- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 88 แฟนคลับจางซาน
บทที่ 88 แฟนคลับจางซาน
บทที่ 88 แฟนคลับจางซาน
บทที่ 88 แฟนคลับจางซาน
จางซานอารมณ์ดี การแลกเปลี่ยนของเลยป๋าตามไปด้วย "สารอาหารเหลวเกรดพรีเมียมไม่ต้องซื้อหรอก ฉันแถมน้ำยาเติมแต่งให้เธอสามสิบกรัม ถ้าเธอปลูกปวยเล้งได้อีกก็เอามาคั้นน้ำได้เลย น้ำปวยเล้งสิบห้ามิลลิลิตรผสมน้ำยาหนึ่งกรัม สรรพคุณก็ดีกว่าสารอาหารเหลวเกรดพรีเมียมที่ขายทั่วไปในเขตปลอดภัยแล้ว"
"ขอบคุณมากค่ะพี่สาม" จางซานนี่คนดีจริงๆ ต่อให้เขาขี้ใจน้อยแถมเจ้าคิดเจ้าแค้น เซี่ยชิงก็ขอสมัครเป็นแฟนคลับเขาอย่างถวายหัว
หน้าตาอาจจะขี้เหริ่งั้นเหรอ? ผิด! ในสายตาแฟนคลับ ไอดอลไม่มีคำว่าขี้เหร่ เขาเรียกว่าหน้าตามีเอกลักษณ์!
หัวอาจจะล้านงั้นเหรอ? ไอดอลต้องเสียสละขนาดไหนเพื่อวิจัยยาช่วยมนุษยชาติ หัวถึงได้ล้านขนาดนั้น นั่นไม่ใช่หัวล้าน นั่นมันรัศมีนักบุญเปล่งประกายต่างหาก ยิ่งล้านยิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งล้านยิ่งพิสูจน์ว่าเธอติ่งถูกคนแล้ว!
"รู้ไหมว่ายาที่ดีที่สุดที่ฉันมีคืออะไร?" จางซานแฉตัวเองอย่างอารมณ์ดี "น้ำยาธาตุอี๋ไง น้ำยาธาตุอี๋ที่ได้จากฉัน ไม่กล้าโม้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศฮวา แต่รับประกันว่าเป็นที่หนึ่งในฐานฮุยซาน ผลข้างเคียงต่ำสุด คนอื่นมาขอซื้อถุงเล็กๆ อย่างน้อยต้องห้าหมื่นแต้ม แถมยังต้องดูอารมณ์ฉันด้วย แต่ถ้าเธออยากได้ คิดสี่หมื่นห้า สนใจไหม?"
สนใจไหม? แน่นอนสิ แต่เซี่ยชิง ติ่งหน้าใหม่ที่เพิ่งเสียเมล็ดปวยเล้งไปสี่ร้อยเมล็ดให้จางซาน ยังพอมีสติอยู่บ้าง
เธอโผล่หัวออกมาจากหลุมแฟนคลับ "พี่สาม ฉันไม่มีเมล็ดปวยเล้งเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ ส่วนต่างขอใช้เครื่องผลิตสารอาหารเหลวกับถุงบรรจุมาชดเชยได้ไหมคะ?"
น้ำยาธาตุอี๋เซี่ยชิงยังไม่เอา แสดงว่าเมล็ดปวยเล้งของเธอคงเหลือไม่เยอะจริงๆ จางซานเสียดาย "เครื่องผลิตสารอาหารเหลวเธอไม่ได้ใช้หรอก เดี๋ยวฉันให้เครื่องคั้นน้ำผลไม้ไปเครื่องหนึ่งก็พอแล้ว สารอาหารเหลวเกรดพรีเมียมให้พลังงานสูง วันนึงอย่ากินเกินหนึ่งหลอด ไม่งั้นจะไม่ดีต่อร่างกาย อีกสามสิบนาทีฉันจะให้คนไปรับเมล็ดปวยเล้งที่แนวกันไฟทางเหนือของที่ดินเธอ ฝากเก็บแตงกวามาให้สักสองลูกด้วยนะ เย็นนี้ฉันจะทำแตงกวาผัดไข่เพิ่มสักจาน"
สารอาหารเหลวเกรดพรีเมียมเอาไว้เติมพลังงานด่วนยามคับขัน ไม่ใช่เอาไว้กินแทนข้าว ความรู้พื้นฐานแค่นี้ติ่งใหม่อย่างเซี่ยชิงยังมีอยู่ "ได้ค่ะพี่สาม มะเขือเทศในไร่ฉันกินได้แล้ว เดี๋ยวฉันเก็บไปฝากสองลูก พี่เอาไปทำยำเพิ่มอีกจานนะคะ"
"ได้" จางซานรับคำอย่างอารมณ์ดี แล้วเสริมอีกประโยค "อย่าแลกของที่ผลิตในที่ดินเธอกับหลี่ซื่อนะ พี่สามของเธอมองยัยนั่นแล้วขัดหูขัดตา"
จางซานเหม็นขี้หน้าหลี่ซื่อขนาดไหน ดูจากจุดนัดพบแลกของก็รู้แล้ว
เมื่อก่อนเวลาเซี่ยชิงแลกของกับจางซาน จางซานจะให้คนเดินผ่านอุโมงค์ระหว่างที่ดินหมายเลข 9 กับ 4 มาแลกกันที่ป้ายบอกทางตรงทิศใต้ของที่ดินหมายเลข 3 แต่พอหลี่ซื่อย้ายมาที่ดินหมายเลข 9 จางซานก็เปลี่ยนจุดนัดพบไปเป็นแนวกันไฟทางเหนือของที่ดินหมายเลข 3 แทน แม้แต่ทางเดินเลียบที่ดินหลี่ซื่อก็ยังไม่อยากจะเฉียด
เซี่ยชิงในฐานะแฟนคลับรับปากทันทีโดยไม่ลังเล "รับทราบค่ะ"
หลังจากได้เครื่องตรวจวัดธาตุอี๋มา เซี่ยชิงก็ไล่ตรวจปริมาณธาตุอี๋ในพืชและสัตว์ที่กินได้ทั้งหมดในที่ดิน พบว่ามีแค่ปวยเล้งเท่านั้นที่ค่าสูงเกินมาตรฐาน
ช่วงสองสามวันนี้เธออ้างว่าผักในไร่เสียหายไม่พอกิน เลยขอแลกแตงกวา มะเขือยาว มะเขือเทศ และถั่วฝักยาวกับที่ดินหมายเลข 4, 5 และ 6 แน่นอนว่าเป็นผักไฟเหลือง พอเอามาตรวจดูก็พบว่าผักไฟเหลืองที่พวกเขาปลูกกับที่เธอปลูก มีปริมาณธาตุเชียงและธาตุอี๋ใกล้เคียงกัน
ดังนั้นนอกจากปวยเล้งแล้ว เซี่ยชิงสามารถแลกเปลี่ยนผักกินได้ชนิดอื่นกับเจ้าของที่ดินคนอื่นได้อย่างสบายใจ
แต่หลังจากแลกเปลี่ยนกันมาหลายเดือน แต่ละที่ดินก็มีเมล็ดพันธุ์ผักที่แลกกันไปมาจนครบแล้ว ความต้องการแลกเปลี่ยนจึงลดน้อยลง
จะมีก็แต่สมาชิกใหม่อย่างสือจงและหลี่ซื่อที่อาจจะเสนอแลกของเข้ามา
หลังจากลั่วเพ่ยบอกว่าหลี่ซื่อเคยอยู่ทีมเลี่ยหั่วและเชี่ยวชาญการเพาะปลูก เซี่ยชิงผู้ระมัดระวังตัวก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่แลกอะไรกับหลี่ซื่อเลย นอกจากฟักทองไฟเหลือง ดังนั้นการรับปากจางซานจึงไม่ใช่เรื่องลำบากใจสำหรับเธอ
วางสายแล้ว เซี่ยชิงก็ไปเตรียมเมล็ดปวยเล้ง ตอนนั่งนับเมล็ดทีละเมล็ด อารมณ์ของเซี่ยชิงเบิกบานสุดๆ ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมแค่ยึดครองภูเขาได้ลูกเดียว "หงส์เพลิง" ถึงเลี้ยงคนในทีมได้เป็นร้อยๆ
ก็น้ำพุกับพืชธาตุอี๋สูงที่ใช้น้ำพุรด พอเอาออกมาแลกทีก็ได้เป็นหมื่นๆ แต้ม!
ถ้าแต้มไม่ขาดมือ จะตั้งทีมขึ้นมาสักทีมก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย?
เซี่ยชิงพกเมล็ดปวยเล้งติดตัว ตอนเดินผ่านโซนเพาะปลูกบนเนินเขาก็แวะเก็บแตงกวากับมะเขือเทศ แน่นอนว่าเป็นไฟเขียว จะแลกของกับจางซานต้องใช้ของไฟเขียวเท่านั้น จะให้ของขวัญก็ต้องไฟเขียวเช่นกัน
ตั้งแต่เข้ามาทำกินในที่ดิน ครั้งเดียวที่จางซานแลกอาหารไฟเหลืองคือแลกกับที่ดินหมายเลข 2 แล้วดันได้ของเน่าเสียมา ที่ดินหมายเลข 2 เลยโดนจางซานแบนยาว
เซี่ยชิงไม่มีทางยอมโดนไอดอลแบนเด็ดขาด
หลังจากแลกของกับลูกน้องจางซานที่แนวกันไฟเสร็จ เซี่ยชิงก็แบกกล่องใบใหญ่กลับบ้าน ในกล่องนอกจากเครื่องคั้นน้ำผลไม้แล้ว ยังมีเอกสารพิมพ์ใหม่เอี่ยมกลิ่นหมึกยังฟุ้ง กับถุงใส่เมล็ดปวยเล้งไฟเขียวถุงเล็กๆ
หน้าแรกของเอกสารเขียนด้วยลายมือตัวโตๆ ว่า: คู่มือการปลูกปวยเล้ง ห้ามเผยแพร่
บนถุงเมล็ดปวยเล้งมีสติกเกอร์แปะไว้: เมล็ดปวยเล้ง ธาตุอี๋ 2.5 ส่วนหมื่น ธาตุเชียง 4 ส่วนพัน
เซี่ยชิงเข้าใจเจตนาของจางซาน เขาให้คู่มือเพราะอยากให้เธอปลูกปวยเล้งให้ได้คุณภาพ ส่วนเมล็ดปวยเล้งธรรมดาถุงนั้น ให้ไว้กันเหนียว
ส่วนกันเหนียวจากใคร ก็ต้องเป็นหลี่ซื่อที่จางซานเหม็นขี้หน้าอยู่แล้ว
จางซานนี่สมกับเป็นไอดอลคุณภาพ ไม่ยอมให้แฟนคลับต้องลำบากใจจริงๆ เซี่ยชิงขุดหลุมแฟนคลับให้ลึกขึ้นอีกหน่อย แล้วกระโดดลงไปนอนแผ่หลาอย่างสบายใจ
หลังมื้ออาหาร เซี่ยชิงเปิดคู่มืออ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
ในเงื่อนไขการปลูกมากมายที่ระบุในหนังสือ มีสี่ข้อสำคัญที่สุด: หนึ่งคือดินเพาะปลูกที่ต้องมีสัดส่วนองค์ประกอบธาตุแม่นยำถึงทศนิยมสองตำแหน่ง สองคือโรงเรือนอัตโนมัติที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณโมเลกุลในอากาศได้ สามคือน้ำหมักชีวภาพสำหรับแช่เมล็ดและใส่ปุ๋ย ซึ่งเซี่ยชิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร และสี่คือเครื่องมือตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสารอาหารในดินตลอดเวลา เพื่อให้สามารถเติมปุ๋ยที่ปวยเล้งต้องการได้ทันท่วงที
ต้องปลูกตามเงื่อนไขเป๊ะๆ แบบนี้เท่านั้น ถึงจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณธาตุอี๋ในปวยเล้งได้ทีละรุ่น และถ้าผิดพลาดนิดเดียวระหว่างปลูก ปริมาณธาตุอี๋ก็จะลดฮวบ
อย่าว่าแต่เซี่ยชิงไม่มีปัจจัยพร้อมขนาดนี้เลย ต่อให้มีเธอก็ไม่ทำ
เพราะถ้าขืนปลูกตามตำราเป๊ะๆ ต่อให้แยกร่างได้สิบแปดร่างก็ทำไม่ไหว สู้เอาเมล็ดปวยเล้งไปแลกน้ำยาธาตุอี๋กับไอดอลดีกว่า สบายกว่าเยอะ
แต่เทคนิคในคู่มือเล่มนี้ก็มีค่ามาก น่าเอามาปรับใช้
เช่น เพื่อเพิ่มคุณภาพปวยเล้งไฟเขียว ต้องใช้มูลสัตว์ไฟเขียวที่หมักแล้วมาเติมไนโตรเจน โดยเฉพาะมูลไก่จะดีที่สุด รองลงมาคือใช้เถ้าจากพืชไฟเขียวที่ไม่มีไข่แมลงมาเติมโพแทสเซียม และสามคือน้ำที่ใช้รด ดีที่สุดคือน้ำบริสุทธิ์ไม่ปนเปื้อน รองลงมาคือน้ำกลั่น
น้ำพุไม่ปนเปื้อน เธอมีแล้ว ลูกเจี๊ยบไฟเขียวก็กำลังฟัก อีกหน่อยพอเมล็ดปวยเล้งพ้นระยะพักตัวเริ่มปลูก เธอก็จะมีมูลไก่ไฟเขียว พอเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จ เธอก็จะมีเถ้าพืชไฟเขียว
น้ำพุมีเหลือเฟือ เถ้าพืชก็พอหาได้ ที่ขาดที่สุดคือมูลสัตว์ไฟเขียว เพราะลูกเจี๊ยบสิบตัวขี้ได้ไม่เท่าไหร่หรอก
เซี่ยชิงเลยเบนสายตาไปที่ลูกพี่แกะที่นอนเคี้ยวเอื้องอยู่ แม้ลูกพี่แกะจะเคยคลั่งจนคุมสติไม่อยู่ตอนฝนธาตุเชียงรอบแรกของปีนี้ ซึ่งแปลว่าธาตุเชียงในตัวน่าจะไม่น้อย แต่ก็ควรลองตรวจดูสักหน่อย
ที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจ เพราะการตรวจค่าธาตุเชียงในสัตว์ต้องเจาะเลือด ลูกพี่แกะอารมณ์ร้าย เซี่ยชิงกลัวเจาะแล้วเจ็บมันจะพาลรื้อบ้าน อีกอย่างต่อให้ตรวจเจอว่ากินได้ เธอก็ทำใจกินลูกพี่ไม่ลงอยู่ดี เลยเห็นว่าไม่จำเป็น
แต่ตอนนี้ จำเป็นแล้ว
คืนนี้ เซี่ยชิงตัดสินใจจะอาบน้ำให้ลูกพี่แกะ แล้วถือโอกาสเจาะเลือดมันซะเลย
ลูกพี่แกะโดนเซี่ยชิงกล่อมจนอาบน้ำเองเป็นแล้ว ทั้งเปิดฝักบัว ถูตัว สะบัดขน เซี่ยชิงแค่รอให้มันอาบเสร็จแล้วฉีดสเปรย์ดับกลิ่นให้ก็พอ
ดังนั้น วันนี้พอลูกพี่แกะจะไปอาบน้ำ เซี่ยชิงก็พูดด้วยความจริงใจสุดซึ้ง "ลูกพี่ คืนนี้ฉันอาบให้ไหม? จะได้ดูด้วยว่ามีเห็บหมัดหรือหนอนแมลงวันมาเกาะหรือเปล่า พวกนั้นมันร้ายนะ"
ลูกพี่แกะเคยโดนปรสิตเล่นงานมาก่อน และเซี่ยชิงก็บ่นกรอกหูเรื่องพวกนี้ให้ฟังบ่อยๆ มันรู้ดีว่าไอ้ตัวพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเลยหยุดเดิน หันกลับมาหรี่ตามองเซี่ยชิง ส่งสัญญาณให้รีบมาอาบให้ไว