- หน้าแรก
- ให้แกทะลุมิติไปเป็นทงเทียน ไม่ใช่ให้ไปถล่มหงฮวงจนเละโว้ย
- บทที่ 17: โทสะปะทุ! เจ้ากล้าขู่กรรโชกข้าเชียวรึ!? หงจวินยอมจำนน! ศึกนี้จะดำเนินต่อหรือไม่?
บทที่ 17: โทสะปะทุ! เจ้ากล้าขู่กรรโชกข้าเชียวรึ!? หงจวินยอมจำนน! ศึกนี้จะดำเนินต่อหรือไม่?
บทที่ 17: โทสะปะทุ! เจ้ากล้าขู่กรรโชกข้าเชียวรึ!? หงจวินยอมจำนน! ศึกนี้จะดำเนินต่อหรือไม่?
บทที่ 17: โทสะปะทุ! เจ้ากล้าขู่กรรโชกข้าเชียวรึ!? หงจวินยอมจำนน! ศึกนี้จะดำเนินต่อหรือไม่?
"ข้าหวังว่าสหายเต๋าจะให้ข้ายืมจานหยกแห่งการสรรค์สร้างสักชั่วคราว"
ซ่างชิงกล่าวย้ำอีกครั้ง
"ดี ดี ดี ดีมาก!"
หงจวินหัวเราะออกมาด้วยความโกรธจัด
หากพยัคฆ์ไม่สำแดงเดช เจ้าคงคิดว่าข้าเป็นแมวป่วยจริงๆ สินะ
เจ้าขโมยของข้าไป ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้า แล้วตอนนี้เจ้ายังกล้ามาขู่กรรโชกข้าอีกรึ?
เจ้าขู่กรรโชกข้า?
เจ้ากำลังขู่กรรโชกข้า หงจวินเนี่ยนะ!!!
"ขอบคุณสหายเต๋า"
ใบหน้าของซ่างชิงเต็มไปด้วยความนอบน้อม และในขณะที่พูด เขาก็โค้งคำนับไปทางหงจวิน
เมื่อเห็นท่าทีจริงใจของซ่างชิง โดยเฉพาะเมื่อเขาเริ่มโค้งคำนับ หงจวินก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
เจ้าช่างมีมารยาทเหลือเกินนะ?
ทันใดนั้น ในจังหวะที่ซ่างชิงก้มศีรษะลงจนสุด ราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง สีหน้าของหงจวินเปลี่ยนไป เขาคำรามในลำคอ กลิ่นอายรอบตัวปั่นป่วนอย่างรวดเร็ว และเงยหน้ามองไปยังดวงตาแห่งลิขิตสวรรค์ในห้วงมิติ "ลิขิตสวรรค์!!!"
เจ้ายังจะลงทัณฑ์ข้าเพราะเรื่องนี้อีกรึ???
"..."
ลิขิตสวรรค์
ข้าคือใคร?
ข้าอยู่ที่ไหน?
ข้าควรทำอะไร?
"ข้า... ข้าไม่รู้... กฎเกณฑ์ทำงานไปตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่ฝีมือข้า"
ลิขิตสวรรค์ส่งกระแสเสียงตอบกลับมาท่ามกลางความเงียบงัน
"???"
หงจวิน
เจ้าไม่รู้อีกแล้ว?
ไม่สิ ซ่างชิงแค่คารวะข้า แล้วเจ้าก็มาลงทัณฑ์ข้าเนี่ยนะ???
"สูด..."
เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์กำเนิดใหม่ที่แอบมองเหตุการณ์อยู่ต่างสูดหายใจเข้าลึก รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งหนังศีรษะ หลังจากความคิดนับไม่ถ้วนแล่นผ่านสมอง เหลือเพียงความคิดเดียวเท่านั้น... เจ้านี่มันน่ากลัว!
ทายาทของผานกู่ ครอบครองอิทธิฤทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?
"ไม่สิ แม้ทายาทของผานกู่จะได้รับสิทธิพิเศษในหงฮวง แต่ก็ไม่ควรจะถึงขนาดนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่ตัวซ่างชิงเอง!"
ในขณะนี้ ดวงตาของหงจวินหรี่ลงเล็กน้อย หลังจากสงบสติอารมณ์ เขาก็ตระหนักได้ทันที
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เขาจะไม่รู้สถานการณ์เฉพาะของหงฮวงได้อย่างไร? ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมโยงอันใกล้ชิดกับลิขิตสวรรค์ตั้งแต่กำเนิดโลกหงฮวง หรือเส้นเวลาแห่งอนาคต เขารู้แจ้งทั้งหมด
แน่นอนว่าเขารู้ชัดแจ้งเกี่ยวกับระดับของ 'สามวิสุทธิ์' เป็นอย่างดี
ลงทัณฑ์เมื่อกระทำการ? หรือแม้แต่ลงทัณฑ์เมื่อทำความเคารพ?
นั่นมันเรื่องไร้สาระ
"กงล้อทองคำแห่งบุญญาธิการนั่น!"
"ใช่แล้ว ตอนที่มันปรากฏขึ้นครั้งแรก ข้าก็รู้สึกแปลกๆ สาเหตุของเรื่องนี้คือกงล้อทองคำแห่งบุญญาธิการของซ่างชิง นี่ไม่ใช่กงล้อทองคำที่ควบแน่นเมื่อบุญกุศลแห่งสวรรค์ถึงปริมาณที่กำหนด แต่เป็นอิทธิฤทธิ์พิเศษ!"
เมื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ประหลาดต่างๆ เข้าด้วยกัน หงจวินก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ แสงอันแหลมคมวาบผ่านดวงตา หงจวินเงยหน้ามองซ่างชิง "เป็นฝีมือเจ้า!?"
"สหายเต๋า พอจะให้ข้ายืมจานหยกแห่งการสรรค์สร้างได้หรือยัง?"
ซ่างชิงยิ้ม ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
ท้ายที่สุด เขาคือหงจวิน ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นบอสใหญ่ที่สุดแห่งหงฮวง หากเขาเดาไม่ออก ซ่างชิงคงเป็นฝ่ายที่ต้องแปลกใจ
อิทธิฤทธิ์ 'กงล้อทองคำแห่งบุญญาธิการ': ตราบใดที่กรรมของผู้กระทำต่ำกว่าตนเอง ใครก็ตามที่ลบหลู่ตนจะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ และแน่นอนว่า หากซ่างชิงเป็นฝ่ายแสดงความเคารพก่อน ตราบใดที่อีกฝ่ายกล้ารับการคารวะนั้น นั่นก็นับเป็นการลบหลู่เช่นกัน!
"เจ้ากำลังข่มขู่ข้า ข่มขู่นักพรตจนๆ ผู้นี้รึ?"
"ซ่างชิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าปัญหาของเจ้าในตอนนี้มันใหญ่หลวงนัก?"
ใบหน้าของหงจวินมืดมน เขาจ้องมองซ่างชิงเขม็ง และกล่าวด้วยนัยยะลึกซึ้ง
เขาเชื่อว่าซ่างชิงเข้าใจความหมายของเขา
"มีปัญหาจริงๆ งั้นรึ..."
ดวงตาของซ่างชิงไหววูบ
หากเป็นเช่นนั้น แผนการของเขาก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างน้อยที่สุด เขาต้องกันหงจวินออกไปก่อน
"จากไปเสียตอนนี้ แล้วเรื่องระหว่างเราสองคนถือว่ายุติกันชั่วคราว อย่าปฏิเสธสุราคารวะ เพื่อไปดื่มสุราจับกรอก (อย่าให้พูดดีๆ ไม่ชอบ)"
หงจวินกล่าวอย่างไร้อารมณ์
"ขอบคุณสหายเต๋าที่ชี้แนะ"
ซ่างชิงพยักหน้า
สีหน้าของหงจวินผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ดีมาก อย่างน้อยก็ยังรู้จักเหตุผล หลังจากจัดการเรื่องหลัวโหวเสร็จ ค่อยไปคิดบัญชีกับเด็กคนนี้ก็ยังไม่สาย... หงจวินยังคิดไม่ทันจบ ก็เห็นซ่างชิงยิ้มและกล่าวอย่างช้าๆ ว่า "ข้าได้ยินสิ่งที่สหายเต๋าพูดแล้ว ดังนั้น สหายเต๋า ข้าขอยืมจานหยกแห่งการสรรค์สร้างได้เลยหรือไม่?"
"???"
หงจวิน
"ข้า %¥#¥!@&*)..."
หงจวิน
"เจ้ามัน..."
หงจวินโกรธจัดจนตัวสั่น
กี่ปีแล้ว ผ่านมากี่ปีแล้ว? ตั้งแต่กำเนิดหงฮวง เขาไม่เคยโกรธ ไม่เคยมีโทสะ แต่ในวันนี้ ปริมาณความโกรธที่เขาได้รับมันมากเสียจนตัวเขาเองยังนับไม่ถ้วน
ก่อนที่หงจวินจะพูดจบ ซ่างชิงก็เริ่มโค้งคำนับรัวๆ ทันที
คำนับ! คำนับ! และก็ยังคงคำนับ!
เบื้องหลังเขา กงล้อทองคำแห่งบุญญาธิการหมุนวนอย่างช้าๆ แสงสีทองจางๆ เบ่งบานออกมา ดูเหมือนจะแผ่ความลึกลับ ลึกล้ำ และยากจะพรรณนา
ท่ามกลางเสียงหัวเราะแทบขาดใจของหลัวโหว หงจวินถอยร่นไม่หยุด กลิ่นอายของเขาปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเมื่อตั้งสติได้ เขาก็รีบพุ่งตัวหลบไปด้านข้างทันที
คุณพระช่วย คุณพระช่วย คุณพระช่วย!!!
"ซ่างชิง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่านักพรตผู้นี้ทำอะไรเจ้าไม่ได้???"
หงจวินกล่าวด้วยความโกรธ
"สหายเต๋าก็สามารถจากไปได้เช่นกัน มิใช่หรือ?"
"ตราบใดที่ท่านจากไป ข้าก็ย่อมไม่มีวิธีจัดการกับท่าน"
สีหน้าของซ่างชิงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาส่งกระแสเสียงตอบกลับ
รูม่านตาของหงจวินหดเกร็ง และสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เด็กคนนี้รู้หรือว่าเขากำลังจะทำอะไร?
ใช่แล้ว หากสามเผ่าพันธุ์บรรพกาลสามารถถูกจัดวางล่วงหน้าได้ เหตุใดเขาถึงจะไม่รู้เจตนาของตน?
บ้าจริง!
ในชั่วพริบตา ใบหน้าของหงจวินซีดเผือด
"ซ่างชิง เจ้าควรรู้ว่าวิธีการของเจ้านั้นไม่ใช่ไร้ช่องโหว่ ตราบใดที่นักพรตผู้นี้ตัดขาดความเชื่อมโยงของเจ้ากับโลก ด้วยกำลังของเจ้าเพียงคนเดียว ข้าสามารถสังหารเจ้าได้อย่างง่ายดาย เจ้าต้องการให้เรื่องมันบานปลายไปถึงขั้นนั้นจริงๆ รึ?"
"หากเจ้าส่งมอบแผนภาพไท่จี๋ ธงผานกู่ และหม้อเฉียนคุนมา แล้วจากไปเสียตอนนี้ ข้าสัญญาว่ากรรมระหว่างเจ้าและข้าจะยุติลงตรงนี้ ต่อให้ข้าบรรลุเต๋า ข้าก็จะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้เจ้า"
หงจวินส่งกระแสเสียง
"ข้าต้องการจานหยกแห่งการสรรค์สร้าง ตราบใดที่สหายเต๋ามอบจานหยกให้ข้า ข้าย่อมจากไปโดยดี โปรดวางใจเถิดสหายเต๋า ข้าขอยืมเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น"
ซ่างชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ราวกับไม่ได้ยินคำขู่ของหงจวิน
"..."
หงจวิน
ดี ดี ดี ดีมาก!!!
ขู่กรรโชก แม้แต่ขู่กรรโชกคนที่ระดับสูงกว่า?
โลกนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ มีคนกล้าขู่กรรโชกเขา และเป็นการขู่กรรโชกที่โจ่งแจ้งและบ้าบิ่นถึงเพียงนี้!
ไม่เกรงกลัวเขาเลย ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยสักนิด มีชีวิตมาเนิ่นนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนที่หยิ่งยโสโอหังเช่นนี้
"เจ้า..."
หงจวินโกรธจัด แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ซ่างชิงก็ขัดจังหวะ "ตอนนี้สหายเต๋ามีทางเลือกสองทาง ทางหนึ่งคือจากไป หรือมอบของให้ข้า แล้วข้าจะจากไปทันที"
"แน่นอนว่าสหายเต๋าสามารถเลือกที่จะจากไปได้ แต่มันไม่สำคัญ ข้าจะสร้างเทวรูปให้กับสหายเต๋า และข้าจะกราบไหว้สหายเต๋าทุกเช้าค่ำ ถวายเครื่องเซ่นไหว้ โค้งคำนับ สวดอ้อนวอน และขับขานสรรเสริญสหายเต๋าทั้งวันทั้งคืน ข้าจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ โปรดวางใจเถิดสหายเต๋า"
ขู่?
มันคือคำขู่!
เขาขู่แล้วจะทำไม?
จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหงจวินในตอนนี้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการกวนประสาทให้หงจวินขยะแขยง ซ่างชิงมั่นใจว่าเขายังมีลูกไม้เด็ดอยู่บ้าง
ส่วนเรื่องหงจวินจะมาคิดบัญชีทีหลัง? ไม่ต้องห่วง ซ่างชิงย่อมมีแผนรับมืออยู่แล้ว มิฉะนั้นเขาคงไม่กล้าอวดดีถึงเพียงนี้
"..."
ใบหน้าของหงจวินกลายเป็นสีเขียวคล้ำ และร่างกายเริ่มสั่นเทา
นี่คือการสั่นเทาจากความโกรธ
สร้างเทวรูป? กราบไหว้เช้าค่ำ? และโค้งคำนับ? โขกศีรษะ???
บ้าเอ๊ย แค่เจ้าคารวะ ข้าก็โดนสวรรค์ลงทัณฑ์แล้ว ถ้าเจ้าโขกศีรษะกราบไหว้ ข้าจะยังมีชีวิตไปบำเพ็ญเพียรได้อีกรึ? ข้าจะยังบรรลุเต๋าได้อีกรึ?
เดรัจฉาน นี่มันเดรัจฉานชัดๆ ทายาทของผานกู่มีตัวน่ารังเกียจพรรค์นี้โผล่มาได้อย่างไร? คนอื่นเขาวางแผนร้ายกันลับๆ แต่เจ้าเดรัจฉานนี่เล่นแผนร้ายซึ่งหน้า และประเด็นคือแผนร้ายซึ่งหน้านี้มันน่ารังเกียจจนไร้ที่ติ
"ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าหลังจากเจ้าเอาจานหยกของข้าไปแล้ว เจ้าจะไม่มารังควานข้าอีก?"
ใบหน้าของหงจวินมืดมน เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาผ่านทางจิต
"สหายเต๋าวางใจได้ หลังจากได้จานหยกแห่งการสรรค์สร้าง ข้าย่อมต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมัน ข้าจะมีเวลาที่ไหนไปรังควานสหายเต๋าเล่า?"
ซ่างชิงกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
"ข้าจะให้จานหยกแก่เจ้า เจ้าต้องคืนให้นักพรตผู้นี้ภายในหนึ่งกัลป์ จงสาบานต่อลิขิตสวรรค์เสีย"
หงจวินสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความโกรธ และกล่าวเสียงเย็น
"สหายเต๋าไม่เชื่อใจข้าขนาดนั้นเชียวหรือ?"
ซ่างชิงทำท่าทางเจ็บปวดใจเหลือเกิน
"..."
หงจวิน
ข้ากล้าเชื่อคำพูดสุนัขของเจ้าด้วยรึ? ข้าจะเชื่อได้รึ? รู้จักละอายใจบ้างเถอะ เจ้ากล้าพูดคำพูดอวดดีเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่าหงจวินเมินเฉย ซ่างชิงก็ไม่โกรธและกล่าวคำสาบานทันที "ข้า ซ่างชิง ทายาทสายเลือดแท้แห่งผานกู่ ขอสาบานว่า ตราบใดที่สหายเต๋าหงจวินยินยอมให้ข้ายืมจานหยกแห่งการสรรค์สร้าง ข้าจะจากไปทันทีและนำมาคืนภายในหนึ่งกัลป์ หากข้าผิดคำสาบาน ขอให้วิถีแห่งเต๋าของข้าหยุดนิ่ง ไม่ก้าวหน้าไปตลอดกาล"
ครืน!!!
เสียงทึบหนักดังมาจากฟากฟ้า และสายฟ้าแลบแปลบปลาบจางๆ
ลิขิตสวรรค์ตอบรับแล้ว!
วูบ!!!
เมื่อเห็นดังนั้น หงจวินก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโบกมืออย่างไร้อารมณ์และโยนจานหยกแห่งการสรรค์สร้างให้ซ่างชิง หลังจากโยนไปแล้ว เขาก็จ้องมองซ่างชิงเขม็ง ราวกับจะพูดว่า "ยังไม่ไสหัวไปอีกรึ?"
"สหายเต๋า วันหน้าฟ้าใหม่เราคงได้พบกันอีก"
ซ่างชิงเก็บจานหยกแห่งการสรรค์สร้าง ทักทายด้วยรอยยิ้ม และหันหลังเดินจากไป
กรรมก็ได้รับแล้ว และจานหยกแห่งการสรรค์สร้างก็ได้รับแล้ว โดยเฉพาะจานหยกนี้ เมื่อมีมันอยู่ในมือ ระบบตำนานก็สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างแท้จริง... เขาทำทุกสิ่งที่จำเป็นต้องทำเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้จะรออะไรถ้าไม่ใช่รีบชิ่ง? ไม่สิ ยังเหลือหลัวโหวที่ยังไม่ได้สั่งความ แต่ด้วยสติปัญญาของหลัวโหว ซ่างชิงเชื่อว่าเขาน่าจะเข้าใจคำใบ้ของตนแล้ว
ผู้ที่สามารถก้าวสู่ขอบเขตฮุ่นหยวนต้าหลัวจินเซียนครึ่งก้าวได้ย่อมไม่ใช่คนโง่ หากเขายังไม่เข้าใจ เขาก็คงไม่ได้เป็นบรรพชนมาร
"ฮ่าฮ่า เรื่องนี้มันตลกสิ้นดี ตลกจริงๆ เจ้า หงจวิน ก็มีวันนี้กับเขาด้วย? ถูกขู่กรรโชก และคนขู่ก็ดันทำสำเร็จเสียด้วย ถึงกับต้องยอมมอบจานหยกแห่งการสรรค์สร้างให้ไป"
"ฮ่าฮ่า ตลก ขำกลิ้ง ขำจนท้องแข็ง"
ข้างๆ กัน หลัวโหวที่ยืนดูละครฉากนี้อยู่ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นซ่างชิงจากไปพร้อมกับจานหยก เขาหัวเราะจนแทบจะมีน้ำตาเล็ด
แม้เขาจะไม่รู้ว่าหงจวินกับซ่างชิงสื่อสารอะไรกันผ่านทางจิต แต่มันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือหงจวินยอมมอบจานหยกแห่งการสรรค์สร้างให้ และนั่นก็เพียงพอแล้ว
"..."
หงจวินทำหน้าเหมือนคนท้องผูก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาไม่หยุด ราวกับการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวแดง เดี๋ยวม่วง และสุดท้ายก็กลายเป็นดำสนิท
"เขาให้จริงๆ รึ?"
"เขาถึงกับยอมให้จานหยกแห่งการสรรค์สร้าง?"
"นี่มัน..."
"ทายาทของมหาเทพผานกู่ ช่างน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"ยอดฝีมือระดับฮุ่นหยวนต้าหลัวจินเซียนครึ่งก้าว ถึงกับต้องยอมก้มหัวให้ซ่างชิง?"
"น่ากลัว น่ากลัวจริงๆ..."
เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์กำเนิดใหม่แห่งหงฮวงต่างตกตะลึงอย่างยิ่งไม่แพ้กัน ในแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เทพเซียนกำเนิดใหม่แต่ละองค์ต่างสูดหายใจเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าและอุทานออกมา ผลลัพธ์นี้เกินความคาดหมายของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง
มันยังทำให้พวกเขาตระหนักรู้ซึ้งถึงความลึกลับและยากจะหยั่งถึงของสำนักผานกู่ที่แท้จริง
สำนักผานกู่ที่แท้จริง สุดยอด!
... "หลัวโหว ตัวป่วนจากไปแล้ว การต่อสู้ที่ยังไม่จบของพวกเราสามารถดำเนินต่อไปได้"
"หรือว่าเจ้ากลัวแล้ว หลัวโหว?"
หงจวินสูดหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาและสงบนิ่ง มองไปที่หลัวโหว หงจวินกล่าวเสียงเย็น
"พยายามจะยั่วโมโหข้ารึ? หงจวิน เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือไง?"
หลัวโหวกล่าวพร้อมรอยยิ้มกึ่งบึ้งตึง
"?"
ลางสังหรณ์อัปมงคลผุดขึ้นในใจของหงจวิน