เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 สอบผ่านสองด่าน

ตอนที่ 8 สอบผ่านสองด่าน

ตอนที่ 8 สอบผ่านสองด่าน


รถม้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นจนจบอาชาเกล็ดทมิฬวิ่งสุดแรงของมันเป็นเวลาสามสิบนาทีเต็ม หัวใจของหนุ่มสาวในรถม้าดิ่งวูบด้วยความกังวล

'ขนาดอาชาเกล็ดทมิฬยังต้องวิ่งสุดกำลังสามสิบนาที แล้วพวกเรามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง...'

''พวกเจ้าลงไปได้แล้ว! ''

ทุกคนถูกไล่ลงจากรถม้าเมื่อถึงจุดหมาย ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของศิษย์พี่

สถาบันชิงหลัวมีชื่อเสียงในเรื่องความเคารพนอบน้อมต่อผู้อาวุโส

''เริ่มการทดสอบได้ ใช้วิธีการใดก็ตามเพื่อกลับไป! ''

เมื่อศิษย์พี่กล่าวจบหนุ่มสาวพลันวิ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง อาการวิตกก่อนหน้าราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา

หุ่นเชิดหลายตัวถูกนำออกมา ระยะห่างของผู้เข้าร่วมการทดสอบห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

หุ่นเชิดของบางคนไร้ประโยชน์สำหรับการทดสอบรูปแบบนี้พวกเขามีเพียงทางเลือกเดียวคือพึ่งพากำลังขาเท่านั้น

บ้างก็เลือกที่จะทำงานเป็นทีม เมื่อวานพวกเขามีเวลามากพอสำหรับการหาพวกพ้อง

อย่างไรก็ตามนี้นี่เป็นเพียงบททดสอบแรกเท่านั้น พวกที่มีศักยภาพทางร่างกายสูงหรือหุ่นเชิดที่ช่วยเดินทางระยะไกลอาจจะไม่ผ่านบททดสอบอีกสองด่านที่เหลือ ยิ่งไปกว่านั้นในบททดสอบที่ไม่มีคู่แข่งมีเพียงสอบผ่านกับสอบตกเป็นเหตุให้การร่วมมือคือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด

แต่ทุกสรรพสิ่งบนโลกย่อมมีข้อยกเว้น และในครั้งนี้สิ่งนั้นคือป๋ายเสี่ยวเฟย!

ขณะที่คนอื่นได้วิ่งไปไกลลิบไม่เห็นแม้แต่เงามีเพียงป๋ายเสี่ยวเฟยเท่านั้นที่ยิงยืนนิ่งไร้ท่าทีลุกลี้ลุกลน

''เจ้ายอมแพ้แล้วหรือ? ''

ใบหน้าป๋ายเย่เต็มไปด้วยความตกใจความกังวลก่อตัวขึ้นในใจ

หากป๋ายเสี่ยวเฟยไม่สามารถเข้าสถาบันชิงหลัวความหวังที่จะได้ทานอาหารกับฉินหลิงหยานต้องพลันมลายหายไป...

''ศิษย์พี่ ข้าได้ยินมาว่าข้อสอบของสถาบันชิงหลัวเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ทุกปี''

ป๋ายเสี่ยวเฟยถามเสียงสงบไม่มีความเป็นกังวลแม้แต่น้อย

''เป็นเช่นนั้น เจ้าถามทำไม? ''

คิ้วป๋ายเย่ขมวดมุ่นเขาคิดอย่างไรก็ไม่เห็นความเกี่ยวข้องของคำถามนี้กับการสอบ

''ข้าใช้ความพยายามไปอย่างมากเมื่อวานเพื่อสืบค้นรายละเอียดของข้อสอบปีก่อนๆ และข้าก็ได้ค้นพบความคล้ายคลึงของมัน''

ป๋ายเสี่ยวเฟยยิ้มแป้น คำพูดของเขาทำป๋ายเย่ตกใจ

''คล้ายคลึงอย่างไร? ''

''ถึงแม้รายละเอียดจะเปลี่ยนไปแต่หัวใจสำคัญก็ยังอยู่ที่การทดสอบความสามารถของนักเรียน''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว

ความสนใจของป๋ายเย่หายไปในบัดดลเขาอดไม่ได้ที่จะกลอกตา

''การทดสอบทุกอย่างก็มีไว้เพื่อทดสอบความสามารถของนักเรียนมิใช่รึ?! ''

''ศิษย์พี่อย่าเพิ่งใจร้อนข้ายังไม่ได้เข้าประเด็นหลักเลย''

สีหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยยังคงสงบนิ่ง

''มีความสามารถหลายอย่างที่สถาบันต้องการจะทดสอบ จากเหล่าผู้คนที่เริ่มวิ่งมีสามปัจจัยในบททดสอบแรก สมรรถภาพทางร่างกาย ความสามารถของหุ่นเชิดและความร่วมมือ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยปลุกความสนใจของป๋ายเย่อีกครั้ง

ป๋ายเย่ถาม

''แล้วเกี่ยวอะไรกับการที่เจ้ายังอยู่ที่นี่? ''

''ท่านจะให้คนพิเศษอย่างข้าทำอย่างพวกมันได้อย่างไร?''

ป๋ายเสี่ยวเฟยพูดพลางชี้ที่หัวตนเอง ภายใต้แววตาตกตะลึงของป๋ายเย่เขาเดินตรงไปที่รถม้า

''ใช้วิธีการใดก็ได้ในการกลับ แล้วมีเหตุอันใดที่ข้าไม่สมควรใช้เจ้านี่?! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยปลดปล่อยอาชาเกล็ดทมิฬจากตัวรถ

ฉากตรงหน้าป๋ายเย่ทำเขาเบิกตากว้างเขาพยายามนึกคำที่อาจารย์กำชับก่อนหน้านี้

'ดูเหมือนจะไม่มีข้อห้ามว่านักเรียนไม่สามารถใช้อาชาเกล็ดทมิฬ แถมตัวนี้ยังเชื่องขี่ง่ายอีกด้วย...'

''ศิษย์พี่ท่านจะไปพร้อมข้าหรือไม่? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยมองป๋ายเย่ด้วยสายตาสงสัยในขณะที่เขาเดินไปข้างๆ ป๋ายเย่

''สองคนหนึ่งม้า? ''

ป๋ายเย่ถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ใบหน้าแข็งค้างเล็กน้อย

''ไม่จำเป็น! ไม่จำเป็น! ข้าไม่คุ้นชินกับอะไรเช่นนี้! ''

ป๋ายเย่ไม่เห็นด้วยเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ ถึงเขาจะเกิดสงสัยในตัวป๋ายเสี่ยวเฟยไม่น้อยก็ตาม

''ท่านแน่ใจ? ศิษย์พี่คนอื่นจากไปหมดแล้วท่านจึงต้องวิ่งกลับคนเดียวหากท่านไม่ขึ้นม้า มันไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ และศิษย์พี่หญิงฉินหลิงหยานรอพวกเราอยู่! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยใช้เหตุผลอันโหดร้ายมาบีบบังคับ ป๋ายเย่ลังเลในฉับพลัน

คิ้วทั้งสองขมวดมุ่นใบหน้าของเขาปรากฏความไม่แน่นอน

''เช่นนั้นก็ใช้รถม้าเสียสิ เหตุใดจึงต้องขี่ด้วยเล่า? ''

''พวกเราต่างก็เป็นผู้ชายอกสามศอกใยต้องใส่ใจเรื่องหยุมหยิม? อีกอย่างโอกาสได้ขี่อาชาเกล็ดทมิฬมีไม่มากนักใช่หรือไม่? และยิ่งข้ากลับไปเร็วเท่าใดคะแนนของข้าก็สูงขึ้นเท่านั้น''

ป๋ายเสี่ยวเฟยดึงป๋ายเย่และดันเขาขึ้นหลังม้าท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงจากนั้นป๋ายเสี่ยวเฟยจึงค่อยกระโดดขึ้นบนหลังม้า

''อยู่ให้ห่างจากข้า ข้ารักความสะอาด!! ''

''ท่านหวาดกลัวอะไร? เสื้อผ้าตัวนี้ท่านให้ข้าเองกับมือ ท่านคงไม่รังเกียจสิ่งของของตัวเองหรอกนะ? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวยังไม่ทันจบก็โบกสะบัดบังเหียน อาชาเกล็ดทมิฬพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าความเร็วของมันไวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตอนมันลากรถม้า!

''จับแน่นกว่านี้! ข้าเพิ่งเคยขี่ม้าเป็นครั้งแรก! ''

เสียงของป๋ายเสี่ยวเฟยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คำพูดของเขาทำเอาหัวป๋ายเย่ชาหนึบ

''บัดซบ! เช่นนั้นก็ลดความเร็วลงอีก!!! ''

เสียงโหยหวนดังสะท้อนทั่วผืนป่า แต่ไม่ยักจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ กับอาชาเกล็ดทมิฬ

ด้วยเหตุนี้เองป๋ายเสี่ยวเฟยผู้ซึ่งเคยอยู่รั้งท้ายบัดนี้เขาเร่งแซงคนนับไม่ถ้วนภายใต้สายตาตกตะลึงเพราะไม่ว่าหุ่นเชิดจะเร็วเพียงใดมันก็ไม่อาจเทียบได้กับอาชาเกล็ดทมิฬ

ท้ายที่สุด แม้แต่รถม้าของศิษย์พี่คนอื่นๆ ก็ไม่อาจตามเขาทัน!

จากต้นจนจบรวมเวลาที่เขาพูดคุยกับป๋ายเย่ ป๋ายเสี่ยวเฟยใช้เวลาน้อยกว่ายี่สิบนาทีเพื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าสถาบันชิงหลัว!

เมื่อพวกเขาลงจากม้า ป๋ายเสี่ยวเฟยมีสีหน้าปลื้มปีติสะใจต่างจากป๋ายเย่ที่ตัวสั่นเทาตลอดทาง ไม่ใช่ว่าป๋ายเย่ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนเพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ป๋ายเย่ได้ลิ้มรสถึงความสามารถที่น่าหวั่นสะพรึงของป๋ายเสี่ยวเฟย...

ศิษย์พี่คนอื่นๆ ที่ยืนรอนอกประตูทางเข้าตกตะลึงมองตาค้างเพราะพวกเขาไม่เคยคาดคิดว่ามีวิธีเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันไม่ใช่งานของพวกเขา

พวกเขาเพียงแค่ต้องเฝ้าประตูทางเข้าเท่านั้น

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่มีทีท่าสนใจศิษย์พี่ที่เฝ้ายาม เขากวาดตามองไปรอบๆ ราวกับว่ากำลังรออะไรบางอย่าง

''หลิงหยาน! ''

ป๋ายเย่ตะโกนเรียกน้ำเสียงยินดี ในที่สุดคนที่ป๋ายเสี่ยวเฟยรอก็มาถึง

เหมือนกับครั้งแรกที่นางปรากฏกายบรรยากาศรอบตัวนางเต็มไปด้วยความสูงส่งเย็นชาใบหน้าสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ เป็นความเย็นเยือกราวภูเขาหิมะนี้เองที่สะกดใจอัจฉริยะหนุ่มนับไม่ถ้วนในสถาบันชิงหลัว

ฉินหลิงหยานเมินเฉยป๋ายเย่ที่รีบเดินมาหานาง นางเดินตรงไปยังป๋ายเสี่ยวเฟยทำให้ป๋ายเย่รู้สึกเขินอายไม่น้อย

''ศิษย์พี่หยิงหลิงหยาน! ''

หลังจากนางเดินมาถึงป๋ายเสี่ยวเฟยทักทายอย่างสุภาพ นัยน์ตาศิษย์พี่คนอื่นๆ อบอุ่นขึ้นโดยพลัน

''พี่หลิงหยานท่านมาทำอะไรที่นี่!? ''

มีเพียงนักเรียนปีหนึ่งเท่านั้นที่ถูกกำหนดให้มาควบคุมการสอบ นี่เป็นสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยค้นพบเมื่อวานนอกจากนี้เขายังรู้มาด้วยว่าฉินหลิงหยานเป็นคนที่โด่งดังมากในหมู่นักเรียนปีหนึ่ง

พร้อมกับใบหน้าเย็นชานางไม่กล่าวอะไรเพียงหันหลังกลับยืดมือขวาเรียวชี้ไปที่ป๋ายเสี่ยวเฟยผู้ซึ่งอยู่ข้างๆ นาง

''พวกเจ้าไม่เข้าใจหรือ? ยืนเหม่อกันทำไม? ให้พวกเขาเข้าไป! เขาสามารถใช้วิธีใดก็ได้ในการผ่านประตู! หรือพวกเจ้าจะไม่ให้หลิงหยานผ่านเข้าไป!? ''

ป๋ายเย่ผู้ถูกเมินอยู่แหมบๆ ไม่ลดละความพยายามเขาฉวยโอกาสพูดเอาใจฉินหลิงหยานทันที

พวกนักเรียนที่ยืนกันประตูลังเลในตอนแรก พวกเขาหารือกันเล็กน้อยก่อนจะเปิดช่องว่างให้คนคนหนึ่งผ่านไปได้

''พี่หลิงหยาน เชิญ! ''

บททดสอบที่สอง ผ่าน!

จบบทที่ ตอนที่ 8 สอบผ่านสองด่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว