เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 สอบเข้า

ตอนที่ 6 สอบเข้า

ตอนที่ 6 สอบเข้า


สถาบันชิงหลัวหาใช่สถาบันเดียวในทวีปชิงหลัวไม่ หากแต่มันเป็นสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

นักเรียนทุกคนที่จบการศึกษาไปต่างก็ได้ดิบดีดีทำงานในจักรวรรดิต่างๆ เป็นเหตุนี้เองที่ทำให้การสอบรับสมัครประจำปีของสถาบันชิงหลิวเป็นที่นิยมชมชอบอย่างมาก

และป๋ายเสี่ยวเฟยก็กำลังลิ้มรสความโด่งดังของมันในขณะนี้…

หลังจากเข้าแถวรอเป็นเวลานานกว่าสามชั่วโมงป๋ายเสี่ยวเฟยก็ได้ลงทะเบียนเสร็จเสียทีข้างหลังเขายังคงมีแถวยาวเหยียด ป๋ายเสี่ยวเฟยหิวจนแสบท้องไปหมด โชคดีที่สถาบันชิงหลัวมีบริการแจกอาหาร!

ป๋ายเสี่ยวเฟยเมินสายตารอบข้างที่จับจ้อง เขาเรอออกมาอย่างพึงพอใจหลังจากทำการเขมือบอาหารจานใหญ่เป็นจานที่สาม นักเรียนจากสถาบันชิงหลัวผู้ไม่สบอารมณ์เท่าไรนักรีบกล่าว

''ในเมื่ออิ่มแล้วก็รีบลุกขึ้นเสีย ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่พัก และข้าจะเป็นคนจัดการข้อสอบของพวกเจ้าพรุ่งนี้! ''

ม่านตาป๋ายเสี่ยวเฟยหดลงเล็กน้อยในขณะที่เขากวาดตามองอย่างเย็นชาไปที่นักเรียนคนนั้นผู้ซึ่งได้จากไปแล้ว

'เป็นนักเรียนชิงหลัวแล้ววางมาดได้ทุกที่หรืออย่างไร!? เจ้าคิดว่าท่านปู่ของเจ้าเป็นใครกัน!? '

ป๋ายเสี่ยวเฟยวิ่งเหยาะๆ แบกพุงซึ่งเต็มไปด้วยอาหารมากมายตามพวกเขาไปถึงข้างหลังของนักเรียนชิงหลัว

ส่วนเสี่ยวเอ้อหายตัวไปตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครทราบ

ภายใต้การนำทางของนักเรียนชิงหลัว กลุ่มของพวกเขามาถึงบ้านไม้ที่สร้างไว้เพื่อนักเรียนที่มาทำการสอบโดยเฉพาะ ก่อนที่นักเรียนผู้จัดการจะทันได้วางมาดรุ่นพี่ของเขา นักเรียนอีกคนซึ่งปรากฏตัวข้างหน้าประตูทางเข้าก็พลันเดินอาดๆ ผ่านมา

''ศิษย์พี่! ''

คำกล่าวนี้คล้ายจะเป็นคำทักทายในสถาบันชิงหลัว เมื่อศิษย์น้องพบเห็นศิษย์พี่พวกเขาจำเป็นต้องกล่าวคำนี้และก้มหัวลง

เหล่าผู้คนที่อยู่กลุ่มเดียวกับป๋ายเสี่ยวเฟยต่างก็หวาดกลัวว่าตนจะฝ่าฝืนกฎ มีเพียงป๋ายเสี่ยวเฟยที่เผยให้เห็นถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขายังเป็นคนสุดท้ายที่ก้มหัวอีกด้วย ในระหว่างนั้นเขาได้ใส่ของบางอย่างเล็กๆ เข้าไปในแขนเสื้อของนักเรียนผู้จัดการข้างหน้าเขา

หลังจากนักเรียนผู้จัดการรออยู่นาน ''รุ่นพี่'' ของเขาก็ไม่กล่าวอะไรสักที ทำให้เขาจำต้องแอบกลอกตาขึ้นไปมอง หากแต่ตรงนั้นกลับไม่มีใครอยู่ เขาเงยหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความเขินอายขึ้น ไอสองครั้งก่อนจะหันกลับไปพูดกับคนที่ข้างหลัง

''ในสถาบันชิงหลัว เจ้าต้องกล่าวทักทายศิษย์พี่และอาจารย์เมื่อพบเห็นพวกเขา เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะไม่สนใจเจ้า แต่ไม่ต้องเป็นกังวล พวกเจ้าทั้งหมดทำได้ดี''

หลังจากพูดอย่างเคอะเขินเพื่อแก้ต่างให้ตนเอง นักเรียนผู้จัดการทำหน้าขึงขังหมายปั้นจะวางมาดศิษย์พี่

ไม่นานนักเสียง ''ปู้ด'' ก็ดังออกมาจากข้างหลังเขา กลิ่นเหม็นหึ่งพลันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

''ศิษย์พี่ ผายลมท่านเหม็นเกินไปแล้ว! ''

โดยไม่คิดจะปกปิดสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ป๋ายเสี่ยวเฟยรีบวิ่งออกห่างในขณะที่เขาพูดราวกับว่ากลัวกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นจะมาติดเขา

หลังจากได้ยินที่ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวผู้คนรอบๆ ครุ่นคิดว่าพวกเขาควรจะหลบดีหรือไม่ หลังจากผ่านไปนานพวกเขาก็ยิ่งแน่นิ่งเพราะเกรงกลัวว่าจะทำให้ศิษย์พี่ไม่สบอารมณ์

''เจ้าพูดอะไร! ข้า...''

นักเรียนผู้จัดการยังไม่ทันพูดจบ เสียงเช่นเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่ากลิ่นก็เหม็นฉุนกว่าเดิมเช่นกัน

''ข้าเปล่า...! ''

ปู้ด!

''จริงนะ! ''

ปู้ด!

ยิ่งนักเรียนผู้จัดการประหม่ามากขึ้นเพียงใด เสียงปู้ดก็ดังถี่ขึ้นเท่านั้น หลังจากมันหยุดผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้มใบหน้าพวกเขาน่าเกลียดอย่างยิ่ง

บางคนถึงกับอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปเมื่อครู่ออกมา...

เมื่อฝูงชนโดยรอบเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็กลายเป็นสับสนอลหม่านในทันที สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยประหลาดใจคือตรงจุดศูนย์กลางของกลิ่น นักเรียนผู้จัดการคนนั้นกลับไม่เป็นอะไร เขาดูเหมือนไม่สะทกสะท้านจากกลิ่น มีเพียงสีแดงก่ำจากความเขินอายบนใบหน้าของเขาเท่านั้น

''ไม่เลว ไม่เลว สามารถทนกลิ่นหญ้าเหม็นโฉ่ได้ด้วย''

ป๋ายเสี่ยวเฟยผู้ซึ่งได้อุดรูจมูกสองข้างของตนด้วยยาพิเศษกำลังเพลิดเพลินกับฉากตรงหน้า เขาคงไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายของเขาได้อีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชื่อเสียงที่เขาจะได้รับ

ไม่มีทางที่เขาจะไม่กลายเป็นคนมีชื่อเสียงจากเหตุการณ์ครั้งนี้...

เมื่อนักเรียนผู้จัดการคนหนึ่งกำลังนำทางให้กับเหล่าผู้ลงทะเบียนการสอบ เขาก็พลันผายลมใส่คนพวกนั้นเป็นเหตุให้บ้างก็อาเจียนบ้างก็หลบหนี กลิ่นของมันติดนักเรียนผู้จัดการเป็นอาทิตย์...

ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ข่าวนี้ต้องกระจายไปทั่วสถาบันเป็นแน่แท้!

หลังจากรอนานกว่าครึ่งชั่วโมง ศิษย์พี่คนใหม่ซึ่งเป็นสาวสวยได้มารับหน้าที่แทน นางพาพวกป๋ายเสี่ยวเฟยมายังบ้านพัก

''ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถจำสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดเพราะมันเกี่ยวพันกับการที่พวกเจ้าจะสามารถเป็นศิษย์ของสถาบันชิงหลัวได้หรือไม่! ''

เสียงสดใสไพเราะของศิษย์พี่แฝงไว้ซึ่งความจริงจังอย่างหามิได้

ทุกคนเงียบลงในทันทีไม่เว้นแม้แต่ป๋ายเสี่ยวเฟย การพูดไร้สาระในเวลาแบบนี้ไม่ต่างจากรนหาที่ตาย

''ก่อนอื่นพวกเจ้าต้องตื่นหกโมงเช้าพรุ่งนี้ หลังจากนั้นสิบนาทีจะมีรถม้ามารับพวกเจ้าและมันจะรอพวกเจ้าเพียงสามสิบวินาที ใครที่สายเชิญกลับไปได้เลยเพราะบทเรียนแรกคือการตรงต่อเวลา''

''หลังจากนั้นพวกเจ้าจะต้องเข้าสู่การทดสอบความอดทน มันจะเริ่มหลังจากรถม้าถึงจุดหมาย พวกเจ้าทุกคนจะต้องวิ่งกลับมาที่นี่! ''

''พวกเจ้ามีเวลาหนึ่งชั่วโมง พวกเจ้าสามารถใช้วิธีไหนก็ได้แต่ใครที่ใช้เวลาเกินจะถูกตัดสิทธิ์ ยิ่งพวกเจ้ามาถึงไวเพียงใดคะแนนที่ได้ก็ยิ่งเยอะขึ้น''

''คนที่ผ่านบดทดสอบแรกจะต้องทำการทดสอบที่สองในทันที ส่วนรายละเอียดก็ง่ายๆ พวกเจ้าเพียงต้องหาผ่านประตูหลักของสถาบันเท่านั้น''

''หลังจากเข้าไปแล้วก็จะเริ่มบดทดสอบที่สาม หาที่ทำงานของเจ้าสถาบันหรือรองเจ้าสถาบัน มีเจ้าสถาบันหนึ่งคนและรองเจ้าสถาบันสามคนในสถาบัน พวกเจ้าสามารถรับใบผ่านการทดสอบจากพวกเขาได้''

''ข้าได้พูดไปหมดแล้ว ต่อไปถึงตาพวกเจ้าถาม พวกเจ้าทั้งหมดถามได้แค่สามคำถามเท่านั้นและข้าจะตอบเฉพาะคำถามที่ข้าอยากตอบ''

หลังจากพูดสิ่งที่จำเป็นหมดแล้วนางกวาดตามองทุกคน

ทันใดนั้นเองที่นางสังเกตมือที่ชูขึ้น

''ศิษย์พี่หญิง ท่านช่างสวยงดงามปานบุปผา เสียงของท่านไพเราะเสนาะหูเหลือคณานับ นามของท่านคงน่าฟังไม่ต่างกันใช่หรือไม่? ''

ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังครุ่นคิดว่าจะถามอะไรดีป๋ายเสี่ยวเฟยก็ได้เปิดฉากถามคำถามที่ไร้ซึ่งแก่นสาร เสียงกร่นด่าดังขึ้นมาทันทีแต่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่คิดจะสนใจ ใบหน้าเขามีรอยยิ้มจาง อดทนรอให้ศิษย์พี่หญิงตอบคำถาม

''ฉินหลิงหยาน นักเรียนปีหนึ่ง หากเจ้าสามารถใช้ข้อมูลนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ข้าจะเลี้ยงข้าวเจ้ามือนึง''

ฉินหลิงหยานยิ้มอ่อนเพราะขนาดนางเองยังคิดว่าข้อมูลนี้ช่างไร้ประโยชน์ ต่างจากป๋ายเสี่ยวเฟยที่ยิ้มอย่างพอใจ

''ขอบคุณศิษย์พี่หญิงสำหรับความใจดีของท่าน อย่าปวดใจหลังจากข้าสั่งอาหารมื้อใหญ่เสียล่ะ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยนิ่งเงียบรอฟังคำถามอีกสองข้อจากคนที่เหลือ แต่หลังจากได้ยินป๋ายเสี่ยวเฟยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

''พวกเจ้าสามารถไปพักได้ ข้าหวังว่าพวกเราจะได้กลายเป็นศิษย์ร่วมสถาบันในวันพรุ่งนี้''

หลังจากคนอื่นจากไปหมดแล้ว มีเพียงป๋ายเสี่ยวเฟยที่ยังยืนอยู่กับที่

''เจ้าไม่ไปพักหรือ? ''

ฉินหลิงหยานยิ้มให้กับป๋ายเสี่ยวเฟย นางมีความสนใจในตัวชายตรงหน้าไม่น้อย เพราะเขาเป็นคนมีอารมณ์คมคาย รู้จักวิธีพูดเอาอกเอาใจผู้อื่น

จบบทที่ ตอนที่ 6 สอบเข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว