เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ผู้ไร้วาสนาทางเวท

บทที่ 5 - ผู้ไร้วาสนาทางเวท

บทที่ 5 - ผู้ไร้วาสนาทางเวท


บทที่ 5 - ผู้ไร้วาสนาทางเวท

☆☆☆☆☆

"คลื่นพลังวิญญาณมรณะบนตัวข้าจะถูกติดตาม ไม่ว่าจะหนีไปไหนก็ซ่อนตัวไม่ได้หรอก" ไป๋กู่อธิบาย "ยังดีที่เมื่อกี้เจ้าไม่ได้แตะต้องตราประทับกระดูกขาว ไม่งั้นถ้าเจ้ากลายเป็นนายของข้า เจ้าก็จะติดร่างแหไปด้วย ถึงตอนนั้นก็คงหมดหนทางจริงๆ"

"คลื่นพลังวิญญาณมรณะ?" ซูหมิงชะงักฝีเท้า เขายกมือขึ้น ลองสื่อสารกับรูนที่เพิ่งได้มาจากพิธีปลุกพลัง แสงสีเทาเริ่มไหลเวียนบนมือ "หมายถึงไอ้นี่เหรอ?"

ไป๋กู่ตกใจจนลืมเลี้ยงเวทแสงสว่าง รอบข้างมืดลงทันที เหลือเพียงแสงเรืองรองในมือซูหมิง "เป็นไปไม่ได้!"

"เมื่อกี้กาลิโอใช้พิธีปลุกพลังกับผม..." ซูหมิงอธิบาย ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าของขวัญสั่งลาของตาแก่นั่นคืออะไร คือการบังคับย้อมสีเขาให้ดำปี๋ จะตายทั้งทีก็กะจะลากเขาไปลงนรกด้วย!

"ข้ารู้ ข้าสัมผัสได้ถึงร่องรอยเวทมนตร์!" น้ำเสียงไป๋กู่ตื่นเต้นขึ้นมา "แต่เจ้าเป็นพวก 'กายาสิ้นธาตุ' ไม่มีทางเป็นจอมเวทได้นี่นา!"

คราวนี้ซูหมิงเป็นฝ่ายงงบ้าง

"ตอนเจ้ามาถึง ข้าตรวจสอบดูแล้ว เจ้าไม่สามารถควบคุมธาตุใดๆ ได้เลย" ไป๋กู่ถอนหายใจพลางอธิบาย "ข้าถึงได้คิดว่าเจ้าเป็นพวกสายนักรบไง"

ก็ไม่แปลกหรอก โลกใครโลกมัน ซูหมิงเป็นชาวโลกมนุษย์ จะเป็นขยะทางเวทมนตร์ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่

"น้ำ ไฟ ลม ดิน แสง มืด ทั้งหกธาตุข้าเช็กดูหมดแล้ว" ไป๋กู่บ่นพึมพำ "ในสายตาของธาตุ เจ้ามันก็เหมือนก้อนหินดีๆ นี่เอง" คลื่นเวทมนตร์สายหนึ่งพุ่งเข้ามาพันรอบตัวซูหมิง ไป๋กู่ตรวจสอบอีกครั้ง "ตอนนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีการตอบสนองของการควบคุมธาตุเลยสักนิด!"

"แต่ผมกำลังร่ายเวทอยู่นะ" ซูหมิงสะบัดมือ โยนบอลเวทแห่งความเสื่อมสลายที่ก่อตัวเสร็จแล้วออกไป "บางทีเราควรยอมรับความจริงก่อน แล้วค่อยหาสาเหตุไหม?"

นักวิชาการกระดูกขาวถอนหายใจ คิดอยู่ครู่หนึ่ง "การใช้เวทมนตร์ ก็คือการควบคุมธาตุที่สอดคล้องกัน"

"ทฤษฎีการควบคุมเวทมนตร์สินะ" ความรู้พื้นฐานพวกนี้ซูหมิงก็เพิ่งได้มา มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านตำรา "วิศวกรรมควบคุม" ยังไงยังงั้น

"บ่อยครั้งที่ผู้ใช้เวทขาดความสามารถในการควบคุมบางธาตุ" นักวิชาการสาวกล่าวต่อ "วิธีปกติคือ ก็ไม่ต้องใช้ แต่มีจอมเวทหัวดื้อบางคน อาศัยอิทธิพลและการแทรกแซงระหว่างธาตุต่างๆ มาบังคับใช้เวทมนตร์ธาตุที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ ซึ่งประสิทธิภาพมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก"

"งั้นแปลว่าผมกำลังควบคุมธาตุความมืดทางอ้อมเหรอ?" ซูหมิงถาม

"ทางอ้อม?" ไป๋กู่แค่นหัวเราะ "จะอ้อมยังไงไหว? ไม่ว่าจะยังไงเจ้าก็ต้องมีความสามารถในการควบคุมธาตุอย่างน้อยหนึ่งอย่างสิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!"

"หรือว่าที่ผมตื่นรู้คือธาตุนอกเหนือจากหกธาตุนั้น?"

"ธาตุเวทมนตร์มีแค่หก ไม่มีนอกเหนือจากนี้" ไป๋กู่ปฏิเสธทันควัน

"พระเจ้าสร้างโลกด้วยธาตุเก้าชนิดไม่ใช่เหรอ" ซูหมิงค้นข้อมูลในสมองแล้วเถียงกลับ

"อีกสามอย่างคือธาตุนามธรรม... เวลา มิติ และชีวิต นั่นเป็นขอบเขตของพระเจ้า มนุษย์ธรรมดาแตะต้องไม่ได้หรอก" ไป๋กู่ตอบไปคิดไป "แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนกันนะ? แต่เอาเถอะ ตอนนี้เราไม่รีบแล้ว ค่อยๆ คิดก็ได้"

ซูหมิงเข้าใจความหมายทันที ที่ไป๋กู่บอกว่าไม่รีบ แปลว่าเขาไม่มีทางหนีรอดแล้ว และก็ไม่จำเป็นต้องสอนเรื่องวงเวทให้เขาแล้วด้วย

เขามองลงไปที่พื้น สัญลักษณ์ของวงเวทเคลื่อนย้ายข้ามมิติยั้วเยี้ยไปหมด ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีมากกว่า 3 หมื่นตัว เขาแยกไม่ออกเลยว่าควรจะเสียใจที่ต้องตาย หรือดีใจที่ไม่ต้องเรียนไอ้วงเวทบ้านี่ดี

"สรุปคือผมซวย ล้างมลทินไม่ได้แล้วใช่ไหม?"

"ถึงจะยังงงๆ กับกระบวนการ แต่ช่วยให้เกียรติความแค้นก่อนตายของมหาจอมเวทศักดิ์สิทธิ์หน่อยเถอะ" ไป๋กู่กล่าว "ทำใจให้สบาย คิดซะว่าตอนเจอกาลิโอแล้วไม่โดนหอกกระดูกเสียบตาย เรื่องหลังจากนั้นคือกำไรชีวิตแล้วกัน"

"ขอบคุณที่ปลอบใจนะ" ซูหมิงตอบเสียงอ่อย "มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจ ตอนนี้เราไม่มีทางสู้แล้วใช่ไหม?"

"อื้ม ข้าน่ะถือเป็นจอมเวทที่เก่งพอตัว แต่ฝ่ายตรงข้ามนี่ยกมากันเป็นโขยง" ไป๋กู่ตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เห็นชัดว่าประสบการณ์ก่อนหน้านี้คงแย่พอดู

"แล้วทำไมถึงบอกว่ายังมีเวลาอีกหลายวัน?" ซูหมิงไม่เข้าใจ

"เอ่อ... คือข้าเป็นพวกทรยศต่อเผ่าพันธุ์น่ะ พอพวกเขารู้ข่าวข้า คนในเผ่าก็เลยยืนกรานว่าจะมาจัดการข้าด้วยตัวเอง กองทัพวิหารศักดิ์สิทธิ์เลยทำได้แค่ล้อมไว้เฉยๆ รอพวกเขามาถึง"

ซูหมิงไม่รู้จะเริ่มตบมุกตรงไหนดี เป็นตัวตนระดับที่ทำให้กองทัพศักดิ์สิทธิ์ยอมกลายเป็นกองเชียร์ได้ แถมยังไปก่อเรื่องจนเผ่าพันธุ์ตัวเองต้องตามมาเช็กบิลข้ามโลกอีก

"ก่อนหน้านี้ผมสงสัยว่าทำไมคุณต้องตาย แต่ตอนนี้ผมแปลกใจมากกว่าว่าคุณรอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไง" เขาบอกไป๋กู่

"ขอบคุณที่ชม!"

ซูหมิงหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับกระติกน้ำร้อนออกมาจากตู้บรรทุก รวมถึงแก้วเก็บความเย็นของตัวเอง การดิ้นรนก่อนหน้านี้ทำเอาเขาหิวโซ ถึงจะจนตรอกยังไง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

"คุณอยากลองอาหารจากโลกของผมไหม?" ซูหมิงเติมน้ำร้อนใส่บะหมี่พลางถาม "ว่าแต่ร่างจริงคุณอยู่ไหนนะ?"

"ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตเดนตาย ไม่กินอาหาร" ไป๋กู่เงียบไปพักหนึ่งกว่าจะตอบ ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ "ร่างข้าอยู่ยอดหอคอย เจ้าอย่าขึ้นมาเลย พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ชอบโยนเวทมนตร์เข้ามาทักทายเรื่อยเปื่อย ข้ากลัวจะกันให้เจ้าไม่ไหว"

"อย่างนี้นี่เอง" ซูหมิงพยักหน้า "มีเวทที่ชื่อว่า 'เวทรู้ภาษา' ไหม? คุยผ่านจิตตลอดแบบนี้มันกินแรงน่าดู"

ภาษาคือสะพานเชื่อมที่พื้นฐานที่สุด เรียนไว้ไม่เสียหาย ยิ่งมีทางลัดด้วยแล้ว

"ก็พอไหว พลังวิญญาณของเราเข้ากันได้ดี การเชื่อมต่อเลยไม่ค่อยเปลืองแรงเท่าไหร่" ไป๋กู่ตอบ "เวทรู้ภาษาต้องใช้คนตาย... อ้อ มีของสดใหม่พอดี"

สายธารรูนเวทมนตร์สีฟ้าไหลย้อยลงมาจากด้านบน แล้วเริ่มลอยวนไปทั่วหอคอย

"วัตถุดิบสำหรับเวทรู้ภาษาหายากนะ นานๆ ทีจะมีศพที่มีการศึกษาสูงๆ และสดใหม่ขนาดนี้ตั้งสิบกว่าศพ" ไป๋กู่อธิบาย

รูนเวทมนตร์ลอยไปเหนือร่างไร้วิญญาณแต่ละร่าง เริ่มดูดซับร่องรอยความรู้ที่ตกค้างอยู่ในสมองผู้ตาย

"ศพพวกนี้คือลูกน้องกาลิโอที่ตายไปสินะ" ซูหมิงเข้าใจแล้ว "แต่ว่า ต้องใช้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"

"อื้ม เป็นข้อเสียของเวทสายความทรงจำวิญญาณน่ะ ถ่ายทอดและคงเหลือได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบ"

ขั้นตอนแรกของคาถาเสร็จสิ้น ซูหมิงเห็นรูนเวทมนตร์ที่ลอยกระจัดกระจายบินกลับมารวมตัวกันเป็นวงแหวน

"ทำใจให้สบาย อย่าต่อต้าน"

วงแหวนรูนไหลลงมาสวมหัวซูหมิง ทุกอย่างราบรื่น ซูหมิงแค่รู้สึกหัวตื้อไปวูบหนึ่ง แล้วทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ

"ผลของเวทจะอยู่ได้หนึ่งสัปดาห์ ความรู้ทางภาษาจะค่อยๆ ประทับลงไป แต่หลังจากนั้นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อความแม่นยำ ปกติเดือนเดียวก็คล่องปร๋อแล้ว"

ถึงจะถือว่าเร็วมากแล้ว แต่...

"นานขนาดนั้น? งั้นผมก็ตายก่อนพอดีสิ" ซูหมิงรีบท้วง

"ใช่ไง ข้าถึงไม่ได้ทำให้เจ้าแต่แรก"

"อ้าว แล้วทำให้ทำไมตอนนี้ล่ะครับคุณไป๋กู่?"

"ก็มันว่างนี่นา" นักวิชาการสาวบ่นอุบ "เรื่องที่เจ้าใช้เวทมนตร์ได้ยังไง ข้ายังหาคำตอบไม่ได้เลยสักนิด"

"..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - ผู้ไร้วาสนาทางเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว