เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 258 : การเปลี่ยนแปลงของชิงหยู

บทที่ 258 : การเปลี่ยนแปลงของชิงหยู

บทที่ 258 : การเปลี่ยนแปลงของชิงหยู


บทที่ 258 : การเปลี่ยนแปลงของชิงหยู

ในดวงตาของชายหนุ่มร่างกำยำ ปรากฏเปลวไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้น

คาดไม่ถึงว่า ในนิกายเมฆาสีชาด จะยังมีศิษย์ที่โดดเด่นกว่าซูหว่านปรากฏขึ้น

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาในฐานะศิษย์ภายใต้การดูแลของมหาผู้อาวุโสแห่งนิกาย…ก็จะเกียจคร้านไม่ได้แล้ว!

เมื่อมองไปยังขอบของภูเขาหลังนิกาย ซึ่งเป็นพื้นที่เทือกเขาหลายพันลี้ที่แม้แต่นิกายเมฆาสีชาดก็ยังไม่เคยสำรวจอย่างละเอียด ชายหนุ่มร่างกำยำก็พลันพุ่งเข้าไปในหมู่เขาทันที

“หากไม่บรรลุถึงเหนือสวรรค์ขั้นสี่…จะไม่กลับนิกายเด็ดขาด!”

…..

ในขณะเดียวกันนั้น ภายในป่าท้อ

ตอนที่ท่านรองเจ้าบุปผากลับมาถึงที่นี่ ก็เป็นเวลาหลายชั่วยามต่อมาแล้ว

“ยินดีต้อนรับท่านรองเจ้าบุปผา!”

อู๋หลินเมื่อเห็นร่างที่ปรากฏขึ้นในห้องอย่างกะทันหัน ก็รีบโค้งคำนับ จากนั้นจึงถามอย่างระมัดระวัง

“ท่านรองเจ้าบุปผา คนที่บังอาจลงมือในป่าท้อผู้นั้น ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วหรือขอรับ?”

ท่านรองเจ้าบุปผาส่ายศีรษะ พลางกล่าวด้วยเสียงใส

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ไม่ได้มีความแค้นอะไรใหญ่โต ข้าไล่ตามไปก็เพียงเพราะรู้สึกว่าคนคนนี้น่าสนใจเท่านั้น”

“แต่ว่า ข้าไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ในใจของอู๋หลินก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ท่านรองเจ้าบุปผาลงมือเอง แต่กลับไม่สามารถรั้งคนระดับเหนือสวรรค์ขั้นเจ็ดคนนั้นไว้ได้งั้นรึ?!

“ข้ารู้สึกว่าเขาไม่เหมือนกับคนระดับเหนือสวรรค์ขั้นเจ็ด…ช่างเถอะ ถ้าครั้งหน้าได้เจอค่อยว่ากันใหม่” ท่านรองเจ้าบุปผากล่าวอย่างเกียจคร้าน

“ข้อมูลที่ข้าให้เจ้าไปรวบรวม รวบรวมไปถึงไหนแล้ว?”

เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋หลินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง พลางกล่าวว่า

“มีเบาะแสอยู่บ้างขอรับ แต่ไม่มากนัก ท่านรองเจ้าบุปผา ผู้ครอบครองร่างดาราผู้นั้น ปรากฏร่องรอยในแดนเหนือเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ไม่มีทางสืบต่อได้จริงๆขอรับ”

“ไม่มีทาง…ก็ต้องหาทาง!” ท่านรองเจ้าบุปผาขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางกล่าวว่า

“นี่เป็นเรื่องที่ท่านเจ้าบุปผาใหญ่กำชับมาด้วยตนเอง”

ท่านเจ้าบุปผาใหญ่กำชับมาด้วยตนเอง…อู๋หลินแทบจะเข่าอ่อน

ท่านเจ้าบุปผาใหญ่ผู้ลึกลับที่สุดของป่าท้อนั้น เป็นหนึ่งในห้ายอดฝีมือระดับมหาปรมาจารย์สูงสุดของอาณาจักรต้าจิ่ง!

“ต้องหาคนคนนี้ให้พบให้ได้ และ ห้ามล่วงเกินอีกฝ่ายเป็นอันขาด” น้ำเสียงของท่านรองเจ้าบุปผาจริงจังอย่างยิ่ง

“หากทำให้ท่านผู้นี้ขุ่นเคือง…พวกเจ้าทุกคนก็จงตายเพื่อไถ่โทษเสียเถอะ”

“ขอรับ! ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ!” อู๋หลินรับปากอย่างแข็งขัน

….

ในไม่ช้า ความมืดก็โรยตัวลง

ณ เมืองเมฆาใบไม้, ตระกูลเจียง, บนหลังคาเรือนเล็กของเจียงชิงเกอ

ยูหลัวลองเงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวในห้องเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังดวงจันทร์บนท้องฟ้า

“ท่านประมุขกำลังจะบุกทะลวงสู่ระดับปราณก่อกำเนิดแล้ว...”

หลังจากกลับมาถึงเมืองเมฆาใบไม้ ยูหลัวก็ได้ใช้ข้ออ้างต่างๆนำทรัพยากรบำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมปราณมาให้เจียงชิงเกออีกมากมาย

ด้วยความช่วยเหลือของเคล็ดวิชาหงส์สวรรค์เก้าอเวจี ระดับพลังของเจียงชิงเกอก็ได้เข้าสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นเก้าอย่างราบรื่น

“ไม่รู้ว่าสามีนายหญิงไปทำอะไรอยู่นะ...”

ขณะที่นั่งอยู่บนหลังคา ยูหลัวก็รู้สึกเหม่อลอยอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังได้เจอกันอยู่ตลอดก็ไม่รู้สึกอะไร

พอมาตอนนี้ ไม่ได้เจอกันสองสามวัน กลับรู้สึกคิดถึงขึ้นมาเสียแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ยูหลัวก็พึมพำในใจ

“ไม่ใช่ยูหลัวคิดถึง…ยูหลัวคิดถึงแทนท่านประมุขต่างหาก!”

นางเป็นเพียงสาวใช้คนสนิทที่ไร้ซึ่งความรู้สึก!

….

ภายในห้อง เจียงชิงเกอสูดหายใจเข้าลึกๆนางเคยได้ยินมานานแล้วว่า ระดับปราณก่อกำเนิดเป็นด่านแรกที่ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องเผชิญ

ตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับด่านที่ยากลำบาก เจียงชิงเกอก็ไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถก้าวข้ามไปได้ในคราวเดียวหรือไม่

“อย่าตื่นเต้นไปเลย เจียงชิงเกอ เจ้าทำได้แน่นอน!”

เมื่อคิดว่าความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของตนเองรวดเร็วขนาดนี้ หากพยายามอีกหน่อย ในอนาคตอาจจะสามารถช่วยเหลือลู่เย่ได้บ้างก็เป็นได้

เจียงชิงเกอมีแววตาแน่วแน่ พลางหลับตาลง พร้อมกับโคจรเคล็ดวิชาหงส์สวรรค์เก้าอเวจีในทันที...

…..

ในขณะเดียวกันนั้น ณ อีกฟากหนึ่งของเมืองเมฆาใบไม้

ภายในเรือนเล็กแห่งหนึ่ง ชิงหยูที่นอนอยู่บนเตียง เริ่มรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างร้อนรุ่มอย่างรุนแรง

นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่ถูกตะขาบพันขาที่น่ากลัวตัวนั้นกัด นางก็มักจะมีอาการคล้ายๆเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง

“ร้อน…ร้อนจัง”

ราวกับว่ามีก้อนไฟกำลังลุกไหม้อยู่ในร่างกาย ทำให้ใบหน้าของชิงหยูแดงก่ำไปด้วย ในตอนนี้ บนตัวของนางเหลือเพียงเสื้อผ้าชั้นในเท่านั้น

แต่เพียงเท่านี้ก็ยังไม่พอ...

เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ชิงหยูก็รีบสวมเสื้อคลุม แล้วไปตักน้ำเย็นใส่ถังใหญ่ในห้องอาบน้ำ

หลังจากกระโดดลงไปในน้ำเย็น ถึงได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง

“ข้าเป็นอะไรไป? โดนพิษงั้นรึ?”

เมื่อต้องเผชิญกับความผิดปกติของร่างกาย ชิงหยูก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง

และในขณะนั้นเอง ร่างโปร่งแสงของหญิงชราคนหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของชิงหยูอย่างช้าๆ

“ไม่ เจ้าไม่ได้โดนพิษ แต่…นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเจ้า”

ทันใดนั้น เมื่อได้ยินเสียงคนพูด ชิงหยูก็ตกใจทันที พลางหันไปมอง แล้วพบว่าข้างๆนางมีร่างเงาของหญิงชราคนหนึ่งลอยอยู่ เเต่ราวกับว่าจะสลายไปได้ทุกเมื่อ!

“ท่าน…ท่านเป็นใคร?!”

ชิงหยูตกใจอย่างยิ่ง พลางแสดงท่าทีระแวดระวัง นั่งยองๆอยู่ในถังไม้ไม่กล้าขยับ

“ข้าเห็นเจ้าแทบจะอยากจะให้เจ้าหนุ่มนั่นดูใจจะขาด…เเค่ให้ข้าดูบ้างก็รู้สึกเสียเปรียบเลยหรือ?” หญิงชรากล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของชิงหยูก็พลันแดงก่ำขึ้นมา

“ท่าน…อย่าพูดจาเหลวไหล!”

“เหลวไหลรึ?” หญิงชรากวาดสายตามองใบหน้าของชิงหยู พลางกล่าวว่า

“ข้าอยู่ข้างๆเจ้ามาพักหนึ่งแล้วนะ ใครกันที่แม้แต่ตอนกลางคืนยังฝันละเมอเรียกคุณชายๆ”

ชิงหยู: “???”

นางไม่กล้าจะพูดคุยในหัวข้อนี้อีกต่อไป พลางรีบเปลี่ยนเรื่อง

“แท้จริงแล้วท่านเป็นใคร? ทำไมถึงมาอยู่บนตัวข้าได้?”

“ดูจี้หยกบนคอของเจ้าสิ”

ชิงหยูก้มลงมอง พลันเผยสีหน้าเหมือนเข้าใจแล้ว

“ท่านมาจากในจี้หยกงั้นรึ?”

เมื่อมองจี้หยกธรรมดาๆที่ไม่ได้มีราคาแพงชิ้นนี้ สีหน้าของชิงหยูก็ดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย

นี่เป็นของที่ติดตัวนางมาตั้งแต่เด็ก และเป็นของชิ้นเดียวที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้

หลังจากนั้น พ่อของนางก็พลัดตกหน้าผาตอนไปล่าสัตว์ในภูเขา ส่วนแม่ของนางก็ล้มป่วยและเสียชีวิตจากความโศกเศร้า

ชิงหยูคาดไม่ถึงว่า จนกระทั่งวันนี้ ถึงจะได้รู้ว่า ในจี้หยกนี้ ยังมีวิญญาณอาศัยอยู่ด้วยงั้นรึ?

“ถ้าเช่นนั้น…ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ?” ชิงหยูกล่าวอย่างประหม่า

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ ข้าร้อน...”

“แค่การอาบน้ำ ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักหรอก” หญิงชรายิ้ม พลางกล่าวว่า

“นี่เป็นเพราะกายาพิเศษของเจ้ากำลังทำงานอยู่”

“กายาพิเศษของข้ารึ?” ชิงหยูไม่เข้าใจ

“ถูกต้อง เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็น…ร่างวิญญาณอสูรที่สามารถควบคุมสัตว์ร้อยชนิดได้!”

สีหน้าของหญิงชราจริงจังอย่างยิ่ง

“ในมือของเจ้า แม้แต่ราชาแห่งสัตว์ร้าย…ก็ยังต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า!”

เมื่อเห็นชิงหยูเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หญิงชราก็กล่าวเสริมว่า

“แน่นอนว่า หากต้องการจะมีพลังเช่นนี้ได้ เจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นก่อน”

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า…ข้าก็สามารถบำเพ็ญเพียรได้? สามารถเป็นผู้ช่วยที่แข็งแกร่งของคุณชายได้งั้นรึ?!”

ในไม่ช้า ชิงหยูก็ถามขึ้นอย่างตื่นเต้น

“แน่นอนว่า เจ้าไม่เพียงแต่จะสามารถบำเพ็ญเพียรได้ อีกทั้ง หลังจากปลุกพลังแล้ว เจ้ายังสามารถควบคุมสัตว์ร้อยชนิดให้รับใช้เจ้าได้อีกด้วย!”

“ไปกับข้าเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าเลือกสถานที่บำเพ็ญเพียรที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ดึงพรสวรรค์ของเจ้าออกมาให้ได้เร็วที่สุด”

ไปรึ?

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ชิงหยูก็รีบส่ายศีรษะ

“ข้าไม่ไป”

นางเคยบอกไว้แล้ว ว่าจะอยู่ข้างๆคุณชายไปตลอดชีวิต!

…………………….

จบบทที่ บทที่ 258 : การเปลี่ยนแปลงของชิงหยู

คัดลอกลิงก์แล้ว