เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 93 อำนาจ!

GOI ตอนที่ 93 อำนาจ!

GOI ตอนที่ 93 อำนาจ!


หลังจากก้าวขาเข้าไปในศาลาไร้ตัวตนเป็นครั้งแรก ป๋ายเสี่ยวเฟยยืนเหม่อลอยอยู่กับที่

จากภายนอกแล้วศาลาไร้ตัวตนดูใหญ่โต แต่เขาไม่คาดคิดว่าข้างในจะถูกประดับตกแต่งราวพระราชวัง!

ไม่ว่าสายตาจะหันไปมองที่ใดก็มักจะมีประกายแสงแวววาวจากอัญมณีหยกและทองคำ ผนังกำแพงและเสาถูกสลักอย่างประณีตที่แค่มองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของปรมาจารย์ อีกทั้งโต๊ะยังสร้างมาจากไม้หนานมู่ลายทองคำ ภายใต้แสงสาดส่องจากโคมไฟหินกำเนิดจากเบื้องบน ไม่มีที่ใดในห้องโถงที่ไม่เจิดจรัส

และไม่ใช่แค่การตกแต่งภายในที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง กระทั่งพนักงานในศาลาไร้ตัวตนยังแต่งกายหรูหรามั่งคั่ง ต่างจากร้านค้าเล็กร้านอื่นๆ ไม่มีพนักงานคนใดเป็นศิษย์นักเรียน และทุกคนล้วนถูกฝึกมาโดยศาลาไร้ตัวตน ไม่ว่าจะเป็นอาภรณ์ วิธีเคลื่อนไหว น้ำเสียง สีหน้า และทุกสิ่งล้วนเหมือนกันราวกับเป็นร่างแยก

มีนักเรียนหลายร้อยคนเดินไปมาในห้องโถงชั้นแรก แต่มองแล้วไม่เหมือนฝูงชนแม้แต่น้อย บ่งบอกความกว้างขวางของศาลาไร้ตัวตนได้เป็นอย่างดี

อย่างไรเสียทุกตารางนิ้วในสถาบินชิงหลัวเป็นดั่งทองคำ แค่ร้านค้าเล็กๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลของฟางเย่ต้องใช้จ่ายไปมาก

ความมั่งคั่งของศาลาไร้ตัวตนไม่ได้มีไว้แค่โอ้อวด

“น่าตะลึงใช่ไหมล่ะ? ข้าก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันเมื่อมาเป็นครั้งแรก ในบางครั้ง หากเจ้าไม่ออกมาเจอโลกภายนอก เจ้าจะไม่มีทางรู้เลยว่าโลกนี้มหัศจรรย์เพียงใด”

เสียงของเสวี่ยอิ่งดังอยู่ข้างกายป๋ายเสี่ยวเฟย ดึงดูดจิตวิญญาณของเขากลับมา

“ศาลาไร้ตัวตนเป็นของสถาบัน?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงลำคอ สุ้มเสียงแฝงความโหยหา แต่เขาเพียงรู้สึกเช่นนั้นได้ในเวลานี้เพราะนอกจากความสิ้นหวังไร้พลังต่อสิ่งตรงหน้าแล้ว ความมั่งคั่งของเขาในยามนี้ไม่สามารถทำอันใดได้ ถึงแม้จะมีอันดับบุปผาอีกสักพันแห่งทำกำไรให้ ก็ยังไร้ค่าอยู่ดี

“สถาบันก็หวังเช่นนั้น แต่สถาบันไม่มีอำนาจมากพอ และไม่มีทรัพย์สินให้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายด้วย”

เสวี่ยอิ่งหยุดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ศาลาไร้ตัวตนมีร้านสาขาอยู่ทั่วทุกหนแห่งในทวีปตอนเหนือ ศาลาไร้ตัวตนในสถาบันชิงหลัวถือได้ว่ามีขนาดเล็ก และอำนาจที่เจ้าเห็นจากศาลาไร้ตัวตนเป็นเพียงขนเส้นหนึ่งของหลังวัวอ้วนเท่านั้น”

“แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเบื้องหลังศาลาไร้ตัวตนคือจักรวรรดิไร้ตัวตนที่มีชื่อเสียงเลื่องชื่อไปทั่วทวีปในเรื่องสร้างหุ่นเชิด หากพวกเขาไม่ใช่เศรษฐี ก็คงไม่มีกล้ากล้าเรียกตัวเองว่าร่ำรวยแล้ว”

เมื่อนางเอ่ยจบ ป๋ายเสี่ยวเฟยเหม่อลอยอย่างอดไม่ได้

เขารู้เกี่ยวกับจักรวรรดิไร้ตัวตน เพราะเขาก็เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ของทวีปมาเกือบหนึ่งเดือน ไม่ว่าเขาจะเกียจคร้านเพียงใดก็ยังรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

เทือกเขาไร้ขอบเขตเป็นเส้นแบ่งทวีปตอนเหนือและตอนใต้ มีเพียงจักรวรรดิสื่อจิง จักรวรรดิไร้ตัวตน จักรวรรดิม่านเมฆา และจักรวรรดิเย่ฮวาที่ใหญ่พอในหมู่อาณาจักรที่สามารถเรียกตนเองว่าจักรวรรดิในดินแดนตอนเหนือได้ ทั้งหมดล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของพวกเขา

เย่ฮวาโดดเด่นในด้านรักษา สื่อจิงมีกำลังวังชาเลิศล้ำ ม่านเมฆาร่ำรวยในเหมืองแร่ ไร้ตัวตนคืออาณาจักรแห่งปรมาจารย์นักสร้างหุ่นเชิด แปดในสิบส่วนของนักสร้างหุ่นเชิดที่มีชื่อเสียงในทวีปล้วนอยู่ในจักรวรรดิไร้ตัวตน

“ไปเถอะ เลิกเหม่อได้แล้ว ยังต้องทำการทดสอบ เพราะบางคนในหมู่พวกเจ้าอาจไม่สามารถควบคุมหุ่นเชิดตัวที่สองได้”

เสวี่ยอิ่งเรียกสติป๋ายเสี่ยวเฟย เดินนำทั้งกลุ่มไปยังมุมหนึ่งในห้องโถง

แม้จะเป็นมุมห้อง แต่ก็เป็นมุมที่เต็มไปด้วยผู้คน

“อาจารย์เสวี่ยอิ่ง! ท่านพาศิษย์มาทดสอบด้วย!?”

เมื่อเดินไปยังบริเวณทดสอบ เสียงประหลาดใจระคนยินดีของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา ป๋ายเสี่ยวเฟยกวาดตามองไปตามเสียงเห็นชายที่มีสีหน้าอ่อนโยนสวมใส่แว่น

หวงเทียนฮั๋ว อาจารย์ประจำห้องของศิษย์ใหม่เหมือนกับเสวี่ยอิ่ง เขาเป็นนักเชิดหุ่นสายพลังงานที่ตามเกี้ยวพาราสีเสวี่ยอิ่งมาทั้งเดือนอย่างไม่หยุดหย่อน

โชคร้ายที่เสวี่ยอิ่งไม่มีความสนใจในตัวเขา

แต่ถึงแม้นางจะไม่สนใจ นางก็ยังต้องสุภาพต่อเขา

“คารวะอาจารย์หวง ขออภัยแต่พี่หญิงเสวี่ยเจ็บคอตั้งแต่หลายวันก่อน จึงไม่สะดวกนักที่นางจะพูดกับท่าน”

ก่อนที่เสวี่ยอิ่งผู้มีสีหน้าไม่สู้ดีจะทันได้เอ่ยปาก ป๋ายเสี่ยวเฟยย่างก้าวเข้าไปหยุดหวงเทียนฮั๋ว ป๋ายเสี่ยวเฟยรู้ชัดแจ้งว่าเขามาทำอะไร แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้หวงเทียนฮั๋วเข้าใกล้เสวี่ยอิ่ง

การตอบสนองของป๋ายเสี่ยวเฟยทำให้เสวี่ยอิ่งรู้สึกดีใจ รอยยิ้มที่มองไม่เห็นปรากฎขึ้นตรงมุมปากของนาง

“เสี่ยวเฟย ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานานแล้ว วิถีวีรบุรุษเริ่มตั้งแต่เยาว์วัยโดยแท้ เมื่อข้าอายุเท่าเจ้ายังมิอาจเทียบได้”

หวงเทียนฮั๋วยิ้มแหยๆ และสุภาพกับป๋ายเสี่ยวเฟยที่เอ่ยขัดเขามาก และศิษย์ที่อยู่ข้างหลังเขาตื่นเต้นถึงขีดสุดเมื่อสังเกตเห็นป๋ายเสี่ยวเฟย

“ลูกพี่เฟย! ลูกพี่ฟาง!”

ศิษย์ใหม่สี่คนที่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่รู้จักรีบวิ่งเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร สำหรับศิษย์ใหม่แล้ว ป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่ได้กลายมาเป็นตัวตนในตำนาน ถือว่าเป็นเกียรติสำหรับพวกเขาหากได้พูดคุยกับป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่

“พวกท่านทั้งสองมาเลือกหุ่นเชิดเหมือนกันหรือ? สหายของข้าต่อแถวอยู่ด้านหน้า พวกเราจะบอกให้พวกมันแลกที่กับท่าน!”

ศิษย์ใหม่เอ่ยอย่างมีอารมณ์ ใบหน้าของหวงเทียนฮั๋วข้างๆ มืดทะมึนลง

‘ไม่เพียงเสวี่ยอิ่งที่เมินข้า การกระทำของไอ้เด็กเวรพวกนี้หมายความว่าอย่างไร? อย่าบอกนะว่าป๋ายเสี่ยวเฟยสำคัญกว่าอาจารย์ประจำห้องของพวกเจ้า?’

หวงเทียนฮั๋วกัดฟันแน่นกรอด โทษป๋ายเสี่ยวเฟยอยู่ในใจ

“ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น พวกเราจะต่อแถวรอเอง”

ป๋ายเสี่ยวเฟยรีบโบกมือปฏิเสธ เขาเอ่ยอย่างจริงใจ ในความเป็นจริงแล้ว ที่เขาก่อตั้งสมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่ขึ้นมาเพราเขาต้องการเงิน หรือมากที่สุดก็แค่สร้างชื่อเสียงให้ตนเอง แต่เขาร้อยไม่คิดพันไม่คิดว่าชื่อเสียงที่สั่มสมมาของเขาจะมากเกินไป...

พูดให้เข้าใจง่าย ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ได้เตรียมตัวพร้อมที่จะเป็นนายของฝูงชนจำนวนมากแม้แต่น้อย...

“หามิได้! พวกเราจะให้ลูกพี่ต่อแถวอยู่ข้างหลังได้อย่างไร!?”

ศิษย์ใหม่คนนั้นเอ่ยก่อนจะรีบวิ่งไปข้างหน้าพร้อมเพื่อนร่วมห้อง เขาตะโกน

“ลูกพี่ป๋ายมาทำการทดสอบ! มีสหายข้างหน้าผู้ใดยินดีสละที่ให้ลูกพี่บ้าง?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่มีแม้แต่โอกาสจะหยุดเขาก่อนที่เสียงนั้นจะดังไปทั่วบริเวณ ทุกหันกลับมามองข้างหลังอย่างพร้อมเพรียง

หลังจากนั้น อย่างน้อยสามในสิบของกลุ่มคนวิ่งกรูมาล้อมรอบเขาไว้

“ลูกพี่ป๋ายจริงๆ ด้วย!”

“ลูกพี่ฟางก็อยู่!”

“ในที่สุดก็ได้เจอตัวเป็นๆ !”

“ลูกพี่ ขอลายเซ็นต์หน่อย!!!”

“ลูกพี่ รับข้าไปเป็นลูกน้องด้วย!!!”

...

หลากเสียงแฝงความตื่นเต้นดังขึ้น บริเวณทดสอบที่มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบในบัดนี้เปลี่ยนเป็นดั่งตลาดนัด

“พวกเจ้าทุกคนหุบปาก!!! คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกเจ้าหรือ!!?”

เสียงทุ้มลึกดังกลบเสียงของทุกคน เปลี่ยนบริเวณโดยรอบให้เงียบเป็นป่าช้า

ต่อมา ศิษย์ปีสามที่มีรูปร่างคล้ายคลึงหมีทลายพสุธาเดินเข้ามา บนหน้าอกมีสัญลักษณ์แสดงตัวตนในฐานะเทพในหมู่ปุถุชน

“ศิษย์ใหม่ ข้าได้ยินเรื่องของเจ้าแล้ว เจ้าคือป๋ายเสี่ยวเฟย ให้ข้าชี้แนะเรื่องหนึ่ง อย่ายโสโอหังมากเกินไป เพราะพวกสวะที่เจ้าจัดการไม่อาจเป็นตัวแทนของทุกคนในศิษย์ปีสูงๆ ได้ เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”

ศิษย์พี่เอ่ยเสียงเย็นชา ใบหน้าจริงจังขึงขังในบัดนี้ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม

อีกทั้งการมาถึงของเขาทำให้จิตใจของทุกคนสั่นเทิ้ม

อันดับที่ 57 ในอันดับต่อสู้ วิญญาณศิลา สงเฉิง!

จบบทที่ GOI ตอนที่ 93 อำนาจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว