เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!

บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!

บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!


บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!

“น้ำที่แฝงไอเย็นพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดา ในนั้นยังคงมีพลังปราณต้นกำเนิดหลงเหลืออยู่จางๆ”

“จะเอาไปด้วยดีไหมนะ?”

ลู่เย่มองดูน้ำที่แฝงไอเย็นรอบๆ แท่นหินพลางครุ่นคิด

“อี้! อี้! ยา! ยา...”

ในตอนนั้นเอง เห็ดหลินจือภูตก็เริ่มส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจขึ้นมาอีกครั้ง

ลู่เย่ต้องใช้ความพยายามอยู่นาน กว่าจะพอเข้าใจความหมายของโอสถวิญญาณที่กลายเป็นภูตตนนี้ได้

“เจ้าจะบอกว่า...นี่คือน้ำอาบของเจ้างั้นหรือ?”

“อี้-ยา!”

เห็ดหลินจือภูตพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย

ลู่เย่: “…..”

ที่โอสถวิญญาณต้นนี้สามารถกลายเป็นภูตได้ แสดงว่าอายุของมันต้องไม่น้อยอย่างแน่นอน…อีกทั้งคุณภาพก็ยังยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

ในกระแสน้ำเหล่านี้ ลู่เย่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณต้นกำเนิดจางๆ การดูดซับมันสามารถช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้เล็กน้อย

วินาทีต่อมา ลู่เย่ก็หันไปมองเห็ดหลินจือภูตที่กำลังทำหน้าภาคภูมิใจ พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูยินดีออกมา

สมแล้วที่เป็นโอสถวิญญาณชั้นยอด ขนาดแค่ชำระล้างร่างกายธรรมดาๆ ยังกลายเป็นของล้ำค่าที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์เร่งการบำเพ็ญเพียรได้

ลู่เย่หาขวดโอสถเปล่าๆออกมาสองสามใบ ตักน้ำพุเย็นยะเยือกติดตัวไปด้วยหลายขวด แล้วค่อยหายวับจากไป

….

หลังจากออกจากสำนักยุทธ์เค่าซานอย่างเงียบเชียบ ลู่เย่ก็ยังไม่รีบกลับไปในทันที

เขาตรงไปหาสถานที่เปลี่ยวๆนอกเมือง

เมื่อมาถึงริมลำธารแห่งหนึ่ง ลู่เย่ก็หยิบเจ้าเห็ดหลินจือน้อยที่ยัดไว้ในอกเสื้อออกมา

“มาๆๆ ข้าดูแล้วตัวเจ้าดูมอมแมมไปหน่อยนะ ที่นี่มีที่ให้อาบน้ำพอดีเลย พวกเรามาอาบด้วยกันเถอะ”

เห็ดหลินจือภูตทำหน้างุนงง

มันเพิ่งจะอาบน้ำในน้ำพุใต้ดินมาเมื่อครู่นี้เอง ไม่เห็นจะรู้สึกว่าตัวเองมอมแมมตรงไหนเลย

แต่ตอนนี้แก่นวิญญาณประจำตัวก็ให้เขาไปแล้ว เห็ดหลินจือภูตจึงรีบพยักหน้าอย่างว่าง่ายในทันที

ตราบใดที่ไม่ถูกเอาไปตุ๋นหรือนึ่ง แค่อาบน้ำหน่อยจะเป็นอะไรไป!

หลังจากพาน้องเห็ดหลินจือภูตลงไปในน้ำ ครู่ต่อมา ลู่เย่ก็รู้สึกได้จริงๆว่าในแอ่งน้ำลำธารที่ไม่ใหญ่นักแห่งนี้ มีพลังปราณต้นกำเนิดชนิดพิเศษควบแน่นอยู่จางๆ

ฉากนี้ทำให้ในดวงตาของลู่เย่พลันฉายแววยินดีขึ้นมาเล็กน้อย

จากนั้น เขารีบนั่งขัดสมาธิลงบนหินสีเขียวใต้น้ำก้อนหนึ่งทันที

ระดับน้ำท่วมขึ้นมาถึงเอวของลู่เย่ ขณะที่คัมภีร์ดาราโบราณเริ่มโคจร พลังงานพิเศษที่เพิ่งจะแผ่ออกมาจากร่างของเห็ดหลินจือภูตก็ถูกลู่เย่ดูดซับเข้าไปทั้งหมด

พลังปราณฟ้าดินที่ล่องลอยอยู่โดยรอบมารวมตัวกัน บวกกับพลังงานพิเศษที่แผ่ออกมาจากร่างของเห็ดหลินจือภูตเเละภายใต้ผลกระทบของพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า

สิ่งเหล่านี้ ทำให้ปราณแท้จริงในตันเถียนของลู่เย่เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

“ลองกินโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางสักเม็ดดูดีกว่า...”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็นำโอสถกลมเกลี้ยงออกมาอีกเม็ดหนึ่ง

เมื่อปัจจัยสนับสนุนทั้งสามอย่างรวมกัน ลู่เย่ก็รู้สึกว่าเขามีความหวังที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ได้!

เมื่อโอสถเข้าปาก ก็พลันกลายเป็นพลังโอสถมหาศาล ยิ่งภายใต้การเสริมพลัง ทำให้ปราณของลู่เย่พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน

ในชั่วพริบตาเดียว ปราณของลู่เย่ก็ทะลวงจากขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงต้น เข้าสู่ช่วงกลางได้โดยตรง!

หากบรรพบุรุษตระกูลหวังยังไม่ตาย แล้วได้มาเห็นภาพตรงหน้า

คาดว่าเขาคงจะต้องร้องตะโกนออกมาว่าลู่เย่ต่างหากที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์สายมาร!

เพราะต่อให้ฝึกวิชามาร ก็ยังไม่มีความเร็วในการดูดซับและเลื่อนระดับที่น่ากลัวผิดมนุษย์มนาขนาดนี้

….

หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที

พลังปราณฟ้าดินในรัศมีร้อยเมตรก็ถูกลู่เย่ดูดซับจนเกลี้ยง

พลังโอสถจากโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางก็ถูกคัมภีร์ดาราโบราณหลอมรวมอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะขับสิ่งเจือปนบางส่วนของโอสถขั้นกลางออกมาแล้ว ก็ไม่มีการสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกัน ปราณของลู่เย่ก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงปลายอย่างน่าทึ่ง

“ยังไม่พออีกหรือ?”

เมื่อไม่มีพลังปราณฟ้าดินและสรรพคุณของโอสถเหนือสวรรค์…ลู่เย่ก็พลันรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าในเส้นลมปราณของตนเอง

ขั้นที่สามกับขั้นที่สี่...สมแล้วที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างช่วงต้นกับช่วงกลาง

แหล่งพลังงานทั้งสามอย่างนี้รวมกันเพียงพอที่จะทะลวงสู่ขั้นที่สามได้ แต่กลับยังไม่ถึงมาตรฐานที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สี่

เว้นเสียแต่ว่าจะกินโอสถเหนือสวรรค์ขั้นกลางที่เหลืออีกสองเม็ดเข้าไป…เเบบนั้น ก็น่าจะมีโอกาสที่จะทะลวงต่อไปได้

แต่โอสถขั้นกลางเช่นนี้ นอกจากสิ่งเจือปนแล้วก็ยังมีพิษโอสถอยู่ด้วย

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นโอสถที่มีคุณภาพอย่างน้อยระดับขั้นสูง ไม่เช่นนั้นแล้ว ในระยะเวลาสั้นๆลู่เย่ตั้งใจว่าจะกินโอสถขั้นกลางหรือขั้นต่ำเพียงครั้งละหนึ่งเม็ดเท่านั้น

เพราะเมื่อใดที่พิษโอสถสะสมมากเกินไป ผลที่ได้กลับจะไม่คุ้มเสีย

ขณะที่ลู่เย่ตระหนักว่าการทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่นั้นยังไม่มีหวังในตอนนี้ และกำลังจะเลิกราไปก่อน…เห็ดหลินจือภูตที่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่ข้างๆก็พลันหันกลับมา

ใบหน้าเล็กๆของมันดูเหมือนจะสงสัยว่าทำไมเจ้าสัตว์สองขาถึงหยุดบำเพ็ญเพียรไปเสียแล้ว

วินาทีต่อมา เห็ดหลินจือภูตก็พบว่ารอบๆฟ้าดินกลับว่างเปล่า ไม่มีพลังปราณต้นกำเนิดเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มิน่าเล่าเจ้าสัตว์สองขาถึงไม่ฝึกต่อแล้ว

มันเอียงคอเล็กน้อย

สุดท้าย เมื่อดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว มันก็กรีดนิ้วของตัวเองเป็นรอยเล็กๆ

จากนั้น หยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆหยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ส่งกลิ่นหอมสดชื่นก็พลันอบอวลไปทั่วบริเวณ

มันรีบปิดปากแผลทันที เเละปราณของเห็ดหลินจือภูตก็พลันอ่อนแอลงไปมากในทันที

“อี้-ยา!”

มันประคองหยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆนี้ไปส่งให้ถึงหน้าลู่เย่ แล้วทำท่าทางให้เขารับไป

“ช่างเป็นพลังงานที่เข้มข้นเสียจริง!” ลู่เย่มองดูหยดของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆนี้ด้วยความตกตะลึง

ต่อให้เป็นโอสถเหนือสวรรค์ขั้นสูงสองลายที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหยดของเหลววิญญาณหยดนี้...ก็ยังด้อยกว่ามาก!

“ขอบคุณมาก”

ลู่เย่ลูบหัวเห็ดหลินจือภูตเบาๆ แล้วรับมันมากลืนเข้าไปในคำเดียว

ในทันที พลังงานอันมหาศาลที่เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวก็พลันระเบิดออกในร่างกายของลู่เย่!

แต่พลังงานอันมหาศาลนี้ถึงแม้จะน่าสะพรึงกลัว แต่กลับไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด

มันกลับอ่อนโยนอย่างยิ่ง

เมื่อพลังไหลผ่านเส้นลมปราณในร่างกาย กลับช่วยซ่อมแซมบาดแผลเก่าที่ซ่อนอยู่บางส่วนในร่างกายได้อย่างน่าอัศจรรย์!

ความรู้สึกสบายแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้รูขุมขนทั่วร่างของลู่เย่ดูเหมือนจะปลอดโปร่งขึ้นมาก

“สมแล้วที่เป็นสิ่งมีชีวิตวิเศษที่กลายเป็นภูตได้ สรรพคุณทางยาช่างน่ากลัวผิดมนุษย์เสียจริง”

มิน่าเล่า หลังจากที่มันบีบของเหลววิญญาณออกมาหยดหนึ่ง ปราณของเจ้าตัวเล็กนี่ถึงได้อ่อนแอลงไปมากขนาดนี้

สำหรับมันแล้ว นี่คงจะเป็นของที่สำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน

ลู่เย่รวบรวมสมาธิ เริ่มหลอมรวมพลังงานมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆ อย่างเต็มกำลัง

ระดับพลังที่เพิ่งจะมาถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สามช่วงปลายได้ไม่นาน ก็ราวกับได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์ เเล้วทะยานขึ้นไปอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

ครู่ต่อมา ด่านของขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ก็ถูกลู่เย่ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

เส้นลมปราณและทะเลปราณในตันเถียนก็พลันขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จนสามารถรองรับปราณแท้จริงได้มากขึ้น

หลังจากทะลวงสู่ขั้นที่สี่แล้ว ภายใต้พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า เขาก็ใช้พลังงานของของเหลววิญญาณสีเขียวจางๆ ไปเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ยังคงมีพลังงานมหาศาลหลงเหลืออยู่ในเส้นลมปราณของลู่เย่ทุกส่วน

ครู่ต่อมา...

ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่ห้า!!

ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หก!!

ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หกระดับสมบูรณ์อีกด้วย!

ขาดอีกเพียงก้าวเดียว ก็จะสามารถเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เจ็ดได้!

ของเหลววิญญาณล้ำค่าเพียงหยดเดียวจากเห็ดหลินจือภูต เเต่สรรพคุณทางยาของมันช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!

เเต่แน่นอนว่าลู่เย่รู้ดี…

พรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่าต่างหาก คือตัวการสำคัญที่ทำงานอย่างเต็มที่อยู่เบื้องหลัง

หากไม่มีพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า อย่างมากที่สุดก็น่าจะไปถึงแค่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สี่ช่วงกลางเท่านั้น

แต่ด้วยพรสวรรค์เสริมพลังร้อยเท่า จึงทำให้เขาสามารถอาศัยของเหลววิญญาณต้นกำเนิดเพียงหยดเดียวเเต่กลับทะลวงสามระดับรวด

เมื่อเทียบกับการเลื่อนระดับอย่างต่อเนื่องในขอบเขตปราณก่อกำเนิดแล้ว ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ายากกว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 58 : น้ำทิพย์ต้นกำเนิด ทะลวงสามระดับรวด!

คัดลอกลิงก์แล้ว