- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 210 - การดักสังหารบนท้องถนน
บทที่ 210 - การดักสังหารบนท้องถนน
บทที่ 210 - การดักสังหารบนท้องถนน
บทที่ 210 - การดักสังหารบนท้องถนน
ถนนชวนจูเมื่อก่อนเรียกว่าร่องชวนจู เป็นตลาดทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ เพราะภูมิประเทศสูงสองข้างตรงกลางต่ำเหมือนร่องน้ำ เลยได้ชื่อนี้
ต่อมาพอเฝิงหมิงหย่วนมาที่เมืองหย่งชวนก็เริ่มรื้อถอนถนนและบ้านเรือนเก่าๆ แล้วสร้างใหม่หรือปรับปรุง พร้อมกับรู้สึกว่าคำว่า "ร่อง" ฟังดูไม่เพราะ เลยเปลี่ยนเป็น "ถนน" แต่อาชีพทำมาหากินบนถนนสายนี้ไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเป็นตลาดเครื่องจักสานไม้ไผ่เป็นหลัก
แต่ช่วงนี้ร้านรวงสองข้างทางถนนชวนจูเงียบเหงา ไม่เพียงลูกค้าบางตา แม้แต่คนเดินผ่านไปมายังน้อย แต่ละคนเดินจ้ำอ้าวเหมือนกลัวจะต้องหยุดอยู่นาน
บางร้านถึงกับไม่เปิดประตู หยุดกิจการไปเลย
ร้านที่ยังเปิดอยู่ก็ไม่เปิดถึงเย็นเหมือนเมื่อก่อน พอเลยเที่ยงก็เริ่มเอาไม้กระดานมาปิดหน้าร้านแล้ว
"กลัวอะไรกัน! ตอนนี้ที่นี่เขตตะวันตกคุ้มครองแล้ว! พวกเจ้าขายของไปตามปกติ มีอะไรต้องกลัว"
"ข้าบอกพวกเจ้า ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ ห้ามปิดร้าน!"
ทุกครั้งที่ลูกจ้างร้านจะเตรียมปิดร้านก่อนเวลา มักจะมีเจียโหยวจื่อและดาบข้างเอวสองสามคนมาขวาง แม้จะกลัวคนหน้าตาถมึงทึงพวกนี้ แต่ร้านค้าก็ยังแอบปิดร้านก่อนเวลาอยู่ดี
ค้าขายเหรอ?
ชีวิตยังไม่แน่ว่าจะรอด ใครจะไปมีกะจิตกะใจค้าขาย
ตอนนี้ไม่ใช่แค่รังเกียจหรือกลัวคนสำนักดาบ ร้านค้าบนถนนชวนจูหวังแค่ให้คนสำนักดาบรีบๆ ตีกันให้จบๆ ไป ใครจะได้ที่นี่ไปครองพวกเข้าไม่สนเลยสักนิด
แต่ตอนนี้ตีกันไปตีกันมาไม่จบไม่สิ้น เมื่อวานคนสำนักดาบฝั่งตะวันออกเพิ่งมาตะโกนห้ามปิดร้าน วันนี้เปลี่ยนเป็นคนฝั่งตะวันตกมาแทน บางทีสองฝ่ายมาจ๊ะเอ๋กัน ก็ชักมีดไล่ฟันกันเละ
ฆ่าฟันกันแบบนี้ ร้านค้าบนถนนจะทำมาหากินยังไงไหว
ร้านค้ากว่ายี่สิบร้านบนถนนนี้ หน้าบ้านใครบ้างไม่เคยเปื้อนเลือด? หลายวันมานี้คนตายไปเท่าไหร่แล้ว? ยิ่งนานยิ่งน่ากลัว
ยังไม่ทันที่ร้านค้าจะได้ตอบอะไรด้วยความหวาดกลัว พอดีตะวันบ่ายคล้อย ทางทิศตะวันออกก็มีคนเหน็บมีดสั้นที่เอวหลายคนเดินมา
"แย่แล้ว! คนสำนักดาบฝั่งตะวันออกก็มา! เร็ว รีบปิดร้าน!"
พ่อค้าไม่ได้โง่ เห็นสองฝ่ายมาเจอกันอีกรู้เลยว่าวันนี้ไม่จบดีแน่ ต้องนองเลือดอีกตามเคย เลยรีบยกไม้กระดานปิดประตูแน่น แอบมองผ่านรอยแตกของประตู รอให้สองฝ่ายรู้ผลแพ้ชนะ
"ไอ้ชาติหมาจาง! คราวที่แล้วปล่อยให้หนีไปได้ยังกล้ามาอีกรึ!"
"ตอนนี้ที่นี่เป็นถิ่นของสำนักดาบเขตตะวันตกแล้ว ไอ้ขี้ขลาดหลิว เจ้ากล้าซ่านัก ไม่กลัวโดนฟันตายหรือไง"
ด่ากันไปมาเรื่องศักดิ์ศรีใครจะยอมใคร แต่ไกลก็ชักมีดออกมาแล้ว แม้แต่เจียโหยวจื่อที่รั้งท้ายยังชักมีดสั้นออกมา ไม่มีใครหนี
พอเข้าใกล้ สองฝ่ายไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งเข้าฟาดฟันกันทันที
แต่วันนี้คนฝั่งตะวันออกเยอะกว่า หลังฟันกันไปพักหนึ่ง ฝ่ายตัวเองบาดเจ็บแค่สามคน แต่ฟันฝ่ายตะวันตกคว่ำไปสอง คนหนึ่งท้องถูกกรีดไส้ไหลกองกับพื้น ร้องโหยหวนเสียงค่อยลงเรื่อยๆ อีกคนโดนฟันคอล้มไปชักกระตุก ไม่นานทั้งคู่ก็แน่นิ่งไป
"ไอ้พวกเวร มีแน่จริงอย่าหนีสิวะ!"
ปกติเวลาแบบนี้ต้องเลี่ยงการปะทะ เพราะฝ่ายเราได้เปรียบแล้ว คำขู่ไม่ต้องไปสน จะให้รออยู่ทำไม ไม่ได้โง่นะ
หรืออาจจะแกล้งโง่
ดังนั้นผ่านรอยแตกของประตูร้านค้า ดวงตาหลายคู่จึงเห็นด้วยความประหลาดใจว่าคนฝั่งตะวันออกชนะแล้วไม่หนี แต่กลับมีดาบข้างเอวอีกหลายคนเดินมาจากทางทิศตะวันออก แถมยังมีดาบแดงอีกสองคน! แต่พวกเขาไปหลบอยู่ตามมุมตึก มีสิ่งปลูกสร้างบังอยู่ ถ้าไม่เดินเข้าไปใกล้ก็มองไม่เห็น
นี่จะทำอะไร? จะเล่นใหญ่หรือ?!
ท่ามกลางความสงสัย คนสำนักดาบเขตตะวันตกที่เพลี่ยงพล้ำไปเมื่อครู่ก็ย้อนกลับมา คราวนี้ขนคนมาเยอะกว่าเดิม น่าเสียดาย ในสายตาคนแอบดูในร้านค้า เกรงว่าคนฝั่งตะวันตกจะซวยเอา
นี่คือการฆ่าฟันรอบที่สอง ศพและเลือดที่ยังไม่แห้งบนพื้นกระตุ้นให้ทุกคนตาแดงก่ำ เจอหน้ากันไม่ต้องด่าแล้ว มีแต่การแกว่งมีดเท่านั้นที่จะระบายความคลั่งแค้นที่อยากให้อีกฝ่ายตาย
น่าเสียดาย ครั้งนี้คนฝั่งตะวันออกเตรียมตัวมาดี ชนะอีกครั้ง แลกกับการบาดเจ็บไม่กี่คน ฟันคนฝั่งตะวันตกตายคาที่ไปอีกสามคน คนที่เหลือของฝั่งตะวันตกสู้พลางถอยพลาง สุดท้ายถูกดันออกไปจากถนนชวนจู
"ตั้งแต่วันนี้ไป! ไอ้พวกสวะฝั่งตะวันตกมาหนึ่งตายหนึ่ง!"
เสียงตะโกนดังก้องเหมือนเยาะเย้ยการพ่ายแพ้รอบที่สองของฝั่งตะวันตก
ถึงตรงนี้ อารมณ์ตึงเครียดของคนดูในร้านค้าถึงค่อยผ่อนคลายลง ตายไปห้าคนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว วันนี้น่าจะจบแค่นี้ ดูเหมือนคนฝั่งตะวันออกจะเก่งกว่าหน่อยนะ?
แต่ขณะที่คนในร้านค้าเริ่มโล่งใจ บนถนนจู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาเพียบ และเป็นคนสำนักดาบทั้งนั้น คนพวกนี้เกือบร้อยคน! คนนำหน้ามีคนจำได้ว่าเป็น "ขวานดำ" หยางซิ่ว แห่งสำนักดาบฝั่งตะวันออก!
และในจุดที่มุมมองจากรอยแตกประตูมองไม่เห็น ดาบข้างเอวฝั่งตะวันออกหลายคนหิ้วถุงผ้าใบใหญ่ปีนขึ้นไปซ่อนบนหลังคาบ้านสองฝั่งถนน ดาบข้างเอวอีกกลุ่มหยิบเชือกประหลาดขนาดยาวสองฟุตกว่าออกมา ยืนซ่อนตัวในจุดสังเกตยาก
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป สำนักดาบเขตตะวันตกก็ย้อนกลับมาเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้คนมาเยอะเหมือนกัน แต่เทียบไม่ได้เลยกับฝั่งตะวันออกที่ดักซุ่มอยู่
คนนำหน้าตัวสูงใหญ่ ผมสั้นยุ่งเหยิง หน้าเขียวคล้ำ แผ่รังสีอำมหิต
"หยางซิ่ว! เป็นเจ้าจริงๆ ที่กวนน้ำให้ขุ่น!"
"หลีอว๋าง เจ้ามาเพื่อหาที่ตายหรือ"
ดาบแดงสองฝ่ายเจอกัน ย่อมต้องตะโกนข่มกันหน่อย แต่เรื่องหลังจากนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยน ยังคงต้องใช้การฆ่าฟันตัดสินแพ้ชนะ ไม่ใช่ใครปากเก่งกว่า
ฆ่า!
แต่ขณะที่หลีอว๋างนำลูกน้องเตรียมจะเปิดฉากตะลุมบอนครั้งใหญ่กับอีกฝ่าย อีกไม่ถึงสิบวาก็จะปะทะกัน จู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก เหมือนข้างหน้ามีอันตราย ตามสัญชาตญาณอยากจะหยุดเท้าหรือถึงขั้นหันหลังกลับ
"นี่มัน?"
ไม่ทันให้หลีอว๋างคิดมาก จู่ๆ ผงสีเทาขาวก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าราวกับพายุหิมะ ภายในไม่ถึงสามลมหายใจก็บดบังทัศนวิสัยข้างหน้าและรอบข้างจนหมด
"แย่แล้ว! ปูนขาว! ถอยเร็ว! ถอยเร็ว!"
ปูนขาวโดนน้ำไม่ได้ เข้าตาเจอน้ำตาก็จะเกิดความร้อนสูง ตาบอดได้ เป็นของชั่วร้ายสุดๆ และในจังหวะไม่ทันตั้งตัวก็มีคนโดนเข้าไปแล้ว เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
และแทบจะพร้อมกับที่ปูนขาวโปรยลงมา เสียงแหวกอากาศถี่รัวก็ดังขึ้น หวีดหวิวราวกับมีพลังพันชั่ง
เคร้ง! หลีอว๋างที่หลับตาอยู่ตวัดดาบปัดวัตถุที่พุ่งมาหาเขา สัมผัสนั้นทำให้เขารู้ทันทีว่าคืออะไร
"ระวังลูกหินตั๊กแตนบิน!"