เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 243: ประมุขน้อยนิกายเบญจพิษมาถึง

บทที่ 243: ประมุขน้อยนิกายเบญจพิษมาถึง

บทที่ 243: ประมุขน้อยนิกายเบญจพิษมาถึง


บทที่ 243: ประมุขน้อยนิกายเบญจพิษมาถึง

คัมภีร์ลับบัวครามของนิกายชิงอิ่น ก็เป็นวิชาบำเพ็ญเพียรระดับสวรรค์ขั้นต่ำเช่นกัน!

เมื่อฝึกฝนจนได้บัวครามหนึ่งดอก ก็จะมีความสามารถทั้งรุกและรับในเวลาเดียวกัน

บัวครามหนึ่งดอกของเขา ในตอนนี้มีกลีบอยู่สามกลีบแล้ว หากพูดถึงพลังป้องกัน แทบจะไม่ด้อยไปกว่าศาสตราวุธป้องกันระดับต่ำเลย!

….

ด้านลู่เย่ยังคงมีแววตาเรียบเฉย เขามองปราณดาบสะท้านสวรรค์ที่ทะลุทะลวงทุกสิ่งอย่างอย่างไม่หยุดยั้ง พุ่งเข้าไปถึงเบื้องหน้าของจอมยุทธ์เร้นลับ

จากนั้น ภาพที่ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนบนยอดเขาต้องนิ่งอึ้งก็ปรากฏขึ้น

ม่านพลังป้องกันของปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้ปรมาจารย์ระดับเจ็ดคนอื่นต้องสิ้นหวัง กลับถูกทำลายลงทีละชั้น...ทีละชั้น...ราวกับกระดาษที่ถูกกรรไกรตัดอย่างง่ายดาย

ในพริบตาเดียว เกราะป้องกันที่จอมยุทธ์เร้นลับชุดดำรู้สึกว่าปลอดภัย ก็แตกสลายไปจนหมดสิ้น!

ปราณดาบสะท้านสวรรค์ทะลวงผ่านทุกสิ่งกีดขวาง เข้าไปอยู่ใต้ดอกบัวสีครามที่กำลังบานสะพรั่ง

จากนั้น หลังจากยันกันอยู่ได้ไม่ถึงสองวินาที...ดอกบัวสีครามก็ส่งเสียงดังสนั่น เเล้วแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ!

เส้นโลหิตสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนศีรษะของจอมยุทธ์เร้นลับชุดดำที่กำลังสิ้นหวัง…เขาพยายามจะพูด แต่พออ้าปาก ก็มีเลือดทะลักออกมาคำใหญ่

สุดท้ายเมื่อลมหายใจเริ่มแผ่วลงอย่างรวดเร็ว ในใจของจอมยุทธ์เร้นลับชุดดำ พลันมีความคิดประหลาดผุดขึ้นมา

ในอดีต เจ้าของสามดาบสะท้านสวรรค์เคยบุกฝ่าเส้นทางในดินแดนเร้นลับ จนสุดท้ายได้เข้าไปในดินแดนแห่งโอกาส

แล้วตอนนี้…

หรือว่าคนผู้นี้ จะสามารถเดินบนเส้นทางนั้นซ้ำรอยได้อีกครั้ง?

“เขาแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากจริงๆ...ปรมาจารย์ระดับเจ็ดที่มีฝีมือใกล้เคียงกับข้า กลับทนอยู่ในมือเขาได้เพียงสองกระบวนท่าเท่านั้น”

เมื่อมองไปยังศพของปรมาจารย์ระดับเจ็ดที่ล้มลง ณ ริมหน้าผาบนยอดเขา ในดวงตาของเซียนเมฆาสีชาดก็มีความทอดถอนใจปรากฏขึ้น

ปรมาจารย์ลึกลับผู้นี้ เติบโตเร็วเกินไปแล้ว

เมื่อครั้งอยู่ในแดนลับหุบเขาทมิฬ เขาเพิ่งจะบรรลุเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ ส่วนนางเป็นปรมาจารย์ระดับเจ็ด

ส่วนตอนนี้ เขามีความสามารถในการสังหารปรมาจารย์ระดับเจ็ดได้...แต่นางก็ยังคงเป็นปรมาจารย์ระดับเจ็ด และยังคงเตรียมตัวเพื่อจะทะลวงสู่ระดับแปด

กาลเวลาผันผ่าน ทุกสิ่งเปลี่ยนไป!

...

บนยอดเขา จอมยุทธ์คนอื่นๆที่ตกอยู่ในความเงียบงัน ต่างก็รู้สึกสับสนงุนงง

ปรมาจารย์ยุทธ์ลึกลับที่อ้างว่าจะมาล้างแค้นให้ศิษย์น้อง ที่ว่ากันว่ามาจากแดนซ่อนเร้นวิญญาณอะไรนั่น...

มาตายแบบนี้เลยเนี่ยนะ?!

ใช้ไพ่ตายออกมาจนหมด แต่ปราณดาบนั้นกลับมองเป็นอากาศธาตุ ทะลุทะลวงทำลายทุกสิ่ง...

หลายคนรู้สึกว่า การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการสังหารเฒ่าอินหมางในครั้งก่อนเสียอีก

เพราะครั้งนั้น มีการสังหารมังกรปราณอินที่น่าเกรงขาม ทำให้ภาพที่เห็นนั้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากกว่า

มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีสายตากว้างไกล มีความรู้ไม่ธรรมดา และมีฝีมืออย่างน้อยที่สุดคือเหนือสวรรค์ขั้นปลายเท่านั้น ที่พอจะมองออกอยู่บ้าง

การกลับมายังเขาอินหมางเป็นครั้งที่สอง ยอดฝีมือลึกลับที่เคยสังหารปรมาจารย์ยุทธ์ติดต่อกันผู้นี้ ได้กลับคืนสู่สามัญยิ่งขึ้นไปอีก!

ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวนั้น สังหารจอมยุทธ์เร้นลับชุดดำได้พอดิบพอดี โดยไม่มีพลังงานส่วนเกินรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการควบคุมพลังที่เหนือชั้นอย่างหาที่เปรียบมิได้!

แม้ภาพที่เห็นจะไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าเมื่อก่อน แต่ฝีมือ...กลับมิอาจเทียบกันได้อีกต่อไป

...

อีก​ด้าน

เหมือนเช่นเคย ลู่เย่เก็บของที่ได้จากจอมยุทธ์เร้นลับชุดดำไป

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตวัดมือ โปรยผงสลายกระดูกลงไป ทำให้ศพนี้สลายไปจนหมดสิ้น

ในตอนนี้แดนเหนือกำลังวุ่นวาย ศพของปรมาจารย์ยุทธ์เช่นนี้ หากทิ้งไว้ที่นี่...ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนคิดไม่ซื่อ

และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นปรมาจารย์ลึกลับชุดดำทำเช่นนี้ ในแววตาของผู้คนหลายคนโดยรอบก็ปรากฏแววเสียดายขึ้นมา

กลายเป็นผงไปหมดแล้ว ทีนี้ต่อให้โลภอยากได้แค่ไหน ก็สายไปเสียแล้ว

แต่ทว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ใครจะกล้ากระโดดออกมาบอกว่า “ข้าขอศพนี่” กันล่ะ?

...

สิบกว่านาทีต่อมา ผู้คนก็เริ่มทยอยเดินทางออกจากเขาอินหมาง

ไม่ว่าการต่อสู้จะน่าตื่นเต้นหรือไม่ อย่างไรเสียก็เป็นการต่อสู้ระดับปรมาจารย์ที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เอาไปคุยโม้กับคนอื่นได้

คนเหล่านี้หลายคนอดใจไม่ไหว เตรียมจะไปเล่าบรรยายการต่อสู้ครั้งนี้อย่างออกรสออกชาติแล้ว

ทันใดนั้น บนเส้นทางที่มุ่งสู่ยอดเขา ก็มีคนสองคน หนึ่งแก่หนึ่งหนุ่มเดินขึ้นมาอีก

ชายชราเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสาม ส่วนชายหนุ่มนั้น ลู่เย่เหลือบมองดูอย่างไม่ใส่ใจ ปรากฏว่าเป็นถึงขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเหนือสวรรค์ระดับหก

เพียงแต่ว่า รากฐานนั้นดูจะกลวงโบ๋ไปหน่อย

และเมื่อชายหนุ่มผู้มีรากฐานไม่มั่นคงผู้นั้นเอ่ยปาก ลู่เย่ก็พลันเบิกตาขึ้นทันที

“ไหนล่ะ การต่อสู้ระดับปรมาจารย์? ทำไมคุณชายอย่างข้าถึงไม่เห็นเลย?”

ชายหนุ่มในชุดหรูหรากวาดสายตามองไปรอบๆ ไหนเลยจะมีการต่อสู้ระดับปรมาจารย์อะไรกัน ดูวุ่นวายเหมือนตลาดสดไม่มีผิด

ในทางกลับกัน ชายชราที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสจาง บนใบหน้ากลับปรากฏแววเคร่งขรึมขึ้น

ผู้อาวุโสจางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายหลายสายที่ไม่ด้อยไปกว่าตนเอง ณ ที่แห่งนี้!

มีปรมาจารย์ยุทธ์ที่แข็งแกร่งหลายคนอยู่ที่นี่!

ยิ่งไปกว่านั้น...พลังปราณฟ้าดินโดยรอบ ดูเหมือนจะผิดปกติไปเล็กน้อย

ภายในขอบเขตของยอดเขา มีพลังปราณค่อยๆไหลเข้ามาเติมเต็ม ซึ่งหมายความว่าพลังปราณเดิมของที่นี่ ถูกดูดออกไปแล้ว

ซึ่งนี่ก็สอดคล้องกับสถานการณ์การต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ เพียงแค่ลงมือครั้งเดียว ก็ดูดพลังปราณฟ้าดินในบริเวณโดยรอบไปจนหมด เพื่อรวมตัวกันเป็นการโจมตีอันทรงพลัง

“นายน้อย บางที...การต่อสู้อาจจะจบลงแล้วขอรับ” ผู้อาวุโสจางกระซิบ

“จบแล้วรึ? ไม่ใช่ว่าเป็นการต่อสู้ระดับปรมาจารย์หรอกรึ” ชายหนุ่มชุดหรูหราค่อนข้างตกใจ

ตามความคิดของเขา การต่อสู้ระดับปรมาจารย์ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะกินเวลาหลายชั่วยาม

เผลอๆสู้กันทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนกัน ถึงได้จบลงแล้ว?

...

บนยอดเขา แววตาของลู่เย่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นขบขันขึ้นมา

สองคนที่ขึ้นมาบนยอดเขาภายหลังนี้ ชายชราผู้นั้นเขาไม่รู้จัก แต่ชายหนุ่มในชุดหรูหรา...ลู่เย่เคยได้ยินเสียงของอีกฝ่าย!

เมื่อสองปีก่อน ตอนที่ไปร่วมงานเลี้ยง ของบรรพบุรุษตระกูลหวังที่เมืองชิงซานกับซูหว่านและคนอื่นๆระหว่างทางได้พบกับคนที่อ้างตัวว่าเป็นประมุขน้อยแห่งนิกายเบญจพิษ!

ชายชราผู้ติดตามข้างกายเขา พอลงมือก็ใช้วิชาพิษที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง ตอนนั้นซูหว่านสู้ไม่ได้ ยังเป็นเขาที่แอบลงมือช่วยแก้ไขสถานการณ์

คาดไม่ถึงเลยว่า วันนี้จะได้มาพบกับประมุขน้อยนิกายเบญจพิษอีกครั้งที่นี่

แต่ที่แตกต่างจากเมื่อก่อนก็คือ...ลู่เย่เพิ่งจะทำข้อตกลงกับเซียนเมฆาสีชาดไปหมาดๆ!

วินาทีต่อมา สายตาของลู่เย่ก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มชุดหรูหรา ร่างกายพลันวูบไหวหายไปในทันที

ข้างกายเขา ชายชราผู้มีฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นที่สามถึงกับวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

“บังอาจนัก! ใครกล้าลงมือกับนายน้อยของข้า?!”

เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา

บนยอดเขายังคงมีจอมยุทธ์หลายร้อยคนอยู่

พอได้ยินเสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดนี้ สายตาทุกคู่ก็พลันหันมามองทางนี้ทันที

แม้แต่เซียนเมฆาสีชาดที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ก็ยังไม่เข้าใจว่าปรมาจารย์ลึกลับผู้นี้กำลังจะทำอะไรอีก?

คุณชายในชุดหรูหราผู้นั้นออกเดินทาง สามารถมีผู้คุ้มกันระดับปรมาจารย์ขั้นที่สามได้ ซึ่งหมายความว่าฐานะของเขา...ต้องน่ากลัวอย่างแน่นอน!

ขนาดนิกายเมฆาสีชาดของนาง ศิษย์คนใดออกเดินทาง ก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เลย

จากที่เคยรู้จักกันมา เขาไม่น่าจะเป็นคนสุขุมที่ชอบหาเรื่องศัตรูไปทั่วไม่ใช่หรือ

ไฉนถึง...จู่ๆก็ไปหาเรื่องอีกฝ่ายเช่นนี้ได้?

……………………

จบบทที่ บทที่ 243: ประมุขน้อยนิกายเบญจพิษมาถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว