เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 74 หุ่นเชิดตัวที่สอง!

GOI ตอนที่ 74 หุ่นเชิดตัวที่สอง!

GOI ตอนที่ 74 หุ่นเชิดตัวที่สอง!


“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าคิดเช่นไร แต่ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะจดจำทุกคำพูดที่ข้ากำลังจะเอ่ยเพราะมันเกี่ยวโยงกับการที่พวกเจ้าจะสามารถได้รับการแนะนำจากอาจารย์ในอีกสองเดือนของคาบชุมนุม!”

เสียงของป๋ายเสี่ยวเฟยเปลี่ยนเป็นเย็นชา ทุกคนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ห้องไหนไม่ทำตามที่ข้าพูด ข้าจะไปหามันยามว่าง และข้าจะเลือกมันเป็นเป้าหมายประลองในคาบชุมนุม!”

เป็นการข่มขู่ที่เรียบง่าย แต่กลับได้ผลยิ่งนัก!

แต่ยังมีบางคนที่ใบหน้าปรากฎความเหยียดหยัน ถึงแม้พวกมันจะไม่ได้พูดออกมาสักคำ แต่พวกมันได้วางแผนว่าจะทำเช่นไรแล้ว

“อา ใช่ บางคนในหมู่พวกเจ้าอาจจะมีเส้นสายกับศิษย์ปีหนึ่งหรือปีสอง และพวกเจ้าวางแผนจะขอร้องให้พวกมันสั่งสอนข้าสักครา”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยใบหน้ามีรอยยิ้ม และผู้คนที่เหยียดหยันเขาเมื่อครู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน

“อยากจะเรียกพวกมันก็เชิญ! แต่จำไว้ว่าให้พวกมันเอาหินชิงหลัวมาเยอะๆ ด้วย มิเช่นนั้นถ้าพวกมันมีหินชิงหลัวไม่พอให้ข้าเปลืองเวลา ข้าจะเรียกร้องความเสียหายกับพวกเจ้า!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยแค่นเสียงเย็นชา รังสีไร้รูปของการยกตนข่มท่านแผ่กระจายออกมา เขาไม่ได้กล่าวอันใดอีกและก้าวขาเดินออกไป

เมื่อเขาเดินผ่านห้องหนึ่ง คนสิบกว่าคนของห้องนั้นแยกตัวออกเปิดทางให้ทันที ศิษย์ห้องคนเถื่อนที่เหลือเดินมาล้อมรอบป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างช้าๆ

ในตลอดเวลา ไม่มีใครสักคนจากอีกเก้าห้องที่กล้าหายใจแรง!

“ไม่จำเป็นต้องมาหาข้าวันนี้ แต่จำไว้ว่าให้เจ้ามาหาข้าที่ห้องหรือหอพักตั้งแต่วันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงภายในเวลาสิบนาทีหลังเรียนจบ ข้าไม่มีนิสัยรอใครได้นานนัก”

เมื่อเขาเอ่ยจบ สิบกว่าคนจากห้องคนเถื่อนหายไปจากครรลองสายตาของทุกคน พวกมันทั้งหมดถอนหายใจยาวเหยียดออกมา ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบสงบไร้เสียง

ไม่มีใครก่นด่า ไม่มีใครบ่น มีเพียงความเงียบ!

ทุกห้องค่อยๆ จากไปทีละห้องๆ ไม่นานนักทั้งสนามฝึกฝนก็ว่างเปล่า

“พี่ใหญ่เฟย เมื่อครู่ท่านเท่เหลือเกิน!”

เมื่อออกจากสถานการณ์ที่ต้องสวมหน้ากากแสดงท่าที โม่ข่าเป็นคนแรกที่ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น คนที่เหลือไม่ต่างกันมากนัก ขนาดศิษย์หญิงยังเป็นเช่นนี้

“ใช่! ใช่! ใช่! เห็นไอ้ศิษย์คนนั้นที่ตัวสั่นพั่บๆ หรือไม่!?”

ฉิงหนานเลียนแบบท่าทางของคนที่เขาพูดถึง เขาลืมไปเสียแล้วว่าเขายังอยู่ในสถานการณ์ ‘อันตราย’

“ใช่ ช่างเหมือนกันจริงๆ”

หวู่จื๋อกำหมัดแน่นพลางกล่าว แววตาของคนที่เหลือแฝงรอยยิ้มขณะมองมาที่ฉิงหนาน

ฉิงหนานกลืนน้ำลายก่อนจะมองไปยังจู๋ซือซือที่ยืนอยู่ในกลุ่มของศิษย์หญิง

“เมียจ๋า เจ้าต้อง...”

“อย่าทำลายส่วนสำคัญก็พอ ข้ายังต้องใช้มัน”

ฉิงหนานพูดไม่ทันจบก็เป็นเสียงเย็นเยียบของจู๋ซือซือที่ดังออกมา หัวใจของฉิงหนานดิ่งวูบ

“พี่ใหญ่เฟย ถึงแม้ที่ข้าทำจะไม่ยิ่งใหญ่อะไรนัก แต่ข้าก็ยังช่วยงานท่าน!”

ฉิงหนานพึ่งพาฟางเส้นสุดท้ายที่ชื่อป๋ายเสี่ยวเฟย เพราะเขาไม่เหลือทางเลือกใดอีกแล้ว

“ไม่ต้องห่วง ข้าจดจำทุกอย่างที่เจ้าทำได้ เพราะงั้น...”

ป๋ายเสี่ยวเฟยหยุดชั่วครู่พลางตบบ่าฉิงหนาน แต่ก่อนที่รอยยิ้มของฉิงหนานจะทันได้เบ่งบานเต็มที่ คำต่อไปของป๋ายเสี่ยวเฟยทำใจเขาเย็นเยียบทันที

“ข้าจะไม่ทุบตีเจ้าแรงเกินไป!”

ในวินาทีต่อมา เสียงร้อยโหยหวนที่ไม่อาจมีสิ่งใดเทียบดังออกมา ฉิงหนานตกอยู่ในวัฏจักรของ ‘ยิ่งเจ้าร้องมากเท่าใด ข้ายิ่งพอใจมากเท่านั้น’

หลังจากสนุกสนานเฮฮา ห้องคนเถื่อนมาถึงสถานที่ที่พวกเขาฝันถึงตลอดทั้งเดือน บ้านรอยรส!

อาหารในบ้านร้อยรสมีราคาแพงก็จริง แต่เมื่อผู้ใดได้ลิ้มลองแล้วไม่มีทางที่คนผู้นั้นจะลืมเลือนรสชาติของมัน อีกอย่างเงินที่ห้องคนเถื่อนสะสมได้จากการปล้น ทำให้การใช้เงินส่วนนี้นิดหน่อยไม่เกิดอุปสรรคทางด้านจิตวิทยา...

หลังจากสวาปามอาหารทั้งหมด ทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้มีสีหน้าอิ่มเอมใจ

“พี่ใหญ่เฟย พวกเราควรเก็บเงินไว้เผื่ออนาคตหรือไม่?”

เป็นเวลานี้เองที่ผู้จัดการด้านการเงินที่เพิ่งได้ผ่อนคลายเพียงชั่วครู่กล่าวออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนที่เหลือส่งสายตาฉงนสงสัยให้เขา

“พวกเราเพิ่งได้เหรียญอเมทิสต์จำนวนมากมานี่? ใช้หมดแล้วหรือ?”

ชีเว่ยเอ่ยคำที่ทุกคนคิดในใจ

“แน่นอนว่าไม่ แต่ข้าว่าพวกเราควรคิดเรื่องหุ่นเชิดตัวที่สองบ้าง”

เมื่อฟางเย่กล่าวจบ ทุกคนเงียบลงทันที

‘พวกเราต้องคิดจริงๆ! ’

ในการประลองกับพวกฉินหลิงหยาน ทุกคนได้สัมผัสถึงความบกพร่องในด้านหุ่นเชิด หากคนทั้งหมดในห้องคนเถื่อนมีหุ่นเชิดตัวที่สอง พวกเขาคงสู้ได้ดีกว่าแน่!

อย่างไรเสียฉินหลิงหยานและคนอื่นก็ถูกบังคับให้ใช้งานหุ่นเชิดตนที่สองและสาม!

ศิษย์ห้องคนเถื่อนบางคนได้เข้าสู่ระดับกลางมาแล้ว และถึงแม้ว่าการควบคุมหุ่นเชิดตัวเดียวของพวกเขาจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบได้ไม่เต็มปาก แต่ไม่มีปัญหากับหุ่นเชิดอีกตัว!

เมื่อเอ่ยถึงหุ่นเชิดตัวที่สอง ปัญหาที่ฟางเย่ชี้แจงเป็นอุปสรรคอันยากลำบากดั่งขุนเขาสูงใหญ่

พวกเขาไม่มีเงิน!

ไม่ว่าจะเป็นหุ่นเชิดมีชีวิตหรือหุ่นเชิดไร้ชีวิต ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่นักเชิดหุ่นใช้ ไม่มีสิ่งใดที่ราคาถูก และอีกอย่าง ยิ่งหุ่นเชิดระดับสูงมากเพียงใด ราคายิ่งมากขึ้นเพียงนั้น!

ไม่มีใครอยากให้หุ่นเชิดตัวที่สองมีระดับต่ำกว่าตนแรก ทำให้พวกที่กระเป๋าไม่ตุงต้องกระเสือกกระสนอยู่นานนมกว่าจะได้หุ่นเชิดอย่างที่สมใจ!

ส่วนสถานการณ์ของห้องคนเถื่อนคือ นอกจากหลินหลีและฟางเย่แล้ว ไม่มีใครอื่นได้เงินสนับสนุนจากครอบครัวหรือตระกูล...

“ข้าสามารถขอท่านพ่อเพื่อหุ่นเชิดของข้าและหวังหางได้ และอาจจะมากกว่านั้นได้นิดหน่อย แต่มันมีขีดจำกัด ข้าไม่อาจช่วยทุกคนได้”

เสียงของฟางเย่อดไม่ได้ที่จะเบาลงราวกับเขาได้กระทำผิด

“ข้ามีบางส่วนเช่นกัน”

หลินหลีที่นั่งข้างป๋ายเสี่ยวเฟยยกมือขึ้น ในขณะเดียวกันนางนำบัตรอเมทิสต์ออกมา ทุกคนหันสายตาไปมอง เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดังขึ้นทั่วทุกที่

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยว่าเงินของหลินหลีได้มาจากหลินหนีฉาง และหลินหนีฉางคือหนึ่งในสามตำนานผู้ยิ่งใหญ่! จำนวนที่นางให้หลินหลีไม่มีทางน้อย!

“หลินหลี เก็บไป”

ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ดีใจ ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยเสียงต่ำ ทุกคนเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา

“เจ้าด้วยฟางเย่ ไม่ต้องขอเงินพ่อเจ้า ข้าจำได้ว่าเจ้ามีพี่น้องหลายคนที่บ้าน ถึงข้าจะไม่รู้สถานะของเจ้าในตระกูล แต่การขอเงินหลายคราย่อมมีผลลบต่อเจ้า?”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ย หัวใจของฟางเย่อดไม่ได้ที่จะเต้นแรงขึ้นมาก หมัดที่กำแน่นใต้โต๊ะเผยให้เห็นว่าเขาปั่นป่วนอยู่ในใจเพียงใด

ครึ่งนึงมาจากความเข้าใจของป๋ายเสี่ยวเฟย และอีกครึ่งเป็นสถานการณ์ภายในตระกูล...

“เช่นนั้นเรา...”

โม่ข่าถามเสียงอ่อนด้วยความลังเลบนใบหน้า

“ใครบอกว่าเราไม่อาจซื้อหุ่นเชิดด้วยกำลังของตัวเอง?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มอย่างมั่นใจที่ทำให้ทุกคนรู้สึกค่อยยังชั่ว!

จบบทที่ GOI ตอนที่ 74 หุ่นเชิดตัวที่สอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว