- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 310 - นี่แหละอัจฉริยะ
บทที่ 310 - นี่แหละอัจฉริยะ
บทที่ 310 - นี่แหละอัจฉริยะ
บทที่ 310 - นี่แหละอัจฉริยะ
หยางซิ่วแม้ระดับนักรบจะไม่ต่ำ แต่ระดับผู้ฝึกปราณก็เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตชักนำปราณขั้นต้นเท่านั้น ส่วนไป๋เยี่ยนโลดแล่นอยู่ในขอบเขตชักนำปราณขั้นกลางมาพักใหญ่แล้ว สองคนนี้ต่อให้ประลองกันแบบออมมือ ตัวแปรก็แทบไม่มี แค่วิชาอาคมที่ไป๋เยี่ยนฝึกฝนจนช่ำชองก็พอจะทำให้หยางซิ่วเข้าไม่ถึงตัวได้แล้ว
ดังนั้นไป๋ล่างจึงไม่สงสัยความจริงที่น้องสาวบอกว่าอัดหยางซิ่วจนน่วม
คิดดูแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเห็นสีหน้ากระตือรือร้นของไป๋เยี่ยน ไป๋ล่างก็พยักหน้า ตกลงรับคำท้าของน้องสาว
คนเราจะราบรื่นตลอดไปไม่ได้ เจออุปสรรคบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่ ไป๋ล่างคิดในใจ
"พี่ใหญ่ งั้นท่านเตรียมตัวให้ดี ข้าจะบุกแล้วนะ!" ไป๋เยี่ยนวิ่งไปหยิบดาบสั้นไม่มีคมจากชั้นวางอาวุธหลังบ้านอย่างร่าเริง แล้วมายืนตั้งท่ากลางลาน
ไป๋ล่างเดินยิ้มๆ ไปกลางลาน กวักมือเรียกน้องสาว เป็นสัญญาณว่าพร้อมแล้ว ส่วนข้างๆ ไป๋หยวนไคที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและคาดหวังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่เขาเริ่มฝึกยุทธ์ก็โดนพี่สาวอัดน่วมทั้งวัน รู้ซึ้งว่าพี่สาวเก่งแค่ไหน และก็รู้ว่าพี่ใหญ่เก่งกว่า เขาไม่เคยเห็นพี่ใหญ่ลงมือกับใครด้วยซ้ำ
แน่นอน ไป๋หยวนไคไม่มีทางยอมรับหรอกว่าจริงๆ แล้วเขาอยากเห็นพี่สาวจอมวางมาดโดนพี่ใหญ่อัดจนจุก
"พี่ใหญ่ ระวังนะ มือข้าหนักมาก!" ไป๋เยี่ยนทำหน้าจริงจัง นางรู้ว่าพี่ใหญ่เก่ง แต่ก็มั่นใจในฝีมือตัวเอง กลัวพี่ใหญ่พลาดท่าเจ็บตัว
"อืม ข้าจะระวัง เจ้าบุกมาเต็มที่ได้เลย"
"ได้! พี่ใหญ่ รับมือ!"
สิ้นเสียง หมอกน้ำหนาทึบก็ปรากฏขึ้นในรัศมีสองวากลางลานหลังบ้านในพริบตา คลุมร่างไป๋ล่างไว้พอดี
นี่คือหนึ่งในวิชาพื้นฐานธาตุน้ำ คาถาเรียกหมอก เป็นวิชาที่ไม่มีพลังโจมตีหรือป้องกันในตัวเอง เป็นแค่สายสนับสนุน
แทบจะพร้อมกัน ร่างของไป๋เยี่ยนก็กระโจนเข้าไปในกลุ่มหมอกราวกับลิงคล่องแคล่ว ดาบสั้นไร้คมในมือใช้วิชาดาบกระโดด มุ่งหาจุดอ่อนของไป๋ล่างในหมอก หวังโจมตีทีเผลอ ก่อนหน้านี้นางใช้วิธีนี้เล่นงานหยางซิ่วจนไปไม่เป็นมาแล้ว
"เอ๊ะ?!"
วินาทีที่ไป๋เยี่ยนพุ่งเข้าไปในกลุ่มหมอกที่นางสร้างขึ้น นางพบว่านางหาตำแหน่งของพี่ใหญ่ไม่เจอ ราวกับในหมอกมีแค่นางคนเดียว
ความตกใจทำให้ปฏิกิริยาแรกคือรีบถอยออกไป แต่พอออกมาข้างนอกก็ไม่เห็นเงาของไป๋ล่าง
"ไม่น่าเป็นไปได้นะ?!" ไป๋เยี่ยนตกใจ แต่ก็เข้าใจทันทีว่าพี่ใหญ่น่าจะซ้อนแผน อาศัยวิชาของนางซ่อนตัว
"วิชาธาตุน้ำเดิมทีก็แปรเปลี่ยนไร้ลักษณ์ หมอกยิ่งเป็นที่สุดของความแปรเปลี่ยนนี้ เจ้าอยากใช่มันบังตาคนอื่น คนอื่นก็สามารถใช้มันซ้อนแผนเล่นงานการตัดสินใจของเจ้าได้เช่นกัน"
จู่ๆ เสียงของไป๋ล่างก็ดังขึ้นข้างหูทางด้านหลังไป๋เยี่ยน แต่พอไป๋เยี่ยนตวัดดาบฟันกลับไป ก็ฟันโดนแต่ความว่างเปล่า
"ดังนั้นเงื่อนไขของการจะใช้วิชาอาคมพรางตาคนอื่นมีสองข้อ หนึ่ง คู่ต่อสู้ของเจ้าใช้ไม่เป็นหรือไม่คุ้นเคยกับวิชาประเภทนี้ นี่เป็นเงื่อนไขที่ปลอดภัยที่สุด สอง คู่ต่อสู้ของเจ้าใช้วิชานี้เป็น แต่เจ้ามั่นใจว่าเขาไม่เชี่ยวชาญเท่าเจ้า"
ยังไม่ทันที่ไป๋เยี่ยนจะชักดาบที่ฟันออกไปกลับมา เสียงของไป๋ล่างก็ดังขึ้นอีกครั้ง ยังคงอยู่ที่ข้างหูด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบเหมือนสั่งสอน แต่ไป๋ล่างกลับรู้สึกขนลุกซู่ เพราะนางรู้ดีว่าถ้าเป็นการฆ่าฟันจริงๆ นางตายไปสองรอบแล้ว
เขาว่ากันว่าเด็กผู้หญิงจะโตเร็วกว่า บวกกับวิกฤตครอบครัวในวัยเด็ก และต่อมาต้องติดตามไป๋ล่างมาอยู่กับคนสำนักดาบ ทุกอย่างหล่อหลอมให้จิตใจของไป๋เยี่ยนเติบโตเกินวัย นางรู้ดีว่าเป้าหมายของการฝึกยุทธ์และฝึกปราณคืออะไร ก็เพื่อให้มีทางรอดในการฆ่าฟันวันข้างหน้าไม่ใช่เหรอ
ไป๋เยี่ยนตั้งใจจะทำให้พี่ใหญ่ประหลาดใจกับฝีมือของนาง แต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ชายเสื้อของพี่ใหญ่ก็ยังแตะไม่ได้ ทำให้รู้สึกพ่ายแพ้และเสียใจอยู่บ้าง
"เจอทางตันแล้วมานั่งสงสารตัวเองไม่มีประโยชน์ นั่นเป็นทางเลือกของคนโง่ ผู้มีปัญญาต้องหาทางรอดในวิกฤต ผู้กล้าต้องสู้ยิบตาในที่ตาย! เจ้าอยู่ขอบเขตชักนำปราณขั้นกลาง ในบรรดาผู้ฝึกปราณเมืองหย่งชวนก็นับว่าไม่เลวแล้ว ทำไมแค่พลาดท่ากระบวนท่าเดียวก็ยอมจำนนแล้วรึ"
เสียงของไป๋ล่างเข้มงวดขึ้น ฝ่ามือฟาดออกไป คลื่นดาบที่ลบความคมออกแล้วกระแทกเข้าที่กลางหลังไป๋เยี่ยนไม่เบาไม่แรง กดร่างนางแนบกับพื้น
ไป๋เยี่ยนรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ในหัวมีแต่คำพูดของไป๋ล่างก้องอยู่ สมองหมุนเร็วรี่ ขบคิดว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงสามารถอาศัยวิชาของนางย้อนกลับมาเล่นงานนางได้
"วิชาธาตุน้ำแปรเปลี่ยนได้ ก็ย่อมมีกฎเกณฑ์ได้ ข้าแค่ทำตรงข้าม ก็จะหาตำแหน่งพี่ใหญ่เจอไม่ใช่เหรอ" ในเวลาสั้นๆ ไป๋เยี่ยนคิดไม่ออกว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงซ่อนตัวได้ แต่นางคิดวิธีลากตัวพี่ใหญ่ออกมาได้
คิดได้ก็ลองเลย!
ฉับพลัน หมอกน้ำเริ่มหมุนวน กลายเป็นวังวนหมุนคว้าง แต่ยังไม่เห็นความผิดปกติใดๆ
แต่จู่ๆ การหมุนก็ชะงัก แล้วหมุนย้อนกลับอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน และในชั่วพริบตานั้น จะเห็นว่ามีส่วนหนึ่งของวังวนหมุนชะงักไปเล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนทันทีเหมือนส่วนอื่น
"เจอตัวแล้ว!"
ไป๋เยี่ยนฟันดาบใส่อากาศตรงจุดที่หมอกน้ำผิดปกตินั้นทันที นางตัดสินใจแล้วว่าความผิดปกติของหมอกน้ำต้องเป็นร่องรอยที่พี่ใหญ่ตอบสนองไม่ทันทิ้งไว้แน่นอน
แต่ทว่า...
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ไป๋เยี่ยนพบว่าดาบสั้นไร้คมของนางเหมือนถูกอะไรบางอย่างรับไว้และหนีบแน่น! แรงของนางดึงไม่ออกเลย
ไม่เพียงเท่านั้น แรงที่หนีบดาบสั้นไว้นั้นยังลามมาอย่างรวดเร็ว ไหลตามแขนที่ถือดาบลงมาสู่ทั่วร่าง
"นี่มัน? วิชาน้ำแข็งธาตุน้ำ!? แต่ทำไมถึงเร็วขนาดนี้?!" ไป๋เยี่ยนตื่นตระหนก ความคิดแรกคือหลงกลพี่ใหญ่ และพ่ายแพ้ให้กับวิชาขั้นสูงกว่า แต่ไม่นานนางก็พบว่าไม่ใช่ วิชาอาคมนั้นนางรู้จักและใช้เป็นด้วย มันคือวิชาพื้นฐาน!
แต่ทำไมวิชาพื้นฐานถึงมีอานุภาพแปลกประหลาดและน่ากลัวเกินขอบเขตปกติขนาดนี้?
เมื่อหมอกน้ำจางหาย ร่างของไป๋เยี่ยนถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ ตรึงอยู่กับที่ นี่คือวิชาอาคม ไป๋ล่างออมแรงไว้ แค่กักขังแต่ไม่แช่แข็งร่างกายไป๋เยี่ยนจนตาย
"เจ้าน่าจะรู้ว่านี่คือวิชาแช่แข็งพื้นฐานที่สุดของธาตุน้ำแข็ง ที่เจ้าคิดว่ามันแข็งแกร่งจนเหลือเชื่อเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เจ้าอยู่ตอนนั้น" ไป๋ล่างพูดพลางคลายพันธนาการน้ำแข็งบนตัวไป๋เยี่ยน
"หมอกน้ำ?"
"ถูกต้อง หมอกน้ำก็คือวิชาธาตุน้ำ และตอนนั้นมันคลุมตัวเจ้าอยู่ ข้าไม่ต้องลงมืออะไรมากกับเจ้า แค่ใช้ประโยชน์จากหมอกน้ำรอบตัวเจ้าก็สามารถแช่แข็งเจ้าได้แล้ว ไม่ต้องถึงขั้นกักขัง แค่ทำให้เจ้าชะงักไปชั่วพริบตา ชีวิตน้อยๆ ของเจ้าก็จบเห่แล้ว"
"พี่ใหญ่ ท่านหมายความว่าวิชาอาคมสามารถร่ายซ้อนทับกันได้ และยังเพิ่มอานุภาพให้กันได้ด้วย?!"
[จบแล้ว]