- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 90 - หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 90 - หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 90 - หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 90 - หนามยอกเอาหนามบ่ง
หลักการจริงๆ แล้วง่ายมาก ไป๋ล่างไม่ต้องไปต้านทานหรือขัดขวางอีกฝ่ายไม่ให้คุมลูกเต๋า เขาแค่ต้องเข้าไปทำลายแต้มสุดท้ายของลูกเต๋าก็พอ ทำให้แต้มลูกเต๋ากลับสู่ความ "สุ่ม" อีกครั้ง ก็สามารถพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบให้กลับมาชนะได้
และเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ไป๋ล่างจึงใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกับอีกฝ่าย และอาศัยจังหวะของอีกฝ่ายในการอำพรางการกระทำของตน
เหรียญทองแดงทุกเหรียญที่ไป๋ล่างโยนออกไป เขาเลียนแบบอีกฝ่ายด้วยการอัดพลังอาคมลงไป แต่ไม่ได้ทำแบบทื่อๆ เหมือนอีกฝ่าย เขามีกระบวนการแปลงธาตุตามหลักปรปักษ์และส่งเสริม แถมเทคนิคยังแนบเนียนและเหนือชั้นกว่า อย่างน้อยในแง่ของวิธีการ 《รวมวิชาห้าธาตุ》ที่ไป๋ล่างฝึกมาทำให้เขามีข้อได้เปรียบเชิงคุณภาพเหนือกว่าชายซอมซ่อคนนี้อย่างขาดลอย
อีกฝ่ายใช้ธาตุไม้ คุณสมบัติคือกลมกลืนกับโต๊ะไม้ได้ดี ซ่อนเร้นง่าย และแทรกซึมเข้าสู่ถ้วยลูกเต๋าที่เป็นไม้เหมือนกันได้สะดวก พลังลดทอนน้อย ควบคุมผลลัพธ์ได้ดั่งใจ
ส่วนไป๋ล่างใช้วิธีคล้ายกัน แต่ใช้วิชาต่างธาตุ เขาใช้ธาตุทอง ตอนแฝงอยู่ในเหรียญทองแดงมันแนบเนียนกว่าของอีกฝ่าย และในจังหวะที่อีกฝ่ายกระตุ้นพลังที่วางไว้เพื่อเปลี่ยนแต้มลูกเต๋า พลังธาตุทองสามสายจะพุ่งออกมา อาศัยหลักธาตุทองพิฆาตธาตุไม้ เข้าไปปั่นป่วนพลังธาตุไม้ของอีกฝ่ายภายในถ้วยลูกเต๋าอย่างเงียบเชียบ แต่ไม่ถึงกับทำลายจนหมดสิ้น ทำให้อีกฝ่ายไม่รู้ตัวว่าวิชาของตนถูกแทรกแซง
สำหรับชายซอมซ่อ วิชาของเขาภายใต้การรบกวนของไป๋ล่าง แม้สุดท้ายจะถือว่าทำงาน แต่ก็ไม่สำเร็จสมบูรณ์ แต้มเปลี่ยนจริง แต่ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นอย่างที่เขาต้องการ
ครั้งสองครั้งยังพออ้างว่าพลาดกันได้ แต่สิบกว่าครั้งติดกัน มันมีความเป็นไปได้เดียว: วิชาเสื่อม
เหล่านักพนันที่เมื่อกี้ยัง "แทงตามไฟ" กันอย่างคึกคัก ตอนนี้เริ่มด่าทอกันระงม บางคนอารมณ์ขึ้นถึงขนาดไม่เก็บอาการ คำหยาบคายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ราวกับว่าตัวเองโดนโกง ทั้งที่เงินก็ของตัวเอง มือก็มือตัวเอง ที่ตัดสินใจ "แทงตามไฟ" ก็ความคิดตัวเองแท้ๆ
แม้แต่คนที่ไม่ได้ด่ากราดก็เริ่มมองชายซอมซ่อด้วยสายตาสงสัย ตอนนี้หน้าของชายคนนั้นไม่ใช่ "ไร้อารมณ์" อีกต่อไป แต่หน้าเขียวคล้ำ แววตาแฝงความตื่นตระหนก
ถ้าชนะตลอด เฉิงเจี้ยนกับจางเลี่ยงก็มีข้ออ้างที่จะปกป้องชายซอมซ่อคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยชื่อเสียงหรือคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้า โรงเงินวันนี้ทำอะไรคนคนนี้ไม่ได้แน่
แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มชนะได้นิดหน่อย ละครเพิ่งเริ่มฉายกลับโดนน้ำเย็นสาดโครมจนดับวูบ เท่ากับว่าคืนนี้สิ่งที่จางเลี่ยงและเฉิงเจี้ยนปูทางมา ทั้งความเสี่ยงที่แบกรับ ทั้งหมดสูญเปล่า ได้แค่ฟองอากาศผุดขึ้นมาสองสามฟองเท่านั้น
สถานการณ์แบบนี้ หนึ่งคือเจ็บใจ สองคือหมดข้ออ้างที่จะแข็งขืน
คนที่คลุกคลีในบ่อนมานานย่อมรู้ดี สถานการณ์แบบนี้โรงเงินไม่มีทางปล่อยชายซอมซ่อไปแน่
อีกอย่าง คำว่าฝีมือการพนัน พูดกันตรงๆ คือต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ไปยุ่งกับอุปกรณ์ของคนอื่นถึงจะเรียกว่าฝีมือ
เช่นเจ้าฟังเสียงลูกเต๋าที่เจ้ามือเขย่าออกมาได้ นี่คือฝีมือของจริง เหมือนกับการเขย่าลูกเต๋าเพื่อคุมแต้ม แต่ถ้ารอลูกเต๋าหยุดแล้ว เจ้าแอบไปเปลี่ยนแต้มลูกเต๋า นี่คือการโกง ต่อให้โรงเงินไม่รู้ว่าเจ้าทำได้ยังไง ก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าไป การจับตัวมาสอบสวนเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นยอดฝีมือตัวจริงมาเล่น โรงเงินยินดีต้อนรับ เจ้าแค่มาหาความตื่นเต้น ขอแค่ไม่เกินงาม โรงเงินก็แกล้งหลับตาข้างหนึ่ง แต่ถ้าเกินงามก็จะโดนอุ้มหาย หรือไม่ก็ไล่ออกไปห้ามกลับมาอีก
ชายซอมซ่อก็รู้ชะตากรรมตัวเอง จู่ๆ เขาก็สาดแผ่นเงินบนโต๊ะขึ้นฟ้า แล้วหันหลังเตรียมโกยแน่บ แต่ผู้ฝึกปราณที่ในสายตาไป๋ล่างอยู่แค่ระดับ "เพิ่งมีสัมผัสแห่งปราณ" คนนี้ ทักษะร่างกายกลับเงอะงะจนน่าตกใจ แทบไม่ต่างจากคนธรรมดา พอเจอเยียวเตาจื่อรอบๆ รุมจับก็ไปไม่เป็น โดนรวบตัวได้อย่างง่ายดาย
"อุดปากไว้ ส่งไปหลังร้าน ให้คนเฝ้าไว้ ข้ายังไม่ไปห้ามใครแตะต้อง"
"ครับ!"
อย่าว่าแต่ลงมือเลย ชายคนนั้นโดนต่อยท้องไปสองหมัดก็น้ำลายฟูมปาก ตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนขี้เลน ไม่รู้ว่าเป็นผู้ฝึกปราณประสาอะไรถึงได้ตกอับขนาดนี้ ถือเป็นผู้ฝึกปราณที่กระจอกที่สุดเท่าที่ไป๋ล่างเคยเจอ แต่มาคิดดูอีกที ถ้าชีวิตดีๆ หมอนี่คงไม่มาหากินด้วยการโกงพนันในโรงเงินหรอก
ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครในกลุ่มคนดูออกหน้าขัดขวาง รวมทั้งจางเลี่ยงและเฉิงเจี้ยน ทั้งคู่ทำได้แค่หน้าเขียวคล้ำ
"ไอ้หูเดียว จะไปแล้วรึ? ไม่เล่นต่อหน่อยเหรอ?"
ไป๋ล่างลุกจากโต๊ะพนัน มองดูบรรยากาศในบ่อนที่กลับมาเปิดโต๊ะใหม่อย่างรวดเร็ว และนักพนันที่ลืมเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ไปเหมือนเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง สุดท้ายเขาก็เดินเร็วๆ ไปขวางหน้าเฉิงเจี้ยนที่ทำท่าจะพาคนกลับ
"ไป๋ล่าง แกหมายความว่ายังไง?"
"คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป? เห็นตัวเองสำคัญขนาดนั้นเชียว?"
"ที่นี่เปิดประตูทำมาหากิน จะไม่ให้คนออกหรือไง?" เฉิงเจี้ยนกดความโกรธไว้ ตอนนี้เขาได้ยินคำว่า "ไอ้หูเดียว" สามคำนี้แล้วอยากจะฆ่าไป๋ล่างให้ตายคามือ แต่ตอนนี้ทำได้แค่คิด
"ไม่ๆๆ ที่นี่ทำมาหากินย่อมเข้าออกได้อิสระ แต่ไอ้หูเดียว เจ้าต้องคิดให้ดีนะ เจ้าเดินออกไปวันนี้ พรุ่งนี้หรือมะรืน ข้าอาจจะพาไอ้หมอนั่นไปเล่นที่โรงเงินที่เจ้าคุมอยู่บ้าง แล้วก็จะเชิญท่านที่ปรึกษาเฉินจากที่ว่าการไปด้วย เหมือนที่เจ้าทำวันนี้ เป็นไง?"
ไป๋ล่างมั่นใจมาก ถ้าสถานการณ์วันนี้ไปเกิดที่โรงเงินของอีกฝ่าย ก็แก้เกมยากเหมือนกัน เว้นแต่จะมีผู้ฝึกปราณนั่งคุม แถมไป๋ล่างบอกว่าพรุ่งนี้หรือมะรืน ใครจะรู้ว่าจริงหรือหลอก? จะให้ผู้ฝึกปราณมานั่งเฝ้าโรงเงินตลอดเวลาหรือ? สำหรับสำนักดาบฝั่งเฉิงเจี้ยนรับภาระนี้ไม่ไหวแน่
"ไป๋ล่าง! แกต้องการอะไรกันแน่?" เฉิงเจี้ยนเหลือบมองจางเลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ และยังไม่ได้ทิ้งเขาไป ในใจพอจะอุ่นใจขึ้นบ้าง ตราบใดที่จางเลี่ยงยังอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวไป๋ล่างจะทำอะไรบ้าๆ ลองฟังดูซิว่าไป๋ล่างจะเอายังไง
ไป๋ล่างหันไปมองจางเลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างเฉิงเจี้ยนพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันกลับมาพูดกับเฉิงเจี้ยน "ในเมื่ออยู่ในโรงเงิน ก็ต้องใช้กฎของโรงเงิน เรามาพนันกันสักตา ทายลูกเต๋าเหมือนกัน เป็นไง?"
"เฮอะ เราพนันกัน? พูดซะดี คงไม่ใช่ให้ข้าพนันกับเจ้ามือของพวกแกหรอกนะ?"
"ถ้าเจ้ากลัว เจ้าก็เป็นคนเขย่า เจ้าทายก่อน เป็นไง?"
พอไป๋ล่างพูดจบ จางอู่ที่อยู่ข้างหลังก็ตกใจ รีบกระซิบเตือน แต่โดนไป๋ล่างยกมือห้าม จางอู่ได้แต่หน้าเสียด้วยความเป็นห่วง
จางอู่รู้ดี แม้จะเป็นเจิ้นถังเหมือนกัน แต่ไป๋ล่างแทบไม่มีวิชาพนันเลย ส่วนเฉิงเจี้ยนเป็นเสือเฒ่าในวงการ ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเจ้ามือทั่วไปเท่าไหร่
แบบนี้ไป๋เจิ้นถังไม่ประมาทไปหน่อยหรือ?
คนที่เป็นห่วงเหมือนจางอู่มีไม่น้อย คนรดูเรื่องสนุกยิ่งตื่นเต้น แม้แต่ยวี๋ผิงสมุห์บัญชีที่อยู่ด้านหลังยังกระซิบกับหลิวเสอ
"ท่านงู ไป๋ล่างกำลังพูดบ้าอะไร? เขาเล่นพนันไม่เป็น ส่วนเฉิงเจี้ยนขึ้นชื่อเรื่องฝีมือพนัน นี่มันเอาสถานการณ์ที่ได้เปรียบไปทิ้งชัดๆ! หาความสำเร็จไม่เจอหาเรื่องซวยใส่ตัวแท้ๆ!"
"หึหึ รอดูก่อน" หลิวเสอกลับนิ่งเฉย ไม่ห้าม และไม่ออกความเห็น แต่เขาไม่เชื่อว่าคนฉลาดอย่างไป๋ล่างที่คิดค้นนิคมอุตสาหกรรมและบัญชี "แกล้งตาย" ได้ จะทำอะไรวู่วาม รอดูกันต่อไป
ในสนาม เฉิงเจี้ยนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกริ่ม "ข้าเขย่า ข้าทายก่อน? เจ้าแน่ใจนะ?"
"ใช่ กล้าไหม?"
"ดี! เดิมพันเท่าไหร่! ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าทั้งวันหรอกนะ"
ไป๋ล่างยิ้ม ชี้ไปที่ปากของเฉิงเจี้ยน แล้วพูดว่า "พนันตาเดียว ไม่พนันเงิน เราพนันลิ้นกัน"
[จบแล้ว]