- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 83 การกลับมาของลั่วเพ่ย
บทที่ 83 การกลับมาของลั่วเพ่ย
บทที่ 83 การกลับมาของลั่วเพ่ย
บทที่ 83 การกลับมาของลั่วเพ่ย
หลังจากตะโกนเรียกไปหลายที ทังหวายก็กดวิทยุสื่อสารถามเสียงเขียว "ที่ดินหมายเลข 3 ที่ดินหมายเลข 3 เซี่ยชิง เธอทำบ้าอะไรอยู่?"
เซี่ยชิงที่สวมหน้ากากป้องกันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ขับเครื่องตัดหญ้า แต๊กๆๆ ต่อไป จนกระทั่งทังหวายเริ่มแหกปากตะโกน เธอถึงตะโกนตอบกลับไป "ตัดหญ้าธาตุเชียง"
ทังหวายโมโหจนแผลระบมหนักกว่าเดิม "ฝนเพิ่งหยุดไปแค่วันเดียว ดินยังไม่ทันแห้ง เธอก็เอารถออกมาไถแล้ว ไม่กลัวติดหล่มหรือไง!"
เซี่ยชิงตอบกลับท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ แต๊กๆๆ ที่ดังเป็นจังหวะ "รถไถเอนกประสงค์ฉันเป็นแบบตีนตะขาบ ไม่กลัวโคลนหรอก อีกอย่างถึงติดหล่มก็ไม่เป็นไร ฉันเป็นมนุษย์วิวัฒนาการสายพละกำลัง ลากขึ้นมาเองได้"
ทังหวาย: กูจะ...
หูจื่อเฟิงรีบรับไม้ต่อ "นั่นสิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่ารถไถเอนกประสงค์เป็นแบบตีนตะขาบ"
เซี่ยชิงตะโกนตอบหูจื่อเฟิง "พี่เฟิง ล้อตัดหญ้าของรถไถเอนกประสงค์แค่ตัดต้นหญ้าให้ขาด ยังไงก็ต้องมาขุดรากเผาทิ้งอีกรอบอยู่ดี ที่ดินพวกพี่คนเยอะ ใช้แรงคนถอนหญ้าน่าจะดีกว่าใช้รถไถนะ ฉันบาดเจ็บอยู่ ถอนเองไม่ไหวจริงๆ"
หูจื่อเฟิงตะโกนกลับมา "ขี้เกียจถอน ตัดทิ้งไว้ก่อนรออีกสองวันค่อยมาไถกลบเผารากทีเดียว ยังไงก็น้ำมันแค่ถังเดียว ทางเธอต้องการคนช่วยไหม?"
เขาจงใจแสดงความสนิทสนมกับเซี่ยชิง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจคนจากที่ดินหมายเลข 2 ไปทางอื่น
เซี่ยชิงตอบ "ยังไม่รบกวนค่ะ ขอบคุณมากพี่เฟิง อีกสองสามวันฉันจะเข้าป่าไปหาของมาแลกน้ำมันดีเซลกับพี่สักถังนะ"
ฉีฟู่ก็ตะโกนถามบ้าง "เซี่ยชิง ฝ้ายวิวัฒนาการในที่ดินเธอเป็นไงบ้าง? เธอย้ายมาปลูกข้างนอกแล้วใช่ไหม?"
เขาถามได้จังหวะพอดี เซี่ยชิงปลูกฝ้ายไว้ไม่ไกลจากห้องใต้ดินที่ลั่วเพ่ยพักอยู่พอดี "ฉันกำลังขับรถไถไปตรงที่ปลูกฝ้ายวิวัฒนาการพอดี ตอนนี้ยังมองไม่เห็นเลย"
พูดจบ เซี่ยชิงก็วางวิทยุสื่อสาร เร่งเครื่อง แต๊กๆๆ มุ่งหน้าไปยังแปลงปลูกฝ้ายวิวัฒนาการ
หลังจากฝ้ายเกิดวิวัฒนาการธาตุเชียง ยังมีโอกาสสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะออกดอกเป็นปุยฝ้าย แน่นอนว่าฝ้ายวิวัฒนาการธาตุเชียงย่อมมีปริมาณธาตุเชียงเกินมาตรฐาน ต่อให้ออกดอก เมล็ดฝ้ายก็เอามาสกัดน้ำมันกินไม่ได้
เซี่ยชิงไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน สิ่งที่เธออยากได้คือปุยฝ้ายนุ่มฟูต่างหาก
พืชวิวัฒนาการธาตุเชียงมีพลังชีวิตที่อึดถึกทนมาก ต้นฝ้ายที่ย้ายมาปลูกไม่มีอาการเหี่ยวเฉาแม้แต่น้อย กลับเติบโตเขียวชอุ่มจนกลายเป็นต้นฝ้ายยักษ์สูงกว่าสองเมตร ถ้าดอกไม้บนต้นนี้สักหนึ่งในสิบกลายเป็นปุยฝ้าย ปีหน้าเซี่ยชิงจะไม่ทำโรงเรือนกันฝนให้ฝ้ายพวกนี้แล้ว ปล่อยให้มันวิวัฒนาการธาตุเชียงไปให้หมดเลย
แต๊กๆๆ แต๊กๆๆ
ฉับ—ฉับ—ฉับ—
เซี่ยชิงขับรถวนรอบต้นฝ้ายแต่ละต้น ใช้เครื่องตัดหญ้าตัดหญ้าธาตุเชียงนานาชนิดที่สูงแทบจะเท่าต้นฝ้ายทิ้ง
หญ้าธาตุเชียงล้มระเนระนาดเป็นแถบ วิสัยทัศน์ของเซี่ยชิงและลูกพี่แกะค่อยๆ เปิดกว้างขึ้น
รถไถเอนกประสงค์ในที่ดินหมายเลข 1 ก็เริ่มทำงานแล้ว เสียงรถไถสองคันไม่ได้สร้างความรำคาญให้คนธรรมดาในที่ดินอื่นเลย แต่สำหรับทังหวายที่เป็นมนุษย์วิวัฒนาการสายการได้ยินระดับสูง นี่คือมลพิษทางเสียงชั้นดี เขาหงุดหงิดจนสบถด่าไม่หยุด ต้องหนีไปหาหนูที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของที่ดิน
"พี่ลั่ว เรียบร้อยแล้วครับ" เว่ยเฉิงต้งพาลูกน้องขนย้ายเครื่องมือแพทย์ชุดสุดท้ายออกไป แล้วเตือนลั่วเพ่ยเสียงเบา
ลั่วเพ่ยพยักหน้า สั่งงานเว่ยเฉิงต้ง "นายอยู่ที่นี่ รอฟ้ามืดแล้วค่อยเอาเครื่องไปส่งให้เซี่ยชิง แล้วค่อยเอาน้ำพุไปสมทบกับหัวหน้าใหญ่ที่ภูเขาหมายเลข 49 จากนั้นค่อยนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับที่ดินหมายเลข 1"
"รับทราบครับ" เว่ยเฉิงต้งอดเตือนด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ "พี่ลั่วระวังตัวด้วยนะครับ"
ลั่วเพ่ยที่ใบหน้ายังแดงระเรื่อพยักหน้าน้อยๆ สะพายปืนไรเฟิลซุ่มยิงเดินกลับที่ดินหมายเลข 1 แผ่นหลังกว้างอันคุ้นเคยทำให้เว่ยเฉิงต้งน้ำตาซึม ดีจริงๆ พี่ลั่วหายดีแล้ว!
ในที่ดินหมายเลข 1 รถไถเอนกประสงค์กำลัง แต๊กๆๆ เคลียร์หญ้าธาตุเชียงเหนือทางเดินใต้ดิน และมีสมาชิกทีมอีกหลายคนถืออาวุธเดินลาดตระเวนยิงสัตว์วิวัฒนาการชนิดต่างๆ
เมื่อเห็นลั่วเพ่ยโผล่ขึ้นมาจากทางออกอุโมงค์ในตึกสามชั้นที่เพิ่งสร้างใหม่ตรงป่ากันชน หูจื่อเฟิงที่เฝ้าทางออกอยู่น้ำตาคลอเบ้า ส่วนเฉินเจิงน้ำตาไหลพราก ดีเหลือเกิน พี่ลั่วปลอดภัยแล้วจริงๆ!
หูจื่อเฟิงถลึงตาใส่เฉินเจิงที่น้ำมูกน้ำตาเลอะหน้า แล้วรายงานเสียงเบาหวิว "มีอีกาตัวหนึ่งบินวนอยู่บนฟ้าสูง สงสัยว่าเป็นสัตว์วิวัฒนาการทางสมองครับ มันบินวนอยู่ข้างบนตลอดเลย"
ลั่วเพ่ยตบไหล่เฉินเจิง แล้วเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า มองผ่านช่องส่องดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล็งปืนไรเฟิลซุ่มยิงไปที่อีกาที่กำลังบินวน
ปัง!
กลิ่นดินปืนที่ห่างหายไปนานทำให้ลั่วเพ่ยรู้สึกสดชื่น เขาหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาตามสรีรวิทยา แล้วสั่งเสียงเรียบ "ฉันยิงปีกมันหักข้างหนึ่งแล้ว ที่เหลือฝากนายจัดการต่อ"
"ครับ" กระสุนนัดนี้ของพี่ลั่ว เป่าความกังวลของทุกคนกระเจิงไปหมด หูจื่อเฟิงรับคำสั่ง แล้วพาคนไปเก็บซากอีกา
"รนหาที่ตาย!" ในที่ดินหมายเลข 2 สวีพินที่เฝ้าดูที่ดินหมายเลข 1 ผ่านกล้องที่ติดอยู่บนตัวอีกา เห็นภาพหน้าจอสั่นไหวไร้ทิศทาง ก็สบถออกมาแล้วกดปุ่มระเบิด
ตูม!
อีกาที่กำลังร่วงดิ่งพสุธาเกิดระเบิดกลางอากาศ กลายเป็นหมอกเลือดฟุ้งกระจาย
"ประกาศถึงเจ้าของที่ดินทุกท่าน เหนือน่านฟ้าที่ดินหมายเลข 1 พบสัตว์ปีกติดตั้งระเบิด ขอให้เจ้าของที่ดินทุกท่านระมัดระวังน่านฟ้าของตนเอง หากพบนกที่มีทิศทางการบินน่าสงสัย โปรดแจ้งทีมตรวจสอบอันตรายทันที ประกาศถึงเจ้าของที่ดินทุกท่าน..."
ในช่องสื่อสารเจ้าของที่ดิน เสียงประกาศอันเยือกเย็นของถานจวินเจี๋ยดังขึ้น ตามด้วยเสียงด่ากราดของหูจื่อเฟิง
ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ นกติดระเบิดเหนือที่ดินหมายเลข 1 ต้องเป็นฝีมือของที่ดินหมายเลข 2 แน่ๆ เซี่ยชิงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ขับรถไถ แต๊กๆๆ ต่อไป
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ตกดิน เซี่ยชิงถึงขับรถ แต๊กๆๆ กลับบ้าน พอทำกับข้าวเสร็จ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระลอกๆ จากทางทิศของที่ดินหมายเลข 1 และ 2
เซี่ยชิงปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา ฟังรายงานวีรกรรมน่าประทับใจในช่วงฝนธาตุเชียงของฐานฮุยซานและพยากรณ์อากาศจบ จดความรู้การเกษตรประจำวันเสร็จ หูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ใกล้เข้ามา
เธอแง้มผ้าม่านกันแสงหนาเตอะดู พอเห็นว่าเป็นเว่ยเฉิงต้งถึงได้เปิดประตู ช่วยเขายกเครื่องตรวจวัดธาตุอี๋ที่ห่อหุ้มมาอย่างแน่นหนาเข้าบ้าน
ลูกพี่แกะไม่เคยเห็นเว่ยเฉิงต้งมาก่อน ตั้งท่าจะขวิดให้หงายเงิบ ดีที่เซี่ยชิงห้ามไว้ทัน เว่ยเฉิงต้งยังมีภารกิจต้องไปทำต่อ พอยกเครื่องมาส่งเสร็จก็กำชับเซี่ยชิงไม่กี่คำ แล้วรีบวิ่งไปตักน้ำที่ตาน้ำพุ
เซี่ยชิงล็อกประตู เอาตลับเมตรมาวัดดู พบว่าเครื่องนี้ใหญ่เกินกว่าจะเอาเข้าห้องนอนได้ เลยต้องวางไว้ในห้องรับแขก ชั้นล่างเป็นพื้นที่ของเธอกับลูกพี่แกะ เครื่องมือละเอียดอ่อนแบบนี้วางไว้ที่ห้องรับแขกชั้นสองน่าจะปลอดภัยกว่า
เซี่ยชิงเลยยกเครื่องตรวจวัดหนักร้อยกว่าชั่งเดินขึ้นชั้นสองอย่างสบายๆ แล้ววางไว้กลางห้องรับแขก
เซี่ยชิงใช้ปูนโป๊ผนังกับสีทาผนังทาภายในบ้านจนเรียบเนียนขาวสะอาด พื้นก็ปูด้วยไม้ปาร์เกต์กันแมลง พอมีเครื่องมือไฮเทคหน้าตาดูดีมาตั้งประดับ ห้องก็ดูหรูหราขึ้นมาทันตา
มองจากข้างใน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นโลกหลังวันสิ้นโลกที่รกร้างว่างเปล่า
ที่นี่คืออาณาเขตของเธอ คือบ้านของเธอ
เซี่ยชิงฮัมเพลงอย่างมีความสุข เดินกลับลงมาห้องนั่งเล่นชั้นล่าง หลังจากทาสีห้องใหม่แล้ว ก็ไม่ต้องจุดไฟรมควันไล่ความชื้นไล่แมลงอีก พอเปิดไฟสีนวลตา บรรยากาศก็ดูอบอุ่นเงียบสงบไปทุกมุม
เก้าอี้ของเธอและเสื่อทาทามิของลูกพี่แกะก็อัปเกรดเป็นรุ่นที่ดูดีเข้ากับตัวบ้าน ลูกพี่แกะนอนเคี้ยวเอื้องฟังวิทยุอยู่บนเสื่อ ส่วนเซี่ยชิงนั่งบนเบาะหญ้าบนม้านั่งไม้ยาว ตั้งใจเช็ดปืนรักทั้งสามกระบอก
เมื่อตอนบ่าย เซี่ยชิงเห็นฉากที่นกดำเหนือที่ดินหมายเลข 1 โดนยิงร่วงแล้วระเบิดคาตา แม้หูจื่อเฟิงจะประกาศในวิทยุว่าเป็นฝีมือเขา แต่เซี่ยชิงรู้ดีว่าเป็นฝีมือลั่วเพ่ย
หลังจากเรียนยิงปืนมาสักพัก เซี่ยชิงรู้ซึ้งดีว่าในวันที่ลมแรงแบบนี้ การจะยิงนกที่บินอยู่บนฟ้าสูงให้ร่วงนั้นยากแค่ไหน
ลั่วเพ่ยที่กลับไปประจำการที่ดินหมายเลข 1 ประกาศการกลับมาของเขาด้วยกระสุนที่แม่นยำนัดนั้น
สมกับเป็นสไนเปอร์มือพระกาฬ ภายใต้การชี้แนะของเขา เซี่ยชิงก็จะต้องเก่งกาจเป็นสไนเปอร์มือฉมังให้ได้เหมือนกัน
ในอนาคตต้องมีคนใช้วิธีนี้มาแอบส่องที่ดินของเธอแน่ เธอจะต้องโต้กลับให้ได้เหมือนลั่วเพ่ย และเมื่อเธอแข็งแกร่งพอ เธอจะใช้กระสุนนัดเดียวเด็ดหัวทังเจิ้งซู่ แก้แค้นให้พ่อ