เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271: เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ

บทที่ 271: เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ

บทที่ 271: เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ


บทที่ 271: เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ

ระหว่างทางกลับโรงแรม หลัวหม่าง เย่เทียนเหวิน และคนอื่นๆ ต่างซักถามรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากฉินเฟิง

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ฉินเฟิงจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนรถไฟความเร็วสูงให้พวกเขาฟัง

แน่นอนว่า ฉินเฟิงละเรื่องที่เขาใช้วิชาสกัดจุดควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้จัดการพานไว้

"แม่-งเอ๊ย! ผมกะแล้วเชียวว่าไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดี! ใช้อำนาจรัฐแก้แค้นส่วนตัวเก่งนักนะ!" หลัวหม่างสบถด้วยความโกรธแค้น

"สิ่งที่ผู้จัดการพานทำมันน่ารังเกียจจริงๆ ครับ แต่คนหนุนหลังเขาคือต้วนหมิงเจี๋ย พวกเราเทียบชั้นไม่ได้เลย อีกอย่าง ครั้งนี้ผู้จัดการพานเป็นคนคุมกฎระเบียบก่อนการแข่งขัน ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนชี้ขาดไม่ใช่เหรอครับ?" เย่เทียนเหวินถอนหายใจอย่างจนปัญญา

"เชฟเย่ เรื่องนี้ไม่มีทางพลิกเกมได้เลยเหรอครับ?"

"ปรมาจารย์ฉินโดนใส่ร้ายชัดๆ!"

"อย่างที่เชฟหลัวพูดเมื่อกี้ ถ้าเราไปร้องเรียนที่สมาคมเชฟล่ะครับ? จะพอมีหวังไหม?"

เชฟอาหารจิ้นอีกสามคนถามอย่างมีความหวัง

"เปล่าประโยชน์ครับ"

เย่เทียนเหวินโบกมือแล้วกล่าว "ไปสมาคมเชฟจะมีประโยชน์อะไร? อย่าดูถูกอิทธิพลของต้วนหมิงเจี๋ยนะครับ พวกเราไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย ไปก็เสียเวลาเปล่า เผลอๆ จะพาตัวเองซวยไปด้วยซ้ำ"

ได้ยินดังนั้น ทั้งสามคนมองหน้ากัน แล้วสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างหมดหวัง

เดิมที ความหวังทั้งหมดของวงการอาหารจิ้นเมืองชิงโจวฝากไว้ที่ฉินเฟิง แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

"โธ่เว้ย! ถ้าผมมีฝีมือทำอาหารระดับปรมาจารย์ฉิน ผมจะตบหน้าไอ้พวกนั้นให้หงายในการแข่งเลยคอยดู! จะทวงคืนส่วนที่ปรมาจารย์ฉินเสียไปกลับมาให้หมด!" หลัวหม่างพูดพร้อมชูกำปั้น

"พอเถอะน่า อย่ามาโวยวายแถวนี้!" เย่เทียนเหวินกลอกตาใส่หลัวหม่าง ฝ่ายหลังทำปากยื่นแล้วเงียบเสียงลง

ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจของหลัวหม่างทำเอาฉินเฟิงอดขำไม่ได้

หลัวหม่างหันขวับมา "ปรมาจารย์ฉิน คุณนี่ใจกว้างเกินไปแล้วนะ ตัวเองโดนตัดสิทธิ์แท้ๆ ยังจะมาหัวเราะอยู่อีก?"

ฉินเฟิงยักไหล่แล้วพูดสบายๆ "มันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้วนี่ครับ จะทำยังไงได้ ให้มันแล้วๆ ไปเถอะครับ เชฟหลัว แล้วก็ปรมาจารย์ทั้งสาม การแข่งพรุ่งนี้ฝากพวกคุณด้วยนะครับ"

คำพูดนี้ทำเอาบรรยากาศยิ่งอึมครึมลงไปอีก

หลัวหม่างและคนอื่นๆ รู้ดีว่าถ้าไม่มีฉินเฟิง พวกเขาก็แทบไม่มีโอกาสชนะเลย

บรรยากาศหนักอึ้งอยู่ได้ไม่นาน ฉินเฟิงก็ทำลายความเงียบขึ้นมา "ว่าแต่ พรุ่งนี้รถไฟเที่ยวแรกกลับชิงโจวกี่โมงครับ?"

หลัวหม่างเช็กโทรศัพท์ "แปดโมงครึ่ง"

"โอเคครับ รับทราบ"

หลัวหม่างอดถามไม่ได้ "ปรมาจารย์ฉิน คุณจะกลับชิงโจวไปดื้อๆ แบบนี้จริงๆ เหรอครับ?"

ฉินเฟิงยิ้มบางๆ "สิทธิ์แข่งโดนยกเลิกไปแล้ว จะให้อยู่รออะไรอีกล่ะครับนอกจากกลับบ้าน?"

พูดจบ เขาก็เอนหลังพิงเบาะ หลับตาพักผ่อน ไม่เปิดโอกาสให้หลัวหม่างซักถามอีก

หลัวหม่างได้แต่กำหมัดแน่น สบถในใจอย่างดุเดือด 'บัดซบ! สวรรค์ทำไมถึงตาบอดแบบนี้วะ?'

ในทางกลับกัน เย่เทียนเหวินไม่ได้บ่นอะไร แต่คอยชำเลืองมองฉินเฟิงอยู่เป็นระยะ

รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่มผู้นั้นยังคงอยู่ ไม่รู้ทำไม เย่เทียนเหวินถึงรู้สึกสังหรณ์ใจว่าคนอย่างฉินเฟิงจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้แน่...

ตลอดการเดินทางไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งกลับถึงโรงแรมและแยกย้ายกันพักผ่อน

แต่สิ่งที่ฉินเฟิงคาดไม่ถึงคือ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เชฟยอดฝีมือสิบคนของเย่เทียนเหวิน รวมถึงแฟนคลับอีกยี่สิบคนของหลัวหม่าง ต่างมารวมตัวกันที่หน้าห้องเขาแต่เช้า

พวกเขาทุกคนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้ว และต่างก็โกรธแค้นแทนฉินเฟิงอย่างมาก

เมื่อเปิดประตู ฉินเฟิงที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินออกมา มองฝูงชนที่หน้าห้องแล้วถามยิ้มๆ "มาทำอะไรกันครับเนี่ย?"

หลัวหม่างชูกำปั้น "ปรมาจารย์ฉิน พวกเราตกลงกันว่าจะไปร้องเรียนเรื่องนี้กับสมาคมเชฟครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่าผู้จัดการพานจะปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้!"

"ใช่แล้วครับ ปรมาจารย์ฉิน ถึงพวกผมจะเป็นแฟนคลับเชฟหลัว แต่พวกเราก็หวังว่าคุณจะสร้างชื่อเสียงให้วงการอาหารชิงโจวของเราในการแข่งครั้งนี้ พวกเราจะไมายอมยืนดูคุณเดินออกจากสนามแข่งไปเฉยๆ แบบนี้หรอกครับ!"

"คนเยอะพลังแยะ ผมไม่เชื่อว่าเราจะทวงความยุติธรรมให้ปรมาจารย์ฉินไม่ได้!"

"ใช่ครับ!"

...อารมณ์ของทุกคนพุ่งพล่าน

ฉินเฟิงชี้ไปที่นาฬิกาแล้วยิ้ม "เจ็ดโมงแล้วนะครับ การแข่งเริ่มเก้าโมง ต่อให้สมาคมเชฟแก้ต่างให้ผมได้ ก็คงเลยเวลาแข่งไปแล้ว ถึงตอนนั้นนอกจากผมจะไม่ได้แข่งแล้ว ยังจะทำให้เชฟหลัวกับปรมาจารย์อีกสามท่านเสียเวลาไปด้วย ไม่คุ้มหรอกครับ"

หลัวหม่างแย้ง "แต่ปรมาจารย์ฉิน คุณโดนรังแกนะ พวกเรารู้สึกไม่สบายใจ"

ฉินเฟิงโบกมือ "เชฟหลัว ทุกคนครับ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวผมจะพาฉินเสี่ยวอวี่กับหวังเสี่ยวหม่านกลับชิงโจวแล้ว จะได้ไม่ถ่วงเวลาแข่งของพวกคุณ พวกคุณอย่ามัวโอ้เอ้อยู่เลย รีบเก็บของไปสนามแข่งกันเถอะครับ"

ท่าทีของฉินเฟิงเด็ดเดี่ยวมาก พูดจบเขาก็รีบไปเรียกฉินเสี่ยวอวี่และหวังเสี่ยวหม่านทันที

สองสาวรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และเก็บกระเป๋าเรียบร้อย

อันที่จริงก็แค่เป้สองใบเท่านั้นแหละ

เย่เทียนเหวินมองดูฉินเฟิงเดินออกจากโรงแรมพร้อมสองสาว จึงหันไปบอกฮวงฮุ่ยเฟิงและเชฟเจิ้ง "เหล่าฮวง เหล่าเจิ้ง พวกนายพาเหล่าหลัวกับคนอื่นไปสนามแข่งก่อนเลย เดี๋ยวฉันไปส่งปรมาจารย์ฉินเอง"

คนอื่นๆ ย่อมไม่ขัดข้อง

สี่สิบนาทีต่อมา ฉินเฟิง เย่เทียนเหวิน และสองสาว ก็มาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูง

เห็นฉินเฟิงเดินไปซื้อตั๋วขากลับสามใบที่เคาน์เตอร์จริงๆ เย่เทียนเหวินก็อดถามไม่ได้ในที่สุด "ปรมาจารย์ฉิน คุณจะกลับชิงโจวจริงๆ เหรอครับ? จะยอมแพ้ไปดื้อๆ แบบนี้จริงๆ เหรอ?"

เย่เทียนเหวินขมวดคิ้วแน่น จากความเข้าใจที่เขามีต่อฉินเฟิง เขาไม่คิดว่าฉินเฟิงจะเป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แบบนี้!

ในใจลึกๆ เขายังคงมีความหวังริบหรี่...

ในขณะเดียวกัน หลัวหม่างและคณะก็มาถึงสถานที่แข่งขัน สมกับเป็นการแข่งขันระดับมณฑล แม้จะเหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่ผู้ชมก็เริ่มทยอยเข้าสนามแล้ว

เทียบกับการแข่งระดับเมืองชิงโจวแล้ว จำนวนคนต่างกันราวฟ้ากับเหว

ถ้าไม่ใช่เพราะมีช่องทางพิเศษสำหรับผู้เข้าแข่งขันและเจ้าหน้าที่ ทั้งสี่คนรวมถึงเชฟหลัวคงโดนฝูงชนกั้นอยู่ข้างนอกแน่

หลังจากให้แฟนคลับ เชฟเจิ้ง และคนอื่นๆ ไปต่อแถวเข้าสนาม หลัวหม่างก็พาเชฟอาหารจิ้นอีกสามคนมุ่งหน้าไปยังช่องทางพิเศษ

บังเอิญว่า ในขณะที่หลัวหม่างและคณะกำลังเดินไปที่ช่องทางพิเศษ ชายชราผมขาวพร้อมเลขานุการก็เดินสวนมาพอดี

ทันใดนั้น สีหน้าของหลัวหม่างก็เปลี่ยนเป็นเคารพนบนอบทันที รีบพุ่งเข้าไปทักทาย

"ท่านอาจารย์ซาง!"

ซางผิงหยางเงยหน้ามองหลัวหม่าง ครุ่นคิดครู่หนึ่ง รอยยิ้มก็ปรากฏบนมุมปาก "เธอ... คือเสี่ยวหลัวจากชิงโจวใช่ไหม?"

หลัวหม่างทำหน้าดีใจสุดขีด "นึกไม่ถึงว่าท่านอาจารย์ซางจะยังจำผู้น้อยคนนี้ได้!"

ซางผิงหยางตบไหล่หลัวหม่างเบาๆ "คนหนุ่มที่สู้เพื่อวงการอาหารชิงโจวมาสองปีซ้อนอย่างเธอ ฉันจะลืมได้ยังไง พูดตามตรง คนที่ฉันชื่นชมที่สุดก็คือคนที่มีความพยายามอย่างเธอนี่แหละ จะลืมลงได้ยังไง?"

หลัวหม่างยิ้มเจื่อนๆ "ผู้น้อยมิบังอาจรับคำชมจากท่านอาจารย์ซางหรอกครับ หลายปีมานี้ผมรั้งท้ายในการแข่งอาหารจิ้นตลอด น่าละอายจริงๆ ครับ"

ซางผิงหยางโบกมือ "อย่าพูดแบบนั้นสิ ฝีมือการทำอาหารสำคัญก็จริง แต่จิตวิญญาณของเชฟสำคัญกว่านะ อีกอย่าง ในการแข่งสองครั้งที่ผ่านมา แม้ผลลัพธ์จะไม่ดีนัก แต่เธอก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ พยายามเข้านะ ปีนี้ฉันรอชมผลงานของเธออยู่!"

ได้รับคำชมจากซางผิงหยาง หลัวหม่างก็ดีใจจนยิ้มแก้มปริเหมือนเด็กๆ

ในขณะนั้น ซางผิงหยางก็หันมองไปด้านหลังหลัวหม่าง แต่ไม่นาน แววตาสงสัยก็ปรากฏขึ้น

"เสี่ยวหลัว เชฟจากชิงโจวของพวกเธอยังมาไม่ครบเหรอ?"

หลัวหม่างส่ายหน้า "เปล่าครับ นี่ครบแล้วครับ สามคนข้างหลังผมนี่คือเชฟอาหารจิ้นตัวแทนจากชิงโจวเหมือนผม ไม่มีคนอื่นแล้วครับ"

"ว่าไงนะ?!"

คิ้วของซางผิงหยางขมวดเข้าหากันทันที แล้วรีบพูดว่า "ไม่ถูกต้องสิ ถ้าฉันจำไม่ผิด ในรายชื่อเชฟชิงโจวมีคนชื่อฉินเฟิงอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ? เขาอยู่ไหน?"

สีหน้าของหลัวหม่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ท่านอาจารย์ซางไปรู้จักฉินเฟิงตอนไหนเนี่ย?

แต่เขาก็แปลกใจอยู่แค่แวบเดียว จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า

"ท่านอาจารย์ซาง การแข่งครั้งนี้ เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ"

จบบทที่ บทที่ 271: เกรงว่าท่านคงจะไม่ได้เจอเขาแล้วล่ะครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว