เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 126 – อสรพิษจิตวิญญาณดารา

ตอนที่ 126 – อสรพิษจิตวิญญาณดารา

ตอนที่ 126 – อสรพิษจิตวิญญาณดารา


ตอนนที่ 126 – อสรพิษจิตวิญญาณดารา

 

ถังเทียนจ้องมองไปยังอสรพิษจิตวิญญาณดาราเบื้องหน้าของเขา หลังจากที่เผชิญหน้าครั้งก่อน ถังเทียนก็ครุ่นคิดว่าอย่างไม่พอใจเกี่ยวกับมัน เขามิคาดว่าเขาจะยังมีโอกาสอีกครั้ง และเขาตอนนี้มีกำลังใจสู้ที่มากมาย

“เจ้างูน้อย! ครั้งล่าสุดเจ้าโชคดีนัก แต่วันนี้เจ้าจะไม่โชคดีเช่นนั้นแน่!”

ถังเทียนจ้องเขม็งไปยังอสรพิษอย่างไม่กระพริบตาและปากก็พลันแสยะยิ้ม

อสูรจิตวิญญาณดาราราวกับเห็นศัตรูตัวฉกาจก็ม้วนร่างเป็นขดชูหัวของมันขึ้น ดวงตาอสรพิษอันเย็นเยียบจ้องไปยังถังเทียน

“เริ่มจากตัวเจ้าก่อนเลย!”

เมื่อกล่าวจบก็ออกแรงที่ขาจนทำให้เท้าจมลงไปในดินราวกับศรหลุดออกจากแหล่ง ร่างของเขาพุ่งไปยังอสรพิษจิตวิญญาณดารา

ร่างอสรพิษจิตวิญญาณดาราพลันปลดปล่อยอากาศอันเย็นเยียบ น้ำแข็งอันหนาวเย็นปรากฏเบื้องล่างพื้น ‘ชัวะ’ พุ่งขึ้นมาหาถังเทียน

ในใจถังเทียนสั่นสะท้าน เขาก็กระทืบเท้าหลบฉากออกไปด้านข้าง ความเย็นเยียบกวาดผ่านร่างเขาและปลายน้ำแข็งกระตุ้นให้เขารู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง

มันคือหางอสรพิษ!

รวดเร็วนัก!

ในใจถังเทียนขบคิดผิดพลาด การโจมตีของหางอสรพิษมันราวกับผู้เชี่ยวชาญกระบี่กำลังจ้วงแทงกระบี่ เมื่อนึกถึงเรื่องที่ทหารได้กล่าวเอาไว้ว่าอสูรจิตวิญญาณดาราเหล่านี้มันผสานรวมกับชิ้นส่วนจิตวิญญาณขุนพลโบราณและได้รับวิชาจากเศษชิ้นส่วนที่ผุพังเหล่านั้น

หางอสรพิษยืดออกตรงราวกับกระบี่ และอากาศมันก็พลันเบาบางลงอีกครั้ง มันก็ม้วนเหมือนกับกระบองฟาดไปยังคอถังเทียน

ถังเทียนก้มหัวลง วูบ หางอสรพิษก็กวาดผ่านเหนือหัวของเขา

ถังเทียนได้ปิดช่องว่างต่ออสรพิษจิตวิญญาณดารา เขากำหมัดแน่นและปราณแท้จริงก็สั่นกระเพื่อม ‘พรึบ’ อากาศรอบข้างกลายเป็นวุ่นวายฉับพลัน

อสรพิษจิตวิญญาณดารามิคาดคิดว่าอากาศรอบๆพลันสั่นกระเพื่อมจนวุ่นวาย แรงสั่นสะเทือนทั้งหมดถ้าแทรกซึมเข้าไปภายในร่างของมัน แม้ว่าแรงสั่นสะเทือนจะไม่เพียงพอที่จะทำให้มันเจ็บปวดแต่ก็ทำให้มันสูญเสียความเร็วลง

นี่เป็นสิ่งใหม่ที่ถังเทียนได้ค้นพบ

ตอนนี้เขาสามารถปลดปล่อยแรงสั่นสะเทือนได้ในอากาศรอบๆสิบเมตรก่อเกิดเป็นวงของแรงสั่นสะเทิอน ตราบเท่าที่ฝ่ายตรงข้ามอยู่ภายในวงมันจะต้องได้รับผลกระทบ สำหรับผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดเช่นถังเทียนมันก็ถือได้ว่าเป็นกลวิธีที่ดีพิเศษ

ในช่วงเวลาสั้นๆของความสับสนวุ่นวายแต่สำหรับถังเทียนแล้วมันเป็นโอกาสที่ดี

ชัวะ ชัวะ ชัวะ!

สามลำแสงฝ่ามือมีดดวงเดือนโจมตีไปยังร่างของอสรพิษ

แรงสั่นสะเทือนของถังเทียนได้ผสานหลอมรวมเข้ากลับวิชาอื่นๆของเขา เหมือนดั่งเช่นฝ่ามือมีดดวงเดือนอันนี้ ซึ่งราวกับการสั่นสะเทือนอันรุนแรงทำให้มันคมกริบเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

เกล็ดของอสรพิษต่างกระจายไปทุกทีและและปรากฏบาดแผลบางๆอยู่บนร่างของอสรพิษ

อสรพิษจิตวิญญาณดาราผงะถอยหลังด้วยความเจ็บปวดและพ่นหมอกเย็นเยียบออกมาทันที ซึ่งม้วนพันไปรอบร่างของมันโดยพลัน ถังเทียนรู้สึกถึงรังสีที่เย็นเสียดกระดูก ปราณเย็นอันนี้ราวกับเข็มเล็กๆที่ทะลวงร่างเขาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชุดเกราะนกยูงน้ำเงินที่ขัดขวางพวกมันเอาไว้ ทั่วร่างของเขาคงกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปแล้ว!

หมอกอันเย็นเยียบที่แปลกประหลาดกัดกร่อนขนนกบนชุดเกราะนกยูงน้ำเงินอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาชุดเกราะนกยูงน้ำเงินก็เกิดชั้นน้ำแข็งเกาะ

“ฮ่าฮ่า! ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องทำเช่นนั้น!”

ถังเทียนมีอาการถือดี เมื่อเขาตัดสินใจเริ่มที่จะเปิดทาง สิ่งแรกที่ถังเทียนขบคิดเอาไว้คือการที่จะทำลายหมอกของอสรพิษจิตวิญญาดาราเช่นไร

ดวงแสงโปร่งใสปรากฏที่มือซ้ายของถังเทียน

ก้อนสุญญากาศ!

หลังจากความเข้าใจเรื่องสั่นสะเทือนของถังเทียนลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก้อนสุญญากาศก็กลายเป็นเรื่องง่ายในการใช้ออก ก้อนสุญญากาศมีขนาดใหญ่เท่าตะกร้าหวายมันมีขนาดใหญ่มากกว่าเมื่อเทียบกับครั้งล่าสุด

ปุ!

ก้อนสุญญากาศแตกออก พรึบ หมอกรอบๆก็กลายเป็นฟองอากาศแตกอย่างรวดเร็ว

มือซ้ายของถังเทียนราวกับปากยักษ์ ดูดอากาศอันเย็นเยียบอย่างต่อเนื่อง หมอกก็ลดขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว และเป็นอีกคราที่ถังเทียนและอสรพิษจิตวิญญาณดาราเห็นร่างกัน ขณะที่มือซ้ายของถังเทียนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง

ผู้ใดจะรู้ว่าแม้กระทั่งมีกำแพงชั้นของปราณแท้จริง มือของถังเทียนยังแทบจะด้านชา เขาเหวี่ยงก้อนน้ำแข็งออกไป ก้อนน้ำแข็งปลิวโค้งหล่นออกไปไกลกว่าหนึ่งร้อยเมตรและแตกเป็นชิ้นๆ เมื่อตอนที่มันหล่นกระแทกก็เกิดเป็นชั้นน้ำแข็งหนาแน่น

พรึบ!

หางอสรพิษยืดตรงราวกับกระบี่พลางฟาดมาด้านข้าง

ถังเทียนสังเกตเห็นว่าปราณเย็นรอบๆอสรพิษจิตวิญญาณดาราเริ่มลดลงมากคล้ายกับว่าหมอกมันไม่ได้ไร้ที่สิ้นสุดสำหรับอสรพิษอีกต่อไปแล้ว

ถังเทียนมิได้หลบหลีกเผชิญหน้ากับการฟาด

เขาก็ยื่นหมัดออกเพื่อป้องกัน

เคร้ง!

ปราณพลุ่งพล่านที่มากมายถูกส่งผ่านมา ร่างของถังเทียนมิขยับเขยื้อน แม้ว่าการฟาดจะคมกริบเมื่อเทียบกับรูปปั้นทองแดงหมายเลขสิบเอ็ดของตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์แล้ว ความรุนแรงของมันยังคงด้อยกว่ามาก

หางอสรพิษยกขึ้นสูงขณะที่ถังเทียนก็ใช้โอกาสนี้เข้าประชิดตัว

หมัดที่ปกคลุมไปด้วยระลอกคลื่นและขณะที่มันปะทะเข้ากับร่างของอสรพิษ ผัวะ เกิดเสียงไม่ดังนักแต่ร่างอสรพิษก็สั่นสะท้าน ตำแหน่งที่ถังเทียนต่อยลงได้ส่งผลให้เกิดรอยแตกมากมายดั่งเช่นใยแมงมุม

แรงกระเพื่อมทั้งหมดและพละกำลังของหมัดที่รวบรวมเอาไว้มันรุนแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากแรงกระเพื่อมที่ผ่านร่างของฝ่ายตรงข้าม แม้แต่เจ้าพวกรูปปั้นทองแดงกระจจอกที่ไร้สัญชาตญาณก็ยังแข็งเป็นเวลาหนึ่งนาที

ทุกการต่อสู้ทั้งหมดภายในตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ได้สอนให้ถังเทียนรู้ว่าถ้าเขาโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดนในหมัดแรกหลังจากนั้นอย่าได้พลาดโอกาสที่จะโจมตีหมัดที่สอง

อสรพิษขดตัวปราศจากตำหนิ

ปราศจากคำพูด หมัดที่ใช้ปราณมังกรสวรรค์ก็ตามติดและปะทะเข้ากับรอยแตกระหว่างร่างของอสรพิษ

เปรี้ยง! มันเหมือนกับรอยแตกถูกยัดเข้าไปด้วยประทัดขนาดใหญ่และระเบิดขึ้น

และเมื่อเป็นเช่นนี้ อสรพิษจิตวิญญาณสุดท้ายก็ฟื้นฟูจากอาการแข็งค้างที่เกิดจากแรงกระเพื่อมพลางคำราม มันกระโจนขึ้นและลากหางของมันยกขึ้นสูงราวกับเป็นกระบี่ขนาดมหึมาแล้วก็ฟาดมันลงมา

ถังเทียนรู้สึกภาพในสายตาเลือนลางเนื่องจากมันถูกบดบังโดยอสรพิษขนาดมหึมา หัวใจของเขาเต้นรัวขณะที่ลนลานหลบให้ปลอดภัย

เปรี้ยง!

ปราณที่พรั่งพรูอย่างน่าทึ่งพาดผ่านมาขณะที่เขาเหินออกไป

ในอดีตถ้าถังเทียนพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนมากเขาจะงุนงงมากที่สุด แต่ภายในตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์เขาอยู่ในจุดที่เสียเปรียบ เขาต้องค่อยรับการโจมตี ฯลฯ และมันกลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่ให้โอกาสคู่ต่อสู้ของเขาได้โจมตีต่อเนื่อง

ถังเทียนผู้อยู่กลางอากาศได้ลดตัวลงอย่างเฉียบพลันเพื่อรักษาสมดุลร่างของเขา จากหางตาของเขาพลันพบเห็นปากขนาดใหญ่ที่เตรียมเขมือบของอสรพิษจิตวิญญาณดารามันเหมือนกับหายนะที่มันกำลังตรงเข้ามาหาเขา

มันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วปานอัสนีบาต แทบจะในชั่วพริบตาเดียวมันก็มาอยู่เบื้องหน้าถังเทียนแล้ว

ปากอันใหญ่และมีกลิ่นคาวโลหิตกระโจนเข้ามายังถังเทียน

โง่เง่า!

ถังเทียนพลันแสยะยิ้ม ครึ่งทางภายในอากาศเขาก็แล่นไปตามปากของอสรพิษและบีบคั้นตัวเองลดร่างของเขาและกวัดแกว่งหมัดของเขาออกไป

ระลอกคลื่นสั่นกระเพื่อมมาขณะที่หมัดก็พุ่งปะทะเข้าไปภายในปากอสรพิษ

วูบ!

ระลอกคลื่นทั้งหมดรวมตัวกันอย่างรวดเร็วเพื่อก่อเกิดเป็นกลุ่มก้อนแสงโปร่งใสปราศจากเสียงไปยังปากของอสรพิษและมันก็ถูกกลืนลงไป

ภายในอากาศร่างของอสรพิษจิตวิญญาณดาราเริ่มที่จะแบนแฟบลงโดยไม่รู้สาเหตุ ดวงตาของอสรพิษจิตวิญญาณดาราหดตัวและแข็งค้าง!

“นกยูง!”

ถังเทียนก็พลันไขว่แขนของเขาเบื้องหน้าพร้อมแผดเสียงคำราม ชุดเกราะที่วูบวาบจากลำแสงที่เลือนลางก็เปล่งประกายแสงสีน้ำเงิน

เปรี้ยง!

อสรพิษจิตวิญญาณดาราพุ่งตัวเองเข้าหาลำแสงสีน้ำเงินที่ปกคลุมอยู่รอบตัวถังเทียนอย่างเชื่องช้า

ภาพสายตาของถังเทียนแปรเปลี่ยนเป็นดำมือและด้วยความเร็วที่มากมายเขาก็ปลิวกระเด็นถอยหลัง

เขากระเด็นไปประมาณสิบเมตรก่อนที่จะกระแทกเข้ากับพื้น หลังจากนั้นถังเทียนก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงทั้งสองแขนของเขาราวกับพวกมันได้หักไปแล้ว

“เจ้าเดรัจฉานตัวนี้ที่แท้ยังแอบซ่อนไม้เด็ดไว้อยู่”

ถังเทียนประคองแขนทั้งสองขึ้นมาและรู้สึกดีขึ้น หลังจากที่กระแทกเมื่อครู่ดูเหมือนอสรพิษจิตวิญญาณดาราจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว รังสีชุดเกราะของถังเทียนก็หมองหม่นลง

แต่หลังจากที่จ้องตาของอสรพิษจิตวิญญาณดาราที่ไร้ชีวิตชีวา เขาก็ถอนหายใจอย่างลงอก

ถ้ามันไม่ใช่เพราะการโจมตีสุดท้ายของอสรพิษจิตวิญญาณดาราแล้วล่ะก็มันคงไม่ง่ายเลยที่จะทำลายการป้องกันของมันที่มีเกล็ดอยู่หลายชั้น

แม้ว่าคลื่นระลอกจะรุนแรงยิ่งขึ้นมันก็มีผลกระทบเพียงแค่นี้ ในทางตรงกันข้ามแล้วมันไม่ทรงพลังเท่ากายากระเรียน แน่นอนว่าปราณกระเรียนของถังเทียนไม่สามารถแปรสภาพขั้นสูงได้เกินกว่านี้แล้ว ยามเมื่อมันต้องพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งผลของมันก็ลดน้อยลง

ก้อนสุญญากาศระเบิดอยู่ภายในท้องของอสรพิษ ร่างของเจ้าเดรัจฉานตัวนี้จะต้องกลายเป็นผุยผงอย่างแน่นอน

เขาเดินไปหาอสรพิษจิตวิญญาณดาราอย่างช้าๆและระมัดระวัง แต่อสรพิษจิตวิญญาณมันมิได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิดเดียว มันปราศจากลมหายใจอย่างสิ้นเชิงแล้ว

มันเป็นอสูรจิตวิญญาณดาราที่ถังเทียนได้สังหารตัวแรก

หยาหยาก็กระโดนออกมาอย่างมีความสุขและวิ่งตรงมา ยามเมื่อมันเห็นซากอสรพิษวิญญาณดารานอนอยู่ตรงนั้น ตาก็พลันสว่างวาบมันยกธนูน้อยๆภายในมือของมันและเริ่มใช้สายรั้งธนูเปรียบดั่งมีดตัดซากอสรพิษวิญญาณดารา

ถังเทียนตกอยู่ในอาการงุนงงเนื่องจากมันรวดเร็วนัก

จากนั้นทหารก็ลอยออกมาเหลือบตาของเขา เขาแสดงท่าทางไม่แยแส “แม้ว่าตัวอ่อนจิตวิญญาณขุนพลมันจะระดับต่ำแต่พวกมันก็มีความสามารถมาก เจ้าควรจะมอบแก่นจิตวิญญษณให้มันทีหลัง มันสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการกลืนแก่นจิตวิญญาณ”

“แก่นจิตวิญญาณขั้นหก” สีหน้าถังเทียนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

เขาตระหนักได้ดีว่าเขานั้นยากจนเพียงใด ส่วนมากสิ่งที่เขาได้เก็บสะสมมามันต่างปลิวหายไป ตอนนี้เขาสามารถซื้อได้แค่เพียงหินดาราและแก่นจิตวิญญาณ แม้ว่าลุงเฉียนจะมอบหินดาราให้เขาหลายก้อนอยู่ แต่ตระกูลซางกวนก็มีแค่เพียงให้ตัวพวกเขาเองไม่เป็นปัญหาและต้องมีใช้เงินอย่างจำกัดเช่นกัน

“เหล่าจิตวิญญาณนี้มันจะผสมผสานไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้โบราณฉะนั้นมันไม่บริสุทธ์เพียงพอ และพวกเราจะไม่ได้ราคาที่ดีพอ” ทหารอธิบาย “แต่สำหรับหยาหยามันถือว่าเป็นของดี ข้าจำได้ว่ามันมีสารเลวคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญการเก็บแก่นจิตวิญญาณเพื่อไปเลี้ยงตัวอ่อนจิตวิญญาณขุนพลของเขา หลังจากนั้น ตัวอ่อนจิตวิญญาณขุนพลของเขาก็กลายเป็นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง”

“ถ้างั้นพวกเราไม่สามารถเลี้ยงพวกมันด้วยจิตวิญญาณนักสู้โบราณโดยตรงงั้นหรือ?” ถังเทียนกล่าวถาม

“มันเหมือนว่าจะเป็นไปได้หลังจากนั้น แต่ตัวอ่อนจิตวิญญาณจะต้องมีระดับขั้นของความแข็งแกร่งที่แน่นอนเสียก่อนที่มันจะกระทำเช่นนั้นได้” ทหารพยายามเค้นความทรงจำแต่เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าใด

“ก็ได้” ถังเทียนก็ตะโกนไปยังหยาหยา “ข้าจะให้แก่นจิตวิญญาณกับเจ้า ส่วนอย่างอื่นเป็นของข้า!”

หยาหยาก็แผดเสียงร้องด้วยความยินดีและเริ่มทำงานของมันอย่างขะมักเขม้น

“ข้าสงสัยนักว่าส่วนที่เหลือจะขายได้เท่าใดกัน?” ถังเทียนลูบคางรู้สึกเต็มไปด้วยความคาดหวัง

“เจ้ายังมีพลังเหลืออยู่พอที่จะต่อสู้หรือไม่?” ถังเทียนหัวร่อเยาะ

ถังเทียนยกยิ้มและกล่าวตอบตามความจริง “ข้าต้องพักผ่อนหนึ่งวัน”

แม้ว่าการต่อสู้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็รุนแรงยิ่งร่างของเขาเจ็บปวดอย่างหนักหนา

“สิ่งแรกจะต้องขายของพวกนี้ไปให้หมด” ทหารกล่าว “เมื่อฐานทัพอยู่ที่นี่ เจ้าก็สามารถหลับได้สบาย”

ถังเทียนถอนหายใจพลางนั่งลงฟื้นฟูบนสนามที่ได้ต่อสู้เมื่อครู่

การต่อสู้จริงและการฝึกฝนมันไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง มิว่าความรุนแรงแค่ไหนที่จะต้องเผชิญหน้ากับตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ มันก็ยังมิอาจเทียบได้เท่ากับการต่อสู้จริง ภายในการต่อสู้เมื่อเขาเสียสมาธิเพียงเล็กน้อย เขาอาจจะสิ้นชีพเป็นได้

มันมิมีอะไรน่ากลัวไปกว่าความตายที่จะทำให้ผู้คนต่างตั้งใจ มิมีการพัฒนาอันใดที่จะดีไปกว่าการต่อสู้เสี่ยงชีวิตแล้ว

ผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ที่สุด ได้เติบโตขึ้นจากการต่อสู้

ดวงตาของถังเทียนสว่างวาบไปด้วยกำลังใจ

ยามเมื่อเขาฟื้นฟูเสร็จสิ้น ถังเทียนก็กลับไปยังเมืองไตรวิญญาณและเดินเข้าไปร้านวัตุดิบโดยไม่ได้เลือก

“เจ้ารับซื้อซากอสูรจิตวิญญาณดาราหรือไม่?” ถังเทียนกล่าวถาม

เมื่อบุรุษผู้นั้นได้ยินก็สำรวจถังเทียน ดวงตาของเขาก็หดลง เนื่องจากบนร่างของถังเทียนยังคงมีสัมผัสปราณของอสรพิษจิตวิญญาดารา บุรุษผู้นั้นรู้เลยว่าตัวเขาจะต้องเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อพลางรีบเร่งกล่าว “แน่นอนว่าพวกเรารับซื้อ ข้าอยากรู้ว่าอสูรจิตวิญญาณดาราขั้นใดกันหรือที่เจ้าจัดการล่ามาได้?”

“อสรพิษจิตวิญญาณดาราขั้นหก” ถังเทียนมิยอมเสียเวลาแม้แต่น้อยพลางหยิบเอาทุกชื้นส่วนของอสรพิษวิญญาณดาราออกมาทันที

บุรุษผู้นั้นมีท่าทางที่ชื่นชมพลางกล่าวอย่างนับถือ “ขอเวลาสักครู่ข้าจะไปเรียกเจ้าของร้านมาทันที”

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 126 – อสรพิษจิตวิญญาณดารา

คัดลอกลิงก์แล้ว