เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160: เจ้าคือนายเหนือหัวของข้ารึ?!

บทที่ 160: เจ้าคือนายเหนือหัวของข้ารึ?!

บทที่ 160: เจ้าคือนายเหนือหัวของข้ารึ?!


บทที่ 160: เจ้าคือนายเหนือหัวของข้ารึ?!

นายท่านของนางคือบุคคลที่มีโอกาสจะทะลวงผ่านพันธนาการได้มากที่สุดในเผ่าพันธุ์ยมโลก ยูหลัวย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำให้เกียรติของพระนางต้องมัวหมองเป็นอันขาด!

เพียงแต่ว่า...

ทั้งๆที่มันเป็นคำเรียกขานที่น่าอายถึงเพียงนั้น แต่นายท่านกลับดูเหมือนจะมีความสุขกับมันอยู่ไม่น้อย?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ยูหลัวก็ยิ่งรู้สึกราวกับฟ้าดินหมุนคว้าง

เเละยูหลัวมองออกว่านายท่านในยามนี้ไร้ซึ่งพลังยุทธ์ใดๆและดูเหมือนว่าแม้แต่ความทรงจำก็ยังถูกผนึกเอาไว้…หากนางพรวดพราดออกไปตอนนี้ คงจะทำให้นายท่านตกใจเป็นแน่

…..

ณ กลางลานเรือน เจียงชิงเกอเองก็ไม่คาดคิดว่าลู่เย่จะเอ่ยคำพูดเช่นนี้กับตนขึ้นมากะทันหัน

นี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในใจของเจียงชิงเกอจึงบังเกิดความยินดีระคนกับความเขินอาย ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาอย่างจริงจัง

"ท่าน...พี่!"

ลู่เย่แย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

"วันนี้เจ้าก็ออกไปนอกเมืองด้วยรึ?"

"อืม..." เจียงชิงเกอไม่กล้าพูดออกไปตรงๆว่านางเป็นห่วงเขาอยู่บ้าง

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงชิงเกอก็ตัดสินใจเล่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาให้ลู่เย่ฟัง

"จริงสิ…ช่วงไม่กี่วันนี้ ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน พอตกกลางคืนทีไร ก็รู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่ากว่าเมื่อก่อนมากเลย"

"ข้า...ร่างกายข้าคงไม่ได้มีอะไรผิดปกติใช่ไหมเจ้าคะ?" เจียงชิงเกอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความกังวล

มิเช่นนั้นแล้ว จะมีคนธรรมดาที่ไหนกัน ที่ตอนกลางวันก็ไม่ได้นอนหลับ แต่พอตกกลางคืนกลับยิ่งมีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม?

บนหลังคา ยูหลัวเผยสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว’

กลางคืนกระปรี้กระเปร่างั้นรึ? ถูกต้องแล้ว!

นายท่าน…พวกเราน่ะ คือเผ่าพันธุ์ยมโลกนะ!

เพราะเดิมที ยามค่ำคืนก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับเผ่าพันธุ์ยมโลกที่สุดอยู่แล้ว

ลู่เย่ก้าวเข้าไปใกล้สองสามก้าว ก่อนจะตรวจสอบร่างกายของเจียงชิงเกออย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วจึงส่ายศีรษะ

"ไม่เป็นไร ร่างกายของเจ้าแข็งแรงดีมาก"

เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นั้น ยูหลัวที่อยู่บนหลังคาก็ถึงกับเบิกตานิลกาฬของตนจนกว้างโพลง!

นายท่านยอมให้คนอื่นส่งลมปราณต้นกำเนิดเข้ามาตรวจสอบสภาพภายในร่างกายได้อย่างไรกัน?!

สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว การกระทำเช่นนี้ก็เท่ากับการมอบความปลอดภัยของตนเองให้อยู่ในมือของผู้อื่นโดยสมบูรณ์

เส้นชีพจรภายในร่างนั้น แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็ทำได้เพียงแค่ขัดเกลาบางส่วนเท่านั้น แต่มันก็ยังคงเปราะบางอย่างยิ่ง

และไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของเส้นชีพจรในร่างของคนธรรมดาเลย แค่เพียงลมปราณภายในระดับต่ำสุดเข้าไปปั่นป่วนเพียงเล็กน้อย ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลได้แล้ว!

แต่สิ่งที่ทำให้ยูหลัวคาดไม่ถึงยิ่งกว่าก็คือ หลังจากนั้น เรื่องราวที่หลุดโลกก็กลับเกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อทอดสายตามองไปยังกลางลานเรือน นายท่านผู้ซึ่งเดิมทีควรจะได้ปกครองเผ่าพันธุ์และเถลิงอำนาจเหนือยมโลก บัดนี้กลับเอาแต่หน้าแดงอยู่ตลอดเวลา ยูหลัวแทบจะขบฟันของตนจนแหลกละเอียด

…..

ยี่สิบนาทีต่อมา

หลังจากที่ลู่เย่บอกให้เจียงชิงเกอเข้าไปพักผ่อนในห้องแล้ว เสียงที่เจือไปด้วยโทสะซึ่งดูราวกับจะท่วมท้นไปทั่วทั้งเมืองเมฆาใบไม้ ก็พลันดังขึ้นในโสตประสาทของลู่เย่

"เจ้าหาที่คุยหน่อย เราสองคนต้องคุยกัน!"

"ไม่คุย เจ้าอารมณ์ร้ายเกินไป….ข้าไม่อยากลงไม้ลงมือกับเจ้า"

ยูหลัว: "???"

เจ้าลบหลู่นายท่านของข้าถึงเพียงนี้...ที่ข้ายังไม่ลงมือโดยตรง ก็เพราะเห็นแก่ว่ากลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับนายท่านหรอกนะ!

ยูหลัวสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองลง

…..

ณ กลางลานเรือน ลู่เย่ยังคงนั่งรออยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์

ในเมื่อเขายืนยันตัวตนของคนในชุดคลุมสีดำผู้นี้ได้แล้ว เขาก็นับว่ากุมไพ่เหนือกว่าได้อย่างสมบูรณ์

เหตุผลที่เขาพาคนในชุดคลุมสีดำมาพบเจียงชิงเกอ ก็เพื่อที่จะได้ล้วงข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเจียงชิงเกอจากคนผู้นี้ในภายหลังนั่นเอง

รวมไปถึง...เหตุใดนางถึงได้กลายเป็นเช่นนี้

หลายนาทีต่อมา ลู่เย่ก็เป็นฝ่ายเดินออกจากจวนตระกูลเจียงไปก่อน

เงาดำร่างหนึ่งตามอยู่เบื้องหลัง ทั่วร่างของนางดูราวกับจะเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ

ในที่สุด หลังจากที่เดินออกจากเมืองเมฆาใบไม้มาจนถึงป่าทึบแห่งหนึ่ง ลู่เย่ก็หยุดฝีเท้าลง ก่อนจะหันกลับไปมองคนในชุดคลุมสีดำที่ทั่วร่างดูเหมือนจะแฝงไว้ด้วยโทสะ

"ว่าอย่างไร…นายท่านของเจ้าก็เเค่ออกเรือน นี่มันก็เป็นเรื่องปกตินี่"

"นี่มันไม่ปกติ!" ยูหลัวตวาดลั่น

"เจ้าหมายความว่า เจ้าจะตัดสินใจแทนนายท่านของเจ้ารึ? ตกลงแล้วใครเป็นนายท่านกันแน่ เจ้าหรือว่านาง?" ลู่เย่กล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน

ยูหลัว: “…..”

เทพแห่งยมโลกโปรดสดับ...เจ้าคนผู้นี้ช่างพูดเก่งเสียจริง

"ดูจากสีหน้าของเจ้าแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้ายังคิดจะใช้กำลังเพื่อแก้ปัญหาอยู่อีกสินะ?"

"นางคือนายท่านของเจ้า ข้าคือสามีของนายท่านของเจ้า...เจ้าคงเข้าใจสินะ ถ้าคำนวณตามนี้แล้ว ข้าก็คือนายเหนือหัวของเจ้า ไม่ผิดใช่หรือไม่"

นาย...นายเหนือหัว?!

ยูหลัวพลันเดือดดาลขึ้นมาในทันใด

นางกำหมัดน้อยๆของตนแน่น จนอยากจะซัดเจ้าคนที่บังอาจลบหลู่ทั้งเทพแห่งยมโลกและเกียรติของจ้าวแห่งยมโลกให้กระเด็นออกไปนอกจักรวาลเสียจริง

"เจ้าไม่ใช่นายเหนือหัวของข้า!!"

สีหน้าของลู่เย่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

"ได้เลย งั้นเดี๋ยวข้ากลับไปให้นางเรียกก็แล้วกัน"

"อย่านะ!"

จ้าวแห่งยมโลกจะเรียกผู้อื่นว่านายเหนือหัวไม่ได้เด็ดขาด นางคือราชันผู้สูงส่งสุดยอดแห่งดินแดนยมโลกนะ!

หากแม้แต่นายท่านยังต้องเรียกผู้อื่นว่านายเหนือหัวแล้วล่ะก็ สำหรับพสกนิกรร้อยล้านแห่งดินแดนยมโลกแล้ว...มันก็ไม่ต่างอะไรกับฟ้าถล่มดินทลาย

"จริงๆแล้ว การที่จะไม่ให้นางเรียก ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้หรอกนะ" ลู่เย่กล่าวอย่างเนิบนาบ

"เพียงแต่ว่า เจ้าต้องทำตัวดีๆหน่อย อย่าได้โมโหร้ายเช่นนี้…เเละต่อจากนี้ไป ข้าถาม เจ้าตอบ"

พอได้ยินคำพูดนี้ ยูหลัวก็อยากจะโต้กลับไปตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อได้ยินประโยคแรก นางก็จำต้องบังคับตัวเองให้ข่มอารมณ์แล้วตอบกลับไป

"ก็ได้….."

"เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจู่ๆถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“เท่าที่ข้ารู้ ในรัศมีหลายพันลี้แถบนี้ ไม่มีคนอย่างเจ้าอยู่เลยนี่” ลู่เย่เอ่ยถาม

"เจ้าไม่รู้จักข้างั้นรึ?" ยูหลัวรู้สึกตกใจอยู่บ้าง

ลู่เย่ขมวดคิ้ว "เจ้ายังไม่ได้บอกเลยนี่ว่าเจ้าเป็นใคร เจ้ายิ่งใหญ่มาจากไหนข้าถึงต้องรู้จักเจ้า?"

ยูหลัว: “…..”

นั่นก็จริง...ดูเหมือนว่านางจะยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยนี่นา

"ข้าชื่อ...ยูหลัว"

หลังจากที่ยูหลัวพูดจบ นางก็มองไปยังลู่เย่ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจอยู่เล็กน้อย

นางสามารถคาดการณ์ได้เลยว่า ต่อไปเจ้าคนผู้นี้จะต้องเบิกตาโพลง พร้อมกับอุทานออกมาทำนองว่า "ที่แท้ท่านก็คือท่านยูหลัวนี่เอง" เป็นแน่

แต่สิ่งที่ทำให้ยูหลัวคาดไม่ถึงก็คือ ลู่เย่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่านางไม่พูดอะไรต่อ เขากลับเอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า

"แค่ชื่ออย่างเดียวรึ? เจ้างี่เง่าหรือไร ข้าถามว่าเจ้ามาจากที่ไหน"

ยูหลัว: “…???”

ในวินาทีนั้นเอง ยูหลัวถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย

เจ้าคนผู้นี้หูหนวกตาบอดไม่รับรู้เรื่องราวภายนอกเลยหรืออย่างไร?

ฝึกยุทธ์จนบรรลุถึงระดับปรมาจารย์แล้ว แต่กลับไม่รู้จักชื่อของนางเนี่ยนะ?!

ทางฝั่งตรงข้าม ลู่เย่สัมผัสได้ว่าลมปราณของคนในชุดคลุมสีดำที่ชื่อยูหลัวดูเหมือนจะเริ่มไม่คงที่และมีคลื่นไหวเล็กน้อย ในใจของเขาก็พลันปรากฏรอยยิ้มขึ้น

อันที่จริงแล้ว...เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

ประมุขแห่งนิกายยูหลัว...ผู้นำแห่งสี่ขุมกำลังใหญ่และยังเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนโกลาหล

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 160: เจ้าคือนายเหนือหัวของข้ารึ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว