- หน้าแรก
- คุณชายสุดแกร่ง
- ตอนที่ 42 ไม่มีใครได้ยืนอยู่ตรงนี้สักคน
ตอนที่ 42 ไม่มีใครได้ยืนอยู่ตรงนี้สักคน
ตอนที่ 42 ไม่มีใครได้ยืนอยู่ตรงนี้สักคน
ในสายตาของใครหลายคน เซียวเหยาช่างหยิ่งผยองเหลือเกิน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ สีหน้าสงบนิ่งของเขากลับกลายเป็นการดูถูกพวกเขาอย่างที่สุด
สำหรับบรรดาผู้บริหารระดับสูงในห้องนี้ พวกเขาคาดหวังว่าเซียวเหยาควรจะเหงื่อตกหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว ถ้าจะให้ดี ก็ต้องคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนน้ำตาไหลพราก นั่นถึงจะไม่เป็นการกระทบหน้าตาพวกเขา
"แกรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?" ลั่วหยงเฉวียนหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ จ้องหน้าเซียวเหยาแล้วพูดเสียงเย็น "เชื่อไหม ถ้าแกไม่ยอมคุกเข่าขอขมาในวันนี้ ฉันรับรองว่าแกจะไม่ได้ออกจากกลุ่มบริษัทตระกูลหลี่แน่!" เมื่อพูดจบ ฟันของลั่วหยงเฉวียนแทบจะกัดกันจนแตก
"ขู่แบบนี้ ใครๆ ก็พูดได้" เซียวเหยายักไหล่ ถ้าเขาโดนคนแบบนี้ข่มขู่ได้ ป่านนี้คงเก็บข้าวของกลับขึ้นเขานอนไปนานแล้ว
"ดี! ดี! ดี!" ลั่วหยงเฉวียนสูดลมหายใจลึกๆ พูดคำว่า 'ดี' สามครั้งติด "โทรเรียกการ์ดมาเดี๋ยวนี้!"
"ผู้จัดการลั่ว จะเรียกการ์ดไปทำไม พวกเราตั้งเยอะ จะจัดการเด็กนี่ไม่ได้หรือไง?" ชายหนวดเคราคนหนึ่งหัวเราะเยาะ
"ดี! ใครก็ตามที่สั่งสอนเด็กนี่ให้หลาบจำได้ วันนี้ฉันลั่วหยงเฉวียนจะถือว่าเป็นพี่น้องกัน!" คำพูดของลั่วหยงเฉวียนเหมือนเป็นยากระตุ้นให้เหล่าผู้บริหารในห้องฮึกเหิมขึ้นมาทันที
"ฮ่าๆๆ ผู้จัดการลั่ว งั้นต่อไปเราก็เป็นพี่น้องกันแล้วล่ะ!" หนุ่มหนวดเคราหัวเราะเสียงดัง พับแขนเสื้อขึ้น จ้องเซียวเหยาด้วยสายตาดูถูก "ไอ้หนู ฉันเป็นประธานชมรมเทควันโดสมัยมหา’ลัยนะ ถ้ายอมขอโทษตอนนี้ยังทัน!"
คำพูดของเขาก็แค่ข้ออ้าง ต่อให้เซียวเหยาจะยอมขอโทษจริงๆ เขาก็ไม่มีทางปล่อยผ่าน เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่จะได้สนิทกับลั่วหยงเฉวียน เขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง
เซียวเหยาไม่แม้แต่จะสนใจชายหนวดเครา หันไปพูดกับหลิวชุนว่า "เธอไปหาที่นั่งรอก่อนเถอะ"
"อืม..." หลิวชุนถามด้วยความกังวล "คุณจะไม่เป็นอะไรแน่นะ?"
"ฉันจะเป็นอะไรได้ล่ะ?" เซียวเหยายักไหล่อีกครั้ง "ถ้าคนพวกนี้ทำอะไรฉันได้ ฉันก็คงไม่ใช่เซียวเหยาแล้ว"
รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าหลิวชุน เดิมทีเธอยังอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเซียวเหยาจะรับมือกับคนมากขนาดนี้ไหวหรือเปล่า แต่พอเห็นความมั่นใจของเขา เธอก็พลอยเบาใจตามไปด้วย
หนุ่มหนวดเครารู้สึกเหมือนโดนเซียวเหยาตบหน้าหลายฉาด ความดูถูกที่เคยมีมันช่างเด็กน้อยนัก เพราะการถูกเมินเฉยต่างหากคือการดูถูกที่เจ็บปวดที่สุด
"แกอยากตายนักใช่ไหม!" หนุ่มหนวดเคราขบฟันแน่น กำหมัดพุ่งเข้าใส่เซียวเหยา หวังจะสั่งสอนให้หลาบจำ
"หยุดนะ!" เสียงผู้หญิงใสๆ ดังขึ้นทันที
หนุ่มหนวดเคราชะงัก มองไปตามเสียงก่อนจะขมวดคิ้ว "คุณหลิน จะทำอะไรน่ะ?"
หลินชิงอวี่วิ่งเข้ามาด้วยความรีบร้อน ใบหน้าแดงระเรื่อ "ฉันต่างหากล่ะที่อยากถามว่าพวกคุณจะทำอะไรกันแน่!"
"คุณหลิน เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของผม ผมจะเป็นคนสั่งสอนเด็กนี่เอง" ลั่วหยงเฉวียนพูดด้วยความไม่พอใจ "ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ก็มาคุยกับผม"
"พวกคุณห้ามแตะต้องเขาเด็ดขาด!" หลินชิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
แม้เธอจะไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเซียวเหยาคือใคร แต่เธอรู้ดีว่าหลี่เซียวเซียวให้ความสำคัญกับเซียวเหยามากขนาดไหน ถ้าเซียวเหยาเป็นอะไรขึ้นมา รับรองว่ากลุ่มบริษัทตระกูลหลี่ต้องสะเทือนแน่
คนที่หลี่เซียวเซียวลงทุนลงมาเองถึงข้างล่าง แถมยังยิ้มให้ด้วยความจริงใจแบบนั้น มีหรือที่พวกเขาจะกล้ายุ่งด้วย?
"ผู้จัดการชิว ไม่ต้องสนใจเธอ" ลั่วหยงเฉวียนหรี่ตาพูด
หนุ่มหนวดเคราหรือผู้จัดการชิว เริ่มลังเล แม้อยากประจบลั่วหยงเฉวียน แต่หลินชิงอวี่ก็เป็นคนสนิทของหลี่เซียวเซียว เขาไม่อยากมีปัญหากับใครเลย
"ลงมือเลย! เรื่องนี้ผมลั่วหยงเฉวียนรับผิดชอบเอง!" ลั่วหยงเฉวียนพูดเสียงเข้ม
ได้ยินดังนั้นผู้จัดการชิวก็คลายกังวลในใจ นี่ลั่วหยงเฉวียนจะรับผิดชอบเอง แล้วเขาจะกลัวอะไรอีก คิดได้ดังนั้นจึงพุ่งเข้าใส่เซียวเหยาอีกครั้ง
หลินชิงอวี่หน้าซีด เธอไม่คิดเลยว่าทุกคนจะเลือกเมินเธอขนาดนี้
"หยุดเดี๋ยวนี้! พวกคุณรู้ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!" หลินชิงอวี่ตะโกนด้วยความโกรธ
แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
สายตาเซียวเหยาเย็นเยียบ เขาจ้องผู้จัดการชิวที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า คว้าหมัดของผู้จัดการชิวไว้ พลิกตัวหลบ ใช้ไหล่กระแทกเข้าที่อก จากนั้นหมุนตัวใช้เท้าอีกข้างเตะใส่เต็มแรง
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นผู้จัดการชิวกระเด็นไปนอนกองกับพื้น เลือดไหลซึมออกจากปาก
"อย่าบังคับฉันนะ ฉันกลัวจะห้ามมือไม่อยู่ เดี๋ยวจะเผลอฆ่าคนขึ้นมา" เซียวเหยาพูดเสียงเย็น
ลั่วหยงเฉวียนตกตะลึงสุดขีด
ทุกคนในห้องเหมือนถูกสาปให้แข็งค้าง ผู้จัดการชิวไม่ใช่คนธรรมดา เคยไล่ตะเพิดนักเลงที่มาป่วนกลุ่มบริษัทตระกูลหลี่มาแล้ว แต่วันนี้กลับโดนเซียวเหยาเล่นงานจนหมดสภาพ...
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ!
ทุกคนจ้องเซียวเหยาด้วยสายตาตกตะลึง มีแต่คำถามเดียวผุดขึ้นในหัว
หมอนี่... ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?!
หลิวชุนถอนหายใจยาว ขอแค่เซียวเหยาปลอดภัยก็พอ
"คนต่อไป ใครจะลอง?" เซียวเหยากวาดตามองผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังลั่วหยงเฉวียน แต่ละคนสบตาเขาแล้วรีบถอยหลังไปคนละก้าว
ลั่วหยงเฉวียนเห็นดังนั้นก็ยิ่งโกรธจัด
"เป็นอะไรไป? กลัวกันหมดแล้วหรือ?" ลั่วหยงเฉวียนตะโกน "เขามีแค่คนเดียว เราตั้งหลายคน จะกลัวอะไร!"
หลินชิงอวี่เพิ่งตั้งสติได้ เธอหันไปพูดกับลั่วหยงเฉวียนว่า "ถ้าคุณยังไม่เลิกหาเรื่องเซียวเหยา ฉันจะไปแจ้งประธานหลี่ให้เธอลงมาจัดการเอง!"
"ก็ไปสิ!" ลั่วหยงเฉวียนหันขวับไปมองหลินชิงอวี่ด้วยสายตาเย็นเยียบ เขาไม่ใช่ไม่กลัวหลี่เซียวเซียว แต่มั่นใจว่าเธอไม่มีทางขัดใจผู้บริหารมากขนาดนี้เพื่อเซียวเหยาคนเดียว
หลินชิงอวี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันพูดว่า "ได้ ลั่วหยงเฉวียน รอดูเลย!" ว่าแล้วก็สาวเท้าเดินไปที่ลิฟต์ทันที
จ้าวเฉียงรีบกระซิบกับลั่วหยงเฉวียน "ผู้จัดการลั่ว ดูเหมือนหลินชิงอวี่จะไปตามประธานหลี่จริงๆ หรือจะหยุดไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยหาคนไปจัดการหมอนี่ทีหลัง?"
แต่คำพูดนี้กลับทำให้เขาโดนลั่วหยงเฉวียนตบหน้าฉาดใหญ่
จ้าวเฉียงยกมือกุมแก้มซ้ายที่บวมเป่งด้วยความงุนงง
"ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? ลูกฉันมาอยู่ในแผนกแก เกิดเรื่องแบบนี้ แกยังไม่จัดการให้เรียบร้อย ยังจะไล่ฉันอีก ไปตายซะ!" ลั่วหยงเฉวียนโบกมือ "ทุกคน ลุยพร้อมกันเลย ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กนี่มันแน่แค่ไหน ใครกลัวก็ไม่ต้องมาเป็นพวกฉันอีก!"
คำพูดนี้จุดไฟในใจทุกคนทันที
"เอาวะ! ลุยเลย! จะกลัวมันทำไม!"
"จัดการมันให้หนัก!"
เซียวเหยามองดูคนที่ตะโกนโห่ฮาเหล่านั้นด้วยความนิ่งเฉย เขาถอดสูทออกมาพันมือของตัวเองไว้
"จะทำอะไรน่ะ?" การกระทำของเซียวเหยาทำให้ทุกคนสงสัย
เซียวเหยาพันมือเสร็จก็พูดเรียบๆ ว่า "กันแรงไว้หน่อย เดี๋ยวจะเผลอฆ่าพวกคุณตาย"
ทั้งชั้นเงียบกริบ ทุกคนจ้องเซียวเหยาอย่างประหลาดใจ ต่างสงสัยว่าหมอนี่เป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงยังจะกล้าทำเท่ได้ขนาดนี้...
คนแบบนี้ ถ้าไม่เก่งจริง ก็ต้องเป็นพวกขี้โม้สุดขั้ว!
ในสายตาลั่วหยงเฉวียน เขามั่นใจว่าเซียวเหยาเป็นพวกหลังกระจ่าง
เหล่าผู้บริหารในชุดสูทผูกไทด์ดูภูมิฐาน ตอนนี้กลับดูเหมือนนักเลงข้างถนนที่ถือขวดเบียร์รุมตะโกนฮือฮา แล้วกรูกันเข้าหาเซียวเหยา
แต่เซียวเหยายังคงนิ่ง ไม่หวั่นไหว
เขายืนรอให้พวกนั้นพุ่งเข้ามา...
"วันนี้จะไม่มีใครได้ยืนอยู่ตรงนี้สักคน" เซียวเหยาแย้มยิ้มบางๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วทันใดนั้นเซียวเหยาก็ขยับตัว พอลั่วหยงเฉวียนเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา เขาก็สวนหมัดใส่ทันที หมัดเดียวเต็มแรง แม้จะพันด้วยสูท แต่ลั่วหยงเฉวียนก็ปลิวกระเด็นไปชนอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆ สามคนนั้นล้มกลิ้งไปกองกับพื้นพร้อมกัน
เมื่อได้จังหวะเซียวเหยาก็เหมือนม้าพยศหลุดบังเหียน พุ่งเข้าไปกลางฝูงคน ฟาดหมัดใส่ไม่ยั้ง...
ขณะเดียวกัน หลินชิงอวี่รีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของหลี่เซียวเซียวด้วยความร้อนใจจนลืมเคาะประตู
การกระทำนี้ทำให้หลี่เซียวเซียวแอบไม่พอใจอยู่บ้าง เธอชื่นชมหลินชิงอวี่ในฐานะผู้หญิงเก่งเหมือนตัวเอง แต่ก็ไม่อยากให้เธอเหลิงจนเกินไป
"มีอะไร?" หลี่เซียวเซียวคิดจะตำหนิสักหน่อย แต่พอเห็นหลินชิงอวี่เหงื่อท่วมหน้า ก็กลืนคำตำหนิลงไป
"ประธานหลี่ ลั่วหยงเฉวียนพาคนไปหาเรื่องเซียวเหยาแล้วค่ะ" หลินชิงอวี่ยืนพิงประตูหอบหายใจ
"อะไรนะ?!" หลี่เซียวเซียวลุกพรวดขึ้น สีหน้าเย็นเยียบ "อยู่ที่ไหน?"
"แผนกวางแผนค่ะ!" หลินชิงอวี่เห็นแววตาดุกร้าวของหลี่เซียวเซียวก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอให้ความสำคัญกับเซียวเหยาจริงๆ
"ไป!" หลี่เซียวเซียวพูดจบก็ออกนำไปทันที
เมื่อทั้งคู่มาถึงแผนกวางแผน ก็ต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า
บรรดาผู้จัดการและหัวหน้าแผนกต่างนอนกองอยู่กับพื้น กุมอวัยวะที่เจ็บปวด ร้องโอดโอยเหงื่อท่วมตัว ส่วนเซียวเหยายืนอยู่กลางวงเหมือนนกกระเรียนท่ามกลางฝูงไก่
หลี่เซียวเซียวอึ้งไป หลินชิงอวี่ก็อึ้งไป ไม่ใช่แค่พวกเธอ คนในแผนกวางแผนที่มุงดูอยู่ก็อึ้งเช่นกัน
"เซียวเหยา นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" หลี่เซียวเซียวได้สติ รีบถามขึ้น
คำถามนี้ยิ่งทำให้ทุกคนที่ยังตกตะลึงถึงกับพูดไม่ออก
---