เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - การรักษา

บทที่ 26 - การรักษา

บทที่ 26 - การรักษา


บทที่ 26 - การรักษา

☆☆☆☆☆

เขาใช้ผ้าห่มห่อตัวเด็กสาวอย่างระมัดระวัง จัดท่าให้ไป๋กู่นอนสบายๆ จากนั้นก็ติดอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพต่างๆ ให้เธอ เนื่องจากไม่มีคู่มือ เขาเลยต่อเครื่องวัดคลื่นหัวใจไม่สำเร็จสักที โชคดีที่เครื่องวัดชีพจรยังใช้ได้

ตัวเลขดูไม่ค่อยดี แต่ซูหมิงดูไม่เป็น ความรู้ที่อัดเข้าหัวมาแบบเร่งด่วนทำได้แค่นี้แหละ

ซูหมิงแกะชุดตรวจ ATK แหย่ไม้พันสำลีก้านยาวเข้าไปแยงจมูกไป๋กู่ เด็กสาวสะดุ้งตื่น ถลึงตามองเขาอย่างเคียดแค้นแวบหนึ่ง แล้วก็สลบไปอีก

จากนั้นเขาก็สลับไปฝั่งเจ้าหนาม เปิดแอปฯ ปรึกษาหมอออนไลน์ในมือถือ บัญชีของเหมียวซินมีเงินติดอยู่หน่อย รหัสจ่ายเงินเขาอ่านจากความทรงจำมาแล้ว เขาเลยเปย์หมอราคาแพงสุด แล้วส่งอาการของไป๋กู่ไปให้

เนื่องจากอาการค่อนข้างหนัก หมอเลยแนะนำให้รีบส่งคนไข้ไปโรงพยาบาลด่วน ห้ามชักช้า

ซูหมิงเลยแต่งเรื่องสดๆ ร้อนๆ ว่าเขาอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย เพิ่งลงจากเรือเดินสมุทร

ในเรื่องที่แต่ง พวกเขาคณะหนึ่งนั่งเรือไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดีย ไปเจอชนเผ่าพื้นเมืองที่ใช้ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอก พวกเขาพักอยู่ไม่กี่วัน ดันเอาเชื้อไวรัสไปติดคนพื้นเมืองคนหนึ่ง ตอนนี้อาการคนพื้นเมืองคนนั้นแย่มาก

บนเรือมีแค่หมอกระเป๋าความรู้หางอึ่ง แต่มีอุปกรณ์ง่ายๆ กับยาพอสมควร พวกเขาเลยต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากแพลตฟอร์มหมอออนไลน์ในประเทศ หวังว่าจะช่วยชีวิตคนพื้นเมืองคนนี้ได้

แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่หมอออนไลน์ที่รับเคสซูหมิงก็เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ตามจรรยาบรรณ

“คนไข้เพศ อายุ น้ำหนักครับ” หมอออนไลน์ถาม

“เพศหญิง อายุ...”

ถ้าดูจากหน้าตา ไป๋กู่ดูเด็กมาก แต่เธอเคยบอกว่าตัวเองเกิดเมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน

ความคลาดเคลื่อนนี้ยังพอรับได้ แต่ซูหมิงเคยพลิกดูหนังสือ 《เจาะลึกศาสตร์แห่งความตาย - จากมือใหม่สู่ลงโลง》 เขาเห็นบทความหนึ่งชื่อ 《ว่าด้วยการเป็นเนโครแมนเซอร์โดยไม่ต้องมีพื้นฐานปั้นโมเดล》 ตีพิมพ์เมื่อร้อยยี่สิบสองปีก่อน ลงนามผู้เขียนว่า ลี่

เพราะงั้นเรื่องอายุบอกยากจริงๆ

“อายุน่าจะ 18 มั้งครับ น้ำหนักกะด้วยสายตาน่าจะ 44 ไม่ถึง 45 กิโลฯ แน่ๆ” ซูหมิงตอบ

“หญิงสาวอายุน้อย รูปร่างผอม ตอนนี้คนไข้มีสัญญาณชีพยังไง มียาอะไรอยู่บ้างครับ” หมอถาม

“ชีพจร 105 อุณหภูมิ 38.8 ออกซิเจนในเลือด 93% ยาสามัญส่วนใหญ่มีครับ”

“ประวัติแพ้ยา”

“ไม่มีครับ”

หมอฟังจบ ก็บอกให้ซูหมิงฉีดสเตียรอยด์ก่อน ป้อนยาต้านไวรัสอาซูฟูดีน แล้วรีบทำชุดตรวจเท่าที่ทำได้

เรื่องป้อนยาซูหมิงพอมีวิธี เขาพบว่าถึงไป๋กู่จะหลับลึก แต่ถ้ากวนหน่อยเธอก็จะตื่น พอเขายัดยาใส่ปาก ป้อนน้ำ เธอก็จะกลืนเอือก

แล้วก็ถลึงตาใส่เขาอย่างอ่อนแรงทีหนึ่ง ก่อนจะหลับต่อ

ซูหมิงชักจะติดใจ อยากโดนมองแรงอีกสักรอบ เพราะท่าทางตอนเธอค้อนขวับนี่ดูดีชะมัด ปกติไม่มีทางได้เห็นคุณหนูไป๋กู่ในโหมดนี้หรอก

แต่การฉีดเข้าเส้นเลือดดำนี่ยุ่งยาก ผสมยาฉีดน่ะง่าย แต่ตอนแทงเข็มนี่สิทรมานใจ

จู่ๆ ก็นึกอะไรออก ซูหมิงร่ายเวทเนตรวิญญาณใส่ตัวเอง อาศัยตาเอกซเรย์ช่วย เขาแทงเข็มเข้าเส้นเลือดที่หลังมือไป๋กู่ได้อย่างราบรื่น แต่พอแทงเสร็จเพิ่งนึกได้ว่าลืมเช็ดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เลยเอาสำลีมาเช็ดโปะๆ ตามหลัง

สุดท้าย หมอออนไลน์ก็ให้แผนการรักษามาชุดหนึ่ง พร้อมย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นแค่คำแนะนำ ต้องให้แพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะเป็นคนตรวจสอบและดำเนินการ

ซูหมิงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แล้วหยิบกระบอกฉีดยาออกมา ผสมยาปฏิชีวนะกับยาต้านไวรัสตามที่หมอสั่ง เริ่มทดสอบการแพ้ยาที่ผิวหนังให้ไป๋กู่

ขนาดซูหมิงโดนจิ้มบ่อยๆ ตอนอยู่โลก แต่พอมาทำเอง เขาต้องจิ้มไปเจ็ดแปดทีกว่าจะทิ้งรอยนูนแดงๆ ไว้บนผิวเนียนละเอียดของเด็กสาวได้สำเร็จ

ง่วนอยู่กว่าชั่วโมงกว่าจะเสร็จ ซูหมิงมองดูน้ำเกลือที่หยดลงมาทีละหยดในสายยาง รู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ

เขาเดินไปนั่งข้างเตียงไป๋กู่ ล้วงคริสตัลเวทมนตร์ออกมาจากกระเป๋า ร่ายเวทตรวจสอบร่างกาย นี่เป็นของที่เขาให้เธอทำไว้ให้ ไม่งั้นเขาใช้เวทธาตุน้ำบทนี้ไม่ได้หรอก

แสงสีฟ้าครอบคลุมร่างเด็กสาว ภายในร่างไป๋กู่ฉายแสงสีต่างๆ ออกมา ยังคงดูเลอะเทอะและน่ากลัว แต่ซูหมิงก็ดีใจที่พบว่า สีพวกนั้นจางลงกว่าตอนที่ตรวจครั้งแรกเมื่อหลายชั่วโมงก่อนจริงๆ

ซูหมิงโล่งอก แม้หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็คุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว

เขาเริ่มเช็ดตัวลดไข้ให้ไป๋กู่ตามที่หมอสั่ง เฝ้าดูอาการ และเปลี่ยนขวดน้ำเกลือ

ว่างๆ เขาก็บังคับเจ้าหนามไปที่บ้านผอ.สถานพักฟื้น กวาดทรัพย์สินมาได้พอสมควร จากนั้นเขาสั่งให้เหมียวซินรวมร่างกับเจ้าหนาม แล้วไปซ่อนตัวในป่าบนเขาแถวนั้น

สักพักเหมียวซินก็ส่งสัญญาณตอบรับว่าภารกิจเสร็จสิ้น

ซูหมิงเช็กดู ที่ซ่อนถือว่าไม่เลว เป็นท่อระบายน้ำที่มีหญ้าขึ้นรกครึ้ม

เขาจัดระเบียบบันทึกการใช้ยาไปพลาง ผสมยาและเปลี่ยนขวดน้ำเกลือไปพลาง พอฟ้าใกล้สาง ซูหมิงก็วัดสัญญาณชีพไป๋กู่ใหม่อีกรอบ แล้วกลับไปปรึกษาหมอออนไลน์

“ตอนนี้ชีพจร 103 อุณหภูมิ 37.2 ออกซิเจน 95% การหายใจ 22 ความดัน 105/70 ครับ”

“ดีขึ้นนิดหน่อยครับ อย่าเพิ่งใจร้อน สงครามไวรัสในร่างกายคนเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรอกครับ” หมอออนไลน์ปลอบใจ

“ไม่ครับ มองเห็น” ซูหมิงตอบ “เทียบกับก่อนหน้านี้ ปริมาณไวรัสลดลงไปประมาณ 20%”

“...งั้นคุณใช้ยาตามเดิมต่อไปนะครับ”

“ได้ครับ”

ตอนบ่ายไป๋กู่ตื่นขึ้นมา เธอบอกซูหมิงว่าหิวหน่อยๆ สีหน้าดูดีขึ้นเยอะ

พอไข้ลด เหงื่อก็ออกจนหัวและเสื้อผ้าเปียกโชก ซูหมิงเอาผ้าขนหนูมาเช็ดให้แห้ง แล้วเอาชุดนอนตัวเองมาให้เธอเปลี่ยน

ซูหมิงเช็กเสบียง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหลือสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเขาเพิ่งปลุกชีพมาเป็นวัตถุดิบ พอคลายเวทรูปร่างก็ดูเหมือนเดิม แต่ซูหมิงไม่แน่ใจว่ายังกินได้ไหม

เมื่อคืนเขากัดไส้กรอกประทังชีวิตไปแค่ไม่กี่อัน ตอนนี้ก็หิวไส้กิ่วเหมือนกัน

เขาเอาบะหมี่ถ้วยที่ไม่ได้ปลุกชีพมาเติมน้ำร้อน ใส่ไส้กรอกลงไปอันหนึ่ง ยกไปให้ไป๋กู่

เด็กสาวยังดูอ่อนแรง เห็นบะหมี่ก็ทำหน้าไม่ค่อยอยาก แต่พอกินเข้าไป กลับเจริญอาหารผิดคาด กินเส้นกินไส้กรอกจนเกลี้ยง

ซูหมิงจนปัญญา เลยได้ซดแค่น้ำซุปที่เหลือ

กินเสร็จไป๋กู่ยังไม่นอนทันที เธอนั่งพิงหัวเตียง มองดูเข็มคาเส้นที่หลังมือและถุงน้ำเกลือที่กำลังหยดติ๋งๆ

เธอยกมือขึ้นส่ายไปมาอย่างอ่อนแรง มองดูฟองอากาศเล็กๆ ลอยขึ้นในสายยาง

“เฮ้ย อย่าขยับมือมั่วซั่วสิ” ซูหมิงรีบห้าม “เกิดรั่วขึ้นมาจะยุ่ง ผมกว่าจะจิ้มได้เลือดตาแทบกระเด็น”

“งั้นรูอื่นๆ บนหลังมือฉันนี่ ฝีมือนายเหมือนกันเหรอ” ไป๋กู่ถาม

“ฉีดยาครั้งแรกน่ะ หยวนๆ หน่อยนะ”

ไป๋กู่ที่ตื่นเต็มตาไม่ได้ถลึงตาใส่ซูหมิง ทำเอาเขาเสียดายหน่อยๆ

นักปราชญ์สาวยื่นมือออกมาร่ายเวทตรวจสอบร่างกายไปหลายบท พอเห็นผลลัพธ์ก็ตกใจตาโต

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - การรักษา

คัดลอกลิงก์แล้ว