เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 71 รอยยิ้มนั้นช่างงดงามยิ่งนัก!

GOI ตอนที่ 71 รอยยิ้มนั้นช่างงดงามยิ่งนัก!

GOI ตอนที่ 71 รอยยิ้มนั้นช่างงดงามยิ่งนัก!


มีทั้งหมดห้าร้อยห้องจากศิษย์ใหม่ของสถาบันชิงหลัว ถูกแยกด้วยหมายเลขตั้งแต่หนึ่งถึงห้าร้อย

150 ห้องแรกถูกรับเข้ามาโดยสถาบัน พวกเขาจะอยู่ใน ‘บริเวณคนรวย’ ส่วนอีก 350 ห้องที่เหลือคัดเกณฑ์จากการสอบเข้าโดยรับสมัครทั่วทั้งทวีป

หนึ่งห้องมีจำนวนคร่าวๆ 10-20 คน และศิษย์ใหม่ทุกปีจะมีประมาณ 8000 คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของสถาบันได้ มีศิษย์ใหม่ราวๆ สามในสิบส่วนที่ถูกคัดออกทุกครั้ง

วิธีคัดออกคือการประลองระหว่างห้อง ช่วงสุดท้ายของการเรียน!

อย่างไรก็ตามการจะถูกคัดออกไม่ได้เกี่ยวกับชัยชนะแต่เป็นความสามารถที่เผยออกมาในแต่ละรอบ และหากศิษย์ใหม่สมัครเข้าสู่สาขาใดๆ ก็ตามแล้วมีอาจารย์ในสาขานั้นตอบรับ ขอแสดงความยินดีด้วย คนผู้นั้นสอบผ่าน!

ด้วยเหตุนี้เอง ทุกคนจึงพยายามอย่างมากในการแสดงความสามารถระหว่างการประลองระหว่างห้องเรียน

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่ว่าศิษย์ใหม่จะไม่มีโอกาสแสดงความสามารถก่อนการประลอง หนึ่งในโอกาสคือคาบชุมนุม!

คาบชมุนุมรวบรวมห้องเรียนสิบห้องสร้างเป็นหนึ่งกลุ่ม โดยศิษย์ใหม่จากห้องต่างๆ จะประมือกัน พวกที่เผยความสามารถโดดเด่นออกมาจะถูกแนะนำให้อาจารย์จากสาขาโดยอาจารย์ที่รับผิดชอบสอนคาบชุมนุม

พูดง่ายๆ คือหากได้รับการแนะนำ ไม่ยากเลยที่คนผู้นั้นจะกลายเป็นศิษย์สถาบันชิงหลัวอย่างเป็นทางการ

จึงทำให้การแข่งขันในคาบชุมนุมดุเดือดเป็นอย่างมาก!

โดยเฉพาะใน ‘พื้นที่สามัญ’ พวกเขาแทบจะสู้จนตายในแต่ละคาบ!

เพราะห้องเรียนคนเถื่อนไม่ได้เข้าร่วมในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเขาจึงอดเรียนคาบชุมนุมทั้งหมดสิบคาบ และคาบชุมนุมมีทั้งหมดสิบห้า...

พูดอีกอย่างก็คือไม่มีเวลามากนักสำหรับศิษย์ห้องคนเถื่อนที่จะใช้ประโยชน์จากทางลัด!

“ศิษย์นักเรียนทั้งหลาย ข้าคืออาจารย์จากสาขากระบี่พิฆาต พวกเจ้าสามารถเรียกข้าว่าอาจารย์เฝิง และข้าเป็นอาจารย์รับผิดชอบคาบชุมนุมครั้งนี้”

อาจารย์จากคาบชุมนุมแตกต่างกันไปในแต่ละคาบเพื่อยืนยันว่าทุกสายสามารถมองหาศิษย์ที่มีแวว อย่างไรเสียอาจารย์บางคนเพียงสนใจแต่ศิษย์สายเดียวกับพวกเขา

เป็นข่าวดีสำหรับห้องคนเถื่อน มิเช่นนั้น ไม่ว่าอาจารย์จะใจดีเพียงใดเขามีอันต้องโกรธเกรี้ยวเป็นแน่แท้หากมีคนโดดเรียนสิบคาบซ้อนทั้งห้อง...

ถึงแม้อาจารย์จะเปลี่ยนแต่ไม่ใช่เช่นนั้นกับศิษย์ ห้องเรียนหมายเลข 450-459 เป็นกลุ่มเดียวกัน แน่นอนว่ารวมห้องคนเถื่อนหมายเลข 456 ไปด้วย พวกเขาทุกคนล้วนมองศิษย์ห้องคนเถื่อนด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

“ข้าเดาว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเจ้าทุกคนเรียนคาบชุมนุม ข้าจึงไม่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระและข้าหวังว่าทุกคนจะทำให้ดีที่สุดตลอดช่วงเช้านี้!”

อาจารย์เฝิงถอยหลังหนึ่งก้าวพลางเอ่ย เขานิ่งเงียบจ้องมองศิษย์ทั้งสิบห้อง สำหรับอาจารย์ประจำห้องคนอื่นๆ พวกเขาถูก ‘แยกตัว’ เพื่อหลีกเลี่ยงการลำเอียง อย่างน้อยพวกเขาจะไม่ปรากฎตัวในคาบชุมนุม

เมื่ออาจารย์เฝิงเอ่ยจบ ศิษย์สองคนเดินออกมาจากห้อง 450 และเพราะทุกคนล้วนสวมชุดเดียวกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะบ่งบอกว่าเขาถนัดสายไหน

“พวกเราคือหวังเย่และจางฮ่าวจากห้อง 450 พวกเราต้องการประลองกับสหายนักเรียนห้อง 456”

ทั้งสองมีสีหน้าเมตตากรุณาเป็นอย่างมาก ไม่ยากเลยที่จะบอกว่าความ ‘เมตตา’ ของพวกเขาแฝงไว้ซึ่งความเหยีดหยามอันลึกล้ำ

อย่างไรเสียห้องเรียนคนเถื่อนก็มีชื่อเสียงเฉพาะตัวอยู่!

ชื่อเสียงในฐานะที่โหล่ในหมู่ศิษย์ใหม่ของสถาบันชิงหลัวไม่ได้เพิ่งแพร่กระจายไปวันสองวัน และการก่อสร้างห้องคนเถื่อนขึ้นใหม่ยังทำให้ศักดิ์ศรีของ ‘บริเวณสามัญ’ ต้องเสื่อมเสียอีก ด้วยเหตุนี้ ห้องอื่นๆ ต่างก็ ‘ตื่นเต้น’ เป็นอย่างมากเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘สหายนักเรียน’ ที่เพิ่งกลับมา

ศิษย์จากห้องคนเถื่อนทั้งหมดมีสีหน้าตกตะลึงระคนสับสน ถึงแม้เสวี่ยอิ่งได้รวบรวมนำทางพวกเขามาก่อนที่คาบชุมนุมจะเริ่ม แต่นอกจากเอ่ยเน้นย้ำเรื่องมารยาทแล้วนางก็ไม่ได้พูดสิ่งใดเกี่ยวกับกฎของคาบชุมนุม เป็นเหตุให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดีในตอนนี้...

“หมายความว่า...อย่างไร?”

เมื่อได้ยินคำถามของป๋ายเสี่ยวเฟย ศิษย์จากห้องอื่นไม่อาจทนได้อีกต่อไป พวกเขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ทั้งสองคนนั้นกระทั่งหัวเราะอย่างเหยียดหยามด้วยซ้ำ

“สหายนักเรียน ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าไป ‘ฝึกพิเศษ’ มา สมองของพวกเจ้าเน่าเปื่อยในระหว่างฝึกหรือ?”

มีศิษย์คนหนึ่งตัวสูงผอมในหมู่คนดูพูดออกมา ทุกคนหัวเราะดังลั่นอีกครั้ง

“ศิษย์ของพวกเจ้าควรส่งสองคนมาประลองกับพวกเขา และข้าจะตัดสินตามความสามารถที่เจ้าแสดง”

เสียงของอาจารย์เฝิงดังขึ้น กล่าวได้ว่าเขาเอาใส่ใจต่อการสอนไม่น้อย

“ต้องเป็นสองคนด้วยหรือ?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยถาม เขาอดไม่ได้ที่จะมุ่นคิ้วเข้าหากันพลางมองไปที่หวังเย่และจางฮ่าว

“สหายนักเรียน อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากส่งคนมาเพิ่ม?”

คำถามเหยียดยันดังออกมาจากฝูงชนอีกครา มีคนตอบโดยทันที

“เข้าใจพวกเขาหน่อย อย่างไรเสียก็เป็นครั้งแรกสำหรับพวกเขาที่มาเรียนคาบชุมนุม และเจ้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับห้องคนเถื่อนแล้ว จะสองหรือสี่ก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก”

คำตอบนั้นได้รับการยอมรับจากผู้คนด้วยเสียงหัวเราะที่ดังกว่าเดิม

“นักเรียน เพื่อความเท่าเทียมแล้ว ห้องของเจ้าไม่อาจส่งคนมากกว่านี้ได้”

อาจารย์เฝิงยังคงพยายามอย่างมากเพื่อควบคุมน้ำเสียง แต่เขามีความประทับใจที่แย่กับห้องคนเถื่อนเพราะจะมีเมล็ดพันธุ์ล้ำค่าในห้องที่ไม่กล้าต่อสู้ได้อย่างไร?

“อาจารย์ ท่าน..”

โม่ข่าอยากอธิบาย แต่ป๋ายเสี่ยวเฟยรั้งเขาไว้ เขาเผยรอยยิ้มจางพลางมองไปยังทั้งสองที่หัวเราะไม่หยุด

“ใครจะไป?”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยจบ ห้องคนเถื่อนทั้งหมดก้าวขาออกมาหนึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียง เสียงของฝีเท้าที่ดังพร้อมกันราวกับฝึกซ้อมมาทำให้คนอื่นตะลึงเล็กน้อย

‘ใครจะไป?’

‘หมายความว่าเช่นใด?’

‘อย่าบอกนะว่าพวกเขาจะส่งมาแค่คนเดียว!?’

การคาดคะเนของทุกคนได้รับการยืนยันเพราะฉิงหนานเป็นคนโชคดีที่ถูกป๋ายเสี่ยวเฟยเลือก

“ฉิงหนาน นักเชิดหุ่นสายจู่โจมระยะไกล”

ฉิงหนานเอ่ยพลางหยิบธนูไร้สายออกมา พวกป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเหยียดหยามใส่ฉิงหนานเมื่อเห็นเช่นนี้

‘ไอ้หมอนี่กำลังเล่นละคร!’

‘เจ้าต้องใช้หุ่นเชิดด้วยหรือ? บัดซบเอ๊ย!’

“แค่เจ้าคนเดียว?”

ทั้งสองไม่อาจทำใจเชื่อสายตาตัวเองได้ลงเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นักเชิดหุ่นสายจู่โจมระยะไกลคนเดียวไม่ต่างอะไรไปจาก ‘อาหาร’...

“ช่วยไม่ได้ พวกเขาล้วนไม่มีใครกล้าออกมา อย่าไปหลงเชื่อการแสดง พวกเขาทั้งหมดล้วนปอดแหกขี้ขลาด และมีเพียงข้าที่สามารถแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้!”

ฉิงหนานเผยสีหน้าช่วยไม่ได้ ทุกคนในห้องคนเถื่อนจดจำคำพูดพวกนี้ไว้ในใจ

‘พูดได้ดีไอ้หนู ขอดูหน่อยเถิดว่าเจ้าจะแบกรับความรับผิดชอบได้หรือไม่เมื่อเจ้ากลับมา!’

‘อย่าคุกเข่าขอร้องเสียล่ะ ข้าไม่อยากฟังน้ำเสียงเจ้าตอนร้องโอดครวญเมื่อโดนสั่งสอน!’

“ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกข้าก็จะไม่ออมมือ”

ทั้งคู่จ้องตากันพลางเผยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันพวกเขานำหุ่นเชิดของตนออกมา หนึ่งคือขวานขนาดใหญ่ อีกหนึ่งคือท่อนไม้!

ทั้งหมดเป็นสายพิฆาต พวกเขาเป็นฝ่ายท้าประลองเพียงเพื่อสร้างความประทับใจให้อาจารย์เฝิง!

“เดี๋ยว! เดี๋ยว! เดี๋ยว! สายธนูข้าขาด!!”

เมื่อทั้งสองกระโจนเข้ามา ฉิงหนานเผยสีหน้า ‘หวาดกลัว’ เขาปาธนูลงพื้นเพราะความตื่นตระหนก

แต่หวังเย่และจางฮ่าวไม่มีทีท่าจะหยุดลงแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่พวกเขาเข้ามาภายในระยะจู่โจมของฉิงหนาน พวกมันเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และรอยยิ้มนั้นช่างงดงามยิ่งนัก...

จบบทที่ GOI ตอนที่ 71 รอยยิ้มนั้นช่างงดงามยิ่งนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว