- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 17 - ท่านลุงรองจอมแสบ!
บทที่ 17 - ท่านลุงรองจอมแสบ!
บทที่ 17 - ท่านลุงรองจอมแสบ!
บทที่ 17 - ท่านลุงรองจอมแสบ!
★★★★★
ผิดคาด บ่ายวันนั้น ลู่เหยาเหยากับหลี่เต้าเสวียนมาเยี่ยมถึงบ้าน พร้อมหิ้วขนมติดมือมาด้วย
และก็เป็นไปตามคาด ฉายา [เก่งจังเลย] บนหัวลู่เหยาเหยา เปลี่ยนเป็น [น่าเสียดายจัง]
ส่วนหลี่เต้าเสวียน จาก [เริ่มดูดีขึ้นมาหน่อยไอ้ลามก] ก็กลายเป็น [ศิษย์น้องผู้โชคร้ายสุดขีด]
"ศิษย์พี่โจว ทำใจดีๆ ไว้นะเจ้าคะ คนปลอดภัยก็ดีถมไปแล้ว" ลู่เหยาเหยาปลอบเสียงอ่อน
หลี่เต้าเสวียนวางกล่องขนมลงบนโต๊ะ หน้าเคร่งขรึม "ไม่แน่ว่าครั้งหน้าถ้าพวกผู้อาวุโสรวบรวมสมุนไพรครบ เปิดสระโลหิตอีกรอบ อาจจะชดเชยให้เจ้าก็ได้"
โจวชิงอยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่า ไอ้โจรนั่นมันโผล่มาหลังจากข้าแช่ไปคืนนึงแล้ว ข้าไม่ได้เสียหายอะไรเลยว้ย
แต่คิดไปคิดมา เงียบไว้ดีกว่า
รางวัลนี้มันล่อเป้าให้คนอิจฉาจะตาย ให้คนสมน้ำหน้าดีกว่าให้คนอิจฉาริษยาเยอะ
โจวชิงเลยแกล้งทำหน้าซึมกะทือ เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก "ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณศิษย์น้องและศิษย์พี่ที่เป็นห่วง"
ลู่เหยาเหยาทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่หลี่เต้าเสวียนเห็นหน้าตาห่อเหี่ยวของโจวชิง ก็สะกิดศิษย์น้องเบาๆ แล้วส่ายหน้า
ลู่เหยาเหยาเข้าใจความหมาย ลุกขึ้นยืน "งั้นพวกข้าไม่กวนแล้ว ท่านพักผ่อนเยอะๆ นะ คิดเสียว่าฟาดเคราะห์ ไม่มีอะไรหรอก"
พอลับหลังทั้งคู่ โจวชิงก็ดีดตัวลุกขึ้น คึกคักทันตาเห็น
เขาเปิดกล่องอาหาร มองดูขนมหน้าตาน่ากินข้างใน แล้วเลียริมฝีปากแผล็บ
เมื่อกี้ได้กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกก็น้ำลายสอแล้ว ดูท่าคงตั้งใจทำมาอย่างดี
ในเมื่อไม่ใช่ศัตรู ขนมนี้คงไม่มียาพิษหรอกมั้ง ว่าแล้วก็จัดการเขมือบอย่างเอร็ดอร่อย
คืนนั้น ขณะที่โจวชิงกำลังดูดซับพลังจากหินวิญญาณระดับสุดยอดพร้อมกับศึกษาคัมภีร์ [หัตถ์มังกรเงิน] จู่ๆ ก็มีเสียงส่งกระแสจิตดังขึ้น
"เจ้าสี่ รีบมาที่ตีนเขาอวี้ชิงด่วน!"
โจวชิงชะงัก รีบเก็บของ ยัดใส่ถุง แล้วเปิดประตูออกไปมองความมืดข้างนอกอย่างงุนงง
ดึกดื่นป่านนี้ ศิษย์พี่สามเรียกไปทำอะไรที่ยอดเขาอวี้ชิง?
ถึงจะสงสัย แต่เขาก็รีบไปตามนัด
ไม่นานเขาก็เห็นคนคนหนึ่งยืนโบกมือหยอยๆ อยู่ที่ตีนเขาอวี้ชิง โจวชิงบังคับกระบี่ร่อนลงไปหา
"คารวะศิษย์พี่โจว!" คนคนนั้นเป็นศิษย์สายในชุดเหลือง มีหนวดเรียวโค้งแปดแฉกอยู่เหนือริมฝีปาก อายุอานามน่าจะสามสิบกว่า
โจวชิงขมวดคิ้ว แต่อีกฝ่ายรีบพูดแทรก "ศิษย์พี่โจว ศิษย์พี่เหยียนรอท่านอยู่ข้างในนานแล้ว ขืนช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์นะขอรับ"
"ไม่ทันการณ์อะไร" โจวชิงยิ่งงงหนัก
ชายคนนั้นส่ายหน้า "ศิษย์น้องก็ไม่ทราบขอรับ ท่านเข้าไปดูเองเถอะ"
พูดจบ เขาก็ล้วงจานค่ายกลออกมาจากอกเสื้อ พอเปิดใช้งาน ม่านพลังป้องกันยามค่ำคืนของยอดเขาอวี้ชิงก็เปิดออกเป็นช่องโหว่เงียบเชียบ
"เชิญศิษย์พี่ตามมาทางนี้!" ชายหนวดงามมุดนำเข้าไปก่อน
โจวชิงมองยอดเขาอวี้ชิงอย่างลังเล บุกรุกที่คนอื่นยามวิกาลมันไม่ดีมั้ง แต่คิดว่าศิษย์พี่สามคงมีเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่งั้นคงไม่รีบร้อนขนาดนี้
เขากัดฟันมุดตามเข้าไป
ทั้งสองลัดเลาะผ่านความมืด หลบเลี่ยงเวรยามชุดแล้วชุดเล่าอย่างชำนาญ
"ถึงแล้วขอรับ!" ชายหนวดแปดแฉกหยุดกึก ชี้ไปที่เรือนพักหลังเดี่ยวตรงหน้า
โจวชิงรีบก้มตัวหลบ กดเสียงต่ำด้วยความตกใจ "ล้อกันเล่นรึเปล่า นี่มันที่พักศิษย์หลัก แถมดูการตกแต่งแล้ว ยังเป็นของศิษย์พี่หญิงคนไหนสักคนด้วย"
ชายหนวดงามทำหน้าจริงจัง "ศิษย์พี่เหยียนอยู่ข้างในจริงๆ ท่านไม่รู้เหรอว่าเขามีหวานใจอยู่ที่นี่"
โจวชิงอ้าปากค้าง นึกภาพหน้าตาเหยียนเสี่ยวหู่ที่วันๆ เอาแต่เฮฮาไร้สาระ แล้วส่ายหน้ารัวๆ
คนอย่างหมอนั่นเนี่ยนะจะมีความรัก
โจวชิงเริ่มระแวง ถอยหลังไปสองก้าว "เจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วศิษย์พี่สามข้าอยู่ที่ไหน"
เสียงส่งกระแสจิตเป็นเสียงศิษย์พี่สามจริงๆ แต่วิธีการมันทะแม่งๆ ชอบกล
ชายหนวดแปดแฉกเห็นท่าทางระวังตัวของโจวชิง ก็หลุดขำออกมา เดาะลิ้นจุ๊ๆ "หลอกไม่ได้แฮะ ฉลาดไม่เบานี่หว่า เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจเจ้า ข้าเลยจัดให้ตามความชอบของเจ้าไงล่ะ"
ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแต่แปลกหูหลุดออกมาจากปากชายหนวดแปดแฉก หน้าโจวชิงก็เปลี่ยนสีทันที
"ใครอยู่ข้างนอก!"
ทันใดนั้น ประตูเรือนพักก็เปิดผัวะ เงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวที่ห่อหุ้มร่างกาย
ผมยาวสยายเปียกชุ่มพาดบ่า หยดน้ำไหลรินลงมาตามเรือนผม สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่โจวชิง
"ศิษย์... ศิษย์พี่สือเจิน!" โจวชิงหน้าซีดเผือด
ครั้งแรกที่เขาไปนั่งฟังบรรยาย ก็เป็นศิษย์พี่สือเจินคนนี้นี่แหละที่เป็นคนสอนวิชา [เกราะวิญญาณไม้คราม]
โจวชิงรีบหันขวับไปมองหาตัวการ แต่ท่านลุงรองจอมสร้างเรื่องหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เขากลืนน้ำลายเอือก
ฉิบหายแล้ว คราวนี้ดินพอกหางหมู แก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้น
ใบหน้างดงามของสือเจินแดงซ่านด้วยความอับอายระคนโกรธจัด ดวงตาราวกับมีไฟลุกโชน
แต่ทว่า วินาทีถัดมา จู่ๆ ขาของโจวชิงก็อ่อนยวบ ล้มลงไปกองกับพื้น ตัวกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง
แขนขาฟาดงวงฟาดงาราวกับโดนผีเข้า
หน้าตาบิดเบี้ยว ตาเหลือกโพลง ป้ากอ้ากว้าง ส่งเสียงครืดคราดในลำคออย่างน่าเวทนา
มุมปากมีฟองน้ำลายสีขาวฟูฟ่องไหลย้อยออกมา ดูน่าสยดสยองพิลึก
สือเจินที่กำลังโกรธจัดถึงกับชะงัก คิ้วขมวดมุ่น ลองเรียกดู "ศิษย์น้องโจว?"
เห็นโจวชิงยังชักกระตุกไม่หยุด นางรีบร่อนลงพื้น มือหนึ่งกระชับผ้าเช็ดตัว อีกมือจับชีพจรโจวชิง แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด
"ชีพจรปั่นป่วนขนาดนี้! ไม่ดีแล้ว เหมือนโดนพิษหรือธาตุไฟเข้าแทรกเลย ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เจ้าขา!"
สือเจินไม่กล้ารอช้า รีบจุดยันต์ขอความช่วยเหลือเรียกอาจารย์ทันที ขืนศิษย์หลักมาตายหน้าบ้านนาง นางคงซวยไม่ใช่น้อย
......
"ตกลงเด็กคนนี้เป็นอะไรกันแน่"
ถงหมิ่น เจ้าของยอดเขาอวี้ชิง มองโม่งสิงเจี่ยนที่เดินออกมาจากห้อง แล้วรีบถาม
โม่งสิงเจี่ยนประสานมือคารวะด้วยความซาบซึ้ง "ต้องขอบคุณศิษย์น้องที่ช่วยชีวิตไว้ทัน และรีบพาส่งกลับยอดเขาเสี่ยวหลิง ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว นอนพักสักวันสองวันก็หาย"
ถงหมิ่นถอนหายใจโล่งอก
จากนั้น โม่งสิงเจี่ยนก็หันไปมองสือเจินที่ยืนหน้าจ๋อยอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มให้ "ไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก เด็กคนนี้มันเป็นโรคละเมอเดินมานานแล้ว แค่นึกไม่ถึงว่าอาการจะหนักขนาดนี้ เจ้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาตกใจหรอก"
สือเจินร้องอ๋อ เคยได้ยินมาว่าห้ามปลุกคนละเมอ ไม่งั้นจะมีอันตรายร้ายแรง ที่แท้ก็เรื่องจริงสินะ
นางรีบประสานมือขอโทษ "อาจารย์อาโม่ ถึงยังไงข้าก็เป็นต้นเหตุ รอเขาหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะมาขอโทษเขาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ"
โม่งสิงเจี่ยนรีบโบกมือ "ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องหรอก แค่อย่าเข้าใจผิดก็พอ"
ในห้องนอน เหยียนเสี่ยวหู่กำลังแนบหูฟังที่หน้าต่างอย่างลุ้นระทึก
ส่วนโจวชิงนั่งอยู่บนเตียงทำหน้าตาปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชะโงกหน้ามามองอย่างระแวดระวัง
"ศิษย์พี่สาม ไปกันหรือยัง" โจวชิงไม่กล้าส่งเสียง ทำมือไม้ส่งสัญญาณถาม
เหยียนเสี่ยวหู่ทำท่าจุ๊ปาก ฟังต่ออีกสักพัก แล้วค่อยถอนหายใจ "อาจารย์ไปส่งแล้ว เจ้าสี่ เจ้านี่มันร้ายจริงๆ!"
[จบแล้ว]