เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 หญิงสาวจอมเผด็จการ

ตอนที่ 4 หญิงสาวจอมเผด็จการ

ตอนที่ 4 หญิงสาวจอมเผด็จการ


ชายชราตั้งใจจะพักผ่อน แต่เสียงของหญิงสาวภายในกำแพงแสงทำให้เขาตกใจจนกระโจนขึ้นมาจากพื้น

''ปล่อยข้าออกไป ไม่งั้นข้าจะฆ่ามัน! ''

'จบกัน จบกัน ข้าช่างโง่อะไรเช่นนี้ ข้าลืมไปได้อย่างไร! '

'ว่าไอ้หนุ่มขืนใจหญิงสาวผู้นี้! '

ในใจเต็มไปด้วยความสำนึกผิด เขาหวังเพียงจะตบหน้าตัวเองดังๆ ชายชรารีบถอนเก็บกำแพงแสงสิ่งที่ปรากฏหลังจากนั้นทำเอาเขาตกใจสุดขีด

หญิงสาวผู้สวมใส่กระโปรงสั้นเปล่งรังสีแห่งความแข็งแกร่งเผด็จการ แต่ที่น่าตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นลักษณะพิเศษทั้งสองของสัตว์อสูร

'สัตว์อสูรแปลงกาย!?? '

'อะไรวะ!? ข้าจะตายที่นี่จริงๆ รึ!!!??? '

นี่คือความคิดแรกในใจของชายชรา สัตว์อสูรแปลงกายคือตัวตนที่เทียบได้กับนักเชิดหุ่นไร้กาล การกำจัดนักเชิดหุ่นขั้นตำนานอย่างเขาง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ

ไม่นานนักเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ หากเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงตกตายไปนานแล้วและไม่มีทางลักพาตัวนางมาถึงที่นี่ได้

แต่หากไม่ใช่สัตว์อสูรแปลงกาย... แล้วจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร?

''เอ่อ... นั่น... ศิษย์ของข้าเขา...''

ชั่วขณะหนึ่ง ชายชราไม่อาจทำความเข้าใจได้

''เจ้าไม่ต้องเดา ข้าคือสัตว์อสูรจริงแท้แน่นอน สำหรับเหตุผลที่เหตุใดข้าจึงอยู่ในสภาพนี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องรู้ แต่เรื่องที่ข้าช่วยเขาไว้เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นข้าต้องการค่าตอบแทน''

สงบนิ่ง! สงบนิ่งเกินไปแล้ว!

สิ่งที่ชายชราคิดเป็นอันดับแรกหาใช่ความหวาดกลัวไม่ หากแต่เป็นความจริงที่ว่าหญิงสาวคนนี้คือสัตว์อสูรไม่น่าแปลกใจเลยที่นางจะสามารถอดทนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ...

''ค่าตอบแทนอันใดที่ข้าสามารถมอบให้กับตัวตนเช่นเจ้าได้? ''

ชายชรากลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งและถามออกมาอย่างระมัดระวัง

เขาไม่อาจที่จะไม่กลัวได้ ที่นี่คือเทือกเขาไร้ขอบเขตบ้านของนาง นางผู้เป็นสัตว์อสูร หากนางไม่พอใจแม้แต่ศพของชายชราก็เกรงว่าจะอยู่ไม่ครบ!

''เจ้ากล้าพาขยะตัวหนึ่งมาถึงเทือกเขาไร้ขอบเขต เจ้าสมควรจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกมนุษย์ข้าต้องการสถานะที่เหมาะสมในโลกมนุษย์ หากเจ้าช่วยข้าได้ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าทั้งสองกลับไปอย่างปลอดภัย''

ป๋ายเสี่ยวเฟยที่น่าสงสารถูกคน... ไม่สิ ถูกสัตว์อสูรที่เพิ่งทำกิจกรรมของสามีภรรยาเรียกว่าขยะ...

ม่านตาของชายชราหดลง เขาสามารถทำตามที่สัตว์อสูรเรียกร้องได้เพียงแต่เขาเป็นกังวลว่าสัตว์อสูรตนนี้จะทำอันตรายต่อมนุษย์

''เจ้าไม่มีเวลาให้ลังเล ถึงข้าไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ หากแต่เพียงข้าปรารถนา อย่างน้อยสัตว์อสูรระดับราชันสิบตนจะมาตามคำเรียกร้องของข้า แม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิข้าก็เรียกมาได้ จงตอบตกลงหากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่! ''

คำพูดของนางเต็มไปด้วยการข่มขู่ ชายชราไม่มีทางเลือกนอกจากเชื่อคำพวกนั้น สัตว์อสูรที่นางเอ่ยถึงมีพลังพอที่จะบดขยี้เขากลายเป็นปุ๋ย

''ข้าสามารถแนะนำสถานที่ที่จะปกปิดตัวตนของเจ้า หลังจากเจ้าออกจากที่นั่น เจ้าสามารถกลายเป็นใครก็ได้ตามเจ้าต้องการ''

ครั้งนี้ชายชราไม่ลังเลเพราะเขาหวาดกลัวอย่างแท้จริงว่านางจะทำตามที่ขู่ เขารีบหยิบจดหมายสีทองออกมาจากแหวนของเขา

หลังจากเอาออกมันออกมา เขาหวังเพียงจะตบหน้าตัวเขาเอง

'บัดซบ! ข้าหยิบผิดซอง!! '

หญิงสาวก้าวเดินด้วยท่าทางประหลาด เมื่อมาถึงตรงหน้าชายชราก็พลันหยิบจดหมายนั้นไป นางอ่านผ่านๆอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงจ้องชายชราอย่างเย็นชา

''พวกเจ้าทั้งคู่จะต้องชดใช้สำหรับเรื่องในวันนี้! ''

หลังจากกล่าวเสร็จ นางเงยหน้าขึ้นผิวปาก ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ป๋ายเสี่ยวเฟย สายตาคู่นั้นจ้องเขาอยู่นาน

ผ่านไปสักพักเห็นเสือดาวลวดลายสีเขียวตัวหนึ่งวิ่งมาแต่ไกล มันก้มหัวคำนับหญิงสาวด้วยความเคารพสูงสุดหญิงสาวขึ้นไปขี่บนหลังของมันและหายไปอย่างรวดเร็ว

ชายชราถอนหายใจยาวเยือก แผ่นหลังของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

เสือดาววายุระห่ำ สัตว์อสูรระดับราชา หากชายชราไม่ได้เห็นกับตาเขาคงไม่มีทางเชื่อว่าสัตว์อสูรดุร้ายอย่างมันจะมีด้านเชื่องกับเขาด้วย!

สัตว์อสูรภายในทวีปมีทั้งหมดเก้าระดับจากต่ำไปสูง ป่าเถื่อน พิสุทธิ์ วิญญาณ ประจักษ์ ราชา ราชัน จักรพรรดิ แปลงกายและเทวะ

ในระหว่างพวกมัน สัตว์อสูรแปลงกายเป็นตัวตนที่ยากจะพบเห็น มีเพียงไม่กี่ตนบนโลกใบนี้ สำหรับสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับนักเชิดหุ่นระดับนิรันดร์ เป็นตัวตนที่มีอยู่ในทางทฤษฎีเท่านั้น

สัตว์อสูรระดับราชากล่าวได้ว่าเป็นสัตว์อสูรระดับสูง

และที่หญิงสาวพูดว่านางสามารถเรียกสัตว์อสูรระดับราชันได้ดูเหมือนจะไม่ใช่คำโป้ปด!

ในระหว่างที่ชายชรากำลังเป็นกังวล ความคิดพวกนั้นค่อยๆ หายไป เขานึกภาพที่หญิงสาวที่เดินด้วยท่าทีประหลาด

'สมกับที่เป็นศิษย์ของข้าเทียนจี เล่นงานเจ้าสัตว์อสูรนั่นซะอ่วม... ฮ่าๆๆๆๆ '

ป๋ายเสี่ยวเฟยหลับในสภาพเปลือยกายทั้งคืน ในช่วงเวลารุ่งสาง ลมหนาวเย็นเยียบจากป่าพัดโชยมาหาเขาจนเขาอดที่จะตัวสั่นไม่ได้

''อะไรของนังปิศาจนั่น!!! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกระโดดขึ้นจากพื้นและตระโกนเสียงดัง

''แค่ฝันร้ายหรอกรึ...ทำข้าตกใจหมด...''

ป๋ายเสี่ยวเฟยก้มหน้ามองสภาพตนเองจากนั้นจึงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร...

''ไปตายซะไอ้แก่โรคจิต! เจ้าทำอะไรกับข้า! ข้ายังเป็นแค่เด็กแท้ๆ! ข้าจะฆ่าเจ้า!!! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกระโจนเข้าใส่ชายชราทั้งน้ำตา เขาพลันรู้สึกว่าร่างกายของเขามีอะไรบางอย่างแปลกไปร่างของเขาเคลื่อนตัวออกไป ใบหน้าล้มคะมำพื้น

ไม่มีทางที่ขาของเขาจะไม่เหนื่อยล้าหลังจาก''ต่อสู้''กับสัตว์อสูรนานขนาดนั้น!

ป๋ายเสี่ยวเฟยสัมผัสได้ถึงผ้าที่ถูกโยนใส่เขา ตามด้วยเสียงแผ่วเบาของชายชราเทียนจีที่ได้ยินมาแต่ไกล

''หยุดความคิดสัปดนของเจ้าเสีย ข้าเทียนจีมีชื่อเสียงเรื่องผู้หญิง ถึงเจ้าจะมีใบหน้าสวยงามดุจสตรีก็ไม่มีประโยชน์''

หลังจากป๋ายเสี่ยวเฟยใจเย็นลง เขาถอนหายใจยาวเหยียดและรีบสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ ในขณะที่ทำเช่นนั้นเขาถามถึงเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับพรหมจรรย์ของเขา

''แล้วเสื้อผ้าของข้าหายไปไหน? ''

''พิษกำหนัดกำเริบภายในตัวเจ้า ข้าจึงพาสัตว์อสูรแปลงกายเพื่อรักษา พวกเจ้าระเริงจนมืดค่ำ และเสื้อผ้าถูกฉีกขาดจนเหลือเพียงเศษผ้า''

เทียนจีชี้นิ้วไปยังเศษผ้าที่อยู่ใกล้ๆ หากสังเกตดูดีๆ จะเห็นได้ว่าเป็นผ้าที่มาจากเสื้อของชายหนุ่มและหญิงสาว

แต่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ทันสังเกตเห็น

''เจ้าคิดว่าศิษย์ของเจ้าโง่หรืออย่างไร? สัตว์อสูรแปลงกาย? นั่นคือระดับที่เทียบเท่าได้กับนักเชิดหุ่นไร้กาล ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มีสัตว์อสูรเช่นนั้นอาศัยอยู่ในเทือกเขาไร้ขอบเขตหรือไม่ หากมันพบพวกเราเข้าพวกเราไม่มีทางรอดจนถึงป่านนี้! ''

''เจ้าอยากเชื่อก็เชื่อไม่อยากก็ตามใจ สั่งที่ข้าพูดคือความจริง''

เทียนจีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจเพราะขนาดเขาเองยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย

''แต่ไอ้หนุ่ม เจ้าไม่คิดหรือว่าเจ้าล้ำเส้นเกินไป? ''เทียนจีกล่าวเสียงเย็นชา

ป๋ายเสี่ยวเฟยเข้าใจถึงความผิดพลาดโดยฉับพลัน ที่นี่ไม่ใช่หุบเขาวีรบุรุษและคนข้างหน้าก็ไม่ใช่พ่อหรือแม่บุญธรรมของเขาด้วย แต่เขาคืออาจารย์ที่อาจจะสังหารเขาได้ทุกเมื่อ!

ป๋ายเสี่ยวเฟยขยับเขยื้อนอย่างว่องไวไปข้างหลังชายชรา เขาเริ่มนวดไหล่ด้วยความชำนาญ

''ท่านอาจารย์โปรดอย่าโกรธา ศิษย์เพียงดีใจเกินไปที่สามารถใช้ปราณกำเนิดได้อีกครั้งทำให้ศิษย์เผลอพูดจาเหลวไหล ศิษย์ของท่านจะไม่มีวันลืมความเมตตาที่ท่านอาจารย์ประทานให้ เพื่อท่านแล้วไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟข้าก็ไม่หวั่น! ''

เทียนจีหัวเราะอย่างพอใจจากคำพูดของป๋ายเสี่ยวเฟย

''เด็กน้อย ปราณกำเนิดเจ้ายังใช้ไม่ได้แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาที่เทือกเขาไร้ขอบเขต? ''

เทียนจีรับป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นศิษย์แต่เขายังไม่รู้ถึงความเป็นมาของป๋ายเสี่ยวเฟย

''ข้าไม่ได้มาที่เทือกเขาไร้ขอบเขต ข้าออกมาจากข้างในต่างหาก''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติชายชราเทียนจีตาเบิกกว้าง

''เจ้าออกมาจากข้างใน?! จากหุบเขาวีรบุรุษ!? ''

ชายชราหันหัวไปมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ

''เจ้ามาจากหุบเขาวีรบุรุษ!? ''

''ถูกแล้วท่านอาจารย์ ทำไมหรือ? ท่านรู้จักที่บ้านนอกอย่างหุบเขาวีรบุรุษด้วย? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยก็ตกใจเหมือนกัน

''เจ้ามีตราวีรบุรุษอยู่กับตัวหรือไม่? ''

''ท่านหมายถึงเจ้านี่? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยหยิบตราวีรบุรุษออกมาจากเสื้อ มันมีตัวอักษรโบราณ 英 และ 雄 เขียนอยู่บนล่าง (แปลว่าวีรบุรุษ) ใบหน้าของชายชราขึงขัง เขารับตรามาจากป๋ายเสี่ยวเฟย จ้องสักพักแล้วจึงยื่นกลับคืน

''เจ้าต้องเก็บรักษามันให้ดี อย่าเอาออกมาให้ใครเห็นและอย่าบอกใครว่าเจ้ามาจากที่นั่น! ''

เขาจ้องหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างเคร่งเครียด

''ท่านอาจารย์อย่าเป็นกังวล พ่อแม่บุญธรรมของข้าได้บอกข้าเรื่องนี้หลายรอบ ที่ข้าบอกท่านเพราะท่านไม่ใช่คนนอก''

ป๋ายเสี่ยวเฟยหัวเราะอย่างมีเลศนัย ฉวยโอกาสยกยอปอปั้นชายชรา

ในความเป็นจริงเขาได้ลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว แน่นอนว่าชายชราไม่มีทางรู้

ฉะนั้นชายชราจึงรู้สึกตื้นตันอย่างสุดซึ้ง...

เทียนจีถาม

''เช่นนั้นเจ้าจากหุบเขาวีรบุรุษเพราะเหตุผลอันใด? เจ้าคงไม่ได้ออกมาเพื่อเดินเล่นใช่หรือไม่? มันไม่ง่ายเลยที่จะกลับเข้าไป''

''ข้าออกมาเพื่อล้างแค้นให้พ่อแท้ๆ ของข้าซึ่งข้าไม่เคยพบเจอ อ้างอิงจากพ่อแม่บุญธรรมของข้า พ่อข้าเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่หากแต่สาเหตุการตายของเขาไม่แน่ชัด พวกเขาขอให้หาออกมาสืบสวนและข้าสามารถกลับได้เมื่อรู้ข้อเท็จจริง''

ไม่มีร่องรอยความเสียใจบนใบหน้าป๋ายเสี่ยวเฟย อย่างที่เขากล่าว เขาไม่มีความประทับใจใดๆ ต่อพ่อของเขา สิ่งเดียวที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของพวกเขามีเพียงเสี่ยวเอ้อ หุ่นเชิดมีชีวิตที่ผูกมัดกับเขาไว้ตั้งแต่แรกเกิด

''วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่? ป๋าย...''

ม่านตาเทียนจีหดลง เขามีสีหน้าครุ่นคิดไม่นานนัยน์ตาทั้งคู่ก็เบิกกว้าง ชายชราจับไหล่ป๋ายเสี่ยวเฟยแน่น มือทั้งคู่สั่นไหว

''พ่อของเจ้าชื่อป๋ายหลงเฟยใช่หรือไม่!? ''

''อาจารย์ท่านสงบลงก่อน ท่านทำข้าตกใจ! ''

ชายชราเทียนจีรู้ว่าตนสูญเสียความสุขุม เขารีบปล่อยมือจากไหล่ป๋ายเสี่ยวเฟย แต่ความตื่นเต้นภายในตาของเขาไม่มีทีท่าจะจางลง

''พ่อของเจ้าใช่ป๋ายหลงเฟยใช่หรือไม่!? ตอบข้า!! ''

ชายชราเทียนจีถามอีกครั้ง ตาทั้งคู่จ้องเขม็งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยจนเขารู้สึกด้านชาที่หนังหัว

ป๋ายเสี่ยวเฟยพยักหน้า ''พ่อแม่บุญธรรมของข้าบอกข้าว่าเขาชื่อป๋ายหลงเฟย''

หลังจากป๋ายเสี่ยวเฟยพูดจบ เสียงหัวเราะของชายชราดังไปทั่วท้องฟ้าสามที นัยน์ตาทั้งสองปรากฏร่องรอยของน้ำเมื่อเขามองหันหน้ามามองป๋ายเสี่ยวเฟย

''หลายปีผ่านไปโดยมีคนมากมายปล่อยข่าวลือต่างๆ นานา แต่ข้าไม่มีข่าวลือไหนที่ข้าเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ข้าจะได้มาเจอกับลูกของเจ้า''

''ฟ้าลิขิต! มันเป็นโชคชะตา! ''

ถึงป๋ายเสี่ยวเฟยจะไม่รู้เหตุผลของความโศกเศร้าในใจชายชรา แต่เขาสามารถสัมผัสมันได้เพราะเมื่อพ่อแม่บุญธรรมของเขาเอ่ยถึงพ่อของป๋ายเสี่ยวเฟยพวกเขาก็มีน้ำเสียงเช่นนี้เหมือนกันป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายลงไปอึกหนึ่ง เขาถามเสียงค่อย

''ท่านอาจารย์ ท่านรู้จักพ่อของข้า? ''

''ข้าคงรู้จักป๋ายหลงเฟยไม่มากไปกว่าพ่อแม่บุญธรรมของเจ้า แต่ข้าสามารถบอกสถานที่ให้เจ้าได้! ''

ชายชราเทียนจีหยุดครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาทั้งคู่จะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น...

จบบทที่ ตอนที่ 4 หญิงสาวจอมเผด็จการ

คัดลอกลิงก์แล้ว