- หน้าแรก
- สุดยอดนักอัญเชิญ
- OS ตอนที่ 95 คริสโตบัล PART 2
OS ตอนที่ 95 คริสโตบัล PART 2
OS ตอนที่ 95 คริสโตบัล PART 2
อีควิน็อกซ์มองผู้มาเยือนสองคนที่เขามีอยู่และรู้สึกตกใจ เพราะพวกเขามีเลเวลที่สูงกว่าเขา เด็กสาวดูอายุประมาณ 8 หรือ 9 ขวบ และถือตุ๊กตาสิงโตสีแดง ซึ่งแผงคอของมันดูลูกโชนราวกับกำลังลุกไหม้
เธอสวมชุดสีขาวที่ออกแบบตามแบบฝรั่งเศสในศตวรรษเก่า ชุดนั้นมีลวดลายสวยงามที่เน้นผมสีน้ำตาลและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอ เธอดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อยน่ารัก แต่สิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่นคือหมวกสีแดงที่เธอสวมอยู่
‘เธอชอบหมวกแดงมากขนาดนั้นเลยเหรอถึงแต่งตัวแบบนี้’ อีควิน็อกซ์คิด
จากนั้น อีควิน็อกซ์ก็มองไปที่ผู้มาเยือนอีกคน และพบว่าเป็นผู้ชายที่อาจจะอายุราว ๆ 30 กว่า ๆ ชายคนนั้นสวมชุดกิโมโนสีขาว และสวมทับด้วยเสื้อคลุมคามิชิโมะสีน้ำเงินที่มีลวดลายเมฆอยู่ด้านล่าง ชายคนนั้นมีผม และดวงตาสีดำพร้อมรวบผมหางม้า เขามีดาบคมเดียว และฝักดาบ ซึ่งมันมีลวดลายเมฆพร้อมมังกรพันอยู่
“เขาคงเป็นพ่อของเด็กผู้หญิงคนนั้น แต่เอาจริง ๆ แล้วชุดของพวกเขาก็ดูตัดกันมากเลยนะ คนหนึ่งมีสไตล์ยุโรปโบราณ ในขณะที่อีกคนมีสไตล์ญี่ปุ่น”
อีควิน็อกซ์คิดกับตัวเองในขณะที่เขาหันไปมองเสื้อผ้าของตัวเองแล้วพูดว่า “ฉันเองก็ควรจะหาเสื้อผ้าแฟชั่นมาใส่บ้างเหมือนกัน”
“พ่อจ๋า จัดการบอสพื้นที่ทั่วไปให้หนูหน่อย ส่วนหนูจะจัดการลูกน้องของมันเอง!”
เด็กสาวตะโกนออกมาอย่างมั่นใจ ราวกับแน่ใจเต็มที่ว่าเธอสามารถจัดการกับลูกสมุนที่ถูกเรียกออกมาจากคำสาปแห่งราธได้ ซึ่งลูกสมุนที่ว่านั้น... ก็คืออีควิน็อกซ์และซิริอุสนั่นเอง
“ได้เลย ลูกพ่อ ไปจัดการพวกมันเลย!” ชายคนนั้นพูด
อีควิน็อกซ์มองไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งเพื่อดูชื่อของเธออย่างชัดเจน เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเห็นแค่ราง ๆ เท่านั้น
==
ชื่อ: โซเลย์
ระดับ: 71
อาชีพ: นักเวทย์ไฟ
==
เด็กหญิงตัวน้อยชื่อโซเลย์เป็นนักเวทย์ไฟ และมีเลเวลสูงกว่าอีควิน็อกซ์ถึง 19 เลเวล แต่เขาเชื่อว่าเขาจะไม่แพ้เด็กหญิงคนนี้ เพราะเขาเชื่อว่าเขามีค่าสถานะเท่ากับคนที่มีเลเวลสูงกว่าเขา 30 เลเวล
เพื่อความั่นใจ เขาจึงดูค่าสถานะของตัวเองอีกครั้ง
==
ชื่อ: อีควิน็อกซ์
เผ่าพันธุ์: เดมอส (ลูกครึ่งแอสโมเดียน)
สายพันธุ์: เนเธอรอส (ปีศาจชั้นเยี่ยม)
ฉายา: ผู้กล้าแห่งเทพเจ้าคู่แฝด, นักฆ่าอันเดด, (กดขยาย)
อาชีพ: นักอัญเชิญวิญญาณ (สืบทอดนักอัญเชิญโอเมก้า)
อาชีพรอง: อาลักษณ์ (ฝึกหัด)
เลเวล: 52
ค่าประสบการณ์: 83.4 / 100%
HP: 3470 / 4000
MP: 593 / 2200
VIT: 170 + 5
STR: 195 + 25
INT: 195 + 20
AGI: 170 + 10
DEX: 165 + 15
END: 163
==
อีควิน็อกซ์แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่าย แม้ว่าเขาจะมองเห็นได้ชัดเจนจากค่าสถานะที่สูงกว่า
นอกจากนี้ เขายังไม่ได้ใช้แก่นแท้หรือเกจเนเธอร์ในการเสริมพลังเลย ทำให้ไพ่ตายของเขายังคงถูกเก็บไว้
แม้จะมีศักยภาพในการจบศึกได้ทันที แต่อีควิน็อกซ์กลับไม่เร่งรีบที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นด้วยกันนัก เขาไม่อยาก PK พวกเขา เพียงเพราะความเข้าใจผิดที่คิดว่าเขาเป็นมอนสเตอร์
‘สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าตอนนี้คือ... ทำไมพวกเขาถึงมองเห็นฉันได้ในร่างวิญญาณกันล่ะ? ผู้เล่นทั่วไปไม่ควรจะมองเห็นพวกเราเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกเขาถึงเห็นได้?’ อีควิน็อกซ์คิด
‘นี่ไม่ใช่เวลาที่จะคิด ฉันควรหนีไปก่อน เพราะพวกเขากำลังตามล่าบอสพื้นที่ทั่วไป’
อีควิน็อกซ์ครุ่นคิดพลางส่งสัญญาณไปยังสัตว์อัญเชิญอีกสองตัว รวมถึงซิริอุส ให้ตามเขาไปทันที
โซเลย์ เด็กหญิงตัวน้อยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะลูกสมุนก็หายไปในขณะที่เธอกำลังร่ายมนตร์ เธอพยายามยิงลูกไฟแบบสุ่ม แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ซึ่งหมายความว่าเป้าหมายของเธอไม่อยู่ในบริเวณนั้นอีกต่อไปแบ้ว
เธอขมวดคิ้วและโวยวายเล็กน้อยก่อนจะกลับไปหาพ่อของเธอที่กำลังต่อสู้กับเรธต้องสาป
อีควิน็อกซ์ปรากฏตัวอีกครั้งบนหน้าผาสูงชัน เขาหันไปสั่งคันลาออนกับเซน่าให้รีบขึ้นไปสำรวจบนพื้นที่สูงทันที เพราะมีผู้มาเยือนที่ไม่คาดคิดปรากฏตัว และอาจเปิดฉากโจมตีโดยไม่ให้ตั้งตัว หากเขาตกอยู่ในอันตราย
อีควิน็อกซ์กกับซิริอุสไม่ได้อยู่ในร่างวิญญาณอีกต่อไปแล้ว แต่เพียงเฝ้าสังเกตสถานการณ์จากระยะไกล ที่นั่นเขาเห็นว่าพ่อของเด็กหญิงใช้รูปแบบการโจมตีแบบชักดาบเข้าออกอย่างรวดเร็วตามปกติ เขามองไปที่ชื่อของชายคนนั้น เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน
==
ชื่อ: วายู
เลเวล: 71
อาชีพ: นักดาบวายุ
==
วายูเก็บดาบเข้าฝักอย่างสงบนิ่ง ขณะสายลมเย็นเฉียดผ่านฝักดาบของเขา แล้วในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาชักดาบออกด้วยความเร็วสูงจนแม้แต่อีควิน็อกซ์ยังตามไม่ทันสายตา การโจมตีนั้นฟันฝ่าอากาศอย่างแม่นยำ พุ่งเข้าใส่เรธต้องสาปจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แถมมันยังเป็นการโจมตีแบบคริติคอลด้วย
‘ไม่มีทาง! เป็นไปได้ยังไง!’
อีควิน็อกซ์คิดในใจพลางขมวดคิ้ว เขารู้ดีว่าการโจมตีทางกายภาพแทบไม่มีผลต่อศัตรูประเภทวิญญาณ และเขาไม่เชื่อสายตาตัวเองนักว่าเรธต้องสาปเมื่อครู่จะได้รับความเสียหายจริง ๆ เขาจึงตรวจสอบมันอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อยืนยันสิ่งที่เขาเห็น
==
ชื่อ: เรธต้องสาป
เลเวล: 65
HP: 184,730 / 200,000
MP: 100,000 / 100,000
คำอธิบาย: สิ่งมีชีวิตอมตะตนนี้ คือภาพสะท้อนของวิญญาณผู้เพิ่งเสียชีวิต ที่กลับคืนสู่โลกด้วยพันธะที่ยังไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้กลับมาโดยเจตจำนงของตนเอง แต่ถูกบิดเบือนโดยเวทมนตร์ของวอร์ล็อคผู้บ้าคลั่ง วิญญาณที่ควรจะได้พักผ่อนกลับถูกบังคับให้เร่ร่อนชั่วนิรันดร์ ถูกสาปให้ไม่มีวันได้ไปสู่โลกหลังความตาย แม้ร่างจะถูกสังหารไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม ซึ่งภาชนะต้องคำสาปถูกฝังลึกลงไปในหุบเขาคริสโตบัล
==
อีควิน็อกซ์ยังคงใช้เนตรปีศาจสีครามของเขาเฝ้าสังเกตการต่อสู้อย่างใกล้ชิด ขณะที่วายูยังคงเคลื่อนไหวว่องไว หลบหลีกกรงเล็บของเรธต้องสาปอย่างคล่องแคล่ว และนั่นเอง... เขาก็เริ่มเข้าใจเหตุผลว่าทำไมการโจมตีของวายูถึงได้ผลกับมอนสเตอร์ประเภทวิญญาณที่ปกติแล้วจะต้านทานการโจมตีทางกายภาพ
สายลมที่หมุนวนรอบตัววายูเริ่มเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ เมื่ออีควิน็อกซ์เพ่งมอง และเห็นลมกระโชกพัดพาสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่สูงเพียงสามนิ้วลอยไปพร้อมกัน อีควิน็อกซ์รีบใช้พลังเพื่อระบุชนิดของพวกมัน และสิ่งที่เขาพบก็ทำให้เขาเบิกตากว้าง…
==
ชื่อ: วิญญาณธาตุลมชั้นต่ำ
คำอธิบาย: วิญญาณแห่งสายลมเหล่านี้เพิ่งถือกำเนิดขึ้น จึงยังคงมีนิสัยซุกซนตามธรรมชาติของพวกมัน บ่อยครั้งที่พวกมันหยอกล้อมนุษย์โดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อลมพัดกระโปรงปลิว หรือผ้าซักปลิวหายไปอย่างไร้ทิศทาง อาจเป็นเพราะวิญญาณแห่งสายลมกำลังเล่นสนุกอยู่ก็เป็นได้
แม้จะดูขี้เล่น แต่วิญญาณแห่งสายลมก็มีบทบาทสำคัญต่อสมดุลของโลก พวกมันคือผู้รักษาระเบียบของธาตุ และดูแลการไหลเวียนของพลังธรรมชาติ หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น ผู้คนมักเชื่อว่าเป็นเพราะวิญญาณแห่งสายลมโกรธเกรี้ยว
==
นี่เป็นครั้งแรกที่อีควิน็อกซ์ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีทั้งระดับเลเวล และค่าพลังชีวิต เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับการค้นพบใหม่นี้
สิ่งที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พลังธาตุเหล่านี้ดูเหมือนจะมีลักษณะเฉพาะตัว มักถูกเรียกขานด้วยชื่อที่ไม่ธรรมดา และดูเหมือนจะเป็นวิญญาณแห่งธรรมชาติ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็เริ่มเข้าใจ มันสมเหตุสมผลแล้วที่ผู้เล่นทั้งสองคนที่เขาเพิ่งพบจะสามารถมองเห็นเขาในร่างวิญญาณได้ บางทีพวกเขาอาจได้รับทักษะเฉพาะทางที่เปิดการมองเห็นวิญญาณธรรมชาติ หรือสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ในมิติที่ล้ำลึกเกินกว่าการรับรู้ของมนุษย์ทั่วไป
กลับมาที่การต่อสู้ วายูหลบการโจมตีของบอสพื้นที่ทั่วไปอย่างชำนาญ เขาจะฟันแขนของบอสมอนสเตอร์ทุกครั้งที่มีโอกาส เขาลดพลังชีวิตของมันด้วยวิธีนี้
ขณะที่เขากำลังได้เปรียบ จู่ ๆ เรธต้องสาปส่งเสียงกรีดร้องออกมา และทันใดนั้นเขาก็ถูกพันธนาการด้วยโซ่ เขาขยับเท้าไม่ได้เลยในขณะที่เขาถูกตรึงอยู่กับที่
กรงเล็บของเรธต้องสาปกำลังจะเสียบทะลุร่างของวายู แต่ในวินาทีนั้นเอง ลมหมุนอันร้อนแรงที่เกิดจากเปลวเพลิงก็พัดกระหน่ำเข้าปะทะร่างของมันอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของมันแหลมสูงจนทำให้รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก
พายุเพลิงนั้นสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพลังชีวิตของเรธต้องสาป ทว่าก็ยังไม่มากพอที่จะหยุดมันได้อย่างสมบูรณ์ มันยังคงคำรามอย่างเดือดดาล ก่อนจะเหวี่ยงกรงเล็บเข้าใส่โซเลย์อย่างจัง การโจมตีของมันทำให้พลังชีวิตของเด็กหญิงลดลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงครึ่งเดียว ก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะเธอเป็นนักเวท ผู้ที่มีค่าป้องกันต่ำโดยธรรมชาติ
โซ่ที่พันกันวายูยังคงมีผลอยู่และไม่มีทีท่าว่าจะคลายออก อีควิน็อกซ์ที่เห็นสิ่งนี้สามารถเห็นได้ว่ามานาของเรธต้องสาปกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าโซ่เหล่านั้นอาจเป็นทักษะใช้งานต่อเนื่อง ซึ่งตราบใดที่มันอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มันสามารถดักจับศัตรูได้หนึ่งตัวตราบเท่าที่มันมีมานาอยู่
อีควิน็อกซ์ไม่อยากทำตัวหยาบคายด้วยการแย่งบอสจากพวกเขา และ อีกฝ่ายก็ต้องการจัดการมัน เพื่อบรรลุเงื่อนไขบางอย่างในภารกิจที่พวกเขาได้รับมา
อีควิน็อกซ์ที่เฝ้าสังเกตพ่อลูกคู่นี้ รู้ทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่เกมเมอร์มืออาชีพ และเพิ่งเริ่มเล่นได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะมีทักษะด้านดาบบ้าง อาจเป็นเพราะเคยฝึกเคนโด้หรือศิลปะการต่อสู้ประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ก็แค่นั้นยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับศัตรูที่อาจเคลื่อนไหวแบบที่คาดไม่ถึงได้
ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยยังคงแสดงท่าทีราวกับซูเปอร์ฮีโร่ที่ออกมาจากในหนัง เธอประกาศโจมตีอย่างเปิดเผย โดยไม่ตระหนักเลยว่า... สิ่งสุดท้ายที่เธอทำ คือการดึงดูดความสนใจจากบอสมอนสเตอร์เข้าเต็ม ๆ
“ฉันทนดูไม่ไหวแล้ว ฉันต้องไปช่วยพวกเขา”
อีควิน็อกซ์กล่าวพลางใช้ทักษะก้าวพริบตา พุ่งเข้าประชิดเรธต้องสาปอย่างรวดเร็วและไม่ลังเล ขณะที่เหล่าสัตว์อัญเชิญที่ตามมา ก็เร่งฝีเท้าติดตามอย่างไม่ยอมทิ้งระยะห่างเช่นกัน
ตัดภาพมาที่สนามรบ เรธต้องสาปกำลังพุ่งโจมตีโซเลย์ ดวงตาของเด็กหญิงเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มือซีดเย็นของบอสมอนสเตอร์กลับเคลื่อนไหวช้าลง ก่อนที่เสียงระเบิดจะก้องกังวานขึ้นบริเวณศีรษะของมัน เปลวไฟลุกโชนพุ่งกระจายออกไป
เรธต้องสาปรีบหันขวับไปทางต้นตอของการโจมตีทันที และสิ่งที่มันเห็นก็คืออีควิน็อกซ์ ผู้เพิ่งร่ายทักษะ โครโนแลค ผสานกับ ระเบิดควอนตัม ส่งผลให้ใบหน้าของมันถูกอาบด้วยเปลวเพลิงอย่างจัง