เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140 – พิโรธหลิงซู

ตอนที่ 140 – พิโรธหลิงซู

ตอนที่ 140 – พิโรธหลิงซู


ตอนที่ 140 – พิโรธหลิงซู

 

“นี่ สมองเจ้าคงมิได้ไหม้ไปแล้วหรอกน่ะ?” ถังเทียนกระซิบที่ข้างหูหลิงซู พูดอย่างระวัง “ถ้าเจ้าไม่ทำงานให้เขา จะเกิดอะไรขึ้นกับเบี้ยเลี้ยงของเจ้าเล่า? มิมีผู้ใดจะมอบเงินให้เจ้าหรอกนะ แล้วเจ้าจะเอาอะไรกินในอนาคต?”

หลิงซูที่กอดหอกเงินอยู่พลางเหลือบมองไปยังถังเทียนและบ่น “เจ้าจะกังวลอันใด?”

“ข้าแค่คิดเผื่อเจ้า มันยากนักที่จะหางานทำในตอนนี้!” ถังเทียนตำหนิราวกับคนแก่และด้วยน้ำเสียงเจ้ากี้เจ้าการกล่าวว่า “เจ้ายังเยาว์นัก ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดหรือไม่มีเลยของเจ้าต้องมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งเป็นจริงที่โหดร้าย เจ้ายังถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์...”

หลิงซูสบถด่าอย่างโมโห “หุบปาก!”

ถังเทียนรู้สึกลำบากใจและเขารู้สึกผิดเล็กน้อย เขามิได้ตั้งใจจะยั่วโมโห เขารู้สึกไม่ดีที่ทำให้ใครบางคนต้องสูญเสียงาน

หลิงซูที่กอดหอกนั่งอยู่มีท่าทางที่หดหู่และไม่เป็นมิตรราวกับเขาเป็นดั่งภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ

สัญชาตญาณของถังเทียนที่สัมผัสได้ถึงอันตรายมันมีความอ่อนไหวและปราดเปรียว เขารู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องไม่ยั่วโมโหเจ้าหนุ่มผู้นี้ในตอนนี้!

มันเป็นการดีกว่าที่จะไม่สร้างความรำคานให้เขา...

ถังเทียนเดินไปหากู่เสวี่ยอย่างเงียบๆ ชั่วครู่ต่อมา เขาก็อดกลั้นไม่ไหว “เจ้ามิคิดหรือว่ามันเป็นการตัดสินใจที่สิ้นคิดไป?”

ด้วยคำพูดนั้น หลิงซูก็พลันระเบิด เขากระเด้งตัวขึ้นมาและชี้หอกเงินพู่สีแดงไปยังถังเทียนและตะโกน “มาเถอะ! เจ้าตัวบัดซบ! ข้าจะสั่งสอนเจ้าเสียหน่อย!”

[คั่นหนังสือ : สำหรับท่านที่อ่านตอนที่แล้ว ที่ยังไม่ได้ทำการแก้ไข พลองพู่เปื่อยยุ่ย ก็คือ หอกเงินพู่แดง นะครับ พอดีแปลผิดเพราะรีบเร่งไปหน่อยครับ]

ช่างเป็นปราณสังหารที่รุนแรง

ถังเทียนพลันยิ้มอย่างขมขื่น เขายักไหล่แสดงท่าทางประมาณว่า ‘เจ้าไม่ควรที่จะต้องใส่ใจเลย’ และหัวร่อ “ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็แค่เพียงถามไปอย่างนั้นเอง ก็แค่ทำเล่นๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็จะไม่ถามแล้ว...”

มันราวกับว่าก้นของเขาฝังรากลงไปในพื้น เขายังคงนั่งอยู่

หลิงซูตกตะลึง แต่เวลาต่อมา เขาก็พุ่งไปเบื้องหน้าถังเทียนราวกับพยัคฆ์ที่ดุร้ายและคำรามดั่งลั่น น้ำลายของเขาสาดกระจายรดหน้าถังเทียน “เจ้าทำแบบนี้ได้เยี่ยงไรกัน? ทำได้เยี่ยงไร! เจ้ามันสารเลว เจ้ารู้จักใช้แต่เพียงวิธีที่ชั่วร้ายและน่ารังเกียจอย่างงั้นหรือ? มาสู้กับข้าอย่างมีเกียรติเถอะ...”

ถังเทียนเงยหน้ามอง แต่เขามิมีทีท่าว่าจะลุกขึ้น กล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย “เชียนฮุ่ยเคยบอกข้าไว้ว่าอย่าได้สู้กับบุคคลที่สูญเสียงานของเขา ข้าคิดว่านางพูดถูก”

หลิงซูชะงักค้าง

กู่เสวี่ยตกใจกับสิ่งที่นางเพิ่งได้รู้เห็น มิใช่แค่เพียงนาง แม้กระทั่งปากของมู่เหลยก็อ้าค้าง ฉากเบื้องหน้าพวกเขาทำให้เขางุนงง

นางเริ่มสำรวจหลิงซูอย่างจริงจังเป็นคราแรก

หลิงซูเป็นบุรุษที่สูง แต่เขาผอมกว่าถังเทียนเล็กน้อย ผมของเขาเป็นสีทะเลที่พบเห็นได้ยาก เขานัยน์ตาสีส้ม มันราวกับเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อยู่

นางเคยได้ยินนามของหลิงซูมาหลายครา หลิงซูได้ติดตามรับใช้ผู้อาวุโสสูงสุดเมื่อไม่นาน เขาปรากฏตัวมาเมื่อสองปีก่อน แต่ภายในสองปีนั้น เขากลายเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในดาวเฟยหลิน

ทันใดนั้น กู่เสวี่ยก็จดกจำฉายาของหลิงซูได้

พิโรธหลิงซู

นักสู้ที่น่ากลัวผู้นี้เป็นบุคคลเจ้าอารมณ์ มีข่าวลือกล่าวว่าเขาเกลียดชังความชั่วร้ายเป็นดั่งเช่นศัตรูตัวฉกาจ หากพบเจอเขาจะลงมืออย่างไม่ปราณี

แต่… หลิงซูกลับกลายเป็นคนทรยศ...

เพราะเหตุใดกัน?

ทันใดนั้น ก็มีเสียงชราที่เคร่งขรึมดังให้ได้ยิน “หลิงซู เจ้าจะจากข้าไปงั้นหรือ?”

ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลปรากฏตัวขึ้น เขาจ้องมองไปยังหลิงซูด้วยความโกรธ

หลิงซูชะงักและกลับสู่ท่าทางเช่นปกติของเขา เขากอดหอกเงินพู่แดงของเขาและหย่อนก้นนั่งลงพลางกล่าวอย่างเศร้าสร้อย “ใช่แล้วขอรับ”

บรรยากาศทั้วทั้งสถานที่เงียบกริบ การที่หลิงซูกล่าวยอมรับออกมาตามตรง มันทำให้ทุกคนต่างตกใจอย่างมาก สำหรับในอดีตสองปีที่ผ่านมา หลิงซูมีตำแหน่งที่สูงภายในตระกูลจากผลงานของเขา

สำรับตระกูลอื่นๆ ยามเมื่อผู้เชี่ยวชาญจากไป พวกเขาอาจจะกลายเป็นอันตรายและด้วยสาเหตุนี้ สถานะของผู้อาวุโสสูงสุดของเขาอาจจะร่วงหล่นเป็นพันจั้ง*

[คั่นหนังสือ *一落千丈 = ร่วงหล่นเป็นพันจั้ง เกี่ยวกับตำแหน่งหรือสถานการณ์และอารมณ์ความรู้สึกที่เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วฮวบฮาบหรือตกอยู่ในที่นั่งลำบาก]

ปากถังเทียนอ้ากว้างเป็นรูป ‘O’ ขณะที่เขามองไปยังหลิงซูด้วยความตกใจ เจ้าหนุ่มผู้แท้จริงแล้ว...เขากระทำจริง

จากหางตาของเขา เขาเห็นท่าทางของถังเทียน ทันใดนั้น ท่าทางของหลิง

ท่าทางของหลิงซูดูดีขึ้นหลังจากที่เขาเหลือบมองเห็นท่าทางของถังเทียน

“เพราะเหตุใด?” ผู้อาวุโสสูงสุดถามเสียงสั่น

“เพราะเหตุใดงั้นหรือ?” หลิงซูผงะ เขามีฉายาค้ำหัวพลางขบคิด “ข้าไม่มีความสุข ถ้าหากข้าอยู่อย่างไม่มีความสุข ข้าก็คงต้องจากไป”

“ไม่มีความสุขงั้นหรือ?” น้ำเสียงผู้อาวุโสสูงสุดกลับมามั่นคง เขานึกย้อนกลับไป ยามปกติเขามิได้หว่านล้อมหลิงซูให้เพียงพอ เขาพยายามที่จะใช้น้ำเสียงจริงใจเท่าที่จะเป็นไปได้ “ข้ามิได้ดูแลเจ้าให้ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะมอบโอกาสให้ข้าได้แก้ตัวอีกสักครา มิว่าเป็นสิ่งใดที่เจ้าต้องการ มิว่าความปรารถนาใดที่เจ้าใฝ่ฝัน ข้าจะช่วยเหลือเจ้า ตระกูลกู่จะช่วยเหลือเจ้าด้วยทุกอย่างที่มี เงินตรา ยันต์จิตวิญญาณขุนพล สมบัติดาราและเส้นชีพจรโลหิต เจ้าเพียงแค่บอกออกมา พวกเราจะมอบมันให้กับเจ้า”

ผู้อาวุโสสูงสุดให้คำมั่น เขาสังเกตว่าความผิดพลาดของเขาและแก้ไขมันด้วยความแน่วแน่ โดยไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น หลายคนแอบชื่นชมการกระทำของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลอย่างลับๆ ผู้ที่ซึ่งมีความถ่อมตนอย่างยิ่งและรู้ถึงข้อผิดพลาดของตนเองและขอขมาในทันที เขาช่างเก่งกาจในการกระทำของเขา แต่อันที่จริง เขาเป็นเพียงคนที่หน้าด้านไร้อย่างอายผู้หนึ่ง

หลิงซูส่ายหัวพลางกล่าวอย่างเศร้าใจ “ข้ามิชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ข้าเบื่อหน่ายและเหนื่อยกับวิถีชีวิตนี้ อาจารย์ข้าเคยบอกว่าในฐานะนักสู้ พวกเราต้องสู้อย่างมีเกียรติและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ข้ามิเคยได้ทำตามคำของอาจารย์เลย แต่ข้าไม่อยากถลำลึกไปกว่านี้ มันก็เป็นเช่นนี้เอง! ทุกสิ่งอย่างที่ข้าได้กระทำให้ท่านมันเพียงพอที่ต่อเหรียญดาราทั้งหมดที่ท่านมอบให้มาแล้ว”

มิรู้สาเหตุใด ยามเมื่อหลิงซูกล่าวจบ เขาก็รู้สึกโล่งอก ในที่สุดก็ได้จบวิถีชีวิตอันยุ่งเหยิงนี้!

ผู้อาวุโสสูงสุดที่โกรธเกรี้ยวกลายเป็นหัวร่อ “หลิงซู เจ้าเป็นทารกหรือไร? เหตุใดเจ้าถึงได้กล่าวเรื่องไร้เดียงสาเช่นนี้ เจ้าทำให้ข้าผิดหวังนัก คิดว่าเงินที่ให้เจ้าได้บ่มเพาะมันมาจากที่ใด? ยันต์จิตวิญญาณของเจ้ามันมาจากที่ใด? แล้วสมบัติดาราของเจ้าล่ะ? หล่นมาจากฟ้าอย่างงั้นหรือ? ในตอนนี้ หากเจ้าพูดเช่นนั้นแล้ว ข้าก็คือคนที่ไร้เกียรติสินะ? ฮ่า!”

“อาจารย์ข้าเคยกล่าวไว้ว่า เหล่าสิ่งที่ทำให้เจ้าบรรลุไปถึงจุดสุดยอดได้มิใช่ยันต์จิตวิญญาณที่หายากหรือเหรียญดารา แต่มันเป็นความศรัทธาและความเพียรพยายาม!”

“พวกท่านทุกคนสังหารครอบครัวของนางเพียงเพื่อเงินและเพื่อผลประโยชน์ นั่นคือธุระของท่าน ข้ามิได้สนใจ แต่สมองอันต้อยต่ำของท่านกลับคิดจะลักพาตัวเด็กสาวผู้ที่เพิ่งจะสูญเสียครอบครัวไปเพื่อให้ไปเป็นแม่พันธุ์ของพวกท่านเพื่อนางจะได้มอบทายาทที่มีเส้นชีพจรโลหิตรุ้งหิมะให้” นัยน์สีส้มของหลิงซูลุกโชน เขาชี้ไปยังถังเทียนด้วยหอกพลางตวาดลั่น “แม้กระทั่งสารเลวผู้นี้มันยังรู้ว่าควรกระทำเช่นไร”

ถังเทียนเพิ่งจะฟื้นคืนสติ ทันใดนั้นก็ชะงักค้างไปอีกครา เจ้าชมข้า… หรือว่าด่าข้ากันแน่?

หลิงซูเพียงรู้สึกราวกับบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากหน้าอกของเขา เขารู้สึกถึงพลังที่เขามิเคยรู้สึกมาก่อน แม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับความตาย เขาก็คงมิหวาดหวั่น

เพียงชั่วพริบตา เขาก็พลันเข้าใจ ใช่แล้ว! มันต้องเป็นเช่นนั้น เขาจะต้องมิสูญเสียศรัทธา!

ศรัทธาในตนเอง! กระทำสิ่งที่เขาคิดว่าถูก! มันคือพื้นฐานของวิถีจิต!

หลิงซูมองไปยังผู้อาวุโสตระกูลและกล่าว “ข้าขออภัยอย่างยิ่ง ที่ต้องถอนตัวออกมา”

ถังเทียนผู้ที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าที่เหลอหลา เขาพลางพึมพำ ข้ามิได้ทำอะไรทั้งนั้น… อ้า ค่าจ้างของเจ้านี้จะต้องมิสูงมากอย่างแน่นอน...

หลิงซูพลันเดินไปหาผู้อาวุโสสูงสุด

ท่าทางของผู้อาวุโสเปลี่ยนไป เขาถอยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตื่นตระหนกเขาพลันตะโกน “หลิงซู เจ้าพยายามที่จะทำร้ายข้างั้นหรือ?”

หลิงซูมิได้สนใจ เขาเดินต่อไปอีกเจ็ดถึงแปดก้าวก่อนที่เขาจะหยุดฝีเท้าและแทงหอกของเขาลึกลงไปพื้นหินปูน จากนั้นก็ลากเป็นเส้นตรงลึกภายใต้เท้าของเขาไปตามทางจนถึงสุดทาง

“ผู้ใดก็ตามที่ก้าวข้ามเส้นนี้มาจะถูกสังหาร”

คำพูดอันเย็นชาของหลิงซูบอกให้ได้ยินขณะที่เขาสำรวจมองไปยังกลุ่มคน ทุกคนพลันสั่นสะท้าน

โดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว เขาก็หันหลังเดินไปอยู่ใกล้กับถังเทียนเช่นเดิมและนั่งลงกอดหอกของเขาไว้

สีหน้าผู้อาวุโสสูงสุดเปลี่ยนเป็นแดงและกลายเป็นเขียว แต่เขายังคงนิ่งเงียบ เขารู้ถึงอารมณ์หลิงซูเป็นอย่างดี ถ้าเจ้าหนุ่มผู้นี้ต้องการทำอะไรแล้ว มิมีผู้ใดจะหยุดรั้งเขาได้...

แต่...ถ้าหากเขาคิดว่ามิมีผู้ใดจัดการเขาได้ล่ะก็ เขาคิดผิดเสียแล้ว...

ผู้อาวุโสสูงสุดจำเป็นต้องสังหารเขา ถ้าเขามิยอมกลับเนื้อกลับตัวสำหรับความผิดของเขา มันเหมือนกับสิ่งที่เขาได้ทะนุถนอมมาเป็นเวลามากกว่าสิบปีและมันกลับพังทลายลงไปหมด เขาคงไม่สามารถที่จะยอมรับมันได้

บรรยากาศที่นี้กลับกลายเป็นเงียบสงบอีกครา

ชื่อเสียงความดุร้ายของหลิงซูมิใช่บางสิ่งที่ถังเทียนจะลอกเลียนได้ ปีศาจหัวแข็งหลิง มิมีผู้ใดกล้าที่จะท้าทาย

ทั้งสี่นั่งล้อมวงปราศจากคำพูดจา

กู่เสวี่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนที่นางจะกล่าวเบาๆ “ขอบคุณ!”

หลิงซูแทบมิได้กระพริบตา กอดหอกของเขาพลางกล่าว “มิจำเป็นต้องขอบคุณข้า ข้ากระทำเพื่อตัวข้าเอง”

กู่เสวี่ยเข้าใจเพียงครึ่งเดียวพลางกล่าว “แต่ข้ายังคงต้องขอบคุณเจ้า”

หลิงซูไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว เขาแอบมองไปยังถังเทียนเห็นถังเทียนแสดงสีหน้าที่เขาต้องการจะพูดบางอย่าง เขาก็ร้องถามขึ้น “ถ้าเจ้าต้องการจะพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะ!”

ถังเทียนร่าเริงทันที “ถ้างั้นข้าจะพูดตรงๆเลยนะ!”

“พูดมา” หลิงซูกล่าวอย่างหงุดหงิด

“เจ้าตระหนักรู้แจ้งเป็นเพราะข้าใช่หรือไม่? โอ้ เจ้าได้พบมโนธรรมของตัวเจ้าเองแล้วงั้นหรือ?” นัยน์ตาถังเทียนสว่างวาบ “มันต้องเป็นแบบนั้นแน่! มันต้องเป็นเช่นนั้น! ข้ามันสมกับเป็นบุรุษหนุ่มเทพเสียจริง! ว๊ะฮ่าฮ่า ข้ามันช่างเก่ง...”

กีก กึก กึก!

หลิงซูหันคอของเขาราวกับหุ่นเหล็ก ผมสีน้ำเงินของเขาชี้ตั้งด้วยความโกรธ สีหน้าของเขาซีดลงด้วยความโกรธ นัยน์ตาคู่สีส้มก็ลุกโชติ จากนั้นสีหน้าเขาก็ด่ำดิ่งกลายเป็นดำทะมึนราวกับมันมีเมฆดำที่หนาแน่นพร้อมกับอัสนีบาต

“เจ้าตัวบัดซบ! ข้าต้องสังหารเจ้า!”

หลิงซูกระโจนเข้าหาถังเทียนราวกับผู้ล่ากระโจนเข้าหาเหยื่อ

กู่เสวี่ยและมู่เหลยมีท่าทางเหมือนรู้ว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น!

ทั้งสองต่างมองหน้ากันเอง พวกเขารู้สึกอธิบายไม่ถูก พวกเขามิสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคิดได้

หลังจากการต่อสู้ ทั้งสองคนต่างเละเทะ พวกเขาจ้องมองกันและกันโดยมิยอมถอย

“ข้าเป็นลูกพี่เจ้า เจ้ากล้าทำร้ายลูกพี่เจ้าได้เยี่ยงไร? เจ้ากำลังล่วงเกินลูกพี่ของเจ้าอยู่นะ!” ถังเทียนพลันโพล่งออกไป

“เพื่อความยุติธรรม ตัวบัดซบเช่นเจ้าจำเป็นต้องได้รับบทเรียน!” หลิงซูโต้เถียง

“ความยุติธรม? แล้วความเห็นอกเห็นใจเล่า?” ถังเทียนจ้องมองไปยังเขาด้วยความโกรธ

“สำหรับเจ้ามันจำเป็นต้องมีความเห็นอกเห็นใจให้ด้วยหรือ?” หลิงซูมีท่าทางขบขัน

“อ้า!” ถังเทียนกรีดร้องและหน้าทิ่มลงไปบนพื้น ร่างของเขาชักดิ้นเป็นจังหวะ เขามีอาการราวกับกำลังเจ็บปวด

“เห็นอกเห็นใจ… เห็นอกเห็นใจ...” ถังเทียนชักกระตุกบนพื้นราวกับเขาเป็นตระคริว เสียงกรีดร้องของถังเทียนดังเข้าไปภายในหูของหลิงซู

หลิงซูงุนงง ไม่นานเขาก็ตวาดขึ้น “เจ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือ!”

เจ้าบัดซบตัวนี้ ช่างไร้สาระ! เขามิมีความกล้าหาญ! ช่างน่าขุ่นเคืองนัก… เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลานักหรือ?

“ไอหย๋า เจ้าโง่นี้มิยักกะตกหลุมพราง? แปลกจริง...”

เสียงบ่นพึมพำของถังเทียนปรากฏออกมาจากเบื้องหลัง หลิงซูก็แทบจะหัวทิ่มกระแทกพื้น

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 140 – พิโรธหลิงซู

คัดลอกลิงก์แล้ว