เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 กลั่นแกล้งในหอพัก!

ตอนที่ 20 กลั่นแกล้งในหอพัก!

ตอนที่ 20 กลั่นแกล้งในหอพัก!


“พี่... พี่ใหญ่ป๋าย ท่านบอกว่ามีหินชิงหลัวเท่าใดนะ!?”

น้ำเสียงโม่ข่าสั่นเล็กน้อย เขาจ้องป๋ายเสี่ยวเฟยเขม็งด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“สองร้อยก้อน ทำไมรึ? หากไม่เชื่อก็ดูเอาเอง”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวพลางหยิบตราหยกขึ้นมา

ในวินาทีต่อมาเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดังไปทั่วห้อง

‘สองร้อยก้อนจริงด้วย!’

“พี่ใหญ่ป๋ายท่านรู้ไหมว่าหินชิงหลัวสองร้อยก้อนมีมูลค่าเท่าใด?”

เป็นช่วงเวลานี้เองที่โม่ข่ารู้สึกยินดีที่แผนการของเขาล้มเหลวเพราะหินชิงหลัวสองร้อยก้อนหมายความว่าป๋ายเสี่ยวเฟยย่อมผ่านการทดสอบเป็นคนแรกๆ

เพราะเขา สือขุยและหวู่จื๋อได้เพียงสิบก้อนเท่านั้น!

“อะไร? มันเยอะหรือ?”

สีหน้าประหลาดใจปนตื่นเต้นปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา โม่ข่าและคนอื่นๆ พยักหน้าอย่างรุนแรง

“ราคาเริ่มต้นของหินชิงหลัวในทวีปอยู่ที่เหรียญอเมทิสต์หนึ่งร้อยเหรียญต่อหนึ่งชิ้น และเหรียญอเมทิสต์หนึ่งเหรียญเพียงพอที่จะให้ครอบครัวธรรมดาใช้จ่ายจิปาถะได้หนึ่งอาทิตย์ ท่านคิดว่าสองร้อยหินชิงหลัวเยอะไหมล่ะ?”

พอโม่ข่าพูดจบนัยน์ตาทั้งคู่ของป๋ายเสี่ยวเฟยก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที ตราหยกที่เขาไม่แม้แต่จะสนใจเมื่อครู่ตอนนี้ถูกเก็บเข้าใส่เสื้อของเขาอย่างรวดเร็ว เขาถาม

“เจ้าหมายความว่าสองร้อยหินชิงหลัวเป็นเงินจำนวนมาก?”

โม่ข่าและพรรคพวกพยักหน้ารุนแรงอีกครั้ง

“พี่ใหญ่เฟย ข้าถามท่านได้ไหมว่าท่านได้อันดับเท่าไหร่ในการสอบ?”

โม่ข่าถาม ทั้งสามจ้องป๋ายเสี่ยวเฟยเขม็งโดยพลัน ดวงตาทุกคู่มีร่องรอยความคาดหวัง

“ข้าควรจะเป็นคนแรกเพราะตอนที่ข้าผ่านประตูหลักเข้าไปยังไม่มีใครมาถึง”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวอยากภาคภูมิเพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ใดนี่ก็เป็นเรื่องควรคู่แก่การภูมิใจอยู่ดี

“เจ้าเป็นคนที่ขี่อาชาเกล็ดทมิฬกลับไปยังประตู!?”

หวู่จื๋อถาม ร่างหนึ่งที่ควบอาชาเกล็ดทมิฬวิ่งผ่านเข้าไปตอนสอบปรากฏขึ้นในใจเขาส่วนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ถูกต้อง นั่นข้าเอง”

ใบหน้าของทั้งสามเปลี่ยนเป็นดีใจสุดขีดเมื่อได้ยินคำตอบ

‘ช่างเป็นขาที่อ้วนใหญ่น่าพึ่งพาเหลือเกิน!’

‘คนระดับนี้อยู่ในหอพักห้องเดียวกับข้า!’

ความคิดพวกนี้ผุดขึ้นในใจทั้งสามในเวลาเดียวกัน พวกเขาล้อมรอบป๋ายเสี่ยวเฟยไว้ ความกระตือรือร้นไม่ต่างไปจากผู้ติดตามลัทธิเห็นศาสดา

“พี่ใหญ่เฟย เรื่องชีวิตการเป็นอยู่ในอนาคตท่านให้ข้าจัดการเอง ข้าสัญญาว่าท่านจะต้องได้อยู่อย่างสุขสบายไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”

“ถูกแล้วพี่ใหญ่เฟย และข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องความสะอาดภายในห้อง ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้!”

“ข้าด้วยพี่ใหญ่เฟย เพียงท่านสั่งข้าหวู่จื๋อจะอัดทุกคนที่ท่านไม่ชอบหน้าและข้าจะไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่น้อย!”

ทั้งสามพูดออกมาในเวลาเดียวกัน ในชั่วพริบตาพวกเขาได้ตระเตรียมอนาคตทุกอย่างให้ป๋ายเสี่ยวเฟย

“หยุด! หยุด! หยุด!!!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่อาจทนได้อีกอีกต่อไป เขาเคลื่อนที่ไปบนเตียงเพื่อหลบหนีทั้งสาม

ถึงแม้การที่เพื่อนร่วมห้องสนิทกันจะเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตามป๋ายเสี่ยวเฟยยังชาชินกับการรักษาระยะห่างกับเพื่อนผู้ชาย เพราะป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นชายแท้...

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องการอะไร อยู่ให้ห่างจากข้าไม่งั้นข้าจะตะโกนเรียกความช่วยเหลือ”

โม่ข่าและพวกยิ้มมองหน้ากันเมื่อเห็นท่าทีของป๋ายเสี่ยวเฟย

“คุณชาย ต้องการละเล่นหรือไม่?”

“ข้าได้ทั้งรุกทั้งรับและข้ายังแข็งแรงกว่าโม่ข่า พี่ใหญ่เฟยเผื่อใจให้ข้าด้วยเถิด?”

“ข้ารุกอย่างเดียวไม่รับ แต่ข้าทำให้พี่เฟยพึงพอใจได้แน่”

ทั้งสามกัดริมฝีปากพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกดดันป๋ายเสี่ยวเฟยจนเขาจนมุม พวกเขาราวกับถูกหยินโม๋สิงร่าง (อสูรมากกาม)

“ไอ้พวกวิกลจริต!”

“บัดซบ! ปล่อยข้า...”

“ข้ายอมแล้วพี่ชาย! พวกเจ้าทุกคนเป็นพี่ชายข้า พอใจหรือยัง!?”

พวกเขา ‘ปรนนิบัติ’ ป๋ายเสี่ยวเฟยสักพักก่อนจะแยกย้ายด้วยความพึงพอใจ โชคดีที่ร่างกายป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ได้อ่อนแอ มิเช่นนั้นเขาอาจเสียพรหมจรรย์ในวันนี้ก็เป็นได้...

“ไอ้พวกบ้า! ข้าจะจำวันนี้ไว้! หากในอนาคตมีที่ใดอันตรายข้าจะส่งพวกเจ้าไปเป็นคนแรก”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกร่นด่าสาปแช่งราวกับผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดทุกคนจึงไม่มองนักเชิดหุ่นสายมายาดีนัก เป็นเพราะเขาไม่ต้องอะไรจากคนพิการหากถูกเข้าประชิดกาย!

‘เป็นเช่นนี้ไม่ดีแน่ ข้าต้องหาหุ่นเชิดสายต่อสู้สักตัวสองตัวในอนาคต’

ป๋ายเสี่ยวเฟยตัดสินใจอีกครั้งที่จะเป็นนักเชิดหุ่นสายมายาที่ไม่มีใครเหมือน

“ฮี่ๆ พี่ใหญ่เฟยไม่ทำเช่นนั้นหรอก”

โม่ข่ากล่าวและพวกเขาทั้งสามพลันส่งสายตาเย้ายวนใส่ป๋ายเสี่ยวเฟย ทำเขาแทบอ้วกอาหารที่กินไว้ออกมา...

“ฮ่ง! ฮ่ง!”

เป็นเวลานี้เองที่เสี่ยวเอ้อวิ่งอย่างตื่นตูมเข้ามาในห้อง ข้างหลังมีเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังตามมา

“หม้อต้มหมาอยู่ไหน!?”

“ข้าเห็นมันวิ่งเข้าห้องนั้นไป!”

“บัดซบ! ไปเอามันมา ฆ่าพวกมันทิ้งหากพวกมันปฏิเสธ!”

เสียงจากข้างนอกห้องดังเข้ามา ทั้งสี่ในห้อง 807 ไม่มีที่ให้หลบหนี

“เอาสิ่งนี้อุดจมูกทั้งสองของพวกเจ้าไว้ เมื่อข้าให้สัญญาณจงโจมตีให้แรงที่สุดเท่าที่ทำได้ ใครที่ขี้ขลาดไม่ทำตามคำสั่งลืมเรื่องใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้ได้เลย”

ป๋ายเสี่ยวเฟยโยนยาให้พวกเขาคนละสองเม็ดใบหน้าขึงขังจริงจัง

ทั้งสามปฏิบัติตามคำสั่งทันที ถึงแม้พวกเขาจะเกรงกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดแต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ช้าแม้แต่น้อย

หากต้องสวามิภักดิ์ต่ออสูรสองตน จงเลือกอสูรตนที่โหดเหี้ยมน้อยกว่า สำหรับพวกเขาการถูกอัดจนน่วมยังดีกว่าถูกป๋ายเสี่ยวเฟยทอดทิ้ง

อีกอย่างพวกเขาอาจจะไม่ใช่ฝ่ายถูกอัดก็เป็นได้ เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือนักเรียนที่สอบเข้าด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง!

นี่คือสิ่งที่ทั้งสามคิดในทันใดนั้นเองก็มีคนจำนวนแปดคนวิ่งเข้ามา ห้องที่ปกติก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักพลันเสียพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งทันที

“น้องชาย พวกเราวิ่งไล่หมามาถึงนี่ เจ้าช่วยไว้หน้าพวกเราแล้วส่งมันมาได้หรือไม่?”

คนที่เปิดปากพูดคือชายหนุ่มเยาว์วัยที่บึกบึนยิ่งกว่าหวู่จื๋อ พวกศิษย์ใหม่ต่างก็เพิ่งมาที่หอพักได้เพียงครึ่งวันเท่านั้น ยกเว้นป๋ายเสี่ยวเฟย ผู้ที่มีความสามารถในการรวบรวมพรรคพวกล้วนแต่เป็นผู้ที่มีรูปลักษณ์น่าหวั่นเกรงทุกคน ตัวอย่างก็คือชายหนุ่มตรงหน้า

“เสี่ยวเอ้อเป็นหุ่นเชิดของข้าเองพี่ชาย ข้าให้มันกับท่านไม่ได้!”

ป๋ายเสี่ยวเฟย กล่าวด้วยสีหน้าอ้อนวอน ความขี้ขลาดของเขามีให้เห็นอยู่ทั่วราวกับเขากำลังเกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้า

“อา เป็นหุ่นเชิดของเจ้าหรอกหรือ เห็นทีจะกินไม่ได้”

ชายหนุ่มหัวเราะลั่น ผู้คนข้างหลังค่อยๆ เคลื่อนตัวจัดวางตำแหน่งเตรียมพร้อมต่อสู้

“แต่น้องชาย เจ้าไม่อาจให้พวกเรามาที่นี่อย่างไร้ประโยชน์ใช่หรือไม่? เลี้ยงอาหารพวกเรามื้อนึงเป็นอย่างไร?”

ขณะที่ชายหนุ่มพูดอยู่นั้นคลื่นปราณกำเนิดก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่าง หากป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวปฏิเสธเขาคงพุ่งจู่โจมทันทีเป็นแน่แท้

“แค่มื้อเดียวจะไปพอได้อย่างไร? คนอย่างพวกท่านเหมาะกับงานเลี้ยงมื้อใหญ่!”

คำพูดของป๋ายเสี่ยวเฟยบ่งบอกว่าเขา ‘รู้ว่าอะไรควรมิควร’ ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“แต่การพาคนจำนวนมากไปกินข้าวมันออกจะลำบากเล็กน้อย น้องชาย ทำไมเจ้าไม่ให้หินชิงหลัวเพื่อแสดงความเป็นมิตรกันแทน?”

ในที่สุดชายหนุ่มก็เปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงที่เขามา กลุ่มนักเชิดหุ่นจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าเสี่ยวเอ้อเป็นหุ่นเชิด?

“มันไม่ลำบากแม้แต่น้อย ข้าสามารถเลี้ยงอาหารพวกเจ้าได้เดี๋ยวนี้เลย!!!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวมุมปากยกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายก่อนที่จะปาลูกบอลทรงกลมในมือสองลูกลงพื้น ในวินาทีต่อมาเส้นใยสีเหลืองและขาวในรูปแบบก๊าซพลันปกคลุมไปทั่วห้อง

“โจมตี!!”

จบบทที่ ตอนที่ 20 กลั่นแกล้งในหอพัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว