เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 ‘ยุคสมัย’ ของนักเชิดหุ่น

ตอนที่ 41 ‘ยุคสมัย’ ของนักเชิดหุ่น

ตอนที่ 41 ‘ยุคสมัย’ ของนักเชิดหุ่น


ถึงแม้เฟ่ยกวงสือจะตกตะลึงแต่เขาไม่ได้เอ่ยอันใด สีหน้าของเขาไม่อาจหลุดพ้นจากสายตาของป๋ายเสี่ยวเฟยผู้มีเหตุจูงใจไปได้

“เป็นถึงการลอกเลียนแบบระดับสูง เจ้าหนู อนาคตเจ้าไร้ขีดจำกัด เจ้าชื่ออันใด?”

สุ้มเสียงของชายชรามีความสนิทชิดเชื้ออย่างยิ่งยามเอ่ย แววตาที่มองมายังป๋ายเสี่ยวเฟยมีความชื่นชมและพึงพอใจอยู่หลายส่วน

“ป๋ายเสี่ยวเฟย”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มกริ่ม หายากที่เขาจะตอบอย่างซื่อตรงเช่นนี้...

“โอ? เจ้าแซ่ป๋าย? หากเจ้าเด็กสาวลั่วซีรู้เข้า เจ้าลำบากแน่”

เล่ยซานหัวเราะพลางกล่าวราวกับกำลังนึกคิดเรื่องน่าขันอยู่ คนที่เหลืออดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา

‘รองเจ้าสถาบันลั่วซี...’

‘เด็กสาว...’

ป๋ายเสี่ยวเฟยตัวสั่นสะท้าน เขาพลันปรับความเข้าใจอายุของเล่ยซานใหม่อีกครา

‘เขาไม่ใช่แค่ชรา! เขาเป็นคนรุ่นดึกดำบรรพ์ชัดๆ !’

“ข้าได้พบเจอท่านรองเจ้าสถาบันลั่วซีแล้ว นางเป็นคนให้ใบผ่านเข้าสถาบันแก่ข้าเอง”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวความจริงที่ทำให้เล่ยซานและเฟ่ยกวงสือผู้เพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกต้องตะลึง ข่าวสารนี้น่าตกใจเป็นอย่างมากเพราะพวกเขารู้จักลั่วซีดี

“เด็กสาวผู้นั้นให้เจ้าผ่าน!?”

กระทั่งเล่ยซานที่อายุปาเข้าไปร้อยปีกว่าไม่อาจปกปิดความตื่นเต้น เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกมา สายตาที่จ้องมองป๋ายเสี่ยวเฟยราวกับมองตัวประหลาด

“ท่านรองเจ้าสถาบันลั่วซีเป็นคนดีมาก แต่นางอาจจะเข้าใจอะไรผิดไปและข้ามั่นใจว่าข้าสามารถแก้ความเข้าใจผิดระหว่างเราได้”

คำกล่าวของป๋ายเสี่ยวเฟยเกินจริงไปมาก เขาโอ้อวดความสามารถของตนเองเสียจนสวรรค์ยังต้องอับอาย

การโอ้อวดได้รับความสนใจจากเล่ยซานและเฟ่ยกวงสือไม่น้อย สำหรับพวกเขาแล้วใครก็ตามที่มีความคิดเช่นนี้ต้องกล้าหาญเป็นอย่างมาก

“สมแล้วที่เป็นวีรบุรุษหนุ่ม ข้าไม่ได้ยกย่องนับถือใครมานาน เจ้าเป็นหนึ่งในนั้น!”

เล่ยซานหัวร่อเสียงดัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างป๋ายเสี่ยวเฟยและลั่วซีทำให้เล่ยซานมีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับป๋ายเสี่ยวเฟย

“เจ้าสามารถขออะไรข้าก็ได้หากทำสิ่งที่เจ้าพูดให้เป็นจริงสำเร็จ ขอแค่เป็นสิ่งที่ข้าทำได้ข้าจะเต็มใจทำตามคำขอของเจ้า”

ทุกคนในห้องตื่นตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่เล่ยซานเอ่ย

สิ่งที่เล่ยซานสามารถทำได้มีเยอะเกินไป ขนาดเสวี่ยอิ่งและเฟ่ยกวงสือยังไม่รู้เลยว่าขอบเขตที่เขาทำได้ใหญ่โตเพียงใด

จากฐานะของเล่ยซานแล้ว พวกเขาไม่อาจคิดถึงเรื่องที่เกินความสามารถของเล่ยซานได้เลย...

“ข้าจะจำไว้ปู่เล่ย ท่านไม่อาจกลับคำพูดได้ในภายหลัง”

ถึงเขาจะตะลึงแต่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ได้โง่ เมื่อมีสมบัติตกจากฟ้าเป็นใครก็ต้องเก็บ

“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ”

เล่ยซานเอ่ยคำมั่นรับรองป๋ายเสี่ยวเฟยพลางลูบเคราหนาทึบของเขา ทุกคนในที่นี้ยกเว้นหลินหลีมองป๋ายเสี่ยวเฟยด้วยสายตาอิจฉากันถ้วนหน้า

ป๋ายเสี่ยวเฟยหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนจะลากบทสนทนากลับเข้าเรื่องเดิม อย่างไรเสียเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการจัดการกับอันดับค่าหัว เพราะหากไม่ได้เล่ยซานช่วย เขาอาจต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกมากซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำสำเร็จ

“ปู่เล่ย ท่านไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อมาดูเสี่ยวเอ้อหรือคุยเกี่ยวกับท่านรองเจ้าสถาบันลั่วซีใช่หรือไม่?”

“แน่นอน การยืนยันตัวตนของเจ้าในฐานะนักเชิดหุ่นลอกเลียนแบบเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การพูดคุยเรื่องอื่นๆ มีความหมาย”

เล่ยซานหยุดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ

“เจ้ามีแบบแผนเลือกหุ่นเชิดในอนาคตแล้วหรือไม่?”

นี่คือสิ่งที่เล่ยซานอยากพูดคุยกับป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างแท้จริง นอกจากป๋ายเสี่ยวเฟยแล้วคนอื่นยิ่งนิ่งเงียบรอฟังคำตอบของเขา

“ข้ามี”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยตอบด้วยความแน่วแน่เป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินน้ำเสียงมั่นใจของเขา ทุกคนพลันเงี่ยหูฟังทันที

“เป็นเช่นไร?”

เล่ยซานยิ้มกริ่มท่าทีมิผิดแผกไปจากปู่ใจดีข้างบ้านแม้แต่น้อย

“ลอกเลียนแบบเป็นหนึ่งในแขนงของสายมายา และสายมายาเหมาะสมกับอุปนิสัยของข้า ข้าจึงวางแผนไว้ว่าจะเลือกหุ่นเชิดสายมายาในอนาคตเพื่อชดเชยในจุดที่เสี่ยวเอ้อบกพร่อง”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวจบ เสวี่ยอิ่งและคนอื่นมีสีหน้าสลดลงอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคำตอบนี้คือสิ่งที่พวกเขาไม่อยากได้ยินมากที่สุด

“เช่นนั้นเจ้าคิดจะใช้หุ่นเชิดเท่าใดเพื่อ? อย่างไรเสียคนหนึ่งคนสามารถมีหุ่นเชิดได้เพียงเจ็ดตัว”

อย่างน้อยจะต้องถึงระดับแตกฉานหากต้องการควบคุมหุ่นเชิดเจ็ดตน!

หนทางของป๋ายเสี่ยวเฟยสู่การบรรลุจุดหมายนี้ยังอีกยาวไกล...

“ทั้งหมด! หากข้าเลือกได้ หุ่นเชิดทั้งหมดของข้าจะเกี่ยวข้องกับมายา แน่นอนว่าข้าจะพิจารณาเลือกหุ่นเชิดช่วยชีวิตที่ล้ำเลิศ แต่ข้าจะไม่เลือกหุ่นเชิดจากสายอื่น”

คำตอบของเขายังคงแน่วแน่ไม่หวั่นไหวราวกับว่าเขาได้ผ่านการคิดวิเคราะห์หลายครั้งจนนับไม่ถ้วนมาแล้ว

เล่ยซานแย้มยิ้มเล็กน้อยไม่ปฏิเสธไม่ตอบรับ

“เจ้าหมายความว่าเจ้าตั้งใจจะเลือกเส้นทางจี๋เซี่ยน?”

เล่ยซานเอ่ยคำศัพท์ที่เขาไม่เคยได้ยิน เขาจ้องมองลึกไปในดวงตาของป๋ายเสี่ยวเฟย

(จี๋เซี่ยน=สุดโต่งในด้านใดด้านหนึ่ง)

ป๋ายเสี่ยวเฟยหดตาลงเล็กน้อย สีหน้าฉงนสงสัยปรากฎขึ้น เขาตอบกลับด้วยคำถาม

‘จี๋เซี่ยน?’

“อา เจ้ายังไม่ได้เรียนคาบทฤษฏี เช่นนั้นข้าจะอธิบายแทนอาจารย์ทฤษฏีในอนาคตของเจ้าละกัน”

“เมื่อครั้นยุคสมัยแรกของนักเชิดหุ่นปรากฎขึ้น การเลือกหุ่นเชิดเป็นหัวข้อถกเถียงกันมาโดยตลอด แต่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้น คนส่วนใหญ่ได้มีบรรทัดฐานในที่สุด แนวความคิดของยุคสมัยแรกเกิดขึ้นต่อจากนี้”

“ยุคสมัยเป็นตัวแทนของสามัญสำนึกเมื่อยามนักเชิดหุ่นตัดสินใจเลือกหุ่นเชิดในช่วงเวลานั้นๆ จนถึงตอนนี้มีทั้งหมดสามสามัญสำนึกด้วยกัน ยุคสมัยที่พวกเราอยู่ในขณะนี้คือยุคสมัยที่สามของนักเชิดหุ่น แต่หนทางจี๋เซี่ยนที่เจ้าเลือกคือแนวความคิดจากยุคลสมัยที่สอง”

เมื่อเล่ยซานกล่าวจบ ป๋ายเสี่ยวเฟยเพียงเข้าใจอย่างหยาบๆ เท่านั้นและมันมีน้ำหนักไม่เพียงพอในการเปลี่ยนความคิดของเขา

“มันแตกต่างจากยุคสมัยนี้อย่างไร?”

“ยุคสมัยแรกเป็นยุคบุกเบิก ในเวลานั้นนักเชิดหุ่นทุกคนล้วนมุ่งมั่นหวังว่าตนจะได้เป็นดั่งเทพในตำนาน พวกเขาจึงเลือกหุ่นเชิดหลากหลายชนิด ผู้ที่มีหุ่นเชิดมากความสามารถและหุ่นเชิดพิเศษมากที่สุดคือนักเชิดหุ่นแนวหน้า ยุคสมัยนี้ถูกเรียกว่ายุคแห่งความหลากหลาย นักเชิดหุ่นส่วนใหญ่ต่อสู้ตามลำพังได้ให้กำเนิดตำนานหลายคนจริงๆ”

“แต่หลังจากผ่านการปรับปรุงครั้งแล้วครั้งเล่า มีคนค้นพบวิธีการตอบโต้ยุคสมัยแห่งความหลากหลาย และมันคือหนทางจี๋เซี่ยนที่มุ่งเน้นไปที่หุ่นเชิดตัวแรก ส่วนหุ่นเชิดที่เหลือมีไว้เพียงเพื่อสนับสนุนหุ่นเชิดตัวแรกเท่านั้น เสริมสร้างความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดตัวแรกให้ถึงระดับน่าหวาดหวั่น เป็นหนทางนี้เองที่เอาชนะยุคสมัยแรกได้ในที่สุด”

“แต่ในยุคสมัยจี๋เซี่ยนไม่ต่างอันใดไปจากเล่นเป่ายิ้งฉุบ สายป้องกันเอาชนะสายลอบสังหาร สายลอบสังหารเอาชนะสายจู่โจมระยะไกล สายจู่โจมระยะไกลเอาชนะสายพิฆาต... เป็นเหตุให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากว่าตนเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า แต่มีผลผลิตที่น่าหวาดเกรงเกิดขึ้น กองกำลังจี๋เซี่ยน!”

“มันคือกลุ่มของคนที่เดินทางในสายจี๋เซี่ยนมารวมกลุ่มกันเพื่อชดเชยข้อเสียของกันและกัน ที่น่าหวาดหวั่นก็คือกองกำลังจี๋เซี่ยนไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา พวกเขายังคงมีอยู่ให้เห็นในทวีปหากแต่พวกเขาไม่ใช่สามัญสำนึกของยุคปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว”

เล่ยซานหยุดตรงนี้ ป๋ายเสี่ยวเฟยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยพลัน

ป๋ายเสี่ยวเฟยถามอย่างเหลืออด

“เช่นนั้นยุคสมัยที่สามเล่า? ยุคสมัยของพวกเราเป็นอย่างไร?”

เล่ยซานดื่มชาที่เสวี่ยอิ่งตระเตรียมไว้ให้อึกใหญ่ลงไป บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางก่อนจะเริ่มเอ่ยอย่างเชื่องช้า...

จบบทที่ ตอนที่ 41 ‘ยุคสมัย’ ของนักเชิดหุ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว