เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 124 – คำแนะนำของทหาร

ตอนที่ 124 – คำแนะนำของทหาร

ตอนที่ 124 – คำแนะนำของทหาร


ตอนที่ 124 – คำแนะนำของทหาร

 

ทหารแผนที่ไปดูและมองอย่างตั้งใจเป็นเวลานานก่อนที่เขาจะส่ายหัว “ตำแหน่งมันผิดพลาด”

“ตำแหน่งผิดพลาด?” ถังเทียนตกตะลึง

“ตำแหน่งของกลุ่มดารากางเขนใต้มันหักล้างกัน” ทหารกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แม้ว่าประตูดาราจะแปรเปลี่ยนไป แต่ตำแหน่งของกลุ่มดาราไม่ควรที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นนี้”

“มั่วแล้วหรือเปล่า” ถังเทียนมิได้เชื่อทหาร

ทหารตาโตน้ำเสียงของเขาน่ากลัว “เจ้าสงสัยคนโบราณเช่นข้าที่คุ้นเคยของค่ายกองกำลังงั้นหรือ?”

ถังเทียนรู้สึกอับอายในทันที “อา อา อา ท่านดูเถอะ เชียนฮุ่ยบอกอยู่ก่อนแล้วว่ามันมีสถานที่ที่จะไม่แม่นยำ”

ทหารเมินถังเทียนและกล่าวต่อ “ประตูดารามันเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน แต่ข้าไม่เคยเห็นเช่นที่เป็นอย่างกลุ่มดาราอมตะมาก่อนเลย แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับศูนย์บังคับบัญชาแล้วล่ะ ข้าก็บอกได้เลยว่ามันมีเส้นทางอยู่”

ถังเทียนคล้ายเคยได้ยินสิ่งที่เขากล่าวมาก่อนและรู้สึกปลุกปั่น “เส้นทางใดกัน?”

“จากตำหนักจิตวิญญาณนักสู้และเข้าไปยังดินแดนจิตวิญญาณ มันมีเส้นทางอยู่ที่นั้น ซึ่งทำตรงไปยังศูนย์บัญชาการค่ายกองกำลัง ภายในอดีตหลายคนต่างใช้เส้นทางนี้เดินกันไปแต่ถนนมันไม่ง่ายดายที่จะเดินมากนัก” ทหารกล่าวอธิบาย

“ยอดเยี่ยมเลย!” ถังเทียนร่ำร้องออกมาชูแขนของเขาไปบนอากาศ “ไปกันเถอะ ลุยกันเลย!”

ทหารกรอกตาของเขา “ข้าก็บอกแล้วไงว่าถนนมันไม่ง่ายดายที่จะเดินไปได้”

“คำว่า ‘ไม่ง่ายดาย’ ที่ท่านว่าหมายความว่าอย่างไรกัน?” ถังเทียนกล่าวถาม

“เส้นทางนั้นในอดีตมีเพียงทหารเก่าเท่านั้นที่สามารถผ่านไปได้” ทหารสำรวจไปยังถังเทียนสองคราพลางขมวดคิ้ว “บุรุษหนุ่มเจ้ายังคงต่ำต้อยอยู่นัก”

“ทหารเก่า?” ถังเทียนขมวดคิ้ว ถ้ามันเป็นอดีตเขาคงจะต้องไม่เห็นด้วยกับการพูดของทหารแล้ว แต่เนื่องจากเขาได้ประสบพบเจอกับตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ที่เขาตระเกียกตระกายอยู่ในนั้น เขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าการเป็น ‘ทหารเก่า’ หมายความว่ามีความเข้มแข็งอย่างยิ่ง

ทหารเงบหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เปิดเผยสีหน้าที่จมอยู่ในความคิดและพลันกล่าวออกมา “ข้าไม่สามารถบอกว่าแน่ใจได้ หลังจากที่หลายปีได้ผ่านพ้นไปแล้ว ข้าไม่สามารถบอกให้แน่ใจได้ว่าอสูรจิตวิญญาณดาราในอดีตมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่นั้น พวกเราทำได้เพียงแค่ไปที่นั้นเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจได้เท่านั้น”

ถังเทียนพลันพยักหน้าในทันที “ถูกต้องแล้ว ถูกต้องแล้ว!”

“ถ้างั้นเจ้าให้ดีควรไปกล่าวลากับพวกเขาซะ” ทหารกล่าวเตือนถังเทียน “ครานี้พวกเราอาจจะต้องอยู่ภายในดินแดนจิตวิญญาณเป็นเวลานาน”

ถังเทียนรู้สึกว่าทหารพูดถูกต้อง และเขาก็ไปร่ำลาต่อลุงเฉียน แต่ก็อย่างที่ลุงเฉียนคาดเดาว่าถังเทียนจะต้องกำลังตามไปหาคุณหนูแน่ๆ และเขาก็ไม่ได้ห้ามเอาไว้แต่กลับมอบหินดาราและแก่นจิตวิญญาณมากมายให้กับถังเทียนแทน

กระเป๋าที่แบนแฟบของถังเทียนก็กลับมาตุงอีกครั้ง

เมื่อออกมาจากตระกูลซางกวน ถังเทียนก็พบมุมหนึ่งที่ปราศจากผู้คนและย่างเข้าสู่ตำหนักจิตวิญญาณนักสู้จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังเมืองไตรวิญญาณ

จากตอนที่เขาออกจากเมืองไตรวิญญาณตอนนั้นมามันก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลินทำให้บรรยากาศเมืองไตรวิญญาณกลายเป็นค่อนข้างจืดจาง จำนวนผู้คนบนท้องถนนก็ต่างลดน้อยลง ถังเทียนมิได้สงสัยอันใดนักและมุ่งตรงไปยังคลังศารสตราวุธกองทัพ

ถังเทียนก็พบเห็นไซ่เหล่ยภายในคลัง

แต่เมื่อเห็นไซ่เหล่ยผู้ที่ซึ่งไม่ต่างกับภูติผี ถังเทียนแทบจะจดจำนางไม่ได้เลย ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและใบหน้าที่สกปรกมอมแมม และเสื้อผ้าที่แทบขาดรุงริงขนาดเทียบเท่าได้กับอู่กวงเลย

เมื่อยามที่ไซ่เหล่ยหันมาสบตากับถังเทียน มันเหมือนกับว่านางมิได้เห็นอะไรทั้งสิ้น ขณะที่บ่นพึมพำอย่างต่อเนื่อง

“สตรีนางนี้คงไม่ได้เป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม?” ถังเทียนถามอย่างกังวลกับทหาร

แต่ทหารกลับเป็นตรงกันข้ามดูคล้ายเคยมีประสบการณ์และความรู้มาก่อน “ผู้คนช่วยพวกเขาต่างก็เป็นเช่นนั้น เมื่อพวกเขาพบบางอย่างที่พวกเขาสามารถหมกมุ่นอยู่กับมันได้ พวกเขาจะแทบทิ้งขว้างชีวิตของพวกเขาเอง ฮิฮิ เมื่อไม่กี่พันปีก่อน ช่างกลไกทั้งหมดต่างก็เป็นแบบนี้ และมันดูเหมือนว่าช่างกลไกในยุคปัจจุบันนี้จะยังมีพฤติกรรมที่เหมือนกันอยู่”

ฟังจากน้ำเสียงของทหาร ถังเทียนก็เคยได้ยินเหมือนกันว่าเคยมีช่างกลไกผู้ที่ทำร้ายเขามาก่อน

“นี่.. ไซ่เหล่ย!” ถังเทียนตะโกนแต่ไซ่เหล่ยไม่ได้ยินเสียงที่เขาตะโกนเลย ดังนั้นเขาจึงหมดทางเลือกได้แต่เพิ่มเสียงตะโกนให้ดังกว่าเดิม”

ในครั้งนี้ ไซ่เหล่ยได้ยินเขาแล้ว ตาของนางค่อยๆกลับมามีสมาธิอีกครั้ง เมื่อเห็นถังเทียน นางก็ตะโกนกลับมา “เจ้ามาแล้วหรอ” เมื่อกล่าวจบนางก็หันและจากไป

ถังเทียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องพูดกล่าว เขาก็จ้ำพรวดไปข้างหน้าจับไซ่เหล่ยเอาไว้และหันไปถามทหารว่า “แถวนี้มีสระน้ำหรือไม่?”

ไซ่เหล่ยด่ากราดด้วยความโกรธ “เจ้าบัดซบกำลังทำบ้าอันใด? อย่าให้ข้าต้องเสียเวลาเปล่านะ!”

ทหารแสดงสีหน้าที่บ่งบอกประมาณว่า ‘ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้า’ และชี้ไปยังเบื้องหลังถังเทียน “ด้านหลังเจ้าและเดินไปประมาณ 200 เมตรแล้วเลี้ยวไปทางขวา”

ถังเทียนไม่ได้พูดอันใดก็แบกไซ่เหล่ยและเดินไปตามทิศทางนั้น

ไซ่เหล่ยพยายามขัดขืนอยู่ภายในมือของเขาแต่ถังเทียนก็ไม่ได้สนใจนาง สตรีนางนี้ไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่งั้นรึ! เมื่อเห็นเส้นเลือดภายในดวงตาของนาง เขาก็รู้ได้เลยว่านางไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว

พวกเขาก็พบเจอสระน้ำแล้วและมันมีท่อระบายน้ำทองแดงที่ไหลตามท่อผ่านลงมาสู่สระน้ำ

จากการโยนเหวี่ยงของถังเทียนก็เกิดเสียงกรีดร้องของไซ่เหล่ยดังออกมาขณะที่นางเหินลงสู่สระน้ำ

ซู่ น้ำมากมายสาดกระเซ็นกระจายไปทั่ว

“ตอนนี้ก็ทำล้างเนื้อล้างตัวซะ ถ้าเจ้ายังเลือกมากน่ารำคาญอยู่อีก อย่าได้คิดแตะต้องเครื่องกลไกศาสตราวุธในอนาคตอีกแน่!”

ถังเทียนพูดเช่นนั้นจบก็หันหลังจากไป

ไซ่เหล่ยผู้อ้าปากของนางเตรียมจะต่อว่าทันใดนั้นก็กลายเป็นไร้คำกล่าว คำพูดของถังเทียนจี้จุดอ่อนของนาง ไม่อนุญาตให้นางแตะต้องเครื่องกลไกศาสตราวุธมันแย่ยิ่งกว่าสังหารนางเสียอีก

นางแช่อยู่ในน้ำขณะที่นางไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่ต้องยอมรับ

ไซ่เหล่ยก็กระทำตัวดีขึ้นมาในทันที

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

“บุรุษหนุ่มถัง ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะมีนิสัยก้าวร้าวเช่นนี้อยู่ด้วย!” ทหารรู้สึกประหลาดใจ

ถังเทียนมีท่าทางที่บ่งบอกว่า ‘มันแน่นอนอยู่แล้ว’ “เนื่องจากท่านไม่ได้มองให้ดีเอง นี่คือบุรุษหนุ่มเทพเชียวนะ มีสิ่งใดกันที่จะกำราบเขาลงได้?”

เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจในเรื่องตอนนั้นที่ไซ่เหล่ยได้กัดมังกรของเขา

เมื่อมองไปยังเศษชิ้นส่วนประกอบของศาสตราวุธเครื่องกลไกทั้งหมดที่เท้าของเขาแล้ว ถังเทียนก็รู้เลยว่าไซ่เหล่ยรื้อศาสตราวุธเครื่องกลไกมากมายในตอนที่เขาจากไปแล้ว

สตรีนางนี้ช่างบ้าจริง!

ถังเทียนแอบเลียริมฝีปากของเขาและอดไม่ได้ที่จะชื่นชมนาง

ไซ่เหล่ยก็อาบน้ำเสร็จแล้วโดยที่ไม่ต้องรอนาน

นางได้เปลี่ยนชุดใหม่และรู้สึกว่าปลอดโปร่งและสดชื่นนัก ผมเปียกชื้นของนางพาดอยู่บนไหล่ของนาง ใบหน้าของนางยังดูเหมือนคล้ายยังมีความชุ่มชื้นอยู่เป็นชั้นๆ นางในตอนแรกเริ่มก็สวยงามอยู่แล้ว แต่กับเพิ่มความอ่อนโยนอันคลุมเคลือและท่าทางที่ดูเขินอายเล็ยกน้อยแต่เมื่อจ้องมองดูแล้วก็รู้สึกน่าสงสารเล็กน้อย

“หยุดแสร้งทำได้แล้ว!” เมื่อเห็นท่าทางของไซ่เหล่ย ถังเทียนก็ยกฝ่ามือขึ้นตั้งท่าให้หยุด

เขามีประสบการณ์เกี่ยวกับฤทธิ์เดชของสตรีผู้นี้กับตัวเขาเองมาแล้ว

“ตอนนี้ก็ไปพักผ่อนซะเถอะ” มืออีกข้างของถังเทียนก็ยกชี้ขึ้น ขัดขวางการพูดของไซ่เหล่ย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความข่มเหง “อย่าได้มาต่อรองกับข้าเชียว ถ้าเจ้าตายจากอาการเหนื่อยล้าแล้วล่ะก็ ข้าต้องขาดทุนย่อยยับ!”

เมื่อเห็นว่าไซ่เหล่ยยังหวังที่จะพูดอยู่ ก็ถลึงตาจ้องมองพลางเพิ่มเสียงดังขึ้น “อย่าได้มาไร้สาระกับข้า! ไปเดี๋ยวนี้!”

ไซ่เหล่ยสะดุ้งตกใจและในทันทีก็ไปนอนหลับแต่โดยดี

ตามความจริงตัวนางก็เหนื่อยล้าเหลือเกิน จิตใจของนางดูเลือนลาง เมื่อใดกันที่เจ้าเด็กผู้นี้ถึงกลายมาเป็นดุร้ายเช่นนี้?

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เมื่อเห็นว่าไซ่เหล่ยไปนอนแล้ว ถังเทียนและทหารก็ไปตรวจสอบสถานที่โดยรอบ

เมื่อออกจากฐานทัพและคำแนะนำของทหาร ถังเทียนก็เริ่มที่จะเดินลึกเข้าไปภายในดินแดนจิตวิญญาณ ราวกับว่านางได้กลับบ้านของนางเอง หยาหยาก็กลายเป็นร่าเริงสดใสและตลอดที่เดินทางเอาแต่ร้อง ‘อี้อี้อ้าอ้า’ จนทำให้รู้สึกรำคาญ

ขนาดตัวของหยายาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่เส้นสายบนชุกเพราะของนางก็กลายเป็นแปลกตามากขึ้น แต่ที่เห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะก็คงจะเป็นบนหลังของมันที่มีธงจิ๋วอยู่ด้วย

“ระวังตัวด้วยสถานที่แห่งนี้เคยมีอสูรจิตวิญญาณดาราอยู่มากมาย” ทหารกล่าวเตือนถังเทียน “จากที่ข้าเห็นที่ที่พวกเราอยู่ตอนนี้คือดินแดนล่าวิญญาณ สังเกตหยาหยาสิ แม้ว่าตัวอ่อนจิตวิญญาณขุนพลจะอ่อนแอแต่พวกมันก็ปราดเปรียวยิ่ง”

ดินแดนล่าวิญญาณเป็นสถานที่อันตรายยิ่งและบางโอกาสพวกเขาจะพบกับนักสู้ที่ล่าแก่นจิตวิญญาณอยู่ภายในด้วย แต่ทิศทางที่ทหารนำทางไปนั้นต่างได้ทำร้ายร่องรอยแล้ว และถังเทียนก็ไม่ได้พบเจอนักสู้อีกแม้แต่คนเดียวเลย

จู่ๆ หยาหยาก็เงียบลงและธงจิ๋วบนหลังของนางหยุดโบกสะบัด และเขาก็ย่อเอวลงมา ดวงตาจับจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเฝ้าระวัง

ถังเทียนก็ตื่นตัวในทันที

ไกลออกไปเบื้องหน้ามันคล้ายกับมีลำแสงสีแดงกระพริบอยู่

ในทันทีก็เกิดเสียงดังสะนั่นที่แทบทำให้หัวใจผู้คนสะท้านดังออกมา

“มันคืออสรพิษจิตวิญญาณดารา” ทหารกล่าวเตือนถังเทียน

ความเร็วของอสรพิษจิตวิญญาณมันเร็วกว่าที่ถังเทียนจะคาดคิดได้ มันรดวเร็วถึงขนาดที่ฉับพลันก็ปรากฏมาอยู่เบื้องหน้าดวงตาของเขา อสรพิษยาวประมาณสามเมตรลำตัวหนาเท่าแขนของบุรุษ บนร่างของมันเป็นชั้นของเกล็ดสีทองแดงอันละเอียด เกล็ดทองแดงอันละเอียดอ่อนนี้ก่อเกิดเป็นรูปแบบที่ซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้ถังเทียนสั่นสะท้านก็คือหัวอสรพิษ

ภายในใจกลางหังสามเหลี่ยมของอสรพิษมันมีความคล้ายคลึงกับใบหน้าของมนุษย์อย่างน่าประหลาด

“พวกมันคืออสูรจิตวิญญาณดาราที่หลังจากดูดซับเศษชิ้นส่วนที่ผุผังของจิตวิญญาณนักสู้โบราณแล้วมันจะมีลักษณะของมนุษย์” น้ำเสียงทหารกลายเป็นขึงขังและทุ้มลึกลงต่ำ “เจ้าจะต้องระวังไว้อย่างมาก มันแข็งแกร่งมากกว่าอสูรจิตวิญญาณดาราทั่วไปนัก เจ้าจะลองสู้ดูด้วยก็ได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ไหวแล้วล่ะก็ ให้วิ่งหนีในทันที พวกเราสามารถใช้เวลาเพื่อพิจารณาดูได้”

ถังเทียนพยักหน้าปราศจากคำกล่าวและชุดเกราะนกยูงก็ปรากฏบนร่างของเขา

ตลอดเวลาถังเทียนเคยใช้พลังจิตวิญญาณนักสู้ขั้นเงินของเขาเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณนักสู้ของชุดเกราะนกยูงแล้ว

ชุดเกราะนกยูงน้ำเงินก็กลายเป็นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การปะทุของสนับมือเตาหลอมทำให้ถังเทียนรู้สึกถึงสมบัติของเขาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่ ในอดีต สมบัติสำหรับเขามันเป็นเพียงสมบัติ แต่ตอนนี้เขาเห็นพวกมันเท่าเทียมกันดั่งเช่นมนุษย์ที่มีชีวิตคนหนึ่ง

มันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะความคิดที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้หรือเปล่า แต่สนิทสนมระหว่างถังเทียนกับสมบัติก็กลายเป็นใกล้ชิดมากขึ้น

ท่ามกลางบรรดาขนนกบนชุดเกราะนกยูงน้ำเงินมันก็มีเส้นสายสีเงินเบาบางพลุ่งพล่านออกมาจากชุดเกราะและถังเทียนรู้สึกว่าร่างของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพวกมัน

ถังเทียนตั้งท่ารูปแบบการป้องกันและจ้องมองไปยังอสรพิษจิตวิญญาณดาราเบื้องหน้าเขา

ดวงตาเย็นเยียบของอสรพิษจิตวิญญาณดาราจ้องมองกลับมายังถังเทียน ใบหน้าที่ไร้อารมณ์คล้ายจะแสดงออกให้เห็นลักษณะที่ชั่วร้าย อุณหภูมิรอบด้านลดลง และรอบตัวอสรพิษจิตวิญญาณดาราเกล็ดหิมะเริ่มที่จะร่วงหล่นลง

สีหน้าของถังเทียนแปรเปลี่ยน

ราวกับได้รับการรู้แจ้ง อสรพิณจิตวิญญาณดาราเบื้องหน้าของเขามันมีระดับสูงกว่าอสูรจิตวิญญาณดาราที่เขาเคยพบมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

ขั้นหก!

ทันใดนั้นอสรพิษจิตวิญญาณดาราก็เปิดปากของมันและพ่นกลุ่มหมอกควันออกมา เมื่อหมอกออกมาจากปากของมัน กลุ่มหมอกก็ขยายออกอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าที่ใดที่กลุ่มหมอกนี้ผ่านไปพื้นดินตรงนั้นจะกลายเป็นชั้นนำแข็ง

ขณะที่กลุ่มหมอกลอยมาเบื้องหน้าถังเทียน มันก็มีกำแพงคล้ายทำขึ้นจากน้ำแข็งบีบคั้นด้วยแรงกดดันมายังตัวเขา

ถังเทียนไม่ได้หลบไปด้านข้าง อสรพิษจิตวิญญาณดาราเบื้องหน้าเขาสามารถทำให้เขามีลางสังหรณ์ถึงอันตรายที่ยังมาไม่ถึงได้เลย ถ้าเขาไม่สามารถรับมือกับอสรพิษจิตวิญญาณดาราได้แล้วล่ะก็ เขาก็คงไม่สามารถเข้าไปลึกได้กว่านี้อีก เส้นทางต่อจากนี้จะต้องอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาก็ได้เติบโตขึ้นมาแล้ว!

กรงเล็บปีศาจและอู่กวงทำให้ถังเทียนตกใจอย่างยิ่งกับบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน มันเป็นคราแรกที่เขาเข้าใจว่าวิชาการต่อสู้ที่แท้จริงอาจกลายเป็นการสร้างความเสียหายที่รุนแรง!

ถังเทียนเหมือนกับถูกเปิดหน้าต่างไปสู่โลกใบใหม่

แรงสั่นสะเทือน เป้าหมายของเขาคือการเข้าใจแก่นแท้ของการสั่นสะเทือน

เขามิได้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้ระดับสูง แต่เขาฝึกฝนในหมัดสั่นสะเทือนของเขาอย่างต่อเนื่องและเป็นบางอย่างที่เขาสมบูรณ์แบบแล้ว และสามารถที่จะใช้ออกกระบวนท่าสังหารได้

บุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เกียจคร้านแม้แต่น้อย!

ท่าทางอของถังเทียนสงบนิ่งและมั่นคง เขาย่อเอวลงและมือขวาก็ฉกพุ่งไปยังเบื้องหน้าเขาพลันอากาศที่ว่างเปล่าจู่ๆก็เกิดแรงสั่นกระเพื่อมมากมาย ราวกับเขาได้คว้ามันมาจากอากาศ

อากาศรอบๆเริ่มที่จะสั่นกระเพื่อม

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 124 – คำแนะนำของทหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว