- หน้าแรก
- ตำหนักเซียนอสูร
- บทที่ 35 - หลิวสายฟ้า
บทที่ 35 - หลิวสายฟ้า
บทที่ 35 - หลิวสายฟ้า
บทที่ 35 - หลิวสายฟ้า
ต้นหลิวอายุร้อยปีแม้จะหายาก แต่เมื่อมันเติบโตอยู่ในลานบ้านของคนอื่น ก็ไม่มีใครสนใจ มันเป็นสมบัติของเจ้าของบ้านเขา จะเลี้ยงต่อหรือจะตัดไปทำฟืนก็สุดแท้แต่เจ้าของ
ดังนั้น ตอนที่ไป๋ล่างโค่นต้นไม้ลงมา จึงไม่มีใครมาห้ามเขา เพียงแต่มีเสียงคนเดินผ่านไปมานอกกำแพงซุบซิบกันเบาๆ สงสัยว่าต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ เก็บไว้ให้ร่มเงาไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดต้องตัดมันทิ้ง
โชคดีที่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ต้นหลิวจึงมีแต่กิ่งก้านแห้งๆ หลังจากที่ไป๋ล่างโค่นมันลง เขาก็ใช้เวลาไม่นานในการตัดเล็มกิ่งก้านเล็กๆ ออกจนหมด เหลือไว้เพียงลำต้นหลักตามที่ผีสาวหลิงอวี้บอกไว้
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดสลัว ไป๋ล่างออกไปหาบะหมี่กากหมูรองท้องที่ร้านแผงลอยริมทาง พอกลับมาถึง เขาก็เห็นผีสาวหลิงอวี้ซึ่งวันนี้ยังไม่ปรากฏตัว ยืนจ้องลำต้นหลิวที่ถูกจัดการจนเรียบร้อยด้วยท่าทางเย็นชา เธอยื่นมือไปสัมผัสลำต้น แต่กลับทะลุผ่านไป ไม่สามารถสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของมันได้
แม้ว่าไป๋ล่างจะเดินเข้าลานบ้าน ปิดประตู และเดินเข้ามาใกล้ๆ ผีสาวหลิงอวี้ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้น ราวกับไม่รับรู้ถึงการมาของเขาเลย
ไป๋ล่างยืนนิ่งๆ อยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง ในสายตาตาสองสีของเขา ผีสาวในชุดกระโปรงยาวสีขาว รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ประกอบกับใบหน้าที่งดงามประณีต ทำให้ไป๋ล่างรู้สึกราวกับกำลังชมภาพวาดที่ดูเยือกเย็น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความงามอันเป็นเอกลักษณ์
ความรู้สึกประหลาดนี้ทำให้ไป๋ล่างยืนตะลึงอยู่ตรงนั้นนานถึงครึ่งถ้วยชา ก่อนจะได้สติกลับมา เขารีบเตือนตัวเองในใจ และเอ่ยปากถาม "ขั้นต่อไปต้องทำอย่างไร"
แต่ผีสาวหลิงอวี้กลับไม่ตอบคำถามของไป๋ล่างตรงๆ แต่ถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าต้นหลิวมีความหมายอย่างไรต่อภูตผี"
ไม่รอให้ไป๋ล่างตอบ หลิงอวี้ก็พูดต่อเอง "ต้นหลิวโดยธรรมชาติแล้วจะดึงดูดไอเย็น มันมีคุณสมบัติที่เข้ากันได้ดีกับภูตผี และยิ่งต้นหลิวมีอายุมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรวบรวมไอเย็นได้มากเท่านั้น ดึงดูดให้ภูตผีมาหยุดพัก หรือแม้กระทั่งกลายเป็นที่หลบภัยตามธรรมชาติของพวกมัน"
"แต่ก็เพราะคุณสมบัติพิเศษนี้ ต้นหลิวอายุร้อยปีส่วนใหญ่จึงมักจะถูกทำลายด้วยคุณสมบัติดึงดูดไอเย็นของมันเอง เมื่อไอเย็นเข้มข้นถึงขีดสุด มันจะทำลายสมดุลหยินหยางของสี่ทิศ และสวรรค์ก็จะส่งอสนีบาตลงทัณฑ์ ใช้พลังหยางสุดขั้วของสายฟ้าเพื่อลบล้างพลังหยินสุดขั้วของต้นหลิว"
"ต้นหลิวอายุร้อยปีเก้าในสิบส่วนจะมลายหายไปภายใต้อสนีบาตทัณฑ์สวรรค์ เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งส่วนที่สามารถทนทานและรอดชีวิตอยู่ได้ แล้วแตกหน่อใหม่ออกมาอีกครั้ง เพียงแต่หลังจากอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์ พลังหยินสุดขั้วของมันก็จะถูกซุกซ่อนไว้ ไม่แผ่ออกมาโจ่งแจ้งอีกต่อไป และต้นหลิวชนิดนี้ถูกเรียกว่า หลิวสายฟ้า แค่จะบอกว่ามันหายากที่สุดในโลกก็ไม่นับว่าเป็นการกล่าวเกินจริง"
ไป๋ล่างฟังแล้วก็รู้สึกทึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่าต้นหลิวจะมีเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้
"ฟังที่เจ้าพูดมา ถ้าอย่างนั้นต้นหลิวต้นนี้ก็คือหลิวสายฟ้าที่หายากที่สุดในโลกน่ะสิ"
"ถูกต้อง เมื่อหลายปีก่อนข้าได้รับบาดเจ็บและหนีมาถึงที่นี่ เดิมทีข้าแค่คิดจะใช้เป็นทางผ่าน แต่ใครจะคิดเล่าว่าจะมาเจอต้นหลิวต้นนี้กำลังเผชิญอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์พอดี หลังจากนั้นข้าก็พบว่ามันไม่ได้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านภายใต้สายฟ้า แต่ยังคงเหลือร่องรอยของชีวิตเอาไว้ ข้าจึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่ รอคอยให้หลิวสายฟ้าต้นใหม่นี้เติบโตขึ้น เจ้าไม่รู้หรอกว่าหลิวสายฟ้าที่เพิ่งเกิดใหม่เช่นนี้มันหายากเพียงใดในโลกภายนอก ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ของข้าในตอนนั้น การที่ได้พบเจอกับวาสนาเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ข้าไม่กล้าคิดฝันมาก่อนเลย"
"น่าเสียดาย แม้ข้าจะรู้วิธีการปรุงยาและใช้ประโยชน์จากหลิวสายฟ้า แต่ข้ากลับบาดเจ็บสาหัสเกินไป พลังของข้าเหลือไม่ถึงหนึ่งในร้อยด้วยซ้ำ จะบอกว่าแค่ประทังชีวิตไปวันๆ ก็ไม่ผิดนัก ข้าไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแก่นกลางของหลิวสายฟ้าได้เลย และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ ทำได้เพียงอาศัยไอเย็นที่หลิวสายฟ้ารวบรวมไว้เพื่อฟื้นตัวอย่างช้าๆ และตอนนี้ หลิวสายฟ้าก็ถูกโค่นลงแล้ว ไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป"
"ไม่ว่าข้าจะฉวยโอกาสนี้ทะยานขึ้นฟ้า หรือทุกอย่างจะสูญเปล่า ขาดทุนยับเยิน"
"ที่ข้าพูดมาทั้งหมดนี้ ก็แค่หวังให้เจ้าเข้าใจว่า เรื่องที่จะทำต่อไปนี้ เจ้าจะต้องตั้งใจฟังและตั้งใจทำอย่างจริงจัง ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย หากวาสนาของข้าต้องหลุดลอยไปเพราะเจ้า ไม่เพียงแต่เจ้าจะไม่ได้เคล็ดวิชาบทต่อไป แต่ข้าจะจดจำเจ้าไว้ และจุดจบเดียวของเจ้าก็คือตายอย่างอนาถ"
"เจ้าเข้าใจหรือไม่"
ไป๋ล่าง "..."
เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ แต่ในใจกลับก่นด่าสาปแช่งไปถึงไหนต่อไหน เคยได้ยินแต่พวกข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานทิ้ง แต่นี่แม่น้ำยังข้ามไม่พ้นเลยด้วยซ้ำ ก็คิดไม่ซื่อเสียแล้ว เมื่อวานยังพูดจาดีๆ หัวเราะคิกคักอยู่เลย วันนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ว่ากันว่าสตรีนั้นแปรเปลี่ยนง่าย ผีสาวตนนี้เปลี่ยนใจเร็วยิ่งกว่าสตรีเสียอีก
ส่วนเรื่องที่จะพูดจาแข็งกร้าวหรือตอบโต้กลับไป ไป๋ล่างไม่ได้ใช้อารมณ์ เขายังไม่มีปัญญาไปทำอะไรอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ทำร้ายไม่ได้ แต่ยังรั้งตัวไว้ไม่ได้ด้วย หากตัวปัญหานี้หนีไปได้ รอจนอาการบาดเจ็บที่เธอพูดถึงดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ไป๋ล่างก็คงนอนไม่เป็นสุขแน่ สู้สงบปากสงบคำรอดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า จะแอบซุ่มก็ต้องซุ่มให้สุด อย่าซุ่มไปอวดดีไป สุดท้ายจะเหลวทั้งสองทาง
เมื่อเห็นไป๋ล่างไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ผีสาวหลิงอวี้ก็ยิ้มออกมา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น ยิ่งเมื่อรวมกับใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างเย็นชา ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจ
"ตอนนี้ ข้าจะบอกวิธีผ่าลำต้นเพื่อเอาแก่นไม้ออกมาให้เจ้า เจ้าต้องจดจำทุกคำพูดให้ชัดเจน เข้าใจหรือไม่"
"อืม" ไป๋ล่างยังคงซุ่มเงียบต่อไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดผีสาวหลิงอวี้ก็อธิบายขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่ไป๋ล่างคิดไว้ในตอนแรกจนจบ
"ถ้าพูดแบบนี้ ข้าก็ใช้ขวานผ่าเลยไม่ได้สินะ"
"แน่นอน"
ไป๋ล่างเบ้ปากเล็กน้อย ดึงดาบสั้นคุณภาพต่ำออกจากเอว แล้วเริ่มผ่าต้นหลิวตามที่หลิงอวี้บอก
ในฐานะที่เคยเป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อน ไป๋ล่างจึงคุ้นเคยกับกระบวนการที่ซับซ้อนและยุ่งยากเป็นอย่างดี หรืออาจจะพูดได้ว่าชินไปแล้ว ประกอบกับฝีมือการใช้ดาบและความสามารถในตอนนี้ การจัดการกับข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงแต่มันยุ่งยากและน่ารำคาญเท่านั้น
ไป๋ล่างรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำงานผ่าตัดที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เขานั่งยองๆ อยู่ข้างลำต้น เริ่มจากเปลือกไม้ แล้วค่อยๆ ลอกโครงสร้างเนื้อไม้ออกทีละนิดตามลายไม้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เขาจึงพบ "แก่นไม้" ที่ผีสาวหลิงอวี้พูดถึง ตรงบริเวณใจกลางค่อนไปทางด้านล่างของลำต้น
"นี่น่ะหรือ แก่นไม้"
ไป๋ล่างมองแท่งปริซึมที่ดูคล้ายหยกสีม่วงตรงหน้า มันยาวประมาณสี่ชุ่น และหนาเท่าข้อมือ ฝังตัวอยู่ในเนื้อไม้ของลำต้น แต่กลับดูไม่เข้ากันกับเนื้อไม้โดยรอบ เมื่อต้องแสงไฟจากโคมสามดวงที่จุดไว้ข้างๆ และแสงจันทร์ มันก็ส่องประกายระยิบระยับ จนทำให้เกิดภาพลวงตาว่าตัวมันเองกำลังเปล่งแสงออกมา
"ถูกต้อง นี่คือแก่นหลิวสายฟ้า วัตถุดิบหลักในการทำร่มไอเย็น ตอนนี้เจ้าทำตามส่วนสุดท้ายที่ข้าบอก ลอกเนื้อไม้ที่อยู่รอบๆ แก่นไม้สามชุ่นออกมา ระวังอย่าให้แก่นไม้เสียหายล่ะ" ผีสาวหลิงอวี้ที่เดิมทีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ตอนนี้เสียงของเธอกลับสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ฟังดูก็รู้ว่าเธอกำลังตื่นเต้นและประหม่าอย่างมาก
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป ไป๋ล่างก็ลอกเนื้อไม้รอบๆ แก่นไม้ออกมาตามคำสั่ง เขายกมันขึ้นมาด้วยสองมือ มันดูเหมือนท่อนไม้ทรงกระบอกที่แกะสลักอย่างงดงาม ตรงกลางฝังด้วยอัญมณีล้ำค่า
"เดี๋ยวข้าจะทำให้เกิดแสงเงาบนเนื้อไม้ของต้นหลิวนี้ เจ้าจงใช้ดาบในมือ รวบรวมประกายดาบของเจ้า วาดตามและแกะสลักลวดลายเหล่านั้น จำไว้ ค่อยๆ ทำทีละนิด ไม่ต้องรีบ แต่ห้ามผิดพลาดแม้แต่กระผีกริ้นเดียว"
หลังจากที่ไป๋ล่างพยักหน้ารับคำ โครงสร้างเส้นสายที่ซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นเป็นภาพเงาบนแผ่นไม้บางๆ ที่เขาตัดและจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
[จบแล้ว]