- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 370 - สู้ถวายหัวไม่ได้พัก
บทที่ 370 - สู้ถวายหัวไม่ได้พัก
บทที่ 370 - สู้ถวายหัวไม่ได้พัก
บทที่ 370 - สู้ถวายหัวไม่ได้พัก
"ฟ้ามืดแล้ว"
"เฮ้อ"
เมื่อแสงสุดท้ายเริ่มลับขอบฟ้า ผืนดินเข้าสู่ยามราตรี ก็ถึงเวลาที่กำแพงเมืองอาบเลือดจะได้พักผ่อนเสียที
หลิวเจี้ยนอวี้ที่ยืนอยู่บนหัวเมืองมาค่อนวันก็อดถอนหายใจยาวเหยียดไม่ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร บททดสอบวันแรกนี้ก็ผ่านไปได้แล้ว คนเถื่อนอวิ๋นเยี่ยนมักจะโจมตีตอนกลางวัน พักผ่อนตอนกลางคืน ตั้งแต่เริ่มสงครามครั้งนี้ข้อมูลที่รวบรวมมาจากทุกฝ่ายล้วนเป็นเช่นนี้ ก็พอดีให้ทหารบนกำแพงเมืองเปลี่ยนเวรลงไปพักผ่อนให้เต็มที่ คนเจ็บเล็กน้อยก็มีเวลาจัดการบาดแผล
"ท่านแม่ทัพ ท่าไม่ดีแล้ว ดูตรงนั้นสิขอรับ" เฉินเซินที่อยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็ชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บริเวณมุมกำแพงเมืองแล้วอุทาน
หลิวเจี้ยนอวี้ได้ยินดังนั้น ลมหายใจที่เพิ่งผ่อนลงก็ถูกดึงกลับขึ้นมาอีกครั้ง
มองไปตามทิศทางที่เฉินเซินบอกก็เห็นความผิดปกติทันที
"นั่นคือ... กำลังเตรียมก่อกองไฟหรือ" หลิวเจี้ยนอวี้เห็นไกลๆ ว่ามีกลุ่มคนเถื่อนกำลังต่อโครงไม้ พร้อมกับมีไหที่ดูเหมือนน้ำมันไฟวางอยู่ข้างๆ ดูเหมือนกำลังเตรียมก่อกองไฟขนาดใหญ่ และยังเห็นว่าข้างๆ โครงไม้นั้นยังมีท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกส่งมาอีกมากมาย
ไม่ถูกต้อง
หัวใจของหลิวเจี้ยนอวี้บีบแน่นทันที รีบมองไปรอบๆ ไม่นานก็พบว่ามุมไกลๆ อีกหลายจุดก็มีสถานการณ์คล้ายๆ กันเกิดขึ้น
ฟ้ามืดแล้วต่อโครงก่อกองไฟไม่มีปัญหา ปัญหาคือทำไมต้องก่อกองไฟห่างจากกำแพงเมืองแคหนึ่งลี้กว่าๆ นี่คิดจะทำอะไร
ความคิดน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของหลิวเจี้ยนอวี้ คนเถื่อนพวกนี้เตรียมจะสู้ศึกกลางคืนหรือ
เมื่อก่อนไม่สู้ศึกกลางคืนไม่ได้แปลว่าสู้ไม่ได้ แม้ในประวัติศาสตร์สงครามระหว่างราชวงศ์หงกับอวิ๋นเยี่ยนจะมีศึกกลางคืนน้อยมาก แต่ก็เคยเกิดขึ้นจริง อาจกล่าวได้ว่าคนเถื่อนไม่ชอบศึกกลางคืน เพราะศึกกลางคืนวิสัยทัศน์จำกัดมาก การใช้อาวุธหลายอย่างอาจทำร้ายพวกเดียวกันเอง อีกทั้งยังสิ้นเปลืองพลังกายและความอดทนของทหารจนแทบจะเป็นการทรมาน ไม่เหมาะกับการใช้ในการบุกตะลุยระยะยาวและสงครามต่อเนื่อง
แต่ตอนนี้ล่ะ ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเวลาที่คนเถื่อนอวิ๋นเยี่ยนต้องยอมแลกชีวิตสู้แล้วจริงๆ ยังไงอาวุธก็ขาดแคลนหนัก ยังไงถ้าตีเมืองหย่งชวนไม่แตกก็ต้องอดตายเพราะขาดเสบียง ยังไงเวลาก็กระชั้นชิด งั้นไอ้ที่ยึดติดว่า "ไม่สู้ศึกกลางคืน" ก็ไม่มีความหมายแล้ว
หลิวเจี้ยนอวี้ตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองยังคิดน้อยไปหน่อย ตอนนี้อยากจะพัก ดูท่าคนเถื่อนอวิ๋นเยี่ยนคงไม่ให้โอกาสแล้ว
"สั่งการลงไป ธงรบห้ามลด ทหารทุกคนพักผ่อนกินข้าวตรงที่ตั้ง ผลัดเปลี่ยนคนเจ็บ ให้ทหารกองหนุนข้างล่างเร่งมือหน่อย กองไฟของคนเถื่อนพวกนี้เสร็จเมื่อไหร่น่าจะเริ่มบุกมาใต้กำแพงเมืองแล้ว
ส่งคำสั่งทหารไปให้เฝิงหมิงหย่วนที่จวนเจ้าเมือง ฟังไม่ผิด ส่งคำสั่งทหาร สั่งให้กำลังรบใต้สังกัดเขาทั้งหมดรวมถึงคนของสำนักดาบเขตตะวันตกและองครักษ์จวนเจ้าเมืองมารายงานตัวที่กองทัพ ผู้ฝ่าฝืนหรือล่าช้าถือว่ากบฏ"
เฉินเซินอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสีหน้าของแม่ทัพตัวเอง แล้วมองไปที่โครงไม้ที่ค่อยๆ สูงขึ้นไกลๆ ใต้กำแพงเมือง เขาก็กลืนคำพูดที่มาถึงปากกลับลงไป ไม่พูดมากอีก โค้งกายรับคำสั่งแล้ววิ่งลงไปถ่ายทอดคำสั่งให้ทหารสื่อสาร ส่วนทางจวนเจ้าเมืองเขาเตรียมจะไปเอง และมีแต่เขาที่ต้องไปเอง
หลิวเจี้ยนอวี้บนหอคอยกำหมัดแน่นบีบราวระเบียงหิน ในไรฟันลอดคำพูดออกมาไม่กี่คำ "ค่ำคืนนี้อีกยาวไกลนัก"
กำแพงเมืองทิศตะวันออก
ไป๋ล่างรับบะหมี่หมูสับ มาจากมือจางอู่ แม้เขาจะสงสัยว่าเวลานี้จางอู่ไปเอาหมูสับและผักเขียวที่ดูน่ากินแบบนี้มาจากไหน แต่ก็ไม่ได้ถาม
"พี่น้องได้กินข้าวกันหมดหรือยัง"
"ได้กินแล้วขอรับ แต่แบ่งกินสามผลัด ทางกำแพงเมืองและนิคมอุตสาหกรรมก็จัดการแบบนี้ คนที่ท่าเรือยังไม่ได้กิน ต้องรอข้ามแม่น้ำไปก่อนถึงจะแจกเสบียงแห้ง"
ไป๋ล่างถึงพยักหน้าแล้วเริ่มซดบะหมี่ในชาม
พอกินเสร็จ ไป๋ล่างก็พาหยางซิ่วเริ่มเดินตรวจตรา ตั้งแต่นิคมอุตสาหกรรมไปจนถึงกำแพงเมืองทิศตะวันออก
"จั้วเตา ข้างบนบอกตลอดว่าให้ยื้อไว้สามวัน ยื้อได้สามวันคนเถื่อนข้างนอกจะไปจริงๆ หรือขอรับ"
หยางซิ่วเป็นพวกบ้าการต่อสู้ขนานแท้ เมื่อก่อนในสำนักดาบก็เป็นหัวหน้าฝ่ายฆ่าฟัน เขาไม่มีผู้หญิง ไม่แต่งงาน แม้แต่พ่อแม่ก็ตายไปนานแล้ว งานอดิเรกเดียวคือฝึกฝนว่าจะฆ่าคนให้เร็วขึ้นได้อย่างไร ฆ่าคนที่เก่งกว่าได้อย่างไร เมื่อก่อนคือวรยุทธ์ ตอนนี้หมกมุ่นอยู่กับการฝึกปราณ สำหรับเรื่องอื่นแม้จะไม่ถึงกับทึ่มทื่อ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองช้าแน่นอน และหลายครั้งมักจะมีความคิดที่ต่างจากคนทั่วไป
ข้างนอกว่ายังไง หยางซิ่วก็ไม่คิดว่ามั่นคง ตอนนี้เขาเชื่อแค่คำพูดของจั้วเตาตัวเอง
ไป๋ล่างส่ายหน้า พูดว่า "การตัดสินใจของกองทัพตั้งอยู่บนพื้นฐานของจำนวนเสบียงในมือของกองทัพคนเถื่อนสายนี้ เพราะก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพใช้แผนพิสดารน้ำท่วมแอ่งหนอนไหม ทำลายเสบียงและอาวุธของคนเถื่อนไปเกือบหมด พร้อมทั้งตัดขาดกำลังพลของคนเถื่อน ถึงได้ให้โอกาสเราชนะได้ แม้จะไม่มากก็ตาม"
"จั้วเตา ข้าดูคนเถื่อนที่ฆ่าไปวันนี้แต่ละตัวตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม รูปร่างแบบนี้ดูท่าจะกินจุ น่าจะเท่ากับวัวตัวหนึ่งเลยมั้ง ถ้าต้องทำงานฆ่าแกงอีก ก็ต้องกินเยอะขึ้น เสบียงพวกเขาหมด สามวันยึดฝั่งเราไม่ได้ไม่ต้องหิวจนเดินไม่ไหวหรือขอรับ ทำไมถึงบอกว่าไม่น่าจะชนะล่ะ"
ไป๋ล่างชี้ไปที่ไหล่ของหยางซิ่ว พูดว่า "ในสายตาเจ้าอาหารคือข้าวคือแป้ง คือหมูวัวเป็ดไก่ปลา แต่ในสายตาคนเถื่อนอาหารของพวกมันอาจจะเป็นเจ้า อาจจะเป็นจางอู่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพวกมันเอง"
หยางซิ่วได้ยินดังนั้นฝีเท้าก็ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกตะลึง พูดว่า "จั้วเตา ท่านหมายความว่าถึงตอนนั้นคนเถื่อนจะกินศพประทังชีวิต หรือกระทั่งกินพวกเดียวกันเอง"
"เสบียงน่ะเก็บในน้ำท่วมไม่ได้หรอก ต่อให้มีส่วนหนึ่งที่ถูกวิชาอาคมช่วยไว้ได้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรองรับการใช้งานของกองทัพนับหมื่น งั้นเจ้าคิดว่ากินอะไร ยิ่งไปกว่านั้นคนเถื่อนก็กินคนอยู่แล้ว สถานการณ์ตอนนี้จะเปลี่ยนรสชาติได้หรือ
ดังนั้นสามวันคนเถื่อนต้องผ่านไปได้แน่นอน แต่นานกว่านั้น เช่นเจ็ดแปดวันก็พูดยากแล้ว แต่เจ้าคิดว่าคนแค่นี้ของพวกเราจะต้านได้ถึงเจ็ดแปดวันไหม"
หยางซิ่วคราวนี้เข้าใจแล้ว
"และกลางคืนก็ผ่านไปยากนะ ตอนนี้ธงรบธนหอคอยหินยังแขวนอยู่ ดูท่าท่านแม่ทัพจะมั่นใจแล้วว่าคนเถื่อนจะมีศึกกลางคืน ทางพวกเราก็ต้องระวัง คืนนี้เจ้าเฝ้าอยู่บนกำแพงเมือง ข้าจะดูที่นิคมอุตสาหกรรม"
พูดถึงตรงนี้ไป๋ล่างเห็นหยางซิ่วเหมือนมีอะไรจะพูด จึงโบกมือ ยิ้มว่า "เจ้าไม่ต้องรีบร้อน ข้ากะว่าครั้งนี้ถ้าคนเถื่อนมาอีกต้องมาเยอะกว่าเดิมแน่ มีโอกาสให้เจ้าลงมือถมเถ ถึงตอนนั้นรอข้าจัดการผู้ฝึกปราณขอบเขตชีพจรเร้นลับฝั่งนั้นเสร็จ ที่เหลือก็มอบให้พวกเจ้าจัดการ"
"ขอบพระคุณจั้วเตาที่เมตตา" หยางซิ่วแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว พอได้ยินไป๋ล่างอนุญาตให้เขาลงสนามฆ่าฟัน ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
ทางนี้หยางซิ่วเพิ่งพูดจบด้วยรอยยิ้ม เสียงกลองศึกก็ดังขึ้นอีกครั้งจากกำแพงเมืองทิศตะวันตกและทิศใต้ เสียงทุ้มต่ำทำให้คนขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เริ่มศึกกลางคืนแล้วจริงๆ
"เอาล่ะ เจ้าเฝ้ากำแพงเมืองให้ข้าให้ดี กองไฟที่ควรจุดก็จุดให้หมด อย่าให้ใครลอบเข้ามาจากทางเหนือได้เชียว"
"จั้วเตาวางใจ ข้าน้อยจะเบิกตาให้กว้าง ไม่ให้มีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว"
[จบแล้ว]