- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 450 - วิชาประหลาด
บทที่ 450 - วิชาประหลาด
บทที่ 450 - วิชาประหลาด
บทที่ 450 - วิชาประหลาด
พูดตามตรงจนถึงตอนนี้ วังใต้ดิน "ยอดเขาโครงกระดูกขาว" แห่งนี้แตกต่างจากวังใต้ดินที่ไป๋ล่างจินตนาการไว้ล่วงหน้ามาก
ในจินตนาการของไป๋ล่าง วังใต้ดินควรจะเต็มไปด้วยกลไกกับดัก อันตรายพร้อมจะพุ่งเข้ามาหาได้ทุกที่ทุกเวลา และควรจะมีหีบสมบัติที่ดูเหมือนเหยื่อล่อทีละใบๆ เพื่อล่อลวงคนที่เข้ามาให้เดินเข้าสู่ความตายทีละก้าวเพราะความโลภ
แต่ความจริงแล้ววังใต้ดินยอดเขาโครงกระดูกขาวที่ไป๋ล่างเข้ามานี้ กลับเรียบง่ายจนมองปราดเดียวก็เห็นไปถึงสุดทาง
เดินผ่านรูปปั้นหินหน้าประตูไปต่อ ไม่เกินสี่สิบวา ก็จะเห็นประตูหินที่เล็กกว่าประตูใหญ่เล็กน้อยปิดสนิทอยู่ไม่ไกลข้างหน้า
รอบประตูหินคือเบาะรองนั่งหยกขาวที่วางอยู่บนพื้นทีละอัน จำนวนไม่ถึงร้อย ไป๋ล่างลอบคิดว่ามิน่าล่ะรูปปั้นหินถึงบอกว่าเบาะรองนั่งอาจต้องแย่งกัน จำนวนแค่นี้ พอวังใต้ดินปรากฏสู่โลกภายนอก ยอดฝีมือเข้ามาไม่รู้เท่าไร ที่นี่เป็นด่านแรกไม่แย่งกันก็แปลกแล้ว
เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นว่าเบาะรองนั่งถูกยึดติดกับพื้น บนเบาะมีลายเส้นพลังเวทหนาแน่นตัดสลับไปมา เห็นได้ชัดว่ามีค่ายกลติดอยู่
ไป๋ล่างยื่นมือไปลูบคลำด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข้างหูก็มีเสียงของรูปปั้นหินผูซิว ดังขึ้น: ผู้ทำลายเบาะรองนั่งตาย
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะลงโทษอย่างไร จะมีท่าไม้ตายโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า? หรือรูปปั้นหินจะลุกขึ้นมาฆ่าคน? ไป๋ล่างสงสัยมาก แต่ก็ไม่ได้คิดจะเอาตัวไปลองของ
"ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้เรียนอย่างไร" ไป๋ล่างสุ่มหาเบาะรองนั่งอันหนึ่งนั่งลง สงบจิตรวมปราณทำจิตใจให้สงบ ทันทีที่ความคิดนี้แล่นผ่านสมอง จู่ๆ สติสัมปชัญญะก็ถูกพลังมหัศจรรย์สายหนึ่งที่พุ่งออกมาจากเบาะรองนั่งกรอกข้อมูลความรู้คล้ายแผ่นหยกเข้ามาเป็นพรวน
และพลังสายนี้เข้ามาแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ยอมจากไป พันเกี่ยวอยู่ในสติของไป๋ล่างอย่างแน่นหนา โดยใช้ข้อมูลความรู้เป็นพาหะ ทำให้ขับไล่ออกไปไม่ได้เลย
ไป๋ล่างตกใจแทบสิ้นสติ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบว่า "ไฟร์วอลล์" ขั้นสุดยอดอย่างหน้าต่างคุณสมบัติก็ไม่ใช่ว่าจะป้องกันได้ทุกอย่าง ก็มีตอนที่ถูกหลอกจนไร้การตอบสนองเหมือนตอนนี้ได้เช่นกัน
ไป๋ล่างเข้าใจว่า หากเขาทำความเข้าใจวิชาล้มเหลว พลังที่หลอกหน้าต่างคุณสมบัติเหล่านี้จะต้องเปลี่ยนร่างเป็นมีดสั้นปลิดวิญญาณ เอาชีวิตเขาไปก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนองแน่
ตอนนี้ดาบแขวนอยู่บนหัว คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่คาดหวังว่าหน้าต่างคุณสมบัติที่ถูกหลอกไปจะไม่หลุดฟอร์มต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้จิตสัมผัสไปแตะต้องความรู้ที่เบาะรองนั่งกรอกเข้ามาในสติ
"ของพวกนี้... ดูเหมือนจะจับฉ่ายมากนะ!" ความประทับใจแรกของไป๋ล่างรู้สึกว่าวิชานี้ดูจะไม่เหมือนกับวิชาที่เขาเคยสัมผัสมาก่อนเลย
[ค้นพบ (ม่วง) 《วิชาโครงกระดูกหยกเร้นลับ · เล่มหนึ่ง》 ต้องการบันทึกหรือไม่?]
"บันทึก!"
แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่พอเห็นหน้าต่างคุณสมบัติเด้งข้อความนี้ขึ้นมาจริงๆ ไป๋ล่างก็อดถอนหายใจยาวในใจไม่ได้ หน้าต่างคุณสมบัติไม่ทำให้ผิดหวังในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ยังคงยืนหยัดในการเปลี่ยนเป็นข้อมูลจนถึงที่สุด
เท่านี้การทำความเข้าใจวิชาก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับไป๋ล่างแล้ว แถมยังเป็นวิชาระดับสีม่วง ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ
"เพียงแต่วิชานี้ดูเหมือนจะคนละแนวทางกับวิชาที่ข้าเรียนมา?" ไป๋ล่างอาศัยหน้าต่างคุณสมบัติตรวจสอบวิชาที่บันทึกเข้ามาในสติทันที แล้วไม่นานก็พบความไม่ธรรมดาของมัน
ไม่ใช่วิชาสายอาคม และไม่ใช่วิชาสายยุทธ์
แต่ดูเหมือนจะมีส่วนผสมของทั้งสายอาคมและสายยุทธ์
พลังปราณฟ้าดินและเต๋าตันของสายอาคมก็มีอยู่ในวิชา แต่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "หลักการ" มากนัก ข้อกำหนดในการรู้แจ้งวิถีต่ำกว่าสายอาคมมาก
ด้านสายยุทธ์แม้จะเน้นการขัดเกลาร่างกาย แต่กลับเน้นเฉพาะกระดูกและวิญญาณ แทบไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเลือดเนื้อผิวหนัง และไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขัดเกลาเส้นชีพจรเลย
แต่ทั้งที่มีส่วนผสมของทั้งสองฝ่าย พอขันทึกแล้วกลับไม่ปรากฏคำเตือนให้สามารถผสานวิชาได้เลย
นี่มันแปลกมาก มีทั้งสองอย่าง แต่ก็ขาดทั้งสองอย่าง และ 《วิชาโครงกระดูกหยกเร้นลับ · เล่มหนึ่ง》 นี้ไม่ได้มีเนื้อหาชั้นสูงอย่างที่ไป๋ล่างคิด หากแยกแยะให้ดีในระดับสายอาคมแม้จะลึกล้ำมาก ทำให้ไป๋ล่างค้นพบอะไรดีๆ หลายอย่าง แต่จบเล่มหนึ่งก็แค่ระดับสุดขอบเขตชีพจรเร้นลับ ตามหลักน่าจะผสานได้สิ
ในเมื่อผสานไม่ได้ หลังบันทึกแล้วไป๋ล่างก็ไม่กล้าคาดเดาอะไรมาก รีบเริ่มโคจรพลังตามวิชาที่บันทึกทันที
เนื่องจากเป็นวิชาพื้นฐาน ไป๋ล่างที่มีระดับพลังขอบเขตเต๋าตันขั้นปลายใกล้จะถึงกำแพงขอบเขตใหญ่ฝึกฝนย่อมคล่องแคล่วไม่มีอุปสรรค โดยเฉพาะภายใต้การเปลี่ยนเป็นข้อมูล ค่าประสบการณ์จากการโคจรหนึ่งรอบใหญ่ก็พุ่งขึ้นทีละสิบกว่ายี่สิบตั้งแต่เริ่ม
และในกระบวนการนี้ ไป๋ล่างรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังประหลาดที่แฝงจิตสังหารซึ่งหลอกหน้าต่างคุณสมบัติแทรกซึมเข้ามาในสติของเขาก่อนหน้านี้ ก็คลายออกจากข้อมูลความรู้ในสติและถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ
ไป๋ล่างดูหน้าต่างคุณสมบัติ ค่าประสบการณ์ของ 《วิชาโครงกระดูกหยกเร้นลับ · เล่มหนึ่ง》 หยุดอยู่ที่ตำแหน่ง [ชำนาญ: 1%]
"แค่นี้ถือว่าสำเร็จแล้ว?"
ไป๋ล่างเก็บพลังอย่างระมัดระวัง แล้วลืมตาขึ้นลุกจากเบาะรองนั่ง ร่างกายและวิญญาณไม่รู้สึกถึงข้อจำกัดใดๆ
ทันทีที่ไป๋ล่างลุกขึ้น เขากำลังลังเลว่าตนเองผ่านด่านแรกแล้วใช่หรือไม่ เสียงของรูปปั้นหินก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง ต่างจากเมื่อครู่ ครั้งนี้เสียงของรูปปั้นหินดังกว่าเดิม ไม่มีแววเยาะเย้ยดูถูกเหมือนก่อน แต่กลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
"เจ้า... เจ้าหนูนี่ทำความเข้าใจเล่มหนึ่งจนถึงขั้นเริ่มต้นได้เร็วขนาดนี้เชียวรึ?!"
"ความหมายของผู้อาวุโสคือข้าผ่านด่านแรกแล้ว ถูกต้องไหม?" ไป๋ล่างได้ยินดังนั้นจึงวางใจ
"ไม่เลว เจ้า... ช่างเถอะ เดินต่อไปข้างหน้า เอามือวางบนห่วงประตูหิน เจ้าก็จะไปสู่ตำหนักที่สองได้เอง จำไว้ว่าเวลาในตำหนักที่สองไม่เหมือนกับที่นี่ เจ้าอยู่ข้างในสิบวัน ข้างนอกผ่านไปแค่วันเดียว คว้าโอกาสไว้ให้ดีอาจจะก้าวหน้าไปอีกขั้น"
ไป๋ล่างยังไม่ทันได้บ่นในใจว่ารูปปั้นหินนี้เปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าหมา ก็ถูกประโยคสองประโยคสุดท้ายของอีกฝ่ายทำให้ตะลึงงัน
เวลายังไม่เท่ากันได้ด้วย?!
"ไปเถอะ ตำหนักที่สองอยู่หลังประตูบานนั้น!" รูปปั้นหินเร่งเร้าอีกครั้ง ดูเหมือนจะรีบร้อนอยากรู้ว่าไป๋ล่างจะฝ่าด่านต่อไปได้หรือไม่
ไป๋ล่างไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้รีบไปแตะห่วงประตูหินตามที่รูปปั้นหินบอกทันที เขาหลับตาลงเริ่มเรียบเรียง 《วิชาโครงกระดูกหยกเร้นลับ》 ที่เพิ่งฝึกถึงขั้น [ชำนาญ: 1%] เมื่อครู่ รอจนทำความคุ้นเคยกับวิธีการต่างๆ ที่พุ่งขึ้นมาในวิชาเหล่านี้แล้วถึงค่อยเดินไปที่ประตูหิน
ทันทีที่มือสัมผัสห่วงประตู สภาพแวดล้อมรอบตัวก็หมุนคว้างกลับตาลปัตร รอจนสายตาของไป๋ล่างกลับมาสว่างชัดเจนอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนเองอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่: ทะเลทรายอันรกร้างว่างเปล่า
"จำวิชาพวกนี้ไว้ เมื่อดวงอาทิตย์ตกดินจะมีบททดสอบความเป็นความตาย"
ขณะที่ไป๋ล่างกำลังสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระมัดระวัง เสียงของรูปปั้นหินผูซิวก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง ตามมาด้วยพลังแบบเดิมที่ม้วนเอาความรู้มหาศาลกรอกเข้าสู่สติของเขาโดยตรง
[ค้นพบ (ม่วง) 《วิชาโครงกระดูกหยกเร้นลับ · เล่มสอง》 ต้องการบันทึกหรือไม่?]
"บันทึก!"
[จบแล้ว]