- หน้าแรก
- มิติฟาร์มของฉันคือคลังแสงวันสิ้นโลก
- บทที่ 7 - ตึกไลฟ์สด
บทที่ 7 - ตึกไลฟ์สด
บทที่ 7 - ตึกไลฟ์สด
บทที่ 7 - ตึกไลฟ์สด
เพราะโจวเจ๋ออวี่ยังบาดเจ็บ เสิ่นหนานชิงเลยไม่ได้ออกไปไหนในช่วงสองวันที่ผ่านมา แบตเตอรี่สำรองหมดเกลี้ยง ห้อง 1201 หนาวเหมือนถ้ำน้ำแข็ง เสิ่นหนานชิงเลยย้ายโซฟาเบดจากห้อง 1201 เข้ามาในห้องนอนของเธอ แล้วกั้นม่านตรงกลาง กลายเป็นรูมเมตกับโจวเจ๋ออวี่อย่างเป็นทางการ
เดิมทีเธอกังวลว่าพอฟื้นขึ้นมา โจวเจ๋ออวี่จะรบเร้าออกไปตามหาจางหลานซิน เธอเตรียมคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้สารพัด แต่ผิดคาด เขาไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลยสักคำ
ถ่านหินรังผึ้งใกล้จะหมดแล้ว ทั้งสองคนปรึกษากันว่าจะออกไปหาเสบียง
"แถววงแหวนรอบสองฝั่งตะวันออกมีตึกไลฟ์สดอยู่ตึกหนึ่ง ข้างในมีพวกอินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์ขายของกันเยอะ น่าจะมีของตุนไว้เพียบ คนกลุ่มนั้นก็ขนของมาจากที่นั่นแหละ"
คนกลุ่มนั้นที่ว่าก็คือพวกที่มารับจางหลานซิน
"แต่เราไม่มีรถ สองคนคงขนอะไรมาไม่ได้มาก"
ในขณะที่เสิ่นหนานชิงกำลังลังเลว่าจะบอกเรื่องมิติดีไหม โจวเจ๋ออวี่ก็ชิงถามขึ้นมาก่อน "พี่หนานชิง พี่มีพลังพิเศษอะไรเหรอ"
"ห๊ะ"
"ผมรู้สึกได้ พี่มีพลังพิเศษ แถมของกินในบ้านก็พร่องไปเยอะ เป็นมิติใช่ไหม"
เอาเถอะ อุตส่าห์แอบเอาของออกมาตอนเขาหลับ นึกไม่ถึงว่าจะดูออกง่ายขนาดนี้
"จะเป็นของที่เอาไปให้อวี๋เหวินเหวินไม่ได้เหรอ" เสิ่นหนานชิงยังพยายามแถ
"ก็เป็นไปได้ แต่ปฏิกิริยาของพี่ตอนได้ยินคำว่ามิติมันฟ้องว่าพี่มี"
เสิ่นหนานชิงพูดไม่ออก ในเมื่อความแตกแล้วก็ไม่ต้องปิดบัง เธอเล่าเรื่องมิติให้เขาฟังคร่าวๆ
"มิติสองร้อยตารางเมตรนี่สูงเท่าไหร่ มิติอัปเกรดได้ไหม ผู้ชายคนนั้นพี่น่าจะจับมัดไว้แล้วค่อยๆ ทดลองดูนะว่าต้องบาดเจ็บระดับไหนถึงจะเก็บเข้ามิติได้..."
"..."
เจอคำถามรัวเป็นชุดแบบนี้ เสิ่นหนานชิงรู้สึกเหมือนได้ค้นพบตัวตนอีกด้านของโจวเจ๋ออวี่
ช่วงสองวันที่พักฟื้น เสิ่นหนานชิงไม่ได้อยู่เฉยๆ อาศัยช่วงที่ยังมีถ่านหิน เธอทำอาหารตุนไว้เยอะมาก เพราะมีมิติอยู่แล้ว เวลาจะกินก็แค่หยิบออกมา
เธอทำแป้งจี่ไว้เป็นร้อยแผ่น ทำข้าวปั้นอีกร้อยกว่าลูกโดยใช้แครอท หมูแฮม และหมูหย็องที่เจอในมิติ แล้วยังไปขนแก้วกระดาษจากห้อง 1201 มาใส่โจ๊กกับซุป
บนเตาก็ย่างมันเทศทิ้งไว้ตลอด พอสุกก็เก็บเข้ามิติแล้วเอารอบใหม่ลงย่าง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังพิเศษหรือเปล่า แผลของโจวเจ๋ออวี่ตกสะเก็ดและหลุดลอกภายในเวลาแค่สามวัน ทั้งสองคนเตรียมตัวออกเดินทางไปตึกไลฟ์สดที่วงแหวนรอบสอง
เสื้อขนเป็ดของโจวเจ๋ออวี่ใส่ไม่ได้แล้ว เสื้อผ้าหนาๆ ในห้อง 1201 ก็ถูกขนไปหมด เสิ่นหนานชิงเลยเอาเสื้อขนเป็ดทรงแจ็คเก็ตของตัวเองให้เขาใส่ ถึงเขาจะเตี้ยกว่าเธอสิบกว่าเซนต์ แขนเสื้อเลยยาวไปหน่อย แต่ก็พอถูไถ
ทั้งสองแต่งตัวมิดชิดถือท่อเหล็กคนละอันเดินออกจากห้อง ลงไปข้างล่างเจอลูกบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังจะออกไปข้างนอกเหมือนกัน พอเห็นพวกเธอ อีกฝ่ายก็รีบหลีกทางให้ทันที สีหน้าท่าทางระแวดระวังสุดขีด
เสิ่นหนานชิงคิดว่าพวกนั้นกลัวปืนของโจวเจ๋ออวี่ โดยหารู้ไม่ว่าพวกเขากลัวเธอต่างหาก
ตอนนี้ทั้งตึกเขาลือกันให้แซ่ดว่า รปภ. ขึ้นไปชั้น 12 แล้วหายสาบสูญ แม้แต่ศพก็หาไม่เจอ ต้องโดนคนห้อง 1203 จับกินไปแล้วแน่ๆ
เสิ่นหนานชิงยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลายเป็น "ปอบกินคน" ในปากชาวบ้านไปเสียแล้ว
เดินเท้าไปตึกไลฟ์สดใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง วันนี้ลมสงบ บนถนนเริ่มมีคนออกมาเดินเพ่นพ่านมากขึ้น
ทั้งที่ปิดหน้าปิดตาจนมิดชิด แต่ก็ยังมีคนเข้ามาทักทายอยู่เรื่อย ดีที่พวกนั้นเกรงกลัวท่อเหล็กในมือ เลยได้แต่แซวเล่นด้วยปาก
จนกระทั่งมีคนเข้าใจผิดคิดว่าโจวเจ๋ออวี่เป็นเด็กผู้หญิง ร้องเรียก "น้องสาวสองคน" ไม่หยุด โจวเจ๋ออวี่รำคาญจัดเลยชักปืนออกมาจ่อหัว มันถึงได้วิ่งหนีป่าราบ
เที่ยงวัน ในที่สุดก็มาถึงตึกไลฟ์สด ไม่ทันได้กินข้าว ทั้งคู่รีบแยกย้ายกันกวาดต้อนเสบียง
เพราะเป็นตึกที่ใช้ไลฟ์ขายของ แต่ละห้องเลยมีของไม่เยอะเท่าไหร่ พวกเธอไล่เก็บกวาดไปเรื่อย ส่วนใหญ่เป็นขนมและของใช้ประจำวัน
ขนมเก็บเข้ามิติ สกินแคร์ก็เลือกเก็บเฉพาะตัวดีๆ
ถึงปกติจะไม่ค่อยแต่งหน้า แต่พอเจอกรุลิปสติกแบรนด์หรูที่เมื่อก่อนตัดใจซื้อไม่ลง เสิ่นหนานชิงก็กวาดเรียบทุกแท่ง
ครบทุกเฉดสีเลยงานนี้
พอขึ้นมาถึงชั้นสิบ ก็เจอร้านขายเสื้อขนเป็ดผู้ชายกับร้านขายชุดลองจอน เสิ่นหนานชิงกวาดลงมิติเกลี้ยง
โชคดีที่เจอร้านขายของแห้ง ได้เห็ดเขากวางกับเห็ดมอเรลมาเพียบ แถมยังได้เหล้าหลูโจวเหล่าเจี้ยวบ่มหกปีมาอีกสิบกว่าลัง
ทันใดนั้น เสียงเบรกแหลมแสบแก้วหูดังมาจากข้างล่าง ทั้งสองแอบมองลงไปทางหน้าต่าง รถบรรทุกตู้ทึบสองคันที่มีตราสัญลักษณ์หยุนติ่งกรุ๊ปจอดอยู่ที่หน้าตึก ชายฉกรรจ์หกคนถือปืนครบมือลงมาจากรถ
"มีคนที่มีพลังพิเศษสามคน" โจวเจ๋ออวี่กระซิบ
ต่อให้ไม่มีพลังพิเศษ พวกเธอก็สู้ปืนหกกระบอกไม่ไหว ทั้งสองสบตากันแล้วตัดสินใจถอย
รอจนทิ้งระยะห่างจากตึกไลฟ์สดพอสมควร ทั้งคู่ถึงหยุดพักในร้านค้าว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
เสิ่นหนานชิงเอาข้าวปั้นออกมาสองลูก กินคู่กับน้ำอุ่น
"คนของหยุนติ่งกรุ๊ปมีปืนด้วยแฮะ"
เสิ่นหนานชิงเล่าสถานการณ์ของหยุนติ่งกรุ๊ปให้โจวเจ๋ออวี่ฟังคร่าวๆ
"ไม่แปลกหรอก ก่อนวันสิ้นโลกพวกนั้นก็คงมีปืนอยู่แล้ว แค่หลังวันสิ้นโลกมันเอาออกมาใช้ได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร"
กินเสร็จก็เดินเท้ากลับ ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เจ็ดชั่วโมงแล้ว นอกจากตอนกินข้าวก็แทบไม่ได้พักเลย เสิ่นหนานชิงรู้สึกเหมือนขาไม่ใช่ของตัวเอง
"เฮ้อ... ยังไงเราก็ต้องหารถสักคัน... เฮ้อ..."
"รถน่ะมีเยอะแยะ... แต่ไม่มีกุญแจกับน้ำมันนี่สิ"
บ่นปุ๊บก็มาปั๊บ รถออฟโรดโตโยต้าคันหนึ่งค่อยๆ ชะลอจอดเทียบข้าง "สองคนนั้นน่ะ จะติดรถไปด้วยกันไหม"
ในรถมีชายหญิงคู่หนึ่ง อายุประมาณสามสิบกว่าๆ
"ไม่เป็นไรครับ"
ทั้งสองคนเดินหน้าต่อ
"ขึ้นมาเถอะ บนรถอุ่นนะ"
ผู้ชายคนขับเล็งสองคนนี้มาสักพักแล้ว ถึงจะปิดหน้ามิดชิด แต่ด้วยสายตาที่มองคนมาเยอะ เขาดูออกว่าคนสูงเป็นผู้หญิง ส่วนคนตัวเล็กน่าจะเป็นเด็กหนุ่ม แถมหน้าตาน่าจะดีด้วย
พอมองตา ก็สวยทั้งคู่จริงๆ เจ้านายข้างบนชอบหมดไม่เกี่ยงเพศ ถ้าส่งไปให้เจ้านายได้ เขาคงได้รางวัลงามๆ
"พวกเราเป็นคนของหยุนติ่งกรุ๊ป ไปกับพวกเราสิ เดี๋ยวหางานให้ทำ จะได้ไม่ต้องลำบากแบบนี้"
"ไม่จำเป็น"
ผู้ชายคนนั้นยังอยากจะตื๊อต่อ แต่ผู้หญิงที่นั่งข้างคนขับเริ่มรำคาญ ชักปืนออกมาจ่อพวกเธอ
"จะพูดมากทำไม ขึ้นรถ"
หยุนติ่งกรุ๊ปอีกแล้ว สองน้าหลานสบตากัน โจวเจ๋ออวี่งัดสกิลการแสดงใสซื่อออกมาใช้ทันที
"พี่สาว ผมเดินไม่ไหวแล้ว งั้นเรานั่งรถไปเถอะ บนรถอุ่นดี เขาจะหางานให้เราทำด้วย"
ปากพูดแบบนั้น แต่มือแอบชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วในมุมที่คนบนรถมองไม่เห็น
รถสวยดี จองคันนี้แหละ มีคนมีพลังพิเศษหนึ่งคน เสิ่นหนานชิงเข้าใจความหมายทันที
สุดท้ายทั้งคู่ก็ขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ต้องยอมรับว่าอุ่นจริงๆ
รถออกตัวมุ่งหน้าไปทางหยุนติ่งกรุ๊ป
"วางท่อเหล็กซะ แล้วเปิดหน้าให้ดูหน่อย"
เสิ่นหนานชิงวางท่อเหล็กไว้ที่เท้า ดึงผ้าปิดหน้าลง ถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ "พวกพี่จะหางานให้พวกเราทำได้จริงเหรอคะ"
ผู้ชายคนขับถึงกับตะลึง ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่สวย แต่ผิวพรรณยังขาวผ่องนวลเนียน ไม่เหมือนคนอื่นที่ผอมโซหน้าเหลือง
"ขับรถไป ดูทางด้วย"
ผู้หญิงข้างคนขับขมวดคิ้ว ตวาดใส่ผู้ชาย
เธอหันมามองเสิ่นหนานชิง แล้วกระชากผ้าพันคอของโจวเจ๋ออวี่ออก
"แหม หน้าตาดีทั้งคู่เลยนี่"
พูดจบก็บีบแก้มโจวเจ๋ออวี่เล่น เธอพอใจมาก คิดว่าเจ้านายต้องถูกใจแน่ๆ
"พี่สาว อย่าเอาปืนจ่อผมสิครับ ผมกลัว"
ผู้หญิงคนนั้นแค่นหัวเราะ หมุนปืนเล่นในมือ เธอเกลียดพวกไก่อ่อนแบบนี้ที่สุด ไม่มีน้ำยาเอาซะเลย
"พี่สาว ปืนจริงเหรอครับ"
"ของปลอมมั้ง จะลองจับดูไหมล่ะ" เธอกลั่นแกล้งเด็กหนุ่มเล่นแก้เบื่อ
"ไม่เอาครับ ผมไม่กล้า"
ปากบอกไม่กล้า แต่สายตาแอบมองปืนตาวาว เหมือนอยากจะจับใจจะขาด
"พี่ชายมีปืนไหมคะ" เสิ่นหนานชิงแกล้งทำตาเป็นประกายมองคนขับ
"พี่ไม่มีหรอก พี่ไม่จำเป็นต้องใช้ พี่ไม่มีปืนก็เก่งนะจะบอกให้" พูดจบก็ขยิบตาให้ทีหนึ่งอย่างมั่นหน้า
เสิ่นหนานชิงกับโจวเจ๋ออวี่ทำหน้าไม่เชื่อ พอเห็นแบบนั้น ชายคนขับเลยคุยโวต่อ "พี่ใช้มือเดียวบกรถคันนี้ได้เลยนะ"
ที่แท้ก็พวกพลังกายเยอะนี่เอง
โจวเจ๋ออวี่มองซ้ายมองขวา แถวนี้ไม่มีคน
ได้เวลาแล้ว
"พี่สาว ก่อนยิงต้องปลดเซฟก่อนใช่ไหมครับ"
ผู้หญิงคนนั้นสังเกตเห็นนานแล้วว่าเด็กหนุ่มแอบมองปืนเธอตลอด ทำท่าอยากจับจนตัวสั่น คิดว่าเด็กนี่วันหน้าอาจจะเป็นคนโปรดของเจ้านาย ผูกมิตรไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย
"เอ้า ดูเอาเองละกัน" เธอปลดแม็กกาซีนออก แล้วยื่นปืนให้โจวเจ๋ออวี่
โจวเจ๋ออวี่ลูบคลำอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นส่งต่อให้เสิ่นหนานชิง
"พี่หนานชิง นี่ปืนของจริงเลยนะ"
ทันทีที่ปืนแตะมือเสิ่นหนานชิง มันก็หายวับไป ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ทันตั้งตัว แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้ากระแทกคนนั่งหน้าทั้งสอง
ทั้งคู่กระแทกเข้ากับกระจกหน้ารถอย่างแรง รถที่ไร้คนควบคุมหมุนคว้างไถลออกไป
โจวเจ๋ออวี่ทรงตัวได้ ก็ชักปืนของตัวเองยิงใส่ผู้หญิงคนนั้นทันที พอกำลังจะหันไปยิงผู้ชาย ก็พบว่าอีกฝ่ายเปิดประตูร่วงลงจากรถไปตอนไหนก็ไม่รู้
ผู้ชายคนนั้นมีพลังพิเศษ เลยต้านทานแรงกดดันได้ดีกว่า
เสิ่นหนานชิงอาศัยจังหวะที่ผู้หญิงยังไม่ตายสนิท เก็บเธอเข้ามิติดำ
โจวเจ๋ออวี่กระโดดลงจากรถวิ่งไล่ตามไป ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
"อ๊าก..."
"พี่หนานชิง มานี่เร็ว"
เสิ่นหนานชิงวิ่งตามไป เห็นผู้ชายคนนั้นถูกยิงแขนขาข้างละนัด
"พวกแกเป็นใคร... หยุนติ่งกรุ๊ปไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่..." โจวเจ๋ออวี่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง
"พี่หนานชิง ลองดูเร็ว"
เสิ่นหนานชิงโบกมือ ผู้ชายคนนั้นก็หายเข้าไปในมิติดำ
"รู้งี้ยิงสักนัดเพื่อลองเชิงก่อนดีกว่า" โจวเจ๋ออวี่บ่นอุบอย่างเสียดาย
"จะค้นตัวไหม แต่ถ้าเอาออกมาแล้วจะใส่กลับเข้าไปไม่ได้นะ" เอาออกมาก็เป็นศพแล้ว ศพใส่ในมิติดำไม่ได้
"ไม่ต้องหรอก คนของหยุนติ่งกรุ๊ป ทำลายหลักฐานให้สิ้นซากดีกว่า"
ทั้งคู่กลับมาที่รถ เก็บกระสุนในรถเข้ามิติ เสิ่นหนานชิงเอารถออฟโรดจากในมิติออกมา สลับป้ายทะเบียนกับรถโตโยต้าคันนี้
จัดการทุกอย่างเสร็จ เสิ่นหนานชิงพาโจวเจ๋ออวี่ขับรถกลับบ้าน พอถึงตรอกเล็กๆ ห่างจากคอนโดไม่กี่ร้อยเมตร เธอก็เก็บรถเข้ามิติ แล้วเดินเท้ากลับห้อง 1203
พอกลับถึงห้องได้ไม่นาน หมาจรจัดกลายพันธุ์ฝูงหนึ่งก็บุกเข้ามาในเขตคอนโด ลูกบ้านที่กลับมาค่ำถูกรุมขย้ำ เสียงร้องโหยหวนทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
พอนึกถึงตอนอากาศกลับมาอบอุ่น คงจะมีสัตว์กลายพันธุ์โผล่มาอีกเพียบ หน้าหนาวตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดเสียแล้ว
[จบแล้ว]