- หน้าแรก
- เห็นๆ อยู่ว่าเป็นภัยพิบัติที่สี่ แต่ไหงดันถูกเรียกว่านักบุญ
- บทที่ 9 - เหมืองเถื่อน
บทที่ 9 - เหมืองเถื่อน
บทที่ 9 - เหมืองเถื่อน
ที่น่าแปลกคือ จนถึงเที่ยง หลี่เหวยยังไม่ได้เริ่มงาน
จางหลิ่งพาเขาเข้ามาในเขตเหมืองถ่านหิน ที่นี่คนเยอะสุด สภาพแวดล้อมแย่สุด
หายใจแต่ละทีรู้สึกสากคอ ทุกคนตัวดำปี๋เหมือนทุกตารางนิ้วสกปรกไปหมด
“เหมือง 7 ขาดคน แต่ข้างล่างเกิดเรื่องนิดหน่อย บ่ายถึงจะเปิด”
จางหลิ่งพาหลี่เหวยกับเฟิงจือไปโรงอาหาร
“แกโชคดี กินข้าวเสร็จก็รออยู่นี่แหละ ได้เริ่มงานเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันมารับลงเหมืองไปดูงาน”
สั่งเสร็จ จางหลิ่งก็คาบบุหรี่ล้วงกระเป๋าเดินออกไป
พอถึงหน้าประตู เหยียนหลีก็มองเขาอย่างไม่พอใจ
“ทำไมรีบร้อนนัก? ปกติต้องให้มันทำงานสักสิบวันครึ่งเดือน ให้คนคุ้นหน้าก่อนค่อยลงมือ นี่เพิ่งวันแรก!”
จางหลิ่งทำหน้าดูแคลน
“จะเอาเงินชดเชยก็ต้องทำตามขั้นตอน แต่รอบนี้เราไม่ได้จะเอาชีวิตมันไปแลกเงินนี่หว่า ไม่มีใครสนใจมันหรอก”
เหยียนหลีจ้องตาจางหลิ่ง เขารู้จัก “คู่หู” คนนี้ดี
“แกติดหนี้เท่าไหร่?”
“สามหมื่น”
“เล่นอยู่นั่นแหละ! ระวังชีวิตแกจะจบที่โต๊ะพนัน!”
จางหลิ่งนั่งยองๆ สูบบุหรี่ ยิ้มฟันเหลือง
“เมื่อวานฉันถามไอ้เถียนแล้ว แกรูมั้ยว่าถ้าหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ขายได้เท่าไหร่?”
เหยียนหลีเคยแต่หากินกับศพ ไม่เคยค้ามนุษย์ เลยไม่รู้ราคา
จางหลิ่งชูห้านิ้ว แล้วขยุมรวมกัน
“เจ็ดหมื่น! สตาร์ทที่เจ็ดหมื่น ถ้าหน้าตาสวยๆ แตะแสนสอง!”
เหยียนหลีกลั้นหายใจ
เงินชดเชยแรงงานสวะๆ โดนหักหัวคิว ถึงมือพวกเขาก็แค่หมื่นสองหมื่น
นี่เด็กผู้หญิงคนเดียวขายได้เจ็ดหมื่น!
“แน่นอน ไอ้เถียนบอกว่าต้องหน้าตาดี มันเส้นใหญ่ส่งคนขึ้นไปขายพวกข้างบนเขตเย่ากวงได้ พวกนั้นเปย์หนัก!”
เหยียนหลีเงียบไป 2-3 วินาที ก่อนถาม
“แบ่งยังไง?”
จางหลิ่งยิ้มตาหยี
“ฉันพาคนมา ฉันหาช่องทาง ไอ้หนุ่มนั่นดูแข็งแรง ตอนเย็นลงเหมืองแกช่วยฉันจับมันหน่อย ไม่ว่าจะขายได้เท่าไหร่ เจ็ด-สาม”
ปกติแบ่งห้า-ห้า แต่เหยียนหลีก็ตอบตกลงทันที
“ตกลง!”
ข้าวเหมืองรสชาติหมาไม่แดก
เป็นแป้งเปียกๆ ที่ไม่รู้ทำจากข้าวหรือแป้ง มีกลิ่นเหม็นบูดๆ เค็มๆ ข้อดีอย่างเดียวคือเติมไม่อั้น
หลี่เหวยกับเฟิงจือที่อดมาทั้งวัน ฟาดไปคนละ 3 ชาม
“หัวหน้าคนงานสองคนนั้นกะจะเก็บฉัน”
พอกินอิ่ม เฟิงจือกำลังดื่มน้ำอย่างสบายใจ หลี่เหวยก็พูดขึ้นลอยๆ ทำเอาเธอเกือบพ่นน้ำ!
เธอตาโต
“ทำไม?”
“เหมืองถ่านหิน, ต่างถิ่นไม่คุ้นเคย, หัวหน้าคนงานใจดีผิดปกติ, แถมมีญาติคนงานมาประท้วงเรื่องเงินชดเชยตายในหน้าที่... องค์ประกอบครบสูตรขนาดนี้”
หลี่เหวยพูดเรียบๆ
ไม่มีหลักฐาน แต่เรื่องพรรค์นี้ไม่ต้องใช้หลักฐาน มันชัดเจนแจ่มแจ้ง
ไอ้จางหลิ่งนั่นมองเขาเป็นไอ้หน้าโง่ พาเข้าเหมืองปุ๊บก็ขี้เกียจแม้แต่จะเล่นละครตบตา
เฟิงจือไม่ใช่สาวโลกสวย เธอเข้าใจทันที มือบีบชายเสื้อแน่น
“ชีวิตพวกเขาก็ลำบากขนาดนี้แล้ว ทำไมยังต้องทำร้ายพวกเดียวกันเองอีก?”
“เพราะมนุษย์ก็เป็นแบบนี้แหละ”
หลี่เหวยมองออกไปนอกโรงอาหาร
กลุ่มญาติคนงานที่มาทวงเงินชดเชยถูก รปภ. เอาไม้ไล่ตีต้อนออกไปนอกเขต
แต่พวกเขายังไม่ยอมไป คุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้นถ่านหินสกปรก โขกหัวไปทางห้องทำงานผู้จัดการ
แต่ผู้จัดการแซ่เซี่ยที่อ้วนเป็นหมูตอน ใส่สูทสะอาดสะอ้าน แค่ปรายตามองอย่างเหยียดหยาม แล้วด่ากราด
“พวกขี้เกียจหาเรื่อง! ไม่รู้เหรอว่าวันๆ ฉันงานยุ่งขนาดไหน! ยังจะมาเรียกร้องเงินบ้าบออะไร! เบื้องบนไม่เซ็นอนุมัติ! ต่อให้อนุมัติ ด้วยสันดานอย่างพวกแก ฉันก็ไม่จ่าย! ไอ้พวกกระดูกขี้ข้า!”
ถุยน้ำลายเสร็จ ก็หันหลังเดินกลับไม่สนใจคนที่คุกเข่าอยู่
แรงงานคนอื่นๆ ที่เดินผ่าน ต่างหยุดมอง สีหน้ามีทั้งเห็นใจ โกรธแค้น แต่ส่วนใหญ่คือชินชา
เฟิงจือเห็นภาพนั้น มือสั่นระริก
หลี่เหวยชื่นชมในใจว่าเกมนี้ทำสมจริงเกินไปจริงๆ ทั้งพฤติกรรม NPC และตรรกะตัวละคร
แต่ความสมจริงในโลกแฟนตาซีมันขายไม่ได้หรอก แถมยังทำให้คนเล่นหดหู่
หลี่เหวยไม่ชอบ โดยเฉพาะไม่ชอบเมืองนี้
เฟิงจือพยายามละสายตาจากคนกลุ่มนั้น ก้มหน้าถาม
“เราจะหนีก่อนพวกมันลงมือไหม?”
หลี่เหวยไม่ตอบทันที สายตายังจับจ้องกลุ่มคนที่น่าเวทนา สมองกำลังคำนวณ
“ไม่ต้องรีบ พวกมันแค่อยากฆ่าคนชิงทรัพย์”
เขาพูดเบาๆ พลางเปิดหน้าต่างผู้เล่นในหัว
[เงื่อนไขเลื่อนคลาส: ... (วิธีได้ EXP ปัจจุบันคือสะสมเงิน: ถูกกฎหมาย 1:1, ผิดกฎหมาย 100,000:1)]
[เลเวล: 1 (16.4/1000)]
ตอนแรกหลี่เหวยคิดว่าระบบอัปเวลแบบนี้ให้ผู้เล่นเลือก 2 ทาง
หนึ่งคือทำงานสุจริต เหนื่อยหน่อย แต่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
สองคือสายดาร์ก ไล่ฆ่าคน
แต่ไม่ว่าจะทางไหน สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่เอื้อ
แต่จู่ๆ เขาก็ปิ๊งไอเดีย
ในเมื่อจะ Speedrun เควสต์หลัก การรีบปั๊มเลเวลก็สำคัญ
จางหลิ่งนัดลงเหมืองตอนค่ำ เดือนมืดลมแรง เหมาะแก่การลงมือ
แสดงว่าช่วงบ่ายนี้ เขาว่าง
ให้เฟิงจือรอในโรงอาหาร เขาเดินทอดน่องออกมาหน้าโรงงาน
กลุ่มคนประท้วงยังคุกเข่าอยู่ รปภ. เห็นว่าไม่อาละวาดบุกเข้ามา ก็ขี้เกียจยุ่ง
ช่วงพักเที่ยงยังมีคนมุงดู แต่พอถึงเวลาเข้างาน ที่นี่ก็เงียบเหงา กลุ่มคนเหล่านั้นเหมือนถูกโลกทิ้ง
พอหลี่เหวยเดินเข้าไป คนพวกนั้นที่หน้าตามอมแมมเปื้อนคราบน้ำตาและถ่านหิน ก็เงยหน้ามอง
ในโลกนี้ นอกจากเฟิงจือ หลี่เหวยจะยิ้มแย้มกับทุกคนเสมอ แม้แต่กับคนที่น่าสงสารพวกนี้
“พี่น้องครับ ผมเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ อยากถามหน่อยว่า ถ้าทำงานตายในโรงงาน ปกติที่บ้านจะได้เงินชดเชยเท่าไหร่ครับ?”
[จบแล้ว]