เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - เยือนปักกิ่งครั้งแรก การข่มขวัญในเรือนสี่ประสาน!

บทที่ 10 - เยือนปักกิ่งครั้งแรก การข่มขวัญในเรือนสี่ประสาน!

บทที่ 10 - เยือนปักกิ่งครั้งแรก การข่มขวัญในเรือนสี่ประสาน!


บทที่ 10 - เยือนปักกิ่งครั้งแรก การข่มขวัญในเรือนสี่ประสาน!

สามวันต่อมา เขตพิเศษหมายเลข 1 ชานเมืองด้านตะวันตกของปักกิ่ง

ที่นี่ไม่มีตึกระฟ้า มีเพียงบ้านเดี่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้โบราณ แต่ละหลังเว้นระยะห่างอย่างงดงาม รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่ดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงการออกแบบและการป้องกันที่รัดกุม คนที่จะอยู่ที่นี่ได้ ล้วนเป็นบุคคลระดับตำนานในวงการของตน

รถเก๋งสีดำเรียบหรูแล่นเข้ามาจอดในลานบ้านหลังหนึ่งอย่างนิ่มนวล ประตูรถเปิดออก หลินฟานก้าวลงมาด้วยความสง่าผ่าเผย เสียงอึกทึกของเมืองกรุงถูกตัดขาด สัมผัสได้เพียงอากาศสดชื่นของฤดูใบไม้ร่วงในปักกิ่ง และความเงียบสงบที่สั่งสมมาตามกาลเวลา

ท่านผู้เฒ่าฉินรออยู่ที่ประตูแล้ว พอเห็นหลินฟาน ก็ยิ้มอย่างอบอุ่น "ยินดีต้อนรับสู่ปักกิ่ง ตั้งแต่วันนี้ ที่นี่คือบ้านพักของเธอ"

หลินฟานมองไปรอบๆ เรือนสี่ประสาน (ซื่อเหอยวน) นี้ภายนอกดูเก่าแก่ แต่ภายในวิจิตรบรรจง ศาลาเก๋งจีน ธารน้ำไหล ทุกย่างก้าวคือทิวทัศน์ ผ่านการออกแบบโดยปรมาจารย์ ระบบรักษาความปลอดภัยก็แน่นหนา เขาสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบของมืออาชีพจับจ้องมาจากจุดซ่อนเร้น

"รบกวนท่านฉินลำบากแล้วครับ" หลินฟานพยักหน้าขอบคุณ

"เรื่องสมควรทำ" ผู้เฒ่าฉินโบกมือยิ้มๆ "ความปลอดภัยของเธอ คือสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของเรา มาเถอะ ผู้อาวุโสหลายท่านรออยู่ข้างใน"

เดินผ่านระเบียงทางเดินมาถึงห้องหนังสือที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม นอกจากผู้เฒ่าฉิน ยังมีผู้อาวุโสอีกสองท่านนั่งอยู่ ท่านหนึ่งสวมชุดทางการ ดูองอาจ สายตาดุดัน อีกท่านสวมชุดลำลอง บุคลิกอบอุ่น แววตาเปี่ยมด้วยปัญญาและความสุขุม แม้ด้วยจิตใจของหลินฟานในตอนนี้ การเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติทั้งสามพร้อมกัน ก็อดรู้สึกเคารพยำเกรงไม่ได้

แต่เขาไม่มีอาการประหม่าหรือลนลาน เพียงแค่โค้งคำนับทักทายอย่างนอบน้อม ผู้อาวุโสชุดลำลองซึ่งเป็นผู้นำการสนทนา ชี้ไปที่เก้าอี้ตรงข้ามอย่างเป็นกันเอง "นั่งสิหลินฟาน วันนี้เชิญมาไม่ใช่การเจรจาทางการ คิดซะว่าผู้ใหญ่คุยกับลูกหลาน คุยกันสบายๆ"

คำพูดนี้ลดช่องว่างลงทันที กำหนดโทนการสนทนาให้เป็นกันเองแต่สำคัญ ตลอดหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองฝ่ายไม่ได้คุยรายละเอียดธุรกิจมากนัก แต่คุยเรื่องอุดมการณ์ การพัฒนาเทคโนโลยี และวิสัยทัศน์สู่อนาคต การแสดงออกของหลินฟานทำให้ผู้อาวุโสทั้งสามชื่นชมไม่ขาดปาก เขามีทั้งความห้าวหาญของคนหนุ่ม และความสุขุมรอบคอบเกินวัย โดยเฉพาะมุมมองต่อเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นที่จะผลักดันความก้าวหน้า ทำให้ผู้อาวุโสพยักหน้าเห็นด้วยบ่อยครั้ง

ช่วงท้าย ผู้นำการสนทนายื่นสัญญาที่เตรียมไว้ให้หลินฟาน เนื้อหาคล้ายกับที่ผู้เฒ่าฉินเคยเกริ่นไว้ คือรัฐถือหุ้น 30% ของฟิวเจอร์เอเนอร์จีแลกกับเทคโนโลยี แต่เงื่อนไขที่ให้มานั้นดีกว่าที่คาดไว้มาก สถานที่ ทรัพยากร บุคลากร... สนับสนุนเต็มที่แบบไม่กั๊ก แถมมีข้อตกลงพิเศษ: มอบตำแหน่ง "ที่ปรึกษาเทคโนโลยีพิเศษ" ให้หลินฟาน พร้อมสวัสดิการและการคุ้มครอง นี่มันเกินขอบเขตความร่วมมือทางธุรกิจไปแล้ว แต่คือการยอมรับและให้ความสำคัญระดับสูงสุด

"หลินฟาน การสนับสนุนที่เราให้ได้ เขียนไว้ในสัญญาหมดแล้ว" ผู้นำการสนทนายิ้ม "เรามีความคาดหวังเดียว"

หลินฟานเงยหน้าขึ้นอย่างจริงจัง "เชิญชี้แนะครับ"

"เทคโนโลยีหลัก ต้องอยู่ในมือคนที่ไว้ใจได้ เราคาดหวังว่าเธอจะสร้างบรรทัดฐาน และเป็นแบบอย่างที่ดี"

"ผมจะทุ่มเทสุดความสามารถครับ" หลินฟานตอบเสียงหนักแน่นมั่นใจ

...

ออกมาจากห้องหนังสือ หลินฟานถอนหายใจเบาๆ การพบปะกับบุคคลสำคัญเหล่านี้ ราบรื่นกว่าที่คิดไว้มาก

"สบายใจกว่าที่คิดใช่มั้ยล่ะ?" ผู้เฒ่าฉินเหมือนอ่านใจออก ยิ้มทัก

"ครับ"

"เพราะผลงานที่เธอเอามา มันคุ้มค่ากับการให้ความสำคัญ คุ้มค่าพอที่เราจะสนับสนุนสิ่งที่ดีที่สุดให้" ผู้เฒ่าฉินตบไหล่เขา "เรื่องงานจบแล้ว ต่อไปจะพาไปรู้จักเพื่อนรุ่นเดียวกัน คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในปักกิ่งหน่อย"

"คืนนี้มีปาร์ตี้ที่สโมสรเมฆาเหิน (เยี่ยนอวิ๋น) รวมรุ่นใหม่ไฟแรงจากทุกวงการในปักกิ่ง เธอไปโชว์ตัวหน่อย ให้เขารู้ว่า หลินฟาน คือแขกวีไอพีที่เราเชิญมาเป็นพิเศษ!"

หลินฟานเข้าใจ นี่คือการปูทางของผู้เฒ่าฉิน เป็นการประกาศการมาถึงของเขาต่อวงสังคมปักกิ่ง

"ได้ครับ" เขาพยักหน้ารับ

ทันทีที่พยักหน้า เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์มาถึงสถานที่สำคัญ!]

[เปิดภารกิจเช็กอินพิเศษ!]

[ต้องการเช็กอินทันทีหรือไม่?]

"ตกลง!"

[ติ๊ง! เช็กอินสำเร็จ!]

[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรางวัลดังนี้:]

[1. เงินรางวัล: 10,000,000,000 หยวน!]

[2. ความสามารถพิเศษ: ความจำแม่นยำดุจภาพถ่าย! (ความจำของคุณจะถึงระดับสูงสุด สิ่งที่เห็นและได้ยิน จะจดจำได้ไม่ลืม!)]

[3. รางวัลทีมงาน: หน่วยปฏิบัติการพิเศษ "ผู้พิทักษ์"! (ทีมรักษาความปลอดภัยระดับหัวกะทิ 12 นาย เชี่ยวชาญทักษะเฉพาะทาง ซื่อสัตย์ต่อโฮสต์อย่างที่สุด จะเดินทางมารายงานตัวภายใน 24 ชั่วโมง)]

เห็นรางวัล หลินฟานตาเป็นประกาย ความจำดุจภาพถ่าย! สำหรับเขาที่ต้องจัดการข้อมูลมหาศาล นี่คือความสามารถในฝัน! และทีม "ผู้พิทักษ์" ก็มาได้จังหวะพอดี ผู้เฒ่าฉินเพิ่งเตือนเรื่องความปลอดภัย ระบบก็ส่งบอดี้การ์ดเทพมาให้ ช่างรู้ใจจริงๆ

...

ราตรีมาเยือน แสงไฟเริ่มส่องสว่าง

สโมสรเมฆาเหิน ตั้งอยู่ในวังเก่าสมัยราชวงศ์ชิงในเขตวงแหวนที่สอง เป็นคลับส่วนตัวระดับท็อปที่เข้ายากที่สุดในปักกิ่ง

คนที่เข้าออกที่นี่ ไม่รวยล้นฟ้าก็อำนาจล้นมือ หยิบมาสักคนก็เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ทำพื้นสะเทือนได้

คืนนี้ เรือนสี่ประสานที่หรูหราที่สุดในสโมสร ถูกเหมาโดยคนหนุ่มที่ชื่อ "ฉู่เทียน" เพื่อจัดปาร์ตี้ส่วนตัว

ในลานบ้าน แก้วไวน์กระทบกัน เสื้อผ้าหรูหรา

กลุ่มหนุ่มสาวแต่งตัวจัดเต็มจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาคือกลุ่มลูกท่านหลานเธอระดับท็อปของปักกิ่ง เบื้องหลังแต่ละคนคือตระกูลใหญ่ยักษ์

ฉู่เทียน ในฐานะเจ้าภาพและแกนนำกลุ่ม กำลังถือแก้วไวน์ท่ามกลางวงล้อม

เขาหน้าตาหล่อเหลา บุคลิกโดดเด่น มุมปากมักมีรอยยิ้มเย้ยหยันโลก แต่ลึกๆ ในแววตา แฝงความเย่อหยิ่งของผู้ที่อยู่เหนือคนอื่นมานาน

"คุณชายฉู่ ได้ข่าวว่าวันนี้ท่านปู่ฉินจะพาเด็กใหม่มาด้วยตัวเอง?" ชายหนุ่มในชุดสูทสีชมพูขยับเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

ฉู่เทียนจิบไวน์แดง ยิ้มแบบไม่ยี่หระ "ก็มีเรื่องแบบนั้น บอกว่ามาจากเจียงเฉิง ทำเทคโนโลยีแบตเตอรี่อะไรสักอย่าง เบื้องบนให้ความสำคัญ"

"เจียงเฉิง? เมืองเล็กๆ แบบนั้นจะมีคนเก่งอะไร?" สาวสวยหน้าบล็อกนิยมที่แต่งหน้าจัดจ้านข้างๆ เบ้ปากเหยียด "สงสัยจะเป็นเศรษฐีใหม่ที่ฟลุ๊คมากกว่ามั้ง?"

"ฮ่าๆๆ จิ้งจิ้งพูดถูก!" หนุ่มสูทชมพูหัวเราะลั่น "วงการเรา ไม่ใช่แค่มีเงินเหม็นๆ ก็เข้าได้นะ ไม่มีรากฐาน ไม่มีเส้นสาย ยังไงก็เป็นแค่บ้านนอกเข้ากรุงที่ขึ้นโชว์ไม่ได้!"

ทุกคนพากันหัวเราะครื้นเครง คำพูดเต็มไปด้วยการดูถูกและกีดกัน "เด็กใหม่" ที่ยังไม่เห็นหน้า

วงสังคมปักกิ่งแบ่งชนชั้นชัดเจน ที่รังเกียจที่สุดคือพวก "เศรษฐีใหม่" ไร้ราก

ฉู่เทียนไม่ห้าม กลับฟังอย่างสนใจ ตระกูลฉู่ของเขาวางแผนในธุรกิจพลังงานใหม่มาหลายปี สุดท้ายโดนคนนอกมาปาดหน้าเค้ก ในใจย่อมไม่พอใจ เบื้องบนให้ความสำคัญแล้วไง? ในถิ่นปักกิ่งนี้ เป็นมังกรเอ็งต้องขด เป็นเสือเอ็งต้องหมอบ!

วันนี้เขาจะทำให้ไอ้เด็กชื่อหลินฟานได้เห็นว่า น้ำในปักกิ่ง มันลึกแค่ไหน!

ทันใดนั้น หน้าประตูเกิดความวุ่นวาย

ทุกคนหันไปมอง เห็นผู้เฒ่าฉินนำชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา

ชายหนุ่มสวมชุดลำลอง ร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา แววตาสงบนิ่งดุจสายน้ำ ราวกับไม่ได้เดินเข้าสู่แหล่งรวมอำนาจและชื่อเสียงระดับท็อปของปักกิ่ง แต่กำลังเดินเล่นสวนหลังบ้านตัวเอง

เขาไม่มีความอวดเบ่งของเศรษฐีใหม่ และไม่มีความประหม่าเมื่อเจอสังคมไฮโซ มีเพียงความสุขุมเยือกเย็นที่เหมือนติดตัวมาแต่เกิด

ออร่าพิเศษนี้ ทำให้พวกที่เตรียมจะดูเรื่องตลกถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

"คุณปู่ฉิน!" ฉู่เทียนเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มต้อนรับทันที รีบเดินเข้าไปยื่นมือ "ท่านมาจนได้! ท่านนี้คงเป็นคุณหลินฟานสินะครับ? ได้ยินชื่อเสียงมานาน ผมฉู่เทียนครับ"

ท่าทางของเขาไร้ที่ติ กระตือรือร้นแต่แฝงความนอบน้อมพอดี

สายตาหลินฟานกวาดผ่านเขา ยื่นมือออกไปจับเบาๆ ด้วยท่าทีสงบ

"สวัสดี"

สองพยางค์สั้นๆ ไม่ร้อนไม่หนาว แต่ทำเอารอยยิ้มบนหน้าฉู่เทียนแข็งค้างไปนิดหนึ่ง

เขารู้สึกเหมือนต่อยลงบนปุยนุ่น อีกฝ่ายไม่ตื่นเต้นดีใจ และไม่ได้แกล้งทำเป็นขรึม ความสงบนิ่งนั้น เหมือนไม่ได้เห็นเขา คุณชายใหญ่แห่งปักกิ่ง อยู่ในสายตาเลย

น่าสนใจ

แววตาฉู่เทียนฉายความเย็นชา แตใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม

หลังจากผู้เฒ่าฉินแนะนำหลินฟานให้ทุกคนรู้จัก ก็ขอตัวกลับ ปล่อยเวทีให้คนหนุ่มสาว

พอเขาไป บรรยากาศในลานก็เปลี่ยนทันที

ผู้คนที่เมื่อกี้ยังดูเกรงใจ มองหลินฟานด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ล้อเลียน และกีดกันอย่างไม่ปิดบัง

"คุณหลิน ได้ข่าวว่าเป็นสายเทค? พอดีเลย ช่วงนี้ผมสนใจพลังงานใหม่" ฉู่เทียนแกว่งแก้วไวน์ ถามเหมือนไม่ใส่ใจ "ไม่ทราบว่าแบตเตอรี่ 'เทียนฉี่' ของพวกคุณ นอกจากอึดกับชาร์จไว มีกำแพงเทคโนโลยีหลักอะไรอีก? เช่น วัตถุดิบต้องนำเข้าไหม? อัตราผลผลิต (Yield Rate) คุมได้เท่าไหร่? ปัญหาพวกนี้ คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมใช่ไหม?"

เปิดปากมา ก็รัวคำถามเชิงเทคนิคที่ลึกซึ้งและเป็นความลับทางการค้า

คนรอบข้างทำหน้าเตรียมดูละคร

นี่คือการลองของ!

ฉู่เทียนกำลังใช้กำแพงความรู้ บอกหลินฟานว่า: อย่าคิดว่ารู้เทคนิคนิดหน่อยจะมาทำกร่างต่อหน้าพวกเราได้ ของแค่นั้น ในสายตาเรา มันก็งั้นๆ!

ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบผิด ก็กลายเป็นคนลวงโลก ถ้ากล้าตอบ ก็เสี่ยงทำความลับรั่วไหล เป็นคนโง่เหมือนกัน นี่คือกับดักที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แต่ทว่า หลินฟานแค่มองเขาเรียบๆ ตอบไม่ตรงคำถาม

"คุณชายฉู่สนใจพลังงานใหม่ขนาดนี้ แสดงว่าตระกูลฉู่คงลงทุนด้านนี้ไว้ไม่น้อยสินะ?"

ฉู่เทียนอึ้ง แล้วยิ้มหยิ่ง "แน่นอน 'เทียนสิงแคปปิตอล' ของเรา เป็นเจ้าแรกๆ ในประเทศที่วางรากฐานเหมืองลิเธียมและห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่"

"อ้อ" หลินฟานพยักหน้า แล้วเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "งั้นพวกคุณควรรีบเทขายซะ เพราะการปรากฏตัวของ 'เทียนฉี่' จะทำให้หุ้นและเหมืองในมือพวกคุณ กลายเป็นขยะไร้ค่าภายในสามเดือน"

"ถือซะว่า... ผมเตือนด้วยความหวังดี"

บึ้ม!

สิ้นคำพูด ทั้งงานเงียบกริบ!

ทุกคนมองหลินฟานเหมือนมองคนบ้า

กร่าง!

กร่างเกินไปแล้ว!

เขาพูดบ้าอะไรออกมา? เขาสอนมวยฉู่เทียน?! เขาแช่งให้ธุรกิจหลักของตระกูลฉู่พังพินาศ?!

ใบหน้าของฉู่เทียน มืดครึ้มจนหยดน้ำออกมาได้

เขาจ้องเขม็งที่หลินฟาน เน้นเสียงทีละคำ "คุณหลิน รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรอยู่?"

"แน่นอน" หลินฟานหยิบแก้วแชมเปญ จิบเบาๆ สายตากวาดมองใบหน้าตื่นตะลึงและโกรธเกรี้ยวของทุกคน มุมปากยกยิ้มจางๆ

"ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว"

"ตั๋วเรือเก่าๆ ของพวกคุณ... เกรงว่าจะขึ้นเรือแห่งยุคใหม่ของผมไม่ได้แล้วล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 10 - เยือนปักกิ่งครั้งแรก การข่มขวัญในเรือนสี่ประสาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว