เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 001 ประเมินพลาดหนึ่งชิ้น ชดใช้ร้อยเท่า ผมยอมขายบ้านจ่าย

บทที่ 001 ประเมินพลาดหนึ่งชิ้น ชดใช้ร้อยเท่า ผมยอมขายบ้านจ่าย

บทที่ 001 ประเมินพลาดหนึ่งชิ้น ชดใช้ร้อยเท่า ผมยอมขายบ้านจ่าย


ชีวิตคนเรามันสั้น พอพลาดพลั้งไปครั้งเดียวถึงกับต้องจบสิ้นเลยหรือ

ฉินเยี่ยนั่งอยู่ในร้านวัตถุโบราณที่ใกล้จะเจ๊ง ความรู้สึกราวกับอยู่ในอีกภพชาติหนึ่ง

วินาทีก่อน เขายังคงสำรวจโบราณวัตถุอยู่ที่ซานซิงตุย แต่กลับพลั้งมือทำโลงกระดูกแตก กลิ่นหอมประหลาดสายหนึ่งพลันลอยเข้าจมูก พอหลับตาร่างกายก็เย็นเฉียบ

วินาทีต่อมา เขากลับพบว่าตัวเองยังไม่ตาย แถมยังข้ามมิติมายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินซึ่งเป็นโลกคู่ขนานที่คล้ายคลึงกับโลกใบเดิม

เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างกลัดกลุ้ม คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

ชาติก่อน อย่างน้อยเขาก็เป็นนักโบราณคดีชั้นหนึ่งของประเทศ เป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุดแห่งยุคจีนสมัยใหม่ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินวัตถุโบราณระดับสูง เขาอุตส่าห์ทุ่มเทมากว่าสามสิบปีจนประสบความสำเร็จสูงสุดในสายงานโบราณคดี

สามสิบปีที่ผ่านมาไม่ต่างอะไรจากความฝัน

แต่พอมาเกิดใหม่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในชาตินี้ ตัวเองกลับกลายเป็นเจ้าของร้านวัตถุโบราณแสนธรรมดา เฝ้าธุรกิจรอวันเจ๊งที่ใกล้จะล้มละลายเต็มที

“อีกสามวันถ้ายังไม่มีเงินมาคืน ฉันจะสับแกให้ตาย”

นี่คือคำขู่ที่เฮียเหลียงแห่งถนนค้าของเก่าทิ้งท้ายไว้ก่อนจากไป

“คนอื่นเป็นเถ้าแก่แล้วรุ่งเรืองเฟื่องฟู แต่ฉันเป็นเถ้าแก่ได้สามวันกลับจะโดนคนมาสับเนี่ยนะ”

พอคิดว่าต้องหาเงินเจ็ดแสนให้ได้ภายในสามวัน ฉินเยี่ยก็รู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ

ชาติที่แล้วทำงานราชการ ได้เงินเดือนแค่เดือนละหนึ่งหมื่นสามพันหยวน พอจ่ายค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ จ่ายค่าเรียนพิเศษกับคลาสเสริมทักษะให้ลูกก็เหลือไม่ถึงสองพัน

หนี้สินเจ็ดแสนก้อนนี้จึงนับเป็นเงินจำนวนมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างคนเก่าผู้โชคร้ายถึงเลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย

แถมยังทิ้งปัญหาทั้งหมดไว้ให้เขาจัดการอีกด้วย

“บ้าเอ๊ย นายทำฉันซวยไปด้วยเลย”

ฉินเยี่ยขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ มุมปากเต็มไปด้วยความขมขื่น

พัฒนาการของโลกใบนี้ไม่ได้แตกต่างจากชาติก่อนของเขาสักเท่าไร

มีทั้งราชวงศ์เซี่ย ซาง โจว ยุคชุนชิวและจ้านกั๋ว รวมถึงความรุ่งโรจน์ของราชวงศ์ถัง ซ่ง หยวน หมิง และชิง การพัฒนาทางเศรษฐกิจและอารยธรรมเรียกได้ว่าสอดคล้องกันเป็นอย่างดี

แต่ธุรกิจตะวันตกดินอย่างวงการค้าของเก่ากลับไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีตอีกต่อไป ในยุคที่โลกกลายเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบและขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้า ผู้คนฉลาดเป็นกรด ของปลอมทั้งหมดล้วนตกค้างอยู่ในมือ

ในวงการที่ซบเซาถึงเพียงนี้ คนที่ทำงานด้านนี้ไม่ต่างอะไรกับหนูข้างถนนที่ใครๆ ก็รังเกียจ

ขณะที่ฉินเยี่ยกำลังจมอยู่กับความสิ้นหวังในชีวิต เสียงอันไพเราะพลันดังขึ้นข้างหู

[ติ๊ง!]

[กำลังเชื่อมต่อระบบประเมินสมบัติระดับเทพ!]

[ระบบสุดเทพ! ปลุกระบบไลฟ์สดประเมินสมบัติแบบโฮโลแกรม!]

[รางวัลพรสวรรค์สำหรับมือใหม่: เนตรทองคำเทวะ (ประเมินคุณสมบัติของทุกสรรพสิ่ง), บันทึกพันปีแห่งหัวเซี่ย (บันทึกขนบธรรมเนียมและประเพณีพื้นบ้านต่างๆ)]

การแจ้งเตือนของระบบ:

[พรสวรรค์แต่ละอย่างจะใช้ได้เฉพาะตอนที่เปิดไลฟ์สดของระบบเท่านั้น ซึ่งเป็นการไลฟ์สดแบบโฮโลแกรมที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ สามารถเปิดไลฟ์สดได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านความคิดของโฮสต์ ค่าความนิยมจากการไลฟ์สดสามารถนำไปแลกของรางวัลน่าสนใจมากมายในร้านค้าเบิกสวรรค์ได้!]

ระบบ?

ตัวช่วยสุดโกง?

ในชาติก่อน นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีแล้ว ฉินเยี่ยยังเป็นแฟนตัวยงของนิยายอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องระบบเลยแม้แต่น้อย

เผลอๆ อาจจะรู้สึกว่ามันสมจริงด้วยซ้ำ

ขนาดการข้ามมิติเขายังเจอมาแล้ว การมีระบบติดตัวมาด้วยมันจะแปลกตรงไหน?

แถมยังเป็นการไลฟ์สดแบบโฮโลแกรมไปทั่วโลกอีก?

นี่มันกำลังจะรุ่งแล้ว!

ต้องรู้ไว้เลยว่าในยุคบิ๊กดาต้า การควบคุมปริมาณการเข้าชมได้คือผู้กุมอำนาจ นั่นหมายถึงการถือกุญแจสู่ความมั่งคั่งเอาไว้

และในบรรดาวิธีควบคุมปริมาณการเข้าชม การไลฟ์สดถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!

ที่สำคัญคือการไลฟ์สดประเมินสมบัติ!

นี่มันสายงานที่เขาถนัดที่สุดไม่ใช่หรือไง!

เมื่อฉินเยี่ยได้รับระบบประเมินสมบัติระดับเทพ เขาก็ไม่สนใจว่าท้องกำลังร้องเพราะความหิว รีบเปิดใช้งานระบบและเริ่มไลฟ์สดทันที

สามวัน หาเงินเจ็ดแสน!

สำหรับบัญชีไลฟ์สดใหม่เอี่ยม พูดตามตรง... ฉินเยี่ยเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน!

แต่อย่างน้อยก็คงไม่ยอมให้ใครมาสับเละตั้งแต่เพิ่งข้ามมิติมาเกิดใหม่หรอก

ระบบเริ่มการไลฟ์สด ภาพโฮโลแกรมเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มใหญ่ๆ

[ไลฟ์สดประเมินสมบัติ ไม่ดูถือว่าพลาดเงินล้าน!]

เมื่อมีระบบบวกกับเทคนิคการประเมินสมบัติสารพัดรูปแบบ ฉินเยี่ยจึงประกาศกฎสองสามข้ออย่างยิ่งใหญ่

[1. ประเมินสมบัติ ต้องส่งของขวัญคาร์นิวัล!]

[2. ประเมินสมบัติ ต้องต่อคิวเปิดไมค์ คนดังก็ต้องต่อคิว!]

[3. ประเมินพลาดหนึ่งชิ้น ชดใช้ร้อยเท่า! สตรีมเมอร์ยอมขายบ้านจ่าย!]

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ฉินเยี่ยก็เลือกรูปภาพร้านวัตถุโบราณของตัวเองมาตกแต่งโปรไฟล์ให้ดูดีที่สุด แล้วนั่งรอเพื่อนนักสะสมคนแรกเชื่อมต่อเข้ามา!

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เปิดการไลฟ์สดครั้งแรก!]

[รางวัล: ตำแหน่งโปรโมตหลักบนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่!]

ช่วงกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่มีคนดูไลฟ์สดมากที่สุดอยู่แล้ว

ประกอบกับการไลฟ์สดแบบโฮโลแกรมจากระบบที่โผล่มาอย่างกะทันหัน และยังได้รับการโปรโมตเป็นพิเศษ ไลฟ์ของฉินเยี่ยจึงทะยานขึ้นเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของชาร์ตไลฟ์สดต่างๆ ทันที และอันดับนี้ยังคงไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความนิยมที่เพิ่มขึ้น

[จำนวนคนในห้องไลฟ์: 110]

[จำนวนคนในห้องไลฟ์: 2240]

[จำนวนคนในห้องไลฟ์: 15460]

พอฉินเยี่ยประกาศกฎสามข้อออกไป ในสายตาของชาวเน็ตคนอื่นๆ ถือเป็นการสร้างกระแสได้ดีเยี่ยม จำนวนผู้ชมจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!

“สตรีมเมอร์คนนี้ทุ่มเทสุดๆ ไปเลย ไลฟ์สดประเมินสมบัติ ดูทรงแล้วไม่ธรรมดา!”

“ฟังเขาโม้ไปเถอะน่า ยังจะประเมินพลาดชดใช้ร้อยเท่า ขายบ้านออนไลน์อีก เขาไม่ใช่เซลส์ขายบ้านหรอกเหรอ ช่วงนี้บ้านขายไม่ดีรึไง”

“พี่ชาย โครงการหมิงฝานดาวน์แค่สามหมื่น สนใจไหมครับ”

“เศรษฐีคนนี้คิดสั้นอะไรขึ้นมา ไลฟ์สดแจกบ้านออนไลน์เลยเหรอ”

เมื่อชาวเน็ตจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์สด บรรยากาศก็คึกคักขึ้นมาทันที

เป็นสตรีมเมอร์ดีๆ ไม่ชอบ ทำไมถึงเอาบ้านมาเป็นเดิมพันด้วย

ฉินเยี่ยมองจำนวนผู้ชมออนไลน์แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

การแจ้งเตือนของระบบ: การดึงดูดความสนใจคือปัจจัยแรกสำหรับสตรีมเมอร์

เพียงไม่กี่นาที ข้อความคอมเมนต์ก็ไหลขึ้นมาจนตาลาย

ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เริ่มทยอยปรากฏขึ้นบนอันดับผู้สนับสนุน

แต่ของขวัญเล็กน้อยพวกนี้ อย่างมากก็แค่สิบกว่าหยวน

“สตรีมเมอร์ เริ่มประเมินสมบัติได้แล้ว!”

“ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นคุณขายบ้านออนไลน์!”

“โอกาสทำเงินดีๆ มาแล้ว ใครจะเป็นคนแรกที่กล้าลอง”

ฉินเยี่ยไม่สนใจคอมเมนต์ยั่วยุเหล่านี้

การจะมาหาเงินจากเขาในสายงานที่เขาเชี่ยวชาญ มันก็เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ

มีระบบอยู่กับตัว แถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินสมบัติ!

ฉินเยี่ยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร เพียงแค่ชี้ไปที่หนึ่งในกฎสามข้อข้างๆ หน้าจอไลฟ์สด [ประเมินสมบัติ กรุณาต่อคิวทีละคน!]

หากไม่มีใครส่งของขวัญ [คาร์นิวัล] เพื่อขอเปิดไมค์ประเมินสมบัติ เขาก็จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น

โห ทำเป็นหยิ่งไปได้!

ชาวเน็ตต่างตกตะลึง สตรีมเมอร์คนนี้หยิ่งเกินไปแล้ว

ว่ากันว่าคนเก่งมักจะมีนิสัยแปลกๆ ต่อหน้าคนเป็นหมื่นยังจะมาวางมาดอีก!

“ไม่ได้สิ จะปล่อยให้เสียหน้าแบบนี้ไม่ได้!”

ในที่สุดก็มีสตรีมเมอร์สายตรวจคนหนึ่งส่งของขวัญ [คาร์นิวัล] และท่ามกลางเอฟเฟกต์พลุไฟที่สาดส่องไปทั่วไลฟ์ เขาก็กดขอเปิดไมค์

ของขวัญ [คาร์นิวัล] ชิ้นเดียวเขายังจ่ายไหว

ในฐานะหัวหน้าทีมสายตรวจ ถ้าโดนแม้แต่สตรีมเมอร์ประเมินสมบัติคนเดียวดูถูก นั่นเท่ากับเป็นการขายหน้าต่อหน้าคนนับหมื่น ต่อไปจะเอาหน้าไปไว้ไหนในวงการไลฟ์สด

อีกอย่าง ถ้าเกิดประเมินพลาดแล้วชดใช้ร้อยเท่าจริงๆ เขาก็จะได้บ้านมาฟรีๆ เลยนะ!

“พี่หู่ พี่หู่เปิดไมค์แล้ว!”

“พี่หู่ใจกว้างมาก!”

“พอพี่หู่มาตรวจเมื่อไร ไม่ว่าหน้าไหนก็หนีไม่พ้น!”

แฟนคลับของพี่หู่ต่างตื่นเต้น แฟนคลับที่ขึ้นป้ายไฟ ‘กองทัพบ้านหู่’ พากันสาดคำเยินยอไม่หยุด

คนอื่นๆ ที่มารอดูต่างทยอยเงียบลง

พอมีคนส่งของขวัญขอเปิดไมค์ ก็มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว ว่าแต่พี่หู่สายตรวจจะเอาสมบัติแบบไหนมาให้ปรมาจารย์ท่านนี้ประเมินความจริงเท็จกันนะ

จะได้รู้กันไปเลยว่าสตรีมเมอร์ประเมินสมบัติคนนี้แค่สร้างเรื่องหลอกลวงหรือเปล่า

“ท่านอาจารย์จะให้ผมเรียกว่าอะไรดีครับ”

“ฉินเยี่ย”

พอจางหู่เปิดไมค์ เขาก็พูดจาอย่างสุภาพ ไม่ได้วางมาดเป็นสายตรวจแต่อย่างใด

“อาจารย์ฉิน ผมไม่ได้จะมาหาเรื่องนะครับ พอดีคุณบอกว่าประเมินพลาดชดใช้ร้อยเท่า นั่นพิสูจน์แล้วว่าอาจารย์ไม่ใช่คนธรรมดา ผมเลยอยากจะมาลองเสี่ยงโชคดู!”

“ถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมา ก็ถือซะว่ามาให้กำลังใจอาจารย์ฉินแล้วกันครับ”

คำพูดของจางหู่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

ฉินเยี่ยเองก็รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้อยู่บ้าง

แต่ในเมื่อเขากล้าเขียนว่า [ประเมินพลาดชดใช้ร้อยเท่า] เขาก็มั่นใจเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว!

“เพื่อนนักสะสมท่านนี้ คุณเป็นคนแรกที่มาที่ร้านเล็กๆ ของผม วันนี้เพิ่งเปิดร้านวันแรก ถือตามธรรมเนียมแล้วกัน รายการนี้ผมดูให้ฟรี” คำพูดของฉินเยี่ยสร้างความประหลาดใจให้ทุกคน

จบบทที่ บทที่ 001 ประเมินพลาดหนึ่งชิ้น ชดใช้ร้อยเท่า ผมยอมขายบ้านจ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว