- หน้าแรก
- สุดยอดนักอัญเชิญ
- OS ตอนที่ 115 การปิดล้อมป้อมปราการอะลาบาสเตอร์ PART 3
OS ตอนที่ 115 การปิดล้อมป้อมปราการอะลาบาสเตอร์ PART 3
OS ตอนที่ 115 การปิดล้อมป้อมปราการอะลาบาสเตอร์ PART 3
หัวใจของอีควิน็อกซ์เต้นถี่รัว เขาเกือบถูกยิงจากระยะไกล และสิ่งที่ทำให้เขากังวลยิ่งกว่าคือ อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าควรเล็งเป้ามาที่เขา?
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นแค่ความบังเอิญ แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเขาก็ยังไม่ได้ลดความระมัดระวังลง ในระหว่างนั้น หอกโลหะสีดำหายวับไปพร้อมควันดำ ก่อนจะกลับไปปรากฏในมือของเดธไนท์อีกครั้ง
"ยังไม่มีใครลองตรวจสอบลิชเลยเหรอ?" อีควิน็อกซ์ถามเพื่อนทั้งสามของเขา
"พวกเขาลองกันหมดแล้ว แต่ข้อมูลทุกอย่างล้วนเป็นเครื่องหมายคำถาม"
เพอริดอตกล่าว ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากน้องชายของเธอที่กำลังเปิดดูคลิปของสตรีมเมอร์สายสอดแนมอยู่
"และยังมีพวกนักฆ่าหลายคนพยายามเข้าใกล้มัน แต่ก็ถูกเดธไนท์สังหารในทันที ถึงแม้จะมีบางคนใช้ทักษะตรวจสอบสำเร็จ แต่ผลลัพธ์ก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี"
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนอธิบายต่อ
"เลเวลสูงสุดที่กำหนดไว้สำหรับการบุกครั้งนี้คือเลเวล 90 ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับหีบสมบัติระดับมหากาพย์ ถ้าอิงตามเกณฑ์นั้น เลเวลของมันก็น่าจะอยู่ราว ๆ 120 เพราะทักษะมันจะไม่สามารถตรวจสอบสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลสูงกว่าผู้เล่นเกิน 30 ได้"
"จริง ๆ แล้วเราสามารถตรวจสอบพวกมันได้ ถ้ามีทักษะการตรวจสอบระดับสูงกว่า หรือไม่ก็บรรลุเงื่อนไขบางอย่าง ไว้เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้พวกนายฟังทีหลัง หลังจากเราจัดการกับการป้องกันการปิดล้อมเรียบร้อยแล้ว" อีควิน็อกซ์พูดกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงใจเย็น
"และอีกอย่าง ถ้าฉันเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้ บางทีฉันอาจจะมองเห็นค่าสถานะของอันเดดระดับสูงพวกนั้นก็ได้"
"นายทำได้!?" เพอริดอตตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้เล่นบนกำแพง แต่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น หลังจากนั้น พวกเขาก็หันกลับไปสนใจการปิดล้อมอีกครั้ง
“แล้วนายจะทำได้ยังไง?” เพอริดอตถาม
"มันเป็นวิธีที่ฉันพึ่งจะคิดขึ้นได้น่ะ" อีควิน็อกซ์พึมพำ ก่อนจะรีบใช้ทักษะอัญเชิญอาวุธแห่งจิต - ธนู ทันที
คันธนูปรากฏขึ้นในมือ ขณะที่ถุงมือของเขาสลายหายไป ผู้เล่นที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะสายอาชีพนักอัญเชิญในช่วงนี้กำลังพัฒนาทักษะใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ใช้อาวุธหลากหลายประเภทได้
ทันทีที่คันธนูอยู่ในมือ อีควิน็อกซ์ก็ไม่รอช้า รีบปลดปล่อยทักษะแรกของอาวุธออกไปทันที ลูกศรของเขาทะยานออกไปราวกับอุกกาบาต มุ่งตรงสู่ลิชซึ่งยังคงเรียกฝูงอันเดดออกมาอย่างต่อเนื่อง
ตัดภาพมาที่เบื้องล่างตรงใต้เงาของป้อมปราการ ผู้เล่นหลายคนเริ่มเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากคลื่นอันเดดที่ถาโถมมาไม่หยุด พวกเขาแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจ และแถบพลังกายก็กำลังลดลงเรื่อย ๆ แม้ว่าแถบประสบการณ์จะค่อย ๆ ขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม
ในระหว่างนั้น ทักษะดาวตกของอีควิน็อกซ์พุ่งเข้าใกล้ลิช มันกวาดล้างอันเดดที่ขวางทางด้วยเอฟเฟกต์เจาะเกราะอย่างรุนแรง ทว่าก่อนที่ลูกศรจะสัมผัสร่างของเป้าหมาย ลิชก็ร่ายโล่ทรงกลมสีดำขึ้นมาบล็อกการโจมตีไว้ได้ทัน
ผู้เล่นสายเรนเจอร์ที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างขมวดคิ้วแน่น หลายคนเริ่มครุ่นคิดว่า ถ้าหากทักษะที่มีเอฟเฟกต์เจาะเกราะสามารถโจมตีลิชได้ พวกเขาเองก็น่าจะทำแบบเดียวกันได้เช่นกัน
และนั่นก็นำไปสู่แผนการเพียงหนึ่งเดียวที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน หากจะมีหนทางชนะในศึกนี้ พวกเขาจำเป็นต้องกวาดล้างฝูงอันเดดในสนามรบให้ได้เสียก่อน แล้วฝ่าแนวต้านเข้าไปถึงตัวเดธไนท์กับลิชให้จงได้
ผู้เล่นสายอาชีพประชิดที่ประจำอยู่บนกำแพงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปร่วมรบแนวหน้า ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมสายอาชีพเรนเจอร์ประจำตำแหน่งด้านบนไว้ เพื่อคอยรายงานสถานการณ์โดยรวม เนื่องจากพวกเขามีวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าสายอาชีพอื่น ๆ
"ฉันคิดว่าเราต้องลงไปด้วย เพราะคาถาของฉันมีระยะจำกัด" เลวินคลาวด์กล่าว ขณะที่เพอริดอตและคาบราคานพยักหน้าเห็นด้วย
"เดี๋ยวก่อน! ฉันมีไอเดีย..." อีควิน็อกซ์พูดขึ้น ขณะก้าวเท้าไปที่ขอบกำแพง ท่าทางเหมือนเตรียมจะกระโดดลงไปทุกเมื่อ "ถ้ามันเวิร์กล่ะก็ ฉันน่าจะกวาดอันเดดระดับล่างได้เรียบเลย พวกนายช่วยรออยู่ตรงนี้ และอวยพรให้ฉันด้วยนะ ฉันไปล่ะ บาย"
ไม่ทันที่ใครจะทันตั้งตัว เขาก็กระโดดลงไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
"เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!" เลวินคลาวด์ตะโกนตามหลังเสียงหลง "อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยบอกแผนก่อนได้ไหม พวกเราจะได้รู้ว่านายจะไปทำอะไร!"
"เหลือเชื่อจริง ๆ..." เพอริดอตส่ายหน้า "เขากำลังจะลองอะไรบ้า ๆ อีกแล้ว!"
"หมอนั่นคิดอะไรเพี้ยน ๆ ได้ตลอดนั่นแหละ" คาบราคานถอนหายใจยาว สีหน้าหมดปัญญาเต็มที "บางทีมันก็เละเทะตั้งแต่เริ่ม บางทีก็พังไม่เป็นท่า แล้วก็จบลงด้วยการตายฟรีแบบไม่ได้อะไรเลย... จากนั้น เขาก็จะนั่งงอนอยู่สองสามวัน แล้วก็กลับมาลองอะไรเพี้ยน ๆ อีกเหมือนเดิม"
"ถ้าเขาตาย เขาก็จะฟื้นขึ้นมาอยู่ดี" เลวินคลาวด์กระซิบกับพวกเขา และทั้งสองก็ตกใจกับสิ่งที่พวกเขาได้รู้
"หมายความว่าเขามีทักษะเดียวกับนายงั้นเหรอ?" เพอริดอตกระซิบตอบ
เลวินคลาวด์พยักหน้า
ดวงตาของคาบราคานและเพอริดอตเป็นประกายด้วยความโลภ ขณะที่มองดูอีควิน็อกซ์ลงมาจากกำแพงป้อมปราการ
"ทำไมจู่ ๆ ฉันถึงรู้สึกเสียวสันหลังกันนะ" อีควิน็อกซ์พึมพำ
อีควิน็อกซ์ทักษะปรากฏการณ์ร่างวิญญาณใส่ตัวเอง ก่อนจะใช้ทักษะก้าวพริบตาเพื่อทะยานเข้าสู่แนวหน้าอย่างไม่ลังเล จากนั้น เขาจัดการปล่อยทักษะคลื่นควอนตัมอีกครั้ง โดยเลื่อนจุดศูนย์กลางของทักษะให้ออกไปไกลกว่าเดิมเล็กน้อย
เมื่ออันเดดบางตัวพยายามพุ่งเข้ามาโจมตี แต่กลับทะลุผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้ผล เพราะพวกมันไม่ใช่อันเดดประเภทวิญญาณ จึงไม่สามารถแตะต้องเขาได้เลยในสภาพนี้
"โชคดีชะมัดที่ฉันส่งคันลาออนไปจัดการกับวิญญาณทั้งสิบตนนั่นได้ทัน และไอเดียนี้ก็มาจากเหตุการณ์ในเขาวงกตบิดเบี้ยวล้วน ๆ..."
อีควิน็อกซ์คิดพลางจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของคลื่นควอนตัมที่ยังคงส่งผลต่อสนามรบ
"กระแสวังวน..." เขาพึมพำขณะจุดแสงสีดำกับสีขาวก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ
เป๊ะ
ทันทีที่ดีดนิ้ว เสียงลั่นเบา ๆ ก็ดังขึ้น และหลุมดำก็ปรากฏกลางอากาศห่างออกไปสิบเมตร มันเริ่มดูดกลืนอันเดดทุกตัวในรัศมีใกล้เคียงอย่างกระหาย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางตัวที่อยู่ไกลเกินจะถูกแรงดึงดูดกลืนไปด้วย
"เอาล่ะ... ย้อนเวลา!"
เขาใช้ทักษะกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้า รอยยิ้มที่ดูทั้งอารมณ์ดีและ... หลุดโลกเล็กน้อย
"ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันได้ผลจริง! ฮ่าๆๆๆ!" อีควิน็อกซ์หัวเราะออกมาด้วยความดีใจสุดขีด
"โชคดีที่กระแสวังวนจะเริ่มคูลดาวน์หลังจากที่หลุมดำปรากฏตัว นั่นทำให้ทักษะย้อนเวลาใช้งานกับมันได้... แถมมานาของฉันก็ย้อนกลับมาครบอีกด้วย!"
จากนั้น เขาหรี่ตา จ้องไปยังตำแหน่งเดิมห่างออกไปราวสิบเมตร ก่อนจะร่ายทักษะเดิมอีกครั้ง
"กระแสวังวน!"
แสงสีขาวดำก่อตัวขึ้นอีกครั้งบนฝ่ามือ แล้วลอยขึ้นสู่อากาศ ทันทีที่เขาดีดนิ้ว หลุมดำลูกที่สองก็ปรากฏขึ้น พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งในระยะ
เนื่องจากอีควิน็อกซ์อยู่ห่างจากลิชและเดธไนท์เพียงสี่สิบเมตร เขาจึงมองเห็นภาพทั้งหมดได้อย่างชัดเจน เหล่านักเวทย์โครงกระดูกกับทหารม้าโครงกระดูกต่างพยายามต้านแรงดึงดูดของหลุมดำอย่างสุดกำลัง
ลิชเองก็มองตรงมาที่เขาด้วยแววตาเกรี้ยวกราด แสงในเบ้าตาของมันสั่นไหวและริบหรี่ ราวกับพลังเวทย์ในตัวกำลังสั่นคลอน ขณะเดียวกัน มันก็ยังจ้องเขม็งไปยังหลุมดำด้วยสายตาเคียดแค้นอย่างไม่ลดละ
เพื่อนทั้งสามของอีควิน็อกซ์บนกำแพงป้อมปราการได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พวกเขาได้รับค่าประสบการณ์ เมื่อพวกเขาเห็นกระแสวังวนสองแห่งในสนามรบ คาบราคานและเพอริดอตก็มีสีหน้าตกใจ ขณะที่เลวินคลาวด์มีสีหน้าหมดหนทาง
"นั่นต้องเป็นแผนของเขาแน่ ๆ" เลวินคลาวด์พึมพำพลางส่ายหัว แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน
อีควิน็อกซ์ยิ้มกว้าง เมื่อแผนเฉพาะหน้าของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาหันไปจับจ้องลิชกับเดธไนท์ซึ่งยังคงพยายามต้านทานแรงดึงของหลุมดำอยู่
ทันใดนั้น ลิชชี้นิ้วกระดูกมาทางเขา พร้อมกล่าวด้วยเสียงเย็นยะเยือกชวนขนลุก
"ดัชนีมรณะ..."
แสงสายฟ้าสีดำพุ่งออกจากปลายนิ้วของมันตรงมายังอีควิน็อกซ์ เขาพยายามเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่สายฟ้ากลับมีลักษณะคล้ายเวทย์ติดตาม เขารีบกางปีกบินขึ้นไปในอากาศ แต่สายฟ้าสีดำนั้นไล่ตามเขาอย่างดุร้าย ราวกับงูอาฆาตที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อให้หลุดมือ
ในที่สุด มันก็พุ่งเข้าปะทะร่างของเขา
ผู้เล่นคนอื่นที่เฝ้าดูจากระยะไกล เห็นเพียงแค่ลิชร่ายเวทย์แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเป้าหมาย พวกเขาจึงพากันเข้าใจว่าอีควิน็อกซ์คงใช้ทักษะป้องกันบางอย่างต้านไว้ได้
[คุณได้รับความเสียหายเวทย์ 3, 348 หน่วย ความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเนื่องจากคุณอยู่ในร่างวิญญาณ คุณได้รับความเสียหายเวท 6,696 หน่วย]
[คุณตายแล้ว]
[สมาชิกปาร์ตี้ของคุณ อีควิน็อกซ์ เสียชีวิตแล้ว]
"บอกแล้วไงว่าเขาต้องตายแน่" คาบราคานพูดเสียงเรียบ ราวกับเรื่องทั้งหมดมันถูกลิขิตไว้แล้ว
"อย่างน้อย... แผนของเขาก็ใช้ได้ผลล่ะนะ" เพอริดอตเสริมขึ้น ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ อย่างจนคำจะพูด
...
ในขณะเดียวกันที่สำนักงานใหญ่แอตลาส...
ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ ทีมงานแต่ละคนต่างกำลังง่วนอยู่กับหน้าที่ของตนเอง ท่ามกลางเสียงแป้นพิมพ์และหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
แต่มีพนักงานคนหนึ่งที่ดูจะแตกต่างออกไป เขานั่งเฝ้าหน้าจออย่างใจจดใจจ่อ ตาจับจ้องอยู่กับภาพการรับมือกับการบุกโจมตีของเอเดรียน มือข้างหนึ่งถือกล่องป๊อปคอร์นแน่น พลางหยิบเข้าปากด้วยความตื่นเต้น ราวกับกำลังชมภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์อยู่ตรงหน้า
"โอ้! เขาคิดได้ยังไงเนี่ย ใช้ทักษะแบบนั้นได้ด้วยเหรอ? แถมยังมีผลลัพธ์แบบนั้นด้วยสุดยอดไปเลย" พนักงานคนนั้นอุทานขึ้น ขณะดูภาพการต่อสู้ของเอเดรียน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมัน เนื่องจากไม่ทันได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในเขาวงกตบิดเบี้ยวมาก่อน
"สนุกมากใช่มั้ยล่ะ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังทันที
"ใช่ ฉันชอบผู้เล่นที่รู้จักประยุกต์ใช้ทักษะของตัวเองแบบสร้างสรรค์จริง ๆ" เขาตอบไปตามตรง... ก่อนจะรู้ตัวว่าเสียงเมื่อครู่เป็นของใคร
"พูดต่อสิ ฉันสามารถอยู่ทั้งวันเพื่อฟังคุณคนเดียวได้เลยนะ" เสียงนั้นยังคงเรียบ แต่แฝงแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
"ผะ... ผู้อำนวยการ! มีอะไรรึเปล่าครับ? รับป๊อปคอร์นเพิ่มหน่อยมั้ยครับ?" เขาพูดพร้อมกับหมุนเก้าอี้หันไปทางผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาอย่างช้า ๆ
"ฉันรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่คุณอาสามาทำงานในช่วงสุดสัปดาห์ของเรา ขอเสียงปรบมือให้จอห์น สำหรับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อันไม่มีที่สิ้นสุดของเขาด้วย" ผู้อำนวยการประกาศเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยนัยบางอย่าง
แล้วเขาก็โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูจอห์นเบา ๆ
"อย่าลืมส่งคลิปนั้นให้ทีมวางแผนประเมินด้วย... ฉันว่าทักษะนั่นมันออกจะโกงไปสักหน่อย"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปประชุมกับคณะกรรมการ ทิ้งให้จอห์นนั่งทรุดอยู่บนเก้าอี้อย่างหมดแรง