เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 : ผู้มาเยือนจากนิกายอัสนีคราม

บทที่ 35 : ผู้มาเยือนจากนิกายอัสนีคราม

บทที่ 35 : ผู้มาเยือนจากนิกายอัสนีคราม


บทที่ 35 : ผู้มาเยือนจากนิกายอัสนีคราม

ลู่เย่นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณฟ้าดิน ณ ที่แห่งนี้ที่ถือว่าพอใช้ได้…เขาก็พยักหน้าเบาๆ

และในวินาทีต่อมา คัมภีร์ดาราโบราณก็โคจรเต็มกำลัง

ครืน! ครืน!

ทันใดนั้น พลังปราณฟ้าดินในรัศมีสองร้อยเมตร ก็พลันถูกดูดเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับถูกเครื่องสูบน้ำสูบเข้ามา!

คัมภีร์ดาราโบราณที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้แสดงอานุภาพเต็มที่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ครั้งนี้ ในที่สุดมันก็ได้เผยให้เห็นถึงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว!

แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ช่วงต้นบางคน ก็ยังไม่สามารถที่จะดูดซับพลังปราณฟ้าดินในรัศมีสองร้อยเมตรได้เลย!

เมื่อพลังปราณฟ้าดินไหลทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง คัมภีร์ดาราโบราณก็หลอมรวมมันด้วยความเร็วสูง

หลังจากที่เริ่มทะลวงกำแพงขวางกั้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว ลู่เย่ถึงได้เข้าใจว่า เหตุใดขอบเขตเหนือสวรรค์ถึงได้เป็นด่านทดสอบที่ยากลำบาก

ด่านแรกบนเส้นทางการฝึกตนแห่งยุทธ…มันช่างแข็งแกร่งเกินกว่าจินตนาการจริงๆ!

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลอดหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมามียอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เก้านับไม่ถ้วน ที่สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกกักขังอยู่ใต้ขอบเขตเหนือสวรรค์ไปตลอดชีวิต

ทว่า กำแพงขวางกั้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์นี้ ถึงจะสามารถกักขังยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เก้านับหมื่นนับเเสนคนได้ แต่กลับกักขังเขาไว้ไม่ได้!

เมื่อสัมผัสได้ว่าเพียงแค่พลังปราณฟ้าดิน ณ ที่แห่งนี้ ยังไม่สามารถที่จะเปิดประตูสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์

ลู่เย่ก็รวบรวมสมาธิ…ยาเหนือสวรรค์ระดับสูงเม็ดหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นในมือของเขา

จากนั้น เขาก็กลืนมันลงไปในคำเดียว!

ยาเหนือสวรรค์ระดับสูงละลายในปากทันที ก่อนจะกลายเป็นพลังงานมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย

หลังจากรวบรวมพลังงานมหาศาเหล่านี้ ลู่เย่ก็กลับมาพร้อมกับพลังอันไร้เทียมทานอีกครั้ง

พลังงานได้กลายร่างเป็นมังกรพลังปราณที่ถาโถมเข้าใส่กำแพงขวางกั้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์!

ตูมมมม!

พลังของยาระดับสูงนั้น ไม่อาจเทียบกับยาเหนือสวรรค์ระดับต่ำได้เลย

เมื่อรวมกับประสิทธิภาพในการหลอมรวมอันน่าสะพรึงกลัวของคัมภีร์ดาราโบราณแล้ว ในที่สุดการโจมตีด้วยพลังงานระลอกแล้วระลอกเล่า… ก็ทำให้กำแพงขวางกั้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ปรากฏรอยร้าวขึ้นมาหนึ่งรอย!

"จงแตกออกซะ!"

หลังจากหลอมรวมพลังของยาจนหมดสิ้นแล้ว ลู่เย่ก็รวบรวมพลังงานอันหนาแน่นระลอกสุดท้าย…ก่อนจะซัดเข้าใส่กำแพงขวางกั้นนั้นอีกครั้ง

ตูมมมม!!!

ทันใดนั้น ลู่เย่ก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่

พลังปราณภายในร่างกายของเขา กำลังแปรเปลี่ยนไปสู่ปราณแท้จริงซึ่งเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้นอย่างรวดเร็ว!

หลังจากที่เดินทางข้ามมิติมาได้ครึ่งปีกว่า ในที่สุดวันนี้...เขาก็บรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์!

ในขณะที่ลู่เย่กำลังทะลวงขอบเขตอยู่นั้น พลังปราณฟ้าดินรอบด้านก็ถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น ทำให้การเคลื่อนไหวในที่แห่งนี้ได้แพร่กระจายออกไป

….

ณ เมืองเมฆาใบไม้

ทั้งตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์และจวนเจ้าเมือง ต่างก็สัมผัสได้ในทันทีว่ามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติมาจากนอกเมือง

พริบตาเดียว ร่างของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์สองร่างก็เหินเวหาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เเล้วมุ่งหน้าตรงไปยังนอกเมือง!

การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ทั้งสองคน ก็พลันทำให้เมืองเมฆาใบไม้สั่นสะเทือนในทันที

บรรพชนตระกูลเถียน เถียนชิง!

เจ้าเมืองเมฆาใบไม้ หวังซิงลั่ว!

ยอดฝีมือบนเส้นทางแห่งยุทธทั้งสองท่านนี้ คือสองในสามของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ในเมืองเมฆาใบไม้

ในป่าทึบที่อยู่ห่างจากนอกเมืองไปสองลี้

เมื่อลู่เย่ทะลวงขอบเขตได้สำเร็จ… ความสามารถในการรับรู้ของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด

เขาหันสายตาไปมองทางเมืองเมฆาใบไม้ พลางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งสองสายที่กำลังมุ่งหน้าตรงมายังที่แห่งนี้

แววตาของลู่เย่เรียบเฉย

เขากลับประสานมือ โคจรวิชาตัวเบาใบไม้ร่วงระดับสมบูรณ์ ก่อนจะจากไปอย่างเงียบกริบ ราวกับไม่เคยปรากฏตัวที่นี่มาก่อน

ในเมื่อเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์เหมือนกัน ถึงแม้ระดับพลังจะสู้กลิ่นอายทั้งสองสายที่กำลังมาไม่ได้ แต่ลู่เย่ก็มั่นใจในวิชาตัวเบาของตัวเองอย่างมาก

วิชาตัวเบาใบไม้ร่วง ระดับลึกลับ​ขั้นสูง​!

อีกเพียงแค่ก้าวเดียว มันก็จะสามารถเลื่อนขึ้นเป็นวิชาตัวเบาระดับปฐพีได้แล้ว

แค่เมืองเมฆาใบไม้เมืองเดียว วิชามหัศจรรย์ประจำตระกูลของสองตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์ อย่างดีที่สุดก็เป็นแค่ระดับลึกลับขั้นสูงเท่านั้น รากฐานยังคงตื้นเขินเกินไป

….

ครู่ต่อมา เมื่อยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ทั้งสองเหินเวหามาถึงที่แห่งนี้

สายตาของพวกเขาก็กวาดมองไปรอบๆ เเต่กลับพบว่ามันว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน

เจ้าเมืองเมฆาใบไม้ หวังซิงลั่ว สัมผัสได้เล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสียงทุ้มว่า

"ท่านผู้เฒ่าเถียน เมื่อครู่นี้...มีคนทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ใช่หรือไม่?"

"ถูกต้อง คนผู้นี้ในเมื่อทะลวงขอบเขตอยู่ไม่ไกลจากนอกเมือง มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคนของเมืองเมฆาใบไม้" เถียนชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แก่ชรา​

"น่าเสียดายที่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่เพิ่งจะเลื่อนขึ้นมาใหม่ท่านนี้ดูเหมือนจะไม่อยากเปิดเผยตัวตน เลยจากไปเสียก่อนแล้ว" หวังซิงลั่วถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง​

"ว่าเเต่ เหตุใดท่านผู้เฒ่าเจียงถึงไม่มากับเรา?"

หลังจาก​พูด​จบ เขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงของพลังปราณฟ้าดินเช่นนี้ ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์จะมีความไวต่อการรับรู้มากที่สุด

บรรพชนของตระกูลเจียง เจียงอู๋โยว เป็นถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สาม สูงกว่าเถียนชิงอยู่หนึ่งขอบเขต เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสัมผัสไม่ได้

แววตาของเถียนชิงสว่างวาบขึ้นมา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา

"ก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่าเฒ่าเจียงจะปิดด่าน บางทีตอนนี้ก็อาจจะยังคงอยู่ในระหว่างการปิดด่านอยู่ก็เป็นได้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซิงลั่วก็พยักหน้าเล็กน้อย

การปิดด่านของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์นั้น เวลาไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน สั้นที่สุดก็สิบวันครึ่งเดือน ยาวที่สุดก็เป็​นปีเลยทีเดียว

เรื่องที่เมืองเมฆาใบไม้มียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ลึกลับที่เพิ่งจะ​ปรากฏตัวขึ้นนั้น เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่อยากเปิดเผยตัวตน ทั้งสองคนจึงกลับเข้าเมืองไปโดยไม่ได้พูดอะไรมาก

แต่ในเมืองก็ยังมีผู้ที่มีความรู้กว้างขวางอยู่ไม่น้อย

เมื่อนำปฏิกิริยาของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ทั้งสองคนมารวมกัน ก็ยังคงคาดเดาได้ว่า เมืองเมฆาใบไม้...บางทีอาจจะมียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นมาอีกหนึ่งคน!

….

ณ โรงน้ำชาแห่งหนึ่ง ชายหน้าปรุคนหนึ่งซึ่งอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้ากำลังพูดคุยอย่างออกรส

"ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ จากการเคลื่อนไหวของท่านยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ทั้งสองท่านในเมืองของเราแล้ว เมืองเมฆาใบไม้ของเรา...ต้องมียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์คนที่สี่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน!"

"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า โครงสร้างอำนาจในเมืองก็จะเปลี่ยนไปอีกแล้วน่ะสิ? จากสามขั้วอำนาจ กลายเป็นสี่ขั้วอำนาจแย่งชิงกัน?"

เเต่ชายหน้าปรุกลับส่ายหน้า

"จากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ดูเหมือนว่ายอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ที่เพิ่งจะเลื่อนขึ้นมาใหม่ท่านนี้จะเก็บตัวมิดชิดอย่างมาก ท่านเจ้าเมืองกับบรรพชนตระกูลเถียนน่าจะยังหาตัวอีกฝ่ายไม่เจอ ไม่อย่างนั้น ตอนที่กลับมาก็คงจะเป็นสามคนแล้ว"

ณ มุมหนึ่งของโรงน้ำชา

ข้างโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวหนึ่ง มีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่

ทั้งสองคนยังหนุ่มสาวมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็กระซิบด้วยน้ำเสียงดูแคลน

"เมืองเล็กๆก็คือเมืองเล็กๆอยู่วันยังค่ำ แค่ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งที่เพิ่งจะเลื่อนขึ้นมาใหม่ก็พูดจาเสียเลิศเลอ…ถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องมาฟัง คงจะนึกว่าพูดถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เก้าเสียอีก"

ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง ในนิกายของนางแล้ว อย่างดีที่สุดก็เป็นได้แค่ผู้จัดการนอกนิกายเท่านั้น

แต่ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ กลับดูเหมือนจะเป็นบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน

ข้างๆกันนั้น ชายหนุ่มหน้ากลมที่มีหน้าตาธรรมดากล่าวอย่างจนใจ

"ศิษย์น้อง เจ้าอย่าได้ดูถูกยอดฝีมือบนเส้นทางแห่งยุทธข้างนอกเลย ต้องรู้ไว้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า"

"ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกคนข้างนอกหรอกนะ ข้าอายุแค่ยี่สิบสามปี ก็เป็นถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เจ็ดแล้ว…เฉินหลิงเซียงแห่งตระกูลเฉินคนนั้น ทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ได้ก่อนอายุสามสิบ ก็ถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลแล้ว หารู้ไม่ว่าในนิกายของเรานั้น พรสวรรค์ระดับนี้ อย่างน้อยที่สุดก็มีอยู่สองคน!" เจิงซานซานกล่าวด้วยใบหน้าที่ไม่ใส่ใจ

"ส่วนยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ข้างนอกเมืองเพื่อทะลวงขอบเขตในวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเฒ่าแก่หัวหงอกอายุเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้"

ชายหนุ่มหน้ากลมจนใจ แต่ก็ไม่สามารถที่จะโต้เถียงอะไรได้

ทั้งสองคนมาจากหนึ่งในขุมกำลังระดับสุดยอดของแดนเหนือ นั่นคือนิกายอัสนีคราม หนึ่งในสามสุดยอดนิกาย!

สำหรับนิกายที่พวกเขาอยู่แล้ว อัจฉริยะระดับสุดยอดที่คนภายนอกร่ำลือกันอย่างน่าอัศจรรย์นั้น เมื่อนำมาไว้ในนิกาย ก็เป็นได้แค่อัจฉริยะธรรมดาๆเท่านั้นเอง

เเละในครั้งนี้ที่ทั้งสองคนออกจากนิกายลงจากเขามา ก็เพื่อเป็นตัวแทนของนิกายอัสนีคราม มาเข้าร่วมงานเลี้ยงของบรรพชนตระกูลหวัง

แต่ในระหว่างที่เดินทางผ่านเมืองเมฆาใบไม้ กลับได้ยินมาว่ามีบุคคลปริศนาทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์เสียก่อน

….

อีก​ด้าน

ลู่เย่ที่กลับมาถึงตระกูลเจียงแล้ว ย่อมไม่รู้ว่า ตัวเขาที่เพิ่งจะอายุครบยี่สิบปีไปได้ไม่นาน กลับถูกคนอื่นคาดเดาว่าเป็นเฒ่าแก่ชราไปเสียแล้ว

ภายใต้สายตาของยามเฝ้าประตูตระกูลเจียง ลู่เย่เดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างเรียบเฉย

หลังจากที่ลู่เย่เข้าไปแล้ว องครักษ์ทั้งสองคนก็สบตากัน

"เจ้ามีความรู้สึกไหมว่า สามีของคุณหนูชิงเกอคนนี้... ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปตรงไหนสักแห่ง?"

องครักษ์อีกคนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเหอะๆแล้วตอบกลับไปว่า

"ไม่ใช่ว่า...เป็นเพราะหลังจากเรื่องนั้นแล้ว คุณหนูชิงเกอถึงได้ดูเปล่งปลั่งขึ้น จนทำให้ท่านเขยลู่ก็เปลี่ยนไปด้วยหรอกนะ?"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 35 : ผู้มาเยือนจากนิกายอัสนีคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว