เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 82 สมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่!

GOI ตอนที่ 82 สมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่!

GOI ตอนที่ 82 สมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่!


“เอ่อ... ลูกพี่ป๋าย พวกเราควรทำเช่นไร?”

คำพูดของป๋ายเสี่ยวเฟยทำให้ทั้งเก้ารู้สึกสนใจ ต้องรู้ว่าไม่มีคนมากนักใน ‘บริเวณสามัญ’ ที่เป็นเช่นฟางเย่ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามาจากตระกูลไร้ชื่อเสียงไม่มีทรัพยากรมาก บางคนถีงกับต้องพึ่งพาการทำภารกิจในสถาบันเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ

แต่ตัวตนของค่าคุ้มครองเป็นดั่งปีศาจร้ายที่คอยกัดกินพวกเขาให้อยู่ในสภาวะอ่อนล้า

เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงนักเมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยถึงค่าคุ้มครอง

“ก็ง่ายๆ แค่เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่ที่ข้าก่อตั้งขึ้น!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้ม ส่วนทุกคนตื่นตระหนก

“สมาคม... รวมพลังศิษย์ใหม่?”

พวกเขากลืนน้ำลายพลางเผยสีหน้าตื่นตะลึง

“แค่จ่ายค่าสมาชิกครึ่งหนึ่งของค่าคุ้มครองทุกเดือน และปล่อยให้พวกศิษย์พี่ที่มาเก็บค่าคุ้มครองเป็นหน้าที่ของข้า เดือนแรกถือว่าให้ทดลอง ไม่จำเป็นต้องจ่าย!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยโยนเหยื่อล่ออีกตัวให้ทั้งเก้า

อย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันใดเพราะป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นผู้กระทำการทั้งหมด!

“เช่นนั้น...พวกเราต้องทำอะไรไหม?”

เสียงของหนึ่งในหัวหน้าห้องสั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้นเพราะตอนแรกเขาคิดว่าจะต้องถูกทรมานโดยป๋ายเสี่ยวเฟย ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีสมบัติตกลงมาจากฟากฟ้าให้เขาเก็บเกี่ยว!

“โน้มน้าวเพื่อนร่วมห้องของเจ้าและป่าวประกาศตนว่าเป็นสมาชิกของสมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่ให้ทุกคนรู้ หลังจากนั้นหากข้าเรียกพวกเจ้า ทุกคนต้องมา ไม่ยากใช่หรือไม่?”

ทั้งเก้านิ่งเงียบลงเมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยจบ ทุกคนล้วนอยากได้ผลประโยชน์แต่การประกาศตนเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยง และไม่มีใครอยากรับความเสี่ยงนี้เนื่องเพราะเรื่องราวอาจจะเลวร้ายลงได้ทุกเมื่อ

สำหรับพวกเขาแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากที่ป๋ายเสี่ยวเฟยจะจบไม่สวย!

“ไม่มีเหตุใดให้พวกเจ้าต้องเปลืองเวลาคิด”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยพลางมองไปยังทั้งเก้าที่ยังลังเล ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มอ่อนจาง

“อย่าลืมว่าพวกเรายังมีคาบชุมนุมให้เรียนอีกหลายครั้ง ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าแสดงความสามารถและจะพยายามเต็มที่เพื่อให้พวกเจ้ามีสาขารองรับ ในทางกลับกัน คงไม่ต้องให้ข้าบอกหากเจ้าปฏิเสธ”

คำข่มขู่!

ขู่กันหน้าด้านๆ !

แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ป๋ายเสี่ยวเฟยต้องการจะกล่าว นอกจากยาพิษแล้วยังมีเค้กให้พวกเขาลิ้มรสด้วย...

“ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธอยู่ตรงหน้าของพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้าลองคิดดู หากสมาคมไม่ล่มสลาย พวกเจ้าจะเป็นสมาชิกกลุ่มแรก และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เพียงคนในห้องของข้าเพื่อจัดการดูแลศิษย์ใหม่ทั้งหมด เพราะงั้น...”

ป๋ายเสี่ยวเฟยหยุดกลางประโยค สายตาจับจ้องที่คนทั้งเก้า ศิษย์พี่สามคนที่นอนอยู่บนพื้นมีสีหน้าเหม่อลอย

‘ศิษย์ใหม่ผู้นี้ต้องการพลิกฟ้าหรือ!?’

“ลูกพี่ป๋าย ข้าจะทำทุกสิ่งที่ท่านสั่ง!”

คนแรกที่เอ่ยตกลงปรากฎตัวขึ้น คนที่เหลือทำตามทันทีเพราะพวกเขาไม่อาจทนต่อความกดดันของยาพิษและเค้กได้

“เจ้าชื่ออะไร?”

หลังจากได้รับคำยินยอมของทุกคน ป๋ายเสี่ยวเฟยหันไปมองหัวหน้าห้องคนแรกที่เอ่ยออกมา คนผู้นั้นเผยสีหน้าตื่นเต้น

“ข้าเจียงหยุน ลูกพี่ป๋าย ท่านสามารถเรียกข้าว่าเสี่ยวเจียงได้”

เจียงหยุนเอ่ยอย่างเคารพนพนอบราวกับว่าเขาได้ตัดสินใจเป็นลูกน้องของป๋ายเสี่ยวเฟยแล้ว...

“ข้าจะมอบหมายงานให้เจ้าทำ เอาพวกมันทั้งสามไปแขวนไว้ข้างนอกและบอกให้ศิษย์ของห้องเจ้ากระจายข่าวให้ทั่ว ยิ่งดังยิ่งดี และจะดีที่สุดหากศิษย์ใหม่ทั้งหมดในบริเวณหอพักรู้เรื่องนี้ หลังจากนั้นให้บอกเรื่องที่ข้าเพิ่งบอกเจ้าไปกับศิษย์ใหม่ที่สนใจเข้าร่วม และศิษย์ที่เจ้าชักชวนมาได้จะอยู่ในการดูแลของเจ้า”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยคำแล้วคำเล่า หลังจากทั้งเก้าได้ยิน พวกเขาเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ปากกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไป

ในใจของพวกเขามีเพียงหนึ่งประโยคที่ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยว่า ‘แขวนทั้งสามไว้ข้างนอก’...

“ลูกพี่ป๋าย พวกเราทำได้ทุกอย่าง แต่พวกศิษย์พี่...”

เจียงหยุนเผยสีหน้าลังเล แต่ที่เขาได้กลับมาคือการจ้องมองอย่างนิ่งเงียบของป๋ายเสี่ยวเฟย ครั้งนี้ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่เสียน้ำลายพูด แต่สีหน้าของเจียงหยุนเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครา ไม่นานนักเขาก็กัดฟันแน่นยอมรับชะตากรรม

“ข้าจะทำ!”

ด้วยความเด็ดเดี่ยวของเจียงหยุน ศิษย์ทั้งสามเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาทันที

แน่นอนไม่มีใครสังเกตได้จากใบหน้าบวมเป่งพวกนั้น...

“เจ้ากล้า!? หากพวกเจ้า...”

พวกมันยังไม่ทันพูดจบก็เป็นหวู่จื๋อและคนอื่นที่กรูเข้ามารายล้อม และเสียงตบตีก็ดังอีกหลายครา...

“เอาล่ะ พวกมันเงียบเสียที เอาพวกมันออกไป หวู่จื๋อ สือขุย โม่ข่า พวกเจ้าทั้งสามตามไป สั่งสอนพวกมันหากกล้าประพฤติตนไม่ดีอีก”

ขณะที่ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว ศิษย์ทั้งสามที่ตั้งใจจะขัดขืนรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นเชื่อฟังทันทีเพราะทั้งสามที่ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยถึงเป็นพวกที่อัดพวกเขาหนักที่สุด

พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาถูกอัดตีจนกระทบกระเทือนถึงจิตใจ...

ทั้งเก้าตอบตกลงก่อนจะรีบวิ่งออกไปเพราะพวกเขาต้องกระจายข่าวอันน่าตกตะลึงโดยเร็วที่สุด

หากกล่าวว่านี่เป็นแผนของป๋ายเสี่ยวเฟยคนเดียวเมื่อครู่ เช่นนั้นในปัจจุบันแผนนี้ถือได้ว่าเป็นภารกิจของทั้งสิบห้องเพราะป๋ายเสี่ยวเฟยบังคับให้พวกเขาต้องลงเรือลำเดียวกัน!

“พวกเจ้าที่เหลือไปกับฉิงหนาน งานของพวกเจ้าคือกระจายข่าวเช่นกัน แต่วิธีการจะแตกต่างออกไป พวกเจ้าจะต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมา!”

ขณะที่ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว ฉิงหนานและคนอื่นมีท่าทีขึงขังขึ้น

‘มีงานให้ทำแล้ว!’

“ก่อนอื่น ไปตั้งภารกิจในอันดับค่าหัว เป้าหมายคือข้า!”

ฉิงหนานและพวกเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน

‘ตั้งค่าหัวตัวเอง!?’

ถึงแม้พวกเขาจะตะลึงระคนสับสนอยู่ในใจ แต่ไม่มีใครถามออกมาเพราะรู้ว่าป๋ายเสี่ยวเฟยมีแผนเตรียมไว้

“รายละเอียดในภารกิจคือสมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่ที่ข้าสร้างขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อกฎที่มีมาช้านาน ศิษย์ปีสองไม่อาจรับมือได้อีก จึงได้ขอความช่วยเหลือจากศิษย์ปีสามและปีสี่”

เมื่อได้ยิน มีประกายแสงแวบผ่านนัยน์ตาของทุกคนไป

ในทีแรก ป๋ายเสี่ยวเฟยราวกับกำลังหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อข่าวของภารกิจกระจายออกไป ผลประโยชน์ที่ได้รับจะมากกว่าผลเสีย

“หลังจากจัดการเสร็จ พวกเจ้าจึงสามารถเริ่มกระจายข่าวได้ ยิ่งคนรู้มากเท่าใดยิ่งดี จะดีที่สุดหากศิษย์ใหม่ทั้งหมดรู้ก่อนค่ำ”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกวาดตามองทุกคน ความขึงขังจริงจังมีมากกว่าทุกครั้ง เขายังไม่จริงจังเช่นนี้ตอนต่อสู้กับหมีทลายพสุธา

“พี่ใหญ่เฟยไม่ต้องเป็นกังวล เรื่องกระจายข่าวจะไม่เป็นปัญหาเมื่อมีชีเว่ย!”

หวังหางตอบกลับ แต่เมื่อพูดจบก็รู้ตัวว่าทำพลาดไปเสียแล้ว น่าเสียดาย ศรที่ยิงออกไปมิอาจหวนคืน...

“หวังหาง ข้าจะจำเอาไว้ และเจ้าต้องให้คำอธิบายแก่พวกเราด้วยเมื่อเสร็จหน้าที่ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะปิดซ่อนไว้มิดชิดเช่นนี้!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยตบบ่าหวังหางพลางเอ่ย ใบหน้ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ความจริงจังเมื่อครู่ราวกับไม่เคยมีอยู่

“ไม่! ไม่! ไม่!! มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด...”

ในเรื่องลอบสังหาร หวังหางกล่าวได้ว่ายากจะหาใครเทียบ แต่เมื่อเป็นเรื่องโกหกแล้ว เขาเป็นเพียงเด็กน้อย

“ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด แต่เป็นอย่างที่เจ้าคิดแน่ พวกเราทั้งหมดเข้าใจ จะทำอะไรก็รีบเพราะเวลาไม่เคยคอยใคร จะทำเช่นไรหากหัวใจของชีเว่ยถูกช่วงชิงไปโดยชายอื่น?”

โอกาสในการอธิบายไม่มีทางเกิดขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าป๋ายเสี่ยวเฟย...

จบบทที่ GOI ตอนที่ 82 สมาคมรวมพลังศิษย์ใหม่!

คัดลอกลิงก์แล้ว