เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 กลายเป็นศิษย์? ให้ตายเถอะ!

ตอนที่ 2 กลายเป็นศิษย์? ให้ตายเถอะ!

ตอนที่ 2 กลายเป็นศิษย์? ให้ตายเถอะ!


ชายชราไม่อาจปกปิดอารมณ์ยินดี เขาจับมือป๋ายเสี่ยวเฟยแน่นหลังจากหัวเราะจนพอใจ

เขาถาม

''เจ้าเคยกินสิ่งแปลกๆ หรือไม่?

เป็นคำถามที่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยสะดุ้ง

'เขารู้ได้อย่างไร...? '

''ใช่... ตอนข้ายังเด็ก ข้าเคยกินผลไม้สีแดงชาดที่ข้าเจอตรงขอบหน้าผา จากนั้นข้าก็เป็นไข้นอนซมสามวัน พอหายไข้ข้าก็ไม่สามารถควบคุมปราณของตนเองได้ เสี่ยวเอ้อเป็นหุ่นเชิดก่อนที่ข้าจะเป็นเช่นนี้''

ป๋ายเสี่ยวเฟยตอบตามความจริง ความคาดหวังพลันอุบัติขึ้นมาในใจ

ในโลกที่นักเชิดหุ่นเป็นใหญ่ ไม่มีใครอยากจะเป็นคนพิการที่ไม่อาจควบคุมปราณกำเนิด

'ถ้าเขาสามารถช่วยข้าได้...'

''ประเสริฐ! ''

รอยยิ้มของชายชรากว้างขึ้นกว่าเดิม

''เหตุผลที่เจ้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงปราณกำเนิดของตนเองได้นั้นเป็นเพราะผลไม้จากสวรรค์กำเนิด แต่ร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไปจึงไม่สามารถรองรับปราณกำเนิดได้มากขนาดนั้น หลังจากมีปราณกำเนิดเต็มขีดจำกัด ร่างกายของเจ้าจึงได้ปิดผนึกมันไว้''

เป็นครั้งแรกที่มีคนอธิบายถึงสาเหตุของอาการผิดปกติ พ่อแม่บุญธรรมของเขาตระเวนหาอ่านหนังสือมากมายเพื่อหาวิธีรักษา แต่พวกเขาไม่เคยหาเจอ

''ตามจริงแล้วร่างกายของเจ้าควรจะระเบิดเนื่องจากปราณที่มากเกินไป เหตุใดเจ้ายังมีชีวิตอยู่? ''

ร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนสีหน้าของชายชราเมื่อเขากล่าว เพียงไม่ช้าก็หายไป

''ใครจะไปสน! หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่แค่นั้นก็เพียงพอ! ยิ่งมาเจอข้ายิ่งยอดเยี่ยมไปใหญ่! ''

ชายชราผู้ชื่นชอบการพูดเองเออเองหัวเราะอีกครั้งในขณะที่เขาจ้องหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยเขม็ง

''ผู้อาวุโส... ข้า...''

แววตาดุดันของชายชราเป็นเหตุให้เส้นผมของป๋ายเสี่ยวเฟยชูตั้ง รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา

''มีเพียงวิชาฝึกปรือสองอย่างเท่านั้นในโลกใบนี้ที่สามารถช่วยเจ้าได้ อย่างแรกคือวิชาเทพจันทราจากจักรวรรดิเย่ฮวาแต่มันเป็นวิชาลับ มีคนน้อยกว่าสิบที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะฝึกปรือมันได้''

''วิชาที่สองคือเคล็ดวิชาเทวะฉบับบกพร่องซึ่งข้าได้ค้นพบเมื่อครั้นเยาว์วัยและยังเป็นวิชาที่ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่ออนุมานให้มันสมบูรณ์ ประกายแสงสุริย''

ร่องรอยแห่งความภาคภูมิปรากฏขึ้นบนหน้าของชายชราก่อนที่เขาจะเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

''แล้ว... ยังคิดจะปฏิเสธอยู่อีกรึ? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากเย็น เขายอมรับว่าเขาหวั่นไหว แต่สัญชาตญาณสั่งให้ป๋ายเสี่ยวเฟยคิดอย่างรอบคอบ เนื่องจากประสบการณ์ที่ได้รับการสั่งสอนอย่าง'ทารุณ'โดยพ่อบุญธรรมของเขา ทำให้เขารู้ว่าโชคลาภไม่มีทางหล่นมาใส่หัวเขาง่ายๆ!

''ท่านพูดว่ามันเป็นวิชาฉบับบกพร่องที่ท่านอนุมานให้มันสมบูรณ์? ท่านหมายความว่าไม่มีใครเคยฝึกวิชานี้มาก่อน? ''

ชายชราแข็งค้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น

''นั่นเป็นเพราะไม่มีใครมีคุณสมบัติมากพอ! ''

ชายชราเชิดคางขึ้นหมายจะปกปิดความไม่มั่นใจในสายตาของเขา

''ท่านหมายความว่าวิชานี้ต้องการคุณสมบัติหลายอย่าง? ''

ชายชรากลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่

''เป็นเรื่องปกติสำหรับวิชาเทวะที่ต้องการคุณสมบัติของผู้ฝึกหลายอย่าง! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยที่แสนฉลาดสังเกตเห็นทุกรายละเอียดของชายชรา แต่ใบหน้าของเขาไม่ปรากฏให้เห็นถึงความปั่นป่วน

''ความจริงแล้วเคล็ดวิชานี้ยังไม่สมบูรณ์ใช่หรือไม่ ผู้อาวุโส? ''

ชายชราไม่อาจทนได้อีกต่อไป หากเขาปล่อยให้ป๋ายเสี่ยวเฟยถามต่อไปเรื่อยๆ แผนการของเขาต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่นอน

''บัดซบ! เจ้าอยากเรียนหรือไม่เรียน! ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว! นอกจากกลายมาเป็นศิษย์ข้าหรือจะเป็นคนพิการ เลือก! ''

แต่ชายชราร้อยไม่คิดพันไม่คิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเสียได้

ผลึบ

โดยไม่ปล่อยให้ชายชราได้มีโอกาสพูด ป๋ายเสี่ยวเฟยคุกเข่าลงพื้นอย่างแรงตามด้วยโขกหัวสามครั้ง

''ศิษย์ป๋ายเสี่ยวเฟย คารวะท่านอาจารย์! ข้าภาวนาให้ท่านอาจารย์มีอายุยืนยาวไปอีกนับร้อยปี! สมรรถนะทางร่างกายสมบูรณ์พร้อม! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวเน้นย้ำคำว่า'สมรรถนะทางร่างกาย' เพื่อส่งสัญญาณให้ชายชรารู้ตัวว่าบนอาภรณ์ของเขายังมีดินทรายติดอยู่และเขาควรจะประพฤติให้เหมาะสม!

แต่ชายชรากลับไม่รู้ตัว ใบหน้ายิ้มกระหยิ่มด้วยความพึงพอใจ

''ประเสริฐ! ประเสริฐ! มาๆ ข้าจะมอบของขวัญให้เจ้า''

หลังจากพูดจบ ชายชราจ้องมือขวาของเขาอยู่นานจนในที่สุดก็เลือกที่จะถอดแหวนเล็กๆ ในนิ้วก้อยออกมาและยื่นมันออกไปให้ป๋ายเสี่ยวเฟย

''รับไป! มันคือแหวนมิติ ข้างในมีช่องว่างอยู่หนึ่งร้อยตารางเมตร ข้าตัดการเชื่อมต่อกับมันแล้วเพราะงั้นเจ้าแค่ใส่ปราณกำเนิดเข้าไปในเลือดของเจ้าและหยดลงใส่แหวนมันก็จะเป็นของเจ้า''

ป๋ายเสี่ยวเฟยเหม่อลอยจองหน้าชายชราอยู่นาน

'ไอ้แก่! เจ้าล้อข้าเล่นหรืออย่างไร!? ทำไมไม่รักษาข้าก่อน!! '

''ท่านอาจารย์ แหวนวงอื่นของท่านก็เป็นแหวนมิติเช่นนั้นหรือ? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกะพริบตาปริบๆ นิ้วชี้ไปที่มือของชายชราพลางทำสีหน้าใสซื่อ

''เอ่อ... ก็ใช่ แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ไม่มีวงไหนดีเท่าของเจ้า เพราะเจ้าคือศิษย์คนเดียวของข้านี่เนอะ ข้าจึงให้เจ้าในสิ่งที่ดีที่สุด''

ชายชราทำสีหน้าน่าสมเพช คำพูดไม่น่าเชื่อถือสักนิด

''จะว่าไปเจ้ายังไม่สามารถโคจรปราณกำเนิดใช่หรือไม่? มาๆ เดี๋ยวข้ารักษาให้เอง''

ชายชรารีบเปลี่ยนเรื่อง มือของเขาส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง ชั่วครู่ให้หลังพลันปรากฏคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่ง ภายในคัมภีร์เขียนไว้ซึ่งคำอธิบายอันยาวเหยียดของการฝึกวิชา ข้างบนสุดมีคำแนะนำที่เขียนด้วยลายมือไม่สอดคล้องกับคุณภาพของคัมภีร์

''ข้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องขีดเขียนเท่าไหร่ อ่านเท่าที่เจ้าอ่านได้ไม่เข้าใจตรงไหนค่อยถามข้า''

ชายชราส่งคัมภีร์ให้ป๋ายเสี่ยวเฟยในท่วงท่าไม่สนใจไยดีราวกับว่าคัมภีร์นั้นเป็นเพียงขยะไร้ค่าและไม่ว่าป๋ายเสี่ยวเฟยจะมองอย่างไรคัมภีร์นี้ก็ไม่เหมือนคัมภีร์เคล็ดวิชาเทวะแม้แต่น้อย

เคล็ดวิชาสำหรับฝึกปรือปราณกำเนิดภายในทวีปถูกแบ่งออกเป็นเก้าระดับ จากต่ำไปสูงมีระดับ กำเนิด มนุษย์ วิญญาณ เหลือง ดำ ปฐพี สวรรค์ ศักดิ์สิทธิ์และเทวะ

โดยปกติแล้วระดับของเคล็ดวิชาจะส่งผลแค่ความเร็วในการควบแน่นปราณกำเนิดเท่านั้น อย่างไรก็ตามเคล็ดวิชาบางอันก็มีผลข้างเคียงพิเศษด้วยเช่นเคล็ดวิชาเทพจันทราที่ชายชราได้เอ่ยถึงซึ่งวิชานั้นมีผลข้างเคียงเป็นการฟื้นฟูระดับสูง

''มองข้าทำไม? ไปฝึกวิชา! ไม่มากนักหรอกที่ข้าจะว่างยืนคุ้มกันให้เจ้าได้''

ชายชรามีสีหน้าประหลาดปนสับสนหลังเห็นว่าป๋ายเสี่ยวเฟยยืนนิ่งเป็นเวลานาน แต่คนที่สับสนว่าหาใช่ใครอื่นนอกจากป๋ายเสี่ยวเฟย

''ท่านอาจารย์... ท่านจะไม่สอนเคล็ดลับในการฝึกให้ศิษย์หน่อยหรือ? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าว ทั้งคู่ยืนจ้องตากันอยู่นาน

''แค่กๆ วิชาที่อาจารย์ฝึกบังเอิญว่ามันไม่สามารถเข้ากับเคล็ดวิชาประกายแสงสุริย การให้คำแนะนำเจ้าในการฝึกรังแต่จะส่งผลเสีย เหตุนั้นเองศิษย์ข้า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน''

ชายชราตบบ่าป๋ายเสี่ยวเฟย ใบหน้าขึงขังราวกับว่าได้มอบหมายภารกิจอันยิ่งใหญ่

ในระหว่างนั้นมรสุมพายุก่อตัวขึ้นในใจป๋ายเสี่ยวเฟย

'บัดซบ! วิชาที่เจ้าฝึก'บังเอิญ'เข้ากันไม่ได้กับวิชานี้? แต่เจ้ายังบังอาจอนุมานส่วนที่เหลืออีกรึ!? เจ้าไม่คิดถึงความรู้สึกศิษย์ของเจ้าบ้างหรือไร?! '

'แล้วจะให้ข้าฝึกอย่างไรเล่า!!! '

ป๋ายเสี่ยวเฟยขุ่นเคืองจนตัวสั่น เขารู้เป็นครั้งแรกในชีวิตว่าเขาไม่ใช่คนที่ไร้ยางอายที่สุดในโลก

''อย่าเพิ่งใจร้อนศิษย์ข้า การฝึกปรือวิชานี้ห้ามเร่งรีบต้องค่อยเป็นค่อยไป หาไม่แล้วเจ้าอาจถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้! ''

ชายชราผู้เข้าใจสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยคิดรีบให้กำลังใจเขา

''ไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าไม่มีทางตายเมื่อมีข้าอยู่ใกล้ๆ อีกอย่างเทือกเขาไร้ขอบเขตเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติจากธรรมชาติ การปกป้องเจ้าในที่แห่งนี้ไม่เป็นปัญหาเลยสักนิด''

คำปลอบประโลมของชายชราเป็นสิ่งที่ไร้ความน่าเชื่อถือที่สุดในโลก ป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นก่อนที่เขาจะเปิดคัมภีร์อย่างช้าๆ

เป็นตายแล้วแต่สวรรค์กำหนด!!!

จบบทที่ ตอนที่ 2 กลายเป็นศิษย์? ให้ตายเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว