เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 วิริยภาพของโม่ข่า!

ตอนที่ 51 วิริยภาพของโม่ข่า!

ตอนที่ 51 วิริยภาพของโม่ข่า!


กระถางยามหึมาแทบจะเต็มปริ่มหลังจากทั้งสิบหกคนเทน้ำเข้าไป เป็นอีกครั้งที่ทุกคนสับสนฉงนสงสัยเมื่อเสวี่ยอิ่งเรียกให้พวกเขาขนส่วนผสมยาใส่ไปในกระถาง

‘นางจะผสมยา? ยาอะไรที่ใช้น้ำมากมายขนาดนี้? นางทดลองวิธีใหม่หรือ?’

ทฤษฏีต่างๆ นานาผุดขึ้นมาในหัวทุกคน ไม่มีอันใดเลยที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เสวี่ยอิ่งคิด

“โม่ข่า ถึงเวลาเจ้าแสดงฝีมือแล้ว ต้มน้ำ!”

ตาทั้งคู่ของโม่ข่าเบิกกว้างแทบถลนออกมาเมื่อได้ยิน

“ต้ม? ข้าคนเดียว?”

โม่ข่ารู้สึกราวกับได้ยินสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก เป็นเพราะหุ่นเชิดกระถางยามิอาจเพิ่มอุณหภูมิได้โดยไฟ หากแต่เป็นปราณกำเนิด! ไม่ต้องพูดถึงต้มน้ำให้เดือดเลย แค่อุ่นกระถางใหญ่ขนาดนี้ก็ทำปราณกำเนิดเขาแห้งเหือดแล้ว!

“ไม่ต้องกังวล เจ้ามีตัวช่วยในด้านปราณกำเนิด”

เสวี่ยอิ่งเรียกหินชิงหลัวที่นางริบจากคนอื่นออกมาก่อนจะจัดตั้งค่ายกลง่ายๆ ข้างหน้ากระถางยา

“ค่ายกลรวบรวมกำเนิดจะช่วยให้เจ้าฟื้นคืนปราณกำเนิด เราจะใช้หินชิงหลัวพวกนี้ส่งผ่านปราณกำเนิดเข้าไปในกายเจ้า เจ้ามีงานแค่อย่างเดียว ใช้ปราณกำเนิดพวกนั้นต้มน้ำ”

สุ้มเสียงผ่อนคลายของนางไม่อาจช่วยให้สีหน้าของโม่ข่าดูดีขึ้นได้

ด้วยวิธีนี้เขาไม่ต่างอันใดไปจากตัวกลางส่งผ่านปราณกำเนิด อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยเห็นใครใช้หินชิงหลัวเป็นแหล่งพลังงานมาก่อน เป็นเพราะปราณกำเนิดจากหินชิงหลัวคือสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกและมันไม่ค่อยจะสบายตัวสักเท่าไหร่...

“อะไร? เจ้ามีปัญหา? มีอะไรอยากพูดก็พูดมาตรงๆ”

น้ำเสียงของเสวี่ยอิ่งเปลี่ยนเป็นเย็นชา ท่าทีของนางราวกับจะสังหารเขาเสียหากเขากล้าตอบว่ามีปัญหา... โม่ข่าอยากร้องไห้แทบตาย แต่เขาไม่มีแม้แต่น้ำตาให้ร้อง! เขาไม่กล้าปฏิเสธจึงทำได้เพียงยกขาหนักๆ ของตนไปยังตรงกลางค่ายกล

‘หากข้าถูกลิขิตให้ตายวันนี้ เช่นนั้นก็เอาเถิด!’

ด้วยจิตใจมุ่งมั่นที่ราวกับเผชิญหน้าความตายอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ โม่ข่าเริ่มกระบวนการต้มน้ำอันยาวนาน...

“ด้วยที่เงินทุนของเรามีจำกัด มีบางอย่างที่พวกเจ้าต้องจัดการเอง”

เสวี่ยอิ่งเรียกทุกคนมาแจกแจงหน้าที่ใหม่

“ข้อแรกคือปัญหาด้านเสบียง ความต้องการทางอาหารของพวกเจ้าจะเยอะเทียบเท่ากับตารางการฝึก น่าเสียดายที่พวกเราไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อส่วนประกอบทำอาหาร หากมองในแง่ดีเทือกเขาไร้ขอบเขตนี้เป็นดั่งทรัพยากรเสบียงอันไร้ขีดจำกัด”

หัวใจของทุกคนแทบทะลักออกมาทางปากเมื่อได้ยิน

‘นางจะให้พวกเราไปล่าสัตว์ป่า? สัตว์ป่าในเทือกเขาไร้ขอบเขต...’

พวกเขาทุกคนพลันเข้าใจความรู้สึกของโม่ข่าทันที นอกเหนือจากหลินหลีที่งุนงงกับปฏิกิริยาตอบสนองของคนอื่น

“ข้อสองคือปัญหาด้านความปลอดภัย ถ้าแม้ข้าจะโปรยผงไล่สัตว์ป่าไปรอบๆ ค่ายพักแล้ว แต่ยังคงมีสัตว์ป่าหน้าโง่เดินเข้ามาอยู่ดี บวกกับสถานที่ที่พวกเราอยู่ออกจะพิเศษอยู่บ้าง จึงจำเป็นต้องมียามรักษาการณ์ในระหว่างที่คนอื่นหลับ”

พูดให้เข้าใจง่ายคือนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นตายของพวกเขา ไม่ว่าจะดูอย่างไรเสวี่ยอิ่งก็ไม่มีทีท่าจะช่วยเหลือแม้แต่น้อย นางคาดหวังให้พวกเขาพึ่งพากันและกันเพื่อเอาตัวรอด

“ข้อสุดท้ายและเป็นข้อที่สำคัญที่สุดคือเนื้อหาการฝึกของพวกเจ้า”

เสวี่ยอิ่งหยุดชั่วครู่ ทุกคนเงี่ยหูตั้งใจฟังทันที

“ข้าจะพาพวกเจ้ากลับสถาบันเพื่อวิ่งรอบจัตุรัสทุกเที่ยง เวลาที่เหลือจะใช้ไปกับการทำภารกิจในอันดับชิงหลัว!”

ทุกคนได้แต่เหม่อมองอย่างโง่งมหลังจากฟังนางเอ่ย

ไม่ต้องพูดถึงการวิ่ง แต่ภารกิจในอันดับชิงหลัวจำกัดไว้เพียงศิษย์ปีหนึ่งขึ้นไปเท่านั้นที่จะรับภารกิจได้ อีกอย่างภารกิจที่ต้องทำในเทือกเขาไร้ขอบเขตขอบเขตล้วนเป็นระดับความยากปานกลาง มีเพียงศิษย์ปีสองเท่านั้นที่จะเลือกทำภารกิจเช่นนี้ และพวกเขาเป็นแค่ศิษย์ใหม่...

“ไม่ต้องห่วง ข้าได้แจ้งท่านเจ้าสถาบันไปแล้ว พวกเจ้าทุกคนได้รับอภิสิทธิ์ในการรับภารกิจ และหินชิงหลัวกับแต้มคุณูปการจะถูกจัดสรรเป็นรางวัลให้ตามปกติ”

คำอธิบายของเสวี่ยอิ่งไม่ช่วยปัดเป่าความกังวลในใจของพวกเขาแม้แต่น้อย นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขากังวลด้วยซ้ำ!

‘อาจารย์ ท่านแน่ใจว่าท่านไม่ได้ทำเช่นนี้เพียงเพราะอยากใช้พวกเราหาหินชิงหลัว!?’

ทุกคนบ่นพึมพำในใจ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าพูดออกมา ในขณะนี้พวกเขาก็ไม่ต่างอันใดจากลูกไก่ในกำมือนาง พวกเขามีแต่ต้องทำตาม

“แต่พี่หญิงเสวี่ย ร่างกายของพวกเราคงทนไม่ได้...”

จูนั่วเอ่ยเสียงอ่อน ไม่ต้องพูดถึงภารกิจชิงหลัว แต่วิ่งรอบจัตุรัสก็เพียงพอให้นางเป็นลมแล้ว

“ด้วยมีข้าอยู่ที่นี่ ร่างกายของพวกเจ้าจะไม่เป็นไร!”

ระกายแห่งความคาดหวังแวบผ่านนัยน์ตาของนางขณะมองดูโม่ข่าต้มน้ำ

“พี่หญิงเสวี่ย ข้ามีคำถาม”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยกมือขึ้นถาม

“พูด แต่ข้าจะไม่ตอบคำถามไร้สาระ”

“พี่หญิงเสวี่ยเพิ่งมาเป็นอาจารย์ได้ไม่นาน ท่านคิดค้นวิธีการฝึกพิเศษนี้เช่นนี้ได้อย่างไร?”

เมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่นางให้พวกเขาทำ ป๋ายเสี่ยวเฟยสังเกตเห็นว่าเสวี่ยอิ่งมีเป้าหมายอันหนักแน่นทุกคราราวกับนางได้ใช้วิธีการเช่นนี้มานานแล้ว ไม่เหมือนกับกำลังทดลองสักนิด

แต่ป๋ายเสี่ยวเฟยร้อยไม่คิดพันไม่คิดว่าสีหน้าเสวี่ยอิ่งจะเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคนเช่นนี้ นางไม่ได้เป็นดั่งพี่สาวขี้เล่นข้างบ้านยามพวกเขาอยู่ตามลำพัง และยิ่งไม่ใช่อาจารย์ผู้น่ายกย่องนับถือยามนางสอน แต่นางกลับปลดปล่อยรังสีสังหารอึมครึมออกมาแทน

“ข้าไม่อยากตอบคำถามนี้!”

เสียงเย็นเยียบราวกับเฉือนกระดูกขาดได้ดังออกมา เสวี่ยอิ่งหันหลังกลับปล่อยให้ศิษย์นักเรียนตกตะลึง

“พี่หญิงเสวี่ยนาง...”

สือเฉินที่นั่งข้างป๋ายเสี่ยวเฟยถามเขาด้วยเสียงแผ่วเบา สัญชาตญาณของนางบอกว่ามีบางอย่างผิดไป

“ข้าไม่รู้ แต่นางต้องนึกบางสิ่งออกแน่...”

ป๋ายเสี่ยวเฟยตอบแก้ตัว แต่สิ่งที่ปรากฎขึ้นในใจของเขาคือสีหน้าระลึกความหลังของนาง สีหน้าเช่นนี้มีให้เห็นได้ทั่วไปในหุบเขาวีรบุรุษ เขาจึงคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างมาก

ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบ โม่ข่ายังคงอดทนกับการทรมานต่อไป เขาไม่คาดคิดว่าการเป็นตัวกลางส่งผ่านปราณกำเนิดจะเจ็บปวดขนาดนี้ หลังจากปราณกำเนิดในร่างของเขาถูกใช้จนหมด เขารู้สึกราวกับมีมดนับพันนับหมื่นกัดกินอวัยวะภายในไปทั่ว

กาลเวลาผ่านพ้นพร้อมกับสติของโม่ข่าที่จางหายไปเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้เขาตื่นได้อยู่คือความคิดเดียวในหัว!

‘ข้าเป็นศิษย์ระดับท้ายๆ ในห้อง และนี่คือสิ่งเดียวที่ข้าทำให้ทุกคนได้!’

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ โม่ข่าอดทนจนกระทั่งเขาสลบจากความเจ็บปวด แต่ก่อนที่เขาจะหมดสติ เขาได้ยินเสียงน้ำเดือดภายในกระถางยา เป็นเวลาเดียวกันนี้เองที่เขาเผยรอยยิ้มจากใจออกมา...

จบบทที่ ตอนที่ 51 วิริยภาพของโม่ข่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว