- หน้าแรก
- คุณชายสุดแกร่ง
- ตอนที่ 56 ถงเอ๋อร์ต้าน
ตอนที่ 56 ถงเอ๋อร์ต้าน
ตอนที่ 56 ถงเอ๋อร์ต้าน
ทางเดินหน้าห้องจักรพรรดิ โรงแรมไห่เทียน เงียบสงัดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ทุกอย่างเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครกล้าขยับ นอกจากม่อจิงเหวินที่นอนหมดสติด้วยความเจ็บปวดแล้ว ทุกสายตาต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ยกเว้นเซียวเหยา ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ผงหูเตี๋ย อย่างไม่ละสายตา
"เซียวเหยา ฉันขอพูดเลยนะ นี่เป็นผู้หญิงที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา!" ฟางไห่กระแอมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เซียวเหยาได้แต่ถอนหายใจ ยิ้มเจื่อนๆ ตอบกลับไป
ผู้ชายที่ถูกทำลายอนาคตด้วยส้นสูงของผงหูเตี๋ยมีน้อยเสียที่ไหน? แค่ที่เซียวเหยารู้ก็ไม่น้อยกว่าห้าหกคนแล้ว และตอนนี้ก็เพิ่มม่อจิงเหวินเข้าไปอีกหนึ่ง ดูจากฝีเท้าของผงหูเตี๋ยเมื่อครู่แล้ว อนาคตเรื่อง “ความสุข” ของม่อจิงเหวินคงจบสิ้นจริงๆ
แต่เซียวเหยาก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรเลย จะไปลวนลามใครไม่ลวนลาม ดันไปลวนลามผงหูเตี๋ยเอง แบบนี้ก็สมควรแล้ว
"คะ...คุณกล้าทำร้ายเหวินเส้าเหรอ?" ชายร่างใหญ่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงพูดสั่นจนจับใจความแทบไม่ได้
"ก็ทำไปแล้ว ยังจะถามอีกว่ากล้าหรือเปล่า? ฉันไม่ใช่แค่กล้าทำร้ายเขา แต่ยังกล้าทำร้ายแกด้วย เอาสิ อยากลองไหม?" ผงหูเตี๋ยปรายตามองเขา ก่อนจะหัวเราะเย็นชา
ชายร่างใหญ่ถอยหลังกรูดไปอีกหลายก้าว แค่โดนผงหูเตี๋ยมอง เขาก็รู้สึกเหมือนมีลมเย็นวาบที่หลัง เขาไม่อยากลงเอยเหมือนม่อจิงเหวินที่ถูกส้นสูงปราบจนหมดท่าแน่ๆ
"เล่ยเส้า ทำไงดี?" ชายผมยาวเดินเข้ามากระซิบถามชายร่างใหญ่
"ทำไงอะไร?" ชายร่างใหญ่เลิกคิ้วถาม
"จะทำไงได้ล่ะ? เราจะรับมือกับพวกเขายังไงดี ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ตระกูลม่อต้องโกรธพวกเราแน่ ถึงเหวินเส้าจะไม่ได้เป็นที่โปรดปรานในตระกูลม่อ แต่ยังไงเขาก็เป็นคนของตระกูลม่ออยู่ดี ตอนนี้เขากลายเป็นแบบนี้ ตระกูลม่อคงไม่ปล่อยพวกเราง่ายๆ หรอก"
เล่ยเส้าเพิ่งจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายจนอดขนลุกไม่ได้
"เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!" เล่ยเส้าพยักหน้าแรง "ต้องจับพวกนี้ส่งให้ตระกูลม่อทั้งหมด ไม่งั้นตระกูลม่ออาจจะเล่นงานพวกเราแน่!"
"ใช่!" เมื่อได้ยินเล่ยเส้าเอ่ยแบบนั้น คนของเขาก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์กันหมด สีหน้าทุกคนดำคล้ำ สายตาที่มองมายังเซียวเหยาและพวก เต็มไปด้วยความเย็นชา
ผงหูเตี๋ยเดินเข้ามาใกล้เซียวเหยา ทำหน้าทำตาน่าสงสาร "ฉันทำแบบนี้ จะทำให้นายลำบากหรือเปล่า?"
เซียวเหยายังไม่ทันได้ตอบ ฟางไห่ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "ไม่ลำบากๆ ฮ่าๆ! เธอทำได้ดีมาก เรื่องแบบนี้ให้ผู้หญิงอย่างเธอจัดการเหมาะสุดแล้ว ฉันเองก็ทำไม่ลงหรอก สบายใจได้เลย ถ้ามีใครกล้ามาหาเรื่องเธอในภายหลัง ก็บอกไปเลยว่าฉันเป็นคนทำ! อยากรู้เหมือนกันว่าตระกูลม่อจะกล้ามาหาเรื่องฉันไหม"
เซียวเหยาแอบยิ้มขื่นในใจ ฟางไห่นี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผงหูเตี๋ยเลยจริงๆ ผู้หญิงแบบนี้จะกลัวตระกูลม่อเสียที่ไหน ถ้าเธออยากจะจัดการจริงๆ แค่คืนเดียวก็เก็บคนในตระกูลม่อได้ทั้งบ้าน
"งั้นก็ขอบใจมากนะ!" ผงหูเตี๋ยยิ้มหวานตอบ
"ไม่ต้องขอบใจหรอก" ฟางไห่พูดจบก็กวาดตามองพวกผู้ชายหน้าดำคล้ำที่มองมาทางพวกเขา "ยังไง? จะมาหาเรื่องพวกเรารึไง? ถ้าอยากก็เข้ามาเลย จะได้จัดการให้เสร็จๆ แล้วไปกินข้าว"
"ไอ้หนุ่ม แกเป็นใคร?" เล่ยเส้าคิดว่าก่อนลงมือควรถามให้แน่ใจเสียก่อน เพราะอีกฝ่ายกล้าทำร้ายม่อจิงเหวินทั้งที่รู้ว่าเป็นใคร แบบนี้คงไม่ใช่คนธรรมดา ต้องดูหน่อยว่าเป็นคนที่ตัวเองจะรับมือไหวไหม
"ฉันเหรอ?" ฟางไห่ยิ้ม "ก็แค่คนนอกพื้นที่เท่านั้นเอง"
"คนนอก?" เล่ยเส้าได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ ยิ้มเยาะทันที ไหนๆ ก็ไม่ใช่คนสำคัญของเมืองไห่เทียน จะกลัวอะไรอีก เขาโบกมือสั่งลูกน้องทันที "พวกเรา ลุย!"
"ได้!" ลูกน้องที่เหลืออีกห้าคนพร้อมเล่ยเส้า ต่างกรูกันเข้าหาเซียวเหยาและพวก
"ฮึ! อยากตายเอง!" ฟางไห่ไม่ได้ใส่ใจคนพวกนี้เลย เขาเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปก่อน เซียวเหยาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะฟางไห่ไม่มีพื้นฐานการต่อสู้เลย ต่อให้ไม่ใช่เซียวเหยา แค่ซ่งอี้หลินก็เล่นงานเขาได้สบายๆ
ซ่งอี้หลินกำลังจะตามเข้าไปช่วย แต่ถูกหลี่ชิวเยว่รั้งไว้
"จะไปไหน? แผลนายยังไม่หายดีเลย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลจะไปต่อยตีอีกหรือไง?" หลี่ชิวเยว่ขมวดคิ้ว
"ชิวเยว่ ปล่อยฉันเถอะ เพื่อนฉันกำลังสู้ ฉันจะอยู่เฉยได้ยังไง? อีกอย่าง พวกนี้เคยจะให้เธออยู่เป็นเพื่อนพวกมันแค่ประโยคนั้น ฉันก็ต้องเอาคืนให้สาสม!" ซ่งอี้หลินเริ่มร้อนใจ
ตอนแรกหลี่ชิวเยว่ยังไม่ได้ใส่ใจ แต่พอได้ยินประโยคหลัง ใบหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นมา ผู้หญิงคนไหนบ้างไม่อยากให้แฟนของตัวเองออกโรงเพื่อปกป้องเธอ?
ระหว่างที่หลี่ชิวเยว่กำลังตกตะลึง ซ่งอี้หลินก็สลัดตัวหลุดแล้วพุ่งเข้าไปกลางวงทันที อาการอ่อนแรงก่อนหน้าหายเกือบหมด หลังพักฟื้นมานาน ร่างกายกลับมาแทบสมบูรณ์ ส่วนบาดแผลเล็กน้อยสำหรับคนที่ผ่านการฝึกฝนแบบซ่งอี้หลินแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอเขาเข้าไปกลางวงก็เหมือนเสือโคร่งลงจากเขา หมัดแต่ละหมัดหนักหน่วงรุนแรง...
แม้ฟางไห่จะไม่มีพื้นฐานวิชาต่อสู้ แต่ร่างกายก็แข็งแกร่ง ผ่านศึกมามาก ต่อให้คนธรรมดาก็ทำอะไรเขาไม่ได้ พอเขาจัดการชายคนแรกล้มลง คนที่เหลือก็พากันลงไปนอนกุมแผลร้องโอดครวญกันระนาว
ฟางไห่เบิกตากว้าง มองเซียวเหยาและซ่งอี้หลินที่เดินกลับมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาบ่นขึ้นมาเบาๆ "จะรีบลงมือไปไหน ฉันเพิ่งจะอุ่นเครื่องเองนะ"
เซียวเหยาและซ่งอี้หลินได้แต่ยิ้มขำ ไม่พูดอะไร
ฟางไห่จัดการคนเดียวพอไหว แต่ถ้าต้องรับมือสองคนพร้อมกันก็คงลำบาก
ส่วนสาวๆ ที่มากับพวกผู้ชาย ตอนนี้หายหัวไปหมดแล้ว เซียวเหยาและเพื่อนๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ชาย ต่อให้สาวๆ พวกนั้นจะพูดจาน่าหมั่นไส้แค่ไหน ก็ไม่คิดจะลงไม้ลงมือกับผู้หญิง
พนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับตะลึง
พวกเขากล้ามาต่อยตีกันในโรงแรมไห่เทียนเลยเหรอ? คิดอะไรกันอยู่เนี่ย!
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เขาเองก็มีส่วนผิด ถ้าไม่พาเซียวเหยาและพวกมาที่ห้องจักรพรรดิ เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น ถ้าผู้จัดการรู้เข้า เขาอาจถูกไล่ออกแน่ๆ
คิดแค่นี้น้ำตาก็แทบจะไหลแล้ว
"เอาล่ะ พวกขาอ่อนจัดการหมดแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ" ฟางไห่ตบมือพูดขึ้น
"แน่นอนอยู่แล้ว" เซียวเหยายิ้ม
กลุ่มของเซียวเหยาเปิดประตูห้องจักรพรรดิเดินเข้าไป
ฟางไห่ยืนอยู่หน้าประตู หันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟ "ยังยืนอึ้งอะไรอยู่ รีบไปบอกครัวให้ทำอาหารสิ เมนูไม่ต้องเลือกมาก เอาสักสิบอย่างก็พอ"
พนักงานเสิร์ฟกระพริบตาปริบๆ คิดว่าตัวเองฟังผิดหรือเปล่า
พวกเขาตีกันในโรงแรมไห่เทียนแล้วยังจะมากินข้าวต่อ? พวกนี้เป็นใครกันแน่เนี่ย!
"เอ่อ...พวกคุณยังจะกินข้าวอีกเหรอครับ?" พนักงานเสิร์ฟลองถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"พูดอะไรไร้สาระ? ถ้าไม่มากินข้าว จะมาโรงแรมทำไม?" ฟางไห่เริ่มหงุดหงิด
เห็นฟางไห่เริ่มอารมณ์เสีย พนักงานเสิร์ฟรีบพยักหน้าแรง "ครับๆ เดี๋ยวผมจะไปสั่งครัวเดี๋ยวนี้"
พูดจบก็รีบวิ่งออกไปเหมือนหนีผี
ทุกคนเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
ชายในชุดสูทดำอายุประมาณ 40 ผิวคล้ำ เดินนำหน้าเข้ามา ตามหลังด้วยบอดี้การ์ดอีกสิบกว่าคน
"พวกคุณใช่ไหม ที่ก่อเรื่องชกต่อยในโรงแรมไห่เทียน?" ชายชุดสูทขมวดคิ้วถามเสียงเข้ม
"หืม? ถ้าไม่มีใครก่อเรื่องพร้อมกันกับเรา ก็คงเป็นพวกเรานั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่า?" ฟางไห่ตอบหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ไปกับพวกเราหน่อย!" ชายชุดสูทหัวเราะเย็น "ไม่คิดจะถามเลยหรือว่าเจ้าของโรงแรมไห่เทียนเป็นใคร กล้ามาก่อเรื่องที่นี่ ช่างไม่รู้จักตายจริงๆ!"
"ไม่รู้จักตาย?" ฟางไห่ลุกขึ้นยืน จ้องหน้าชายชุดสูท "เจ้าของที่นี่ก็ถงเจานั่นแหละ ฮึ! ตอนนี้เขาคงไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรอก โทรหาเขาดูสิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าพอฉันก่อเรื่องที่นี่ เขาจะทำอะไรฉันได้บ้าง"
ชายชุดสูทดำ ผู้จัดการโรงแรมไห่เทียน สีหน้าถึงกับเปลี่ยนไป
อีกฝ่ายรู้ว่าใครเป็นเจ้าของโรงแรมไห่เทียน แต่กลับไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ที่สำคัญน้ำเสียงยังเหมือนมองข้ามเจ้านายเขาไปเลย
ดูท่าทีแล้ว คนคนนี้ไม่น่าจะเป็นแค่พวกบ้าระห่ำธรรมดาแน่
"ขอทราบว่าคุณเป็นใคร?" ผู้จัดการกระแอมถามอย่างระมัดระวัง
"ฉันเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องรู้" ฟางไห่โบกมือ "ถ้านายไม่โทร ฉันโทรเอง"
พูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาใครบางคน
"ฮัลโหล? ถงเอ๋อร์ต้านเหรอ? ฉันอยู่ที่โรงแรมไห่เทียนของนาย กำลังมีเรื่องชกต่อยอยู่ ตอนนี้ผู้จัดการกับบอดี้การ์ดจะจับฉัน นายจะเอาไงก็ว่ามา!" ฟางไห่พูดกร้าว
เจ้าของโรงแรมไห่เทียนชื่อถงเจา เป็นลูกชายรองของตระกูลถงที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงมณฑล พ่อของเขาเป็นนายกเทศมนตรี แถมยังมีธุรกิจในเครือครอบครัวอีกมากมาย แต่โรงแรมไห่เทียนนี้เป็นธุรกิจส่วนตัวของถงเจา ด้วยสถานะของเขา ปกติไม่มีใครกล้ามาก่อเรื่องในโรงแรมนี้ แต่ฟางไห่จะต้องให้ถงเจาหน้าไว้ด้วยหรือ?
เหงื่อเริ่มผุดที่หน้าผากของผู้จัดการ
ในตระกูลถง ถงเจามีพี่สาวอีกคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงเป็นลูกชายคนที่สอง แต่ตอนนี้กลับถูกฟางไห่เรียกแบบไม่ให้เกียรติว่า “ถงเอ๋อร์ต้าน” ต่อหน้าคนอื่น
ฟางไห่เหลือบมองผู้จัดการ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ "ถงเอ๋อร์ต้านจะคุยกับนาย"
ผู้จัดการยื่นมือไปรับโทรศัพท์ด้วยความสั่นเทา...
_______________________________________________
ช่วงหยุด 3 วันเราไปต่างจังหวัดแล้วมีเรื่องวุ่นๆนิดหน่อย ยังไงวันนี้ขออัพแค่ 1 ตอนก่อนน้าา แล้วพรุ่งนี้จะกลับมาอัพให้ตามเดิมนะคะ🙏🏼🙏🏼🙏🏼