- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 190 - จริงหรือเท็จ
บทที่ 190 - จริงหรือเท็จ
บทที่ 190 - จริงหรือเท็จ
บทที่ 190 - จริงหรือเท็จ
ไป๋ล่างไม่ได้โกหก แม้แต่เรื่องหน้าต่างคุณสมบัติ จะให้เขาโกหกเขาก็ไม่รู้จะแต่งเรื่องยังไง เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
ตอนนี้พอเฝิงหมิงหย่วนถามถึง "วิชาพรางตัว" พูดตรงๆ ก็คือเฝิงหมิงหย่วนต้องการตรวจสอบไส้พุงไป๋ล่างให้หมดเปลือก ต้องควบคุมไป๋ล่างให้ได้เบ็ดเสร็จ ดังนั้นการปลดการพรางตัวคือขั้นตอนแรกที่เฝิงหมิงหย่วนเห็นว่าจำเป็นในการจะบีบไป๋ล่างให้อยู่มือ เผลอๆ เทียบกับการตายของถังเหยียนและเฉินจื้ออวิ๋นแล้ว เฝิงหมิงหย่วนสนใจความลับของไป๋ล่างมากกว่าเสียอีก
"ไป๋ล่าง พูดให้ดีๆ! หมายความว่ายังไงที่ไม่ใช่วิชาของเจ้า?" โจวตงฮ่าวที่ยืนอยู่ข้างๆ ตะคอกเสียงเข้มทันที เขาเริ่มสงสัยว่าไอ้เด็กนี่สติกลับหรือเปล่า ถึงแยกแยะสถานการณ์ไม่ออก
ไป๋ล่างจนปัญญา โค้งตัวลงกล่าว "ไป๋ล่างพูดความจริงทุกประการ ไม่มีคำเท็จ! ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมระดับพลังของข้าถึงซ่อนอยู่เอง และไม่รู้วิธีปลดด้วย ขอใต้เท้าโปรดตรวจสอบ!"
คำพูดของไป๋ล่างฟังดูเหลวไหลสิ้นดี มีที่ไหนเรื่องในตัวเจ้า เจ้าไม่รู้แถมบังคับไม่ได้?
เฝิงหมิงหย่วนขมวดคิ้ว กวักมือเรียกให้ไป๋ล่างเข้ามาใกล้ๆ แล้วลุกขึ้นเอามือวางบนไหล่ของไป๋ล่างที่กำลังก้มตัวอยู่
ทันใดนั้นหน้าต่างคุณสมบัติของไป๋ล่างก็เด้งคำเตือนขึ้นมา คล้ายกับตอนโดนถังเหยียนใช้วิชาแทรกซึมในห้องลับ ต่างกันแค่ถังเหยียนกะเอาถึงตาย แต่เฝิงหมิงหย่วนแค่ต้องการสำรวจเส้นลมปราณและจุดตันเถียนเพื่อดูระดับพลังของไป๋ล่างโดยตรง
จังหวะนี้ไป๋ล่างย่อมไม่ให้หน้าต่างคุณสมบัติขับไล่หรือปิดกั้นจิตสำนึกของเฝิงหมิงหย่วน ปล่อยให้อีกฝ่ายท่องไปในเส้นลมปราณของเขาตามสบาย
แต่เฝิงหมิงหย่วนก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย ครู่เดียวก็ชักมือกลับ
"ขอบเขตชักนำปราณขั้นต้น รากฐานแน่นดีนี่!"
เห็นไป๋ล่างไม่ขัดขืนการตรวจสอบ และจิตสำนึกตอนตรวจสอบก็ชัดเจน เส้นลมปราณและจุดตันเถียนของไป๋ล่างแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ฝึกปราณระดับเริ่มต้นจริงๆ คิ้วที่ขมวดของเฝิงหมิงหย่วนจึงคลายลง อย่างน้อยไป๋ล่างก็ไม่ได้ขัดขืนหัวชนฝา และจากการตรวจสอบเมื่อครู่ เฝิงหมิงหย่วนก็ไม่พบร่องรอยการใช้วิชาใดๆ จากการไหลเวียนของพลังปราณในตัวไป๋ล่างเลย
เหมือนที่ไป๋ล่างพูด: การพรางตัวไม่ใช่วิชาของเขา?
ไป๋ล่างรีบรับคำ "ใต้เท้า ไป๋ล่างพูดความจริงทุกคำ!"
"งั้นทำไมพลังยุทธ์ทั้งตัวเจ้า แม้แต่ระดับลมปราณของนักรบ คนนอกถึงสัมผัสไม่ได้เลย?"
เฝิงหมิงหย่วนเองก็ประหลาดใจ เมื่อกี้เขาตรวจสอบชัดเจนว่าไป๋ล่างเป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตชักนำปราณขั้นต้น แต่พอมือเขาละจากไหล่ไป๋ล่าง กลิ่นอายของอีกฝ่ายก็กลับกลายเป็นคนธรรมดาทันที ไม่มีกลิ่นอายผู้ฝึกยุทธ์เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะรูปร่างที่แข็งแรง
ไป๋ล่างจะพูดอะไรได้? ได้แต่ส่ายหน้ายืนยันว่าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
"แล้ววิชาผู้ฝึกปราณของเจ้า ได้มาจากไหน?"
"เอ่อ..." ไป๋ล่างอึกอัก ไม่รู้จะพูดยังไง
แต่เรื่องนี้เฝิงหมิงหย่วนกลับไม่คาดคั้น เห็นไป๋ล่างอึกอักพูดไม่ออกก็โบกมืออย่างรำคาญใจ ไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ
เรื่องที่มาของวิชา เป็นเรื่องที่ผู้ฝึกตนอิสระหรือตระกูลใหญ่ต่างหวงแหนและปิดบังกันสุดชีวิต จะเรียกว่าหวงวิชาก็ไม่ผิด ธรรมเนียมนี้สืบทอดกันมานาน แม้แต่เฝิงหมิงหย่วนก็ต้องเคารพ รู้ว่าถ้าบีบคั้นต่อไปจะเป็นการสร้างความแค้น เหมือนไปขุดรากถอนโคนคนอื่น
และเฝิงหมิงหย่วนไม่ได้กะจะทำแบบนั้นกับไป๋ล่าง เห็นไป๋ล่างลำบากใจเขาจึงไม่ถามต่อ แต่ในใจกลับมีความสงสัยก้อนโต
"ด้วยพลังขอบเขตชักนำปราณขั้นต้นของเจ้า เจ้าฆ่าถังเหยียนได้ยังไง? แล้วทำไมถังเหยียนถึงฆ่าเฉินจื้ออวิ๋นมือขวาของตัวเอง เจ้าเล่ามาให้ชัดเจนได้แล้ว" เฝิงหมิงหย่วนเก็บความสงสัยไว้ เปลี่ยนเรื่องเข้าสู่จุดประสงค์ที่ไป๋ล่างมาหา
แบบนี้ทำให้ไป๋ล่างโล่งอกไปเปลาะใหญ่ ความลับในตัวเขาไม่เยอะ แต่บอกใครไม่ได้สักอย่าง ความอึดอัดใจนั้นคงพอเดาได้ ตอนนี้เฝิงหมิงหย่วนยอมข้ามเรื่องนี้ไปชั่วคราวก็เข้าทางเขาพอดี
ดังนั้นไป๋ล่างจึงรีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตรอกหมาเฉิงอย่างละเอียด ยิบย่อยทุกขั้นตอน ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าต่างคุณสมบัติ นอกนั้นไป๋ล่างพูดความจริงทั้งหมด
"ถังเหยียนจะชิงพลังวิญญาณและเลือดลมเจ้าเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่รากฐาน? แล้วเฉินจื้ออวิ๋นฉวยโอกาสแว้งกัดถังเหยียน สุดท้ายเฉินจื้ออวิ๋นถูกถังเหยียนแลกชีวิตฆ่าตาย แต่ถังเหยียนก็มาตายด้วยมือเจ้า ถูกไหม?"
เฝิงหมิงหย่วนจ้องมองทุกอิริยาบถของไป๋ล่างด้วยสายตาแหลมคม น้ำเสียงเย็นชา เหมือนจะสงสัยในสิ่งที่ไป๋ล่างเล่า
"ใช่ขอรับใต้เท้า ทุกถ้อยคำของผู้น้อยเป็นความจริง ไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย! ตอนนี้ศพของทั้งสองยังอยู่ในห้องลับใต้ดินของเรือนปีกในสำนักดาบ ในห้องนั้นยังมีค่ายกลประหลาดที่พวกมันวางไว้ ตอนนั้นถังเหยียนกับเฉินจื้ออวิ๋นใช้ค่ายกลนั้นตรึงข้าไว้และหลอมวิญญาณเลือดลมข้า ถ้าไม่ใช่เฉินจื้ออวิ๋นแว้งกัด ป่านนี้ผู้น้อยคงตายไปแล้ว เรื่องพวกนี้ใต้เท้าตรวจสอบได้"
"ตรวจสอบ? แน่นอน" เฝิงหมิงหย่วนพูดจบ โจวตงฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ก็สั่งการองครักษ์ในสวนให้นำป้ายคำสั่งเจ้าเมืองไปเก็บศพที่เรือนตามที่ไป๋ล่างบอกทันที หากสถานการณ์ทางโน้นไม่ตรงกับที่ไป๋ล่างพูด ไป๋ล่างซวยแน่
ทางโน้นส่งคนไปตรวจสอบ ทางนี้ในสวนเฝิงหมิงหย่วนพูดต่อ "ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องถังเหยียนกับเฉินจื้ออวิ๋นฆ่ากันเอง และเรื่องที่เจ้าจำต้องฆ่าคนเพื่อป้องกันตัวว่าเป็นจริงหรือไม่ เรื่องนี้สำหรับเจ้ามันเป็นปัญหาใหญ่หลวง ถ้าข้าเป็นเจ้า ฉวยโอกาสตอนที่เรื่องยังไม่แดง เก็บข้าวของหนีไปถือเป็นยอดกลยุทธ์
แต่เจ้านอกจากจะไม่หนี ยังมาหาข้า เจ้าต้องการอะไร?"
"เรียนท่านเจ้าเมือง ผู้น้อยมีครอบครัวเป็นห่วงผูกพัน อยากหนีก็หนีไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นผู้น้อยไม่ได้ทำผิด ไยต้องแบกรับมลทินหนีหัวซุกหัวซุน? อีกอย่างสำนักดาบตอนนี้กำลังระส่ำระสาย ผู้น้อยแม้ไร้ความสามารถ แต่ก็ไม่อยากเห็นสำนักดาบต้องล่มสลายเพราะเหตุการณ์นี้ และไม่อยากให้ท่านเจ้าเมืองต้องมากลัดกลุ้มแบ่งเวลามาจัดการ
ดังนั้นผู้น้อยเห็นว่า ในเมื่อผู้น้อยไม่ได้ทำผิด และจงรักภักดีต่อท่านเจ้าเมืองและสำนักดาบ จึงขออาสาเป็นตัวแทนถังเหยียน ถวายชีวิตรับใช้ท่านเจ้าเมือง!"
พูดพลางไป๋ล่างก็คุกเข่าข้างหนึ่ง ก้มหน้าลง ประกาศความภักดีเสียงดังฟังชัด
ใบหน้าเคร่งขรึมของเฝิงหมิงหย่วนหลังจากได้ยินคำพูดนี้ถึงได้มีรอยยิ้มเจือจาง เพียงแต่รอยยิ้มนั้นแปลกประหลาด ไม่ใช่แค่พอใจในความนอบน้อมของไป๋ล่าง แต่แฝงความรู้สึกประมาณว่า "นั่นไงว่าแล้ว" และความดูแคลนของผู้ที่อยู่สูงกว่า
กลับเป็นโจวตงฮ่าวที่อยู่ข้างหลังเฝิงหมิงหย่วนที่ยิ้มอย่างจริงใจ ถึงขั้นพยักหน้าทำท่าชื่นชม
"เจ้าอยากแทนที่ถังเหยียน นั่งคุมสำนักดาบตะวันออก?"
"ขอรับ!"
"เจ้านั่งไหวรึ?"
"ผู้น้อยจะนั่งไหวหรือไม่ไหว ผู้น้อยไม่ได้เป็นคนตัดสิน แต่ท่านเจ้าเมืองต่างหากที่เป็นคนตัดสิน ตราบใดที่ท่านเจ้าเมืองบอกว่าผู้น้อยนั่งไหว ผู้น้อยก็จะนั่งได้อย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ใครก็งัดไม่ลง!"
[จบแล้ว]