- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!
บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!
บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!
บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!
“น้ำที่แฝงไอเย็นพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดา ในนั้นยังคงมีพลังปราณต้นกำเนิดหลงเหลืออยู่จางๆ”
“จะเอาไปด้วยดีไหมนะ?”
ลู่เย่มองดูน้ำที่แฝงไอเย็นรอบๆ แท่นหินพลางครุ่นคิด
“อี้! อี้! ยา! ยา...”
ในตอนนั้นเอง เห็ดหลินจือภูตก็เริ่มส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจขึ้นมาอีกครั้ง
ลู่เย่ต้องใช้ความพยายามอยู่นาน กว่าจะพอเข้าใจความหมายของโอสถวิญญาณที่กลายเป็นภูตตนนี้ได้
“เจ้าจะบอกว่า...นี่คือน้ำอาบของเจ้างั้นหรือ?”
“อี้-ยา!”
เห็ดหลินจือภูตพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย
ลู่เย่: “…..”
ที่โอสถวิญญาณต้นนี้สามารถกลายเป็นภูตได้ แสดงว่าอายุของมันต้องไม่น้อยอย่างแน่นอน…อีกทั้งคุณภาพก็ยังยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ในกระแสน้ำเหล่านี้ ลู่เย่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณต้นกำเนิดจางๆ การดูดซับมันสามารถช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้เล็กน้อย
วินาทีต่อมา ลู่เย่ก็หันไปมองเห็ดหลินจือภูตที่กำลังทำหน้าภาคภูมิใจ พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูยินดีออกมา
สมแล้วที่เป็นโอสถวิญญาณชั้นยอด ขนาดแค่ชำระล้างร่างกายธรรมดาๆ ยังกลายเป็นของล้ำค่าที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์เร่งการบำเพ็ญเพียรได้
ลู่เย่หาขวดโอสถเปล่าๆออกมาสองสามใบ ตักน้ำพุเย็นยะเยือกติดตัวไปด้วยหลายขวด แล้วค่อยหายวับจากไป
….
หลังจากออกจากสำนักยุทธ์เค่าซานอย่างเงียบเชียบ ลู่เย่ก็ยังไม่รีบกลับไปในทันที
เขาตรงไปหาสถานที่เปลี่ยวๆนอกเมือง
เมื่อมาถึงริมลำธารแห่งหนึ่ง ลู่เย่ก็หยิบเจ้าเห็ดหลินจือน้อยที่ยัดไว้ในอกเสื้อออกมา
“มาๆๆ ข้าดูแล้วตัวเจ้าดูมอมแมมไปหน่อยนะ ที่นี่มีที่ให้อาบน้ำพอดีเลย พวกเรามาอาบด้วยกันเถอะ”
เห็ดหลินจือภูตทำหน้างุนงง
มันเพิ่งจะอาบน้ำในน้ำพุใต้ดินมาเมื่อครู่นี้เอง ไม่เห็นจะรู้สึกว่าตัวเองมอมแมมตรงไหนเลย
แต่ตอนนี้แก่นวิญญาณประจำตัวก็ให้เขาไปแล้ว เห็ดหลินจือภูตจึงรีบพยักหน้าอย่างว่าง่ายในทันที
ตราบใดที่ไม่ถูกเอาไปตุ๋นหรือนึ่ง แค่อาบน้ำหน่อยจะเป็นอะไรไป!
หลังจากพาน้องเห็ดหลินจือภูตลงไปในน้ำ ครู่ต่อมา ลู่เย่ก็รู้สึกได้จริงๆว่าในแอ่งน้ำลำธารที่ไม่ใหญ่นักแห่งนี้ มีพลังปราณต้นกำเนิดชนิดพิเศษควบแน่นอยู่จางๆ
ฉากนี้ทำให้ในดวงตาของลู่เย่พลันฉายแววยินดีขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้น เขารีบนั่งขัดสมาธิลงบนหินสีเขียวใต้น้ำก้อนหนึ่งทันที
ระดับน้ำท่วมขึ้นมาถึงเอวของลู่เย่ ขณะที่คัมภีร์ดาราโบราณเริ่มโคจร พลังงานพิเศษที่เพิ่งจะแผ่ออกมาจากร่างของเห็ดหลินจือภูตก็ถูกลู่เย่ดูดซับเข้าไปทั้งหมด
พลังปราณฟ้าดินที่ล่องลอยอยู่โดยรอบมารวมตัวกัน บวกกับพลังงานพิเศษที่แผ่ออกมาจากร่างของเห็ดหลินจือภูตเเละภายใต้ผลกระทบของพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า
สิ่งเหล่านี้ ทำให้ปราณแท้จริงในตันเถียนของลู่เย่เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“ลองกินโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางสักเม็ดดูดีกว่า...”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็นำโอสถกลมเกลี้ยงออกมาอีกเม็ดหนึ่ง
เมื่อปัจจัยสนับสนุนทั้งสามอย่างรวมกัน ลู่เย่ก็รู้สึกว่าเขามีความหวังที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ได้!
เมื่อโอสถเข้าปาก ก็พลันกลายเป็นพลังโอสถมหาศาล ยิ่งภายใต้การเสริมพลัง ทำให้ปราณของลู่เย่พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน
ในชั่วพริบตาเดียว ปราณของลู่เย่ก็ทะลวงจากขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงต้น เข้าสู่ช่วงกลางได้โดยตรง!
หากบรรพบุรุษตระกูลหวังยังไม่ตาย แล้วได้มาเห็นภาพตรงหน้า
คาดว่าเขาคงจะต้องร้องตะโกนออกมาว่าลู่เย่ต่างหากที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์สายมาร!
เพราะต่อให้ฝึกวิชามาร ก็ยังไม่มีความเร็วในการดูดซับและเลื่อนระดับที่น่ากลัวผิดมนุษย์มนาขนาดนี้
….
หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที
พลังปราณฟ้าดินในรัศมีร้อยเมตรก็ถูกลู่เย่ดูดซับจนเกลี้ยง
พลังโอสถจากโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางก็ถูกคัมภีร์ดาราโบราณหลอมรวมอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะขับสิ่งเจือปนบางส่วนของโอสถขั้นกลางออกมาแล้ว ก็ไม่มีการสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน ปราณของลู่เย่ก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงปลายอย่างน่าทึ่ง
“ยังไม่พออีกหรือ?”
เมื่อไม่มีพลังปราณฟ้าดินและสรรพคุณของโอสถเหนือสวรรค์…ลู่เย่ก็พลันรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าในเส้นลมปราณของตนเอง
ขั้นที่สามกับขั้นที่สี่...สมแล้วที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างช่วงต้นกับช่วงกลาง
แหล่งพลังงานทั้งสามอย่างนี้รวมกันเพียงพอที่จะทะลวงสู่ขั้นที่สามได้ แต่กลับยังไม่ถึงมาตรฐานที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สี่
เว้นเสียแต่ว่าจะกินโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางที่เหลืออีกสองเม็ดเข้าไป…เเบบนั้น ก็น่าจะมีโอกาสที่จะทะลวงต่อไปได้
แต่โอสถขั้นกลางเช่นนี้ นอกจากสิ่งเจือปนแล้วก็ยังมีพิษโอสถอยู่ด้วย
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นโอสถที่มีคุณภาพอย่างน้อยระดับขั้นสูง ไม่เช่นนั้นแล้ว ในระยะเวลาสั้นๆลู่เย่ตั้งใจว่าจะกินโอสถขั้นกลางหรือขั้นต่ำเพียงครั้งละหนึ่งเม็ดเท่านั้น
เพราะเมื่อใดที่พิษโอสถสะสมมากเกินไป ผลที่ได้กลับจะไม่คุ้มเสีย
ขณะที่ลู่เย่ตระหนักว่าการทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่นั้นยังไม่มีหวังในตอนนี้ และกำลังจะเลิกราไปก่อน…เห็ดหลินจือภูตที่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่ข้างๆก็พลันหันกลับมา
ใบหน้าเล็กๆของมันดูเหมือนจะสงสัยว่าทำไมเจ้าสัตว์สองขาถึงหยุดบำเพ็ญเพียรไปเสียแล้ว
วินาทีต่อมา เห็ดหลินจือภูตก็พบว่ารอบๆฟ้าดินกลับว่างเปล่า ไม่มีพลังปราณต้นกำเนิดเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มิน่าเล่าเจ้าสัตว์สองขาถึงไม่ฝึกต่อแล้ว
มันเอียงคอเล็กน้อย
สุดท้าย เมื่อดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว มันก็กรีดนิ้วของตัวเองเป็นรอยเล็กๆ
จากนั้น หยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆหยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ส่งกลิ่นหอมสดชื่นก็พลันอบอวลไปทั่วบริเวณ
มันรีบปิดปากแผลทันที เเละปราณของเห็ดหลินจือภูตก็พลันอ่อนแอลงไปมากในทันที
“อี้-ยา!”
มันประคองหยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆนี้ไปส่งให้ถึงหน้าลู่เย่ แล้วทำท่าทางให้เขารับไป
“ช่างเป็นพลังงานที่เข้มข้นเสียจริง!” ลู่เย่มองดูหยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆนี้ด้วยความตกตะลึง
ต่อให้เป็นโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลายที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหยดของเหลววิญญาณหยดนี้...ก็ยังด้อยกว่ามาก!
“ขอบคุณมาก”
ลู่เย่ลูบหัวเห็ดหลินจือภูตเบาๆ แล้วรับมันมากลืนเข้าไปในคำเดียว
ในทันที พลังงานอันมหาศาลที่เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวก็พลันระเบิดออกในร่างกายของลู่เย่!
แต่พลังงานอันมหาศาลนี้ถึงแม้จะน่าสะพรึงกลัว แต่กลับไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด
มันกลับอ่อนโยนอย่างยิ่ง
เมื่อพลังไหลผ่านเส้นลมปราณในร่างกาย กลับช่วยซ่อมแซมบาดแผลเก่าที่ซ่อนอยู่บางส่วนในร่างกายได้อย่างน่าอัศจรรย์!
ความรู้สึกสบายแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้รูขุมขนทั่วร่างของลู่เย่ดูเหมือนจะปลอดโปร่งขึ้นมาก
“สมแล้วที่เป็นสิ่งมีชีวิตวิเศษที่กลายเป็นภูตได้ สรรพคุณทางยาช่างน่ากลัวผิดมนุษย์เสียจริง”
มิน่าเล่า หลังจากที่มันบีบของเหลววิญญาณออกมาหยดหนึ่ง ปราณของเจ้าตัวเล็กนี่ถึงได้อ่อนแอลงไปมากขนาดนี้
สำหรับมันแล้ว นี่คงจะเป็นของที่สำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน
ลู่เย่รวบรวมสมาธิ เริ่มหลอมรวมพลังงานมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆ อย่างเต็มกำลัง
ระดับพลังที่เพิ่งจะมาถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงปลายได้ไม่นาน ก็ราวกับได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์ เเล้วทะยานขึ้นไปอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
ครู่ต่อมา ด่านของขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก็ถูกลู่เย่ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
เส้นลมปราณและทะเลปราณในตันเถียนก็พลันขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จนสามารถรองรับปราณแท้จริงได้มากขึ้น
หลังจากทะลวงสู่ขั้นที่สี่แล้ว ภายใต้พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า เขาก็ใช้พลังงานของของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆ ไปเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ยังคงมีพลังงานมหาศาลหลงเหลืออยู่ในเส้นลมปราณของลู่เย่ทุกส่วน
ครู่ต่อมา...
ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่ห้า!!
ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หก!!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หกระดับสมบูรณ์อีกด้วย!
ขาดอีกเพียงก้าวเดียว ก็จะสามารถเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เจ็ดได้!
ของเหลววิญญาณล้ำค่าเพียงหยดเดียวจากเห็ดหลินจือภูต เเต่สรรพคุณทางยาของมันช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
เเต่แน่นอนว่าลู่เย่รู้ดี…
พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าต่างหาก คือตัวการสำคัญที่ทำงานอย่างเต็มที่อยู่เบื้องหลัง
หากไม่มีพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า อย่างมากที่สุดก็น่าจะไปถึงแค่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ช่วงกลางเท่านั้น
แต่ด้วยพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า จึงทำให้เขาสามารถอาศัยของเหลววิญญาณต้นกำเนิดเพียงหยดเดียวเเต่กลับทะลวงสามระดับรวด
เมื่อเทียบกับการเลื่อนระดับอย่างต่อเนื่องในขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ายากกว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
(จบตอน)