด ราคาของจี้หยกชิ้นนี้หยุดอยู่ที่เก้าแสนห้าหมื่นอย่างรวดเร็ว และถูกตระกูลหวังซื้อไป
ตอนนี้ห้องไลฟ์สดก็เดือดขึ้นมาอีกครั้ง
“666...อาจารย์ฉินก็คืออาจารย์ฉิน บอกว่าไม่เกินล้าน ก็ไม่เกินล้านจริงๆ!”
“ดูความแตกต่างนี่สิ นักประเมินสมบัติกลุ่มนั้นใช้เวลาสิบนาที แต่อาจารย์ฉินของเรามองแวบเดียวก็รู้มูลค่าแล้ว!”
“ฉันสงสัยว่าอาจารย์ฉินกำลังแสดงละครหลอกพวกเราอยู่หรือเปล่า พวกนี้เป็นนักแสดงกันหมดเลยใช่ไหม”
“แกคิดบ้าอะไรอยู่! ในนั้นมีผู้บริหารที่มีหน้ามีตาในเมืองหลินเจียงอยู่หลายคน แกจะให้พวกเขามาเป็นนักแสดงเหรอ”
“ฉันสนใจแค่ว่าไอ้คนที่บอกจะกินขี้ยังอยู่ไหม ฉันยังมีภาพแคปหน้าจออยู่!”
“ให้ตายเถอะ เจ้านั่นลบบัญชีไปแล้ว! ไม่กล้าเล่นจริงนี่หว่า!”
และพร้อมกับการประเมินสมบัติที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งของฉินเยี่ย นักประเมินสมบัติมากมายในที่นั้นจำต้องมองชายคนนี้อย่างพินิจพิเคราะห์
โดยเฉพาะท่านเหลยของตระกูลหวัง ในตอนนี้ยิ่งหรี่ตาลง
ฉินเยี่ยคนนี้ มีดีอยู่บ้างจริงๆ!
“ของประมูลชิ้นต่อไป คือกระบี่โบราณสมัยราชวงศ์ฉินที่ตระกูลหลี่นำมาให้พวกเรา...”
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ของประมูลอีกหลายชิ้นต่อมาล้วนถูกฉินเยี่ยบอกมูลค่าได้อย่างแม่นยำ
สิ่งนี้ทำให้นักประเมินสมบัติในที่นั้นรู้สึกกดดันอย่างหนัก
เศรษฐีหลายคนเริ่มไม่ใช้บริการพวกเขาแล้ว แต่หันมาฟังคำพูดของฉินเยี่ยเพื่อตัดสิน
“เครื่องลายครามชิ้นนี้ถึงแม้จะเป็นของเตาหลวงสมัยราชวงศ์ชิง แต่ก็เป็นของมีตำหนิ มูลค่าไม่สูง อย่างมากก็สามหมื่น”
“กระจกทองแดงนี่ค่อนข้างเก่าแก่ น่าเสียดายที่เก็บรักษาไว้ไม่ดีพอ เอาไปวางประดับที่บ้านยังไม่มีใครเอาเลย อย่างมากก็หนึ่งแสน”
“พระพุทธรูปองค์นี้ใช้ได้ ทำจากทองคำบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยหรือฝีมือการทำ ล้วนยอดเยี่ยมมาก เริ่มต้นที่หลักล้าน”
นานเข้า คำพูดของฉินเยี่ยก็กลายเป็นมาตรฐานของการประมูลในสมาคมการค้าแห่งนี้โดยตรง เศรษฐีมากมายต่างใช้คำพูดของเขาในการตัดสินมูลค่าของประมูลเหล่านี้
แน่นอนว่า คนที่ไม่เชื่อย่อมต้องให้นักประเมินสมบัติที่ตนไว้ใจไปดู
แต่ปัญหาคือ หลังจากที่พวกเขาให้นักประเมินสมบัติเหล่านี้ขึ้นไปดูแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบจะไม่ต่างจากที่ฉินเยี่ยพูดเลย
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงของประมูลชิ้นที่เจ็ด สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่ฉินเยี่ย
“ผมควรจะไปได้แล้ว”
แต่ฉินเยี่ยดูเวลาแล้ว ใกล้จะถึงเวลานัดกับชาวเน็ตเทียนเซี่ยแล้ว เขาจึงไม่คิดจะอยู่ต่อ
ขณะที่เขากำลังจะปิดไลฟ์สดแล้วจากไป หวังข่ายกลับพูดด้วยน้ำเสียงท้าทายว่า “อาจารย์ฉิน อย่าเพิ่งไปสิครับ มาช่วยดูของประมูลชิ้นนี้ของตระกูลหวังเราหน่อยว่าเป็นของปลอมหรือเปล่า!”
ถ้าจะถามว่าตอนนี้เขาพูดแบบนี้ไปเพื่ออะไร
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่กวนประสาท!
ก็แค่อยากจะพูดท้าทายฉินเยี่ยสักคำ!
ส่วนของประมูลชิ้นนี้ของพวกเขา แน่นอนว่าเป็นของปลอมไปไม่ได้ นี่เป็นของดีที่แม้แต่ท่านเหลยก็ยังรับประกัน
และถ้ามันเป็นของปลอม เขาก็คงไม่โง่พอที่จะให้ฉินเยี่ยดู!
การตัดสินที่แม่นยำก่อนหน้านี้ของฉินเยี่ย ทำให้เขาเชื่อแล้วว่าฉินเยี่ยมีความสามารถอยู่บ้าง
“นี่จะมีเรื่องสนุกให้ดูอีกแล้วเหรอ อาจารย์ฉิน อย่าไปกลัวมัน!”
“ใช่เลย อาจารย์ฉิน จัดการมันเลย! ฉันอยากดูเรื่องสนุก!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า... ฉันแค่อยากจะรู้ว่าถ้าชิ้นนี้เป็นของปลอมด้วย คุณชายหวังคนนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“รู้สึกว่าความเป็นไปได้น้อยมาก อย่างไรเสียในเมื่อเขากล้าพูดแบบนี้ สิบในแปดส่วนก็คงไม่ใช่ของปลอมแล้ว”
“แล้วคุณชายหวังคนนี้ต้องการอะไร ฉันไม่เข้าใจ...”
“มีอะไรไม่เข้าใจเหรอ ดูสีหน้าเขาสิ เหมือนกับเด็กเกเรที่ชอบหาเรื่องตอนเด็กๆ ไม่ผิดเพี้ยน!”
“อย่าว่าไปเลย ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ”
[ถนนพังๆ แบบนี้ก็ยังขับได้] ส่งคาร์นิวัล X5!
[ถนนพังๆ แบบนี้ก็ยังขับได้]: “สตรีมเมอร์ ส่งคาร์นิวัลให้ห้าชิ้น ขอให้สตรีมเมอร์ช่วยประเมินด้วย!”
ขณะที่ในห้องไลฟ์สดกำลังคึกคัก เอฟเฟกต์คาร์นิวัลห้าชิ้นก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอทันที
เดิมทีฉินเยี่ยไม่อยากจะสนใจหวังข่าย แต่คาร์นิวัลห้าชิ้นนี้ทำให้ใจเขาหวั่นไหวจริงๆ
“แค่กๆ... ในเมื่อเพื่อนนักสะสมตั้งตารอกันขนาดนี้ ผมก็จะประเมินให้สักหน่อยก็แล้วกัน”
พูดจบ ฉินเยี่ยก็มองไปที่ของประมูลชิ้นที่เจ็ด
พบว่าของประมูลชิ้นนี้คือเครื่องปั้นดินเผาสามสีรูปม้าสมัยราชวงศ์ถัง ลำตัวม้ามีสีเหลืองตะกั่ว เขียว และน้ำเงินสลับกัน โทนสีโดยรวมค่อนไปทางสีเหลือง สูงห้าสิบเซนติเมตร ยาวประมาณหกสิบเซนติเมตร
และในฐานะโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เครื่องปั้นดินเผาสามสีชิ้นนี้ปรากฏขึ้นก็ดึงดูดสายตาของทุกคนทันที
ฉินเยี่ยก็ใช้เนตรทองคำเทวะสแกนเช่นกัน
[เนตรทองคำเทวะ] สแกนประเมิน
[ของลอกเลียนแบบสมัยใหม่ เนื่องจากเทคนิคการลอกเลียนแบบที่ยอดเยี่ยม คนทั่วไปจึงยากที่จะแยกแยะได้ แต่ก็มีคุณค่าในการสะสมเพื่ออวดอยู่บ้าง]
เมื่อเห็นคำประเมินเช่นนี้ ฉินเยี่ยก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังคงเป็นของปลอม ใครซื้อไปก็โดนหลอก!”
“ฉินเยี่ย! แกหุบปากเดี๋ยวนี้!”
ตอนนั้นเองที่ผู้จัดการหวังก็พุ่งเข้ามา แล้วตะคอกว่า “แกรู้ไหมว่าคำพูดคำเดียวของแกส่งผลกระทบต่อตระกูลหวังมากแค่ไหน รีบไปขอโทษคุณชายหวังซะ คุณชายหวังเป็นคนใจกว้าง คงไม่ถือสาหาความกับแก!”
“ผู้จัดการหวัง ไม่ต้องพูดถึงว่าผมแค่พูดความจริงออกมา คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ผมทำอะไรนั่นนี่?”
ฉินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
ผู้จัดการหวังคนนี้เป็นสุนัขรับใช้คนอื่น แต่ก็ยังทำตัวสำคัญเกินไป
เขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ตัวเองทำอะไรนั่นนี่?
“ไอ้เด็กเวร แกตั้งใจจะต่อต้านตระกูลหวังของพวกเราใช่ไหม”
ผู้จัดการหวังยังไม่ทันจะโกรธ หวังข่ายก็กัดฟันจ้องฉินเยี่ย แล้วตะคอกว่า “งั้นฉันจะจัดให้แกเดี๋ยวนี้เลย!”
พอเขาพูดจบ บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันลุกขึ้นยืน ล้อมฉินเยี่ยไว้
“คุณชายหวัง ขายของปลอมแล้วถูกเปิดโปง ยังจะคิดใช้กำลังอีกเหรอ” ฉินเยี่ยหัวเราะเยาะ
“แกเบิกตาหมาคู่นั้นดูให้ดีๆ เครื่องปั้นดินเผาสามสีชิ้นนี้เป็นของดีที่ท่านอาวุโสหงของเราตรวจสอบด้วยตัวเอง จะเป็นของปลอมได้ยังไง?”
“แกจงใจใส่ร้ายตระกูลหวังของพวกเรา วันนี้ถ้าไม่ตัดลิ้นแกทิ้งไว้ที่นี่ อย่าคิดจะออกจากประตูนี้ไปได้!”
ใบหน้าของหวังข่ายเต็มไปด้วยความโกรธ
บอดี้การ์ดของเขาต่างพากันก้าวไปข้างหน้า หมายจะจับกุมฉินเยี่ย