- หน้าแรก
- สุดยอดนักอัญเชิญ
- OS ตอนที่ 80 กลับสู่ที่ราบพาราด็อกซ์
OS ตอนที่ 80 กลับสู่ที่ราบพาราด็อกซ์
OS ตอนที่ 80 กลับสู่ที่ราบพาราด็อกซ์
อีควิน็อกซ์ยืนนิ่งรอให้นักโทษสงบสติอารมณ์เสียก่อนที่จะไขกุญแจกรง แม้ว่าเขาจะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่การตั้งท่าของเขากลับทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
นักโทษทุกคนต่างจับจ้องเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังและหวาดกลัว ดวงตาของพวกเธอสะท้อนความกลัวในสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พวกเธอต่างกลัวว่าปีศาจตรงหน้าจะจับพวกเธอไปเป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงของเขา
อีควิน็อกซ์ถอนหายใจ เมื่อเขาตระหนักว่าเขาก็คงจะกลัวเหมือนกัน ถ้าตัวเองเจอสถานการณ์เดียวกับพวกเธอ เขาจึงคิดจะเปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเปิดใช้งานทักษะเสน่ห์อีกครั้ง เขาก็ตระหนักได้ว่าอาจจะเป็นผลเสียต่อเผ่าพันธุ์ของเขา เพราะหากพวกมนุษย์รู้ว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเขาสามารถเปลี่ยนรูปร่างเพื่อหลอกลวงสายตาของมนุษย์ได้ มันอาจทำให้ความไว้วางใจระหว่างเผ่าพันธุ์และมนุษย์ลดลง และทำให้เกิดปัญหาที่เขายังไม่พร้อมเผชิญหน้า
ด้วยเหตุนี้ อีควิน็อกซ์จึงตัดสินใจไม่รอให้นักโทษคนอื่น ๆ สงบสติลง เขาจะไขกุญแจกรงที่ขังพวกเธอออกเดี๋ยวนี้เลย
เมื่อเขาตรวจสอบกุญแจกรง เขาก็พบว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเปิดอยู่บนมันอยู่ด้วย
==
ชื่อ: กุญแจทั่วไป
ระดับ: ทั่วไป
คำอธิบาย: กุญแจเหล็กที่ช่างตีเหล็กมือใหม่ทุกคนสามารถตีขึ้นได้ ทำจากโลหะผสมหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ต้องใช้ลูกกุญแจเฉพาะหรือลูกกุญแจหลักในการเปิด การจะทำลายมันโดยใช้กำลัง จำเป็นต้องมีค่าพละกำลังอย่างน้อย 100 แต้ม
==
เนื่องจากค่าพละกำลังของอีควิน็อกซ์เกินร้อยแล้ว เขาจึงทำลายกุญแจด้วยมือเปล่าอย่างไม่ยากเย็น ซึ่งทำให้บรรดานักโทษที่ถูกขังอยู่ในกรงเกิดหวาดผวา บางคนเริ่มคุกเข่าลง และบางคนก็ร้องไห้เพื่อขอชีวิต
เนื่องจากปฏิกิริยาของพวกเธอ อีควิน็อกซ์จึงขมวดคิ้ว แต่เมื่อมองดูสายตาที่พวกเธอมองมา พวกเธอคงคิดว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สามารถฆ่าพวกเธอได้ด้วยมือเปล่า เขาจึงตัดสินใจสั่งการพวกเธออย่างเด็ดขาด แทนที่จะพูดกับพวกเธอด้วยท่าทีเป็นมิตร
“พวกคุณไปตามทางที่อยู่ตรงด้านหลังของฉันก็จะเจอทางออก เมื่อออกไปอีกไม่กี่นาที พวกคุณจะเจอถนนสายหลัก ซึ่งใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการไปถึงเมืองที่ใกล้ที่สุด”
เมื่ออีควิน็อกซ์พูดจบ เหล่านักโทษก็เริ่มขอบคุณเขา แต่ยังคงมีความกลัวในดวงตาของพวกเธอ เพราะบางคนคิดว่าปีศาจกำลังล่อลวงด้วยคำหวาน ก่อนที่จะฆ่าพวกเธอทั้งหมด
แม้ว่าอีควิน็อกซ์จะบอกให้พวกเธอสามารถออกไปเลย แต่ในบรรดานักโทษก็ยังยืนนิ่งไปขยับเขยื้อนไปไหน เพราะกลัวว่าผู้ที่ออกไปจะถูกสังหาร หรือกลายเป็นเหยื่อล่อของปีศาจ
อีควิน็อกซ์ทำได้เพียงถอนหายใจ เพราะเขาสามารถอ่านใบหน้าของนักโทษได้ และสามารถเดาการตัดสินใจของพวกเธอได้คร่าว ๆ
และตัวเขาเองก็จะออกไปจากที่นี่เช่นกัน เนื่องจากเขาได้ปล้นสะดมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว และค่ายทหารโดยรอบก็ถูกทำลายล้างเพราะหลุมดำที่ทักษะของเขาสร้างขึ้น สิ่งเดียวที่ยังอยู่ก็คือวัตถุหนัก ๆ เช่น ก้อนโลหะ และกรงเหล็กที่ใช้ขังพวกนักโทษ
อีควิน็อกซ์ตัดสินใจบอกลาพวกเธอเป็นอันดับแรก ก่อนจะเดินไปออกไป หลังจากที่เขาเดินไปได้ประมาณ 30 เมตร จู่ ๆ มีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าของเขา
[คุณได้เคลียร์ภารกิจลับ ‘ช่วยเหลือนักโทษ’ ในรังลับของค่ายก็อบลินที่ราบสูงธรอลสำเร็จ]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 100%]
[ด้วยตัวคูณค่าประสบการณ์ของคุณ คุณได้รับค่าประสบการณ์ 300%]
[แจ้งเตือนผู้เล่น: อีควิน็อกซ์เลเวลอัป ซิริอุสเลเวลอัป คันลาออนเลเวลอัป เซน่าเลเวลอัป]
ด้วยค่าประสบการณ์อันมหาศาลที่ได้รับ อีควิน็อกซ์เลเวลอัปถึงสามครั้ง ทำให้เลเวลของเขาในตอนนี้อยู่ที่ 51 ขณะที่พวกเด็ก ๆ ก็เลเวลอัปกันทีเดียวสามครั้งเช่นกัน
อีควิน็อกซ์รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับรางวัลที่ไม่คาดคิด ไม่แปลกใจเลยที่ดันเจี้ยนแห่งนี้จะมีนักโทษอยู่ เพราะบางทีมันอาจเป็นภารกิจลับที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับผู้ที่สามารถผ่านดันเจี้ยนได้สำเร็จ หากพวกเขาสังเกต และมีความสามารถเพียงพอ
เมื่ออ่านข่อความแจ้งเตือนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว อีควิน็อกซ์ก็ฉีกม้วนกระดาษเทเลพอร์ตที่นำไปสู่ที่ราบพาราด็อกซ์ เพราะเขาน่าจะสามารถภารกิจใหม่จากอัสคาลอร์ได้แล้ว
อีควิน็อกซ์ไม่รู้เลยว่าการช่วยชีวิตนักโทษจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในประเทศแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีนักโทษคนหนึ่งเป็นลูกสาวของขุนนางที่หายตัวไป
หากอีควิน็อกซ์ไม่ได้ทำลายสถานที่แห่งนี้ด้วยทักษะกระแสวังวน บางทีเขาอาจสังเกตเห็นกองชุดเกราะ และอาวุธที่ประทับตราสัญลักษณ์ของขุนนาง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ได้ข้อสรุปว่าการเดินจากไปคือทางเลือกเดียวที่เขาทำได้ เพราะเหล่านักโทษยังคงหวาดกลัวเขาเกินกว่าจะเข้าใกล้
...
อีควิน็อกซ์และเหล่าสัตว์อัญเชิญถูกเทเลพอร์ตกลับไปยังที่ราบพาราด็อกซ์
อีควิน็อกซ์ยังคงรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มายังสถานที่แห่งนี้ ที่ราบพาราด็อกซ์ให้บรรยากาศลึกลับและน่าค้นหา ท้องฟ้าเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ราวกับกำลังจ้องมองเข้าไปในจักรวาลโดยตรง บ้านเรือนสร้างจากคริสตัลที่ดูดซับแสง ซึ่งก่อให้เกิดเอฟเฟกต์คล้ายดวงดาวร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า เปล่งประกายระยิบระยับและสะท้อนความงดงามไปทั่วบริเวณโดยรอบ
อีควิน็อกซ์ควรจะตรงไปที่ที่พักของอัสคาลอร์เป็นลำดับแรก แต่ทว่าเขาเห็นว่ายาเพิ่มพลังชีวิตกับมานากำลังจะหมดลง ดังนั้นเขาจึงมุ่งหน้าไปที่ร้านของจีอันนาก่อน
เนื่องจากการอัปเดตแพตช์ล่าสุด สูตรยาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ก่อนหน้านี้ ยาฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาของผู้เล่นเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ ระบบดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ยาฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาจะฟื้นฟูค่าพลังแบบตายตัวแทนที่จะเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนก่อน
สาเหตุที่ผู้พัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบนี้เป็นเพราะปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมากที่มีเลเวลเกินหลักร้อย ทำให้การฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ส่งผลกระทบต่อสมดุลของเกม
ในตอนแรกที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันสร้างความตึงเครียดอย่างมากระหว่างผู้เล่นและผู้พัฒนา เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่หลายคนไม่คาดคิด แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของผู้พัฒนา มันกลับทำให้หลายคนเริ่มเข้าใจ และเห็นว่าเหตุผลที่นำเสนอมีความสมเหตุสมผล
"เราได้ทำการอัปเดตยาฟื้นฟู เนื่องจากเราได้ข้อสรุปว่ามีการพึ่งพายาเป็นปัจจัยหลักในการเอาชนะการต่อสู้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสมดุลของเกม
เราหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รวมถึงการเพิ่มสูตรยาใหม่ ๆ จะกระตุ้นให้ผู้เล่นวางแผนการต่อสู้อย่างรอบคอบมากขึ้น แทนที่จะพุ่งเข้าโจมตีโดยไม่ต้องกังวล เพราะมั่นใจว่าสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ตลอดเวลา"
อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาไม่ได้ลบยาที่เพิ่มพลังชีวิตและมานาแบบเปอร์เซ็นต์ออกไป ถ้าหากผู้เล่นที่เลือกอาชีพรองเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และเพิ่มระดับความชำนาญของตนเองไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็จะมีโอกาสได้รับยาฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้ทำกันง่าย ๆ เนื่องจากผู้เล่นต้องไปถึงขั้นกลาง เลเวลเจ็ด ถึงจะมีโอกาสได้รับยาฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ขนาดเล็กได้
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ผู้เล่นหัวใสบางคนที่กักตุนยาฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ไว้ล่วงหน้า โดยหวังจะทำกำไรจากการขายในราคาสูงหลังการอัปเดต ทว่ากลับไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวัง เนื่องจาก NPC ภายในเกมยังสามารถปรุงยาเหล่านี้ได้ แม้ว่าจำนวนที่พวกเขาผลิตได้จะจำกัดเพียงร้อยขวดก็ตาม
ที่สำคัญ มีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่เลือกเล่นอาชีพรองเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และในจำนวนนั้นก็มีเพียงไม่กี่คนที่พัฒนาไปถึงขั้นกลาง ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนสังกัดกิลด์กันหมดแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีใครที่มีความชำนาญสูงพอจะผลิตยาฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ได้เลย
ผู้เล่นที่มีความชำนาญด้านนักเล่นแร่แปรธาตุสูงสุดในตอนนี้คือ ‘สโมคกิ้งกลาส’ ซึ่งมีระดับความชำนาญอยู่ที่ขั้นกลาง เลเวลสาม
อาชีพรองที่เน้นการผลิตนั้นยากที่จะเพิ่มระดับความชำนาญ ซึ่งแตกต่างจากอาชีพรองที่เน้นการผจญภัยบางประเภท เช่น อาชีพรองนักสำรวจหรือนักหาของป่า
หากต้องการเพิ่มระดับความชำนาญในสายการผลิต ผู้เล่นต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรืออาจนานถึงหลายเดือนในการสร้างผลงาน ซึ่งมีทั้งโอกาสประสบความสำเร็จและล้มเหลวปะปนกันไป แต่เมื่อบรรลุระดับความชำนาญขั้นกลางแล้ว ผู้เล่นจะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการพัฒนาต่อ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมีเพียงกิลด์ขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถจ้างผู้เล่นในสายนี้ได้ เนื่องจากพวกเขามีทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการสนับสนุนเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุให้ก้าวไปถึงระดับที่สูงขึ้น
หลังจากเดินเท้าไปสักพัก อีควิน็อกซ์มาถึงร้านของจีอันนา และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากหญิงสาวพราวเสน่ห์
เขาพูดคุยเล็กน้อยก่อนที่จะดูสิ่งของที่วางขาย ตามที่เขาคาดไว้ ยาที่วางขายได้เปลี่ยนไป และตอนนี้มียาต่าง ๆ ที่ฟื้นฟูทั้งพลังชีวิตและมานาในเวลาเดียวกัน หรือยาที่เพิ่มพลังชีวิตและเพิ่มพลังโจมตีเล็กน้อย
ตรงแคตตาล็อกของร้านค้าตอนนี้เต็มไปด้วยยาต่าง ๆ ซึ่งยาฟื้นฟูแบบเปอร์เซ็นต์ยังคงอยู่ แต่มีสต็อกเพียงเล็กน้อย และตอนนี้มีราคาแพงกว่าเมื่อก่อน
เมื่ออีควิน็อกซ์พูดถึงแกนกลางของโกเลมโคลนอัศวินที่เขาได้รับหลังจากเอาชนะมันได้ ดวงตาของจีอันนาก็เป็นประกายขึ้นทันที เธอรีบขอให้เขานำมันมาให้ดู ด้วยความสนใจที่เห็นได้ชัดเจน
หลังจากได้ตรวจสอบมัน จีอันนาขอซื้อมันทันที โดยเธอแจ้งว่าแกนกลางนี้ยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ เนื่องจากมันยังคงมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หายากมากสำหรับแกนกลางของโกเลม
เพราะเมื่อโกเลมถูกจัดการ แกนกลางของมันมักจะกลายเป็นเพียงซากว่างเปล่าที่ไร้พลังงาน แต่สำหรับแกนกลางของโกเลมโคลนอัศวิน กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
อีควิน็อกซ์จึงแลกเปลี่ยนมันเป็นยาฟื้นฟูจำนวนห้าขวด ซึ่งมากกว่าข้อตกลงในตอนแรกสามขวด เนื่องจากเขาสามารถต่อรองราคาได้สำเร็จ
นอกจากนี้ อีควิน็อกซ์ยังซื้อยาจำนวนมากที่มีมูลค่าขวดละ 100 เหรียญทอง โดยหนึ่งในนั้นเป็นยาฟื้นฟูพลังชีวิตขนาดเล็ก เขามองว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเมื่อต้องออกตะลุยพื้นที่เก็บเลเวล เขาอาจไม่มีโอกาสหาซื้อยาเหล่านี้ได้ตามต้องการ
และในอีก 30 นาที หนังสือทักษะดาบเพชฌฆาตจะถูกขายออกไป เนื่องจากราคาของมันไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกต่อไปในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาตอนนี้คือ 18, 500 เหรียญทอง ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับหนังสือทักษะระดับมหากาพย์
อีควิน็อกซ์ต้องการขายหนังสือทักษะระดับตำนานในคลังสินค้าของเขา แต่ตัดสินใจที่จะเปิดประมูลกับผู้เล่นแทน เนื่องจากค่าคอมมิชชันที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับผู้เล่นที่จัดการประมูลเหล่านั้น
อีควิน็อกซ์คุยกับจีอันนาอีกเล็กน้อยก่อนจะกล่าวคำอำลา และเดินไปที่ที่ทำงานของปรมาจารย์อาลักษณ์ของเขา
ตอนนี้เขาเหลือเงื่อนไขสุดท้ายสำหรับภารกิจปลุกพลังเพอร์โซน่าที่เขาได้รับมาจากอัสคาลอร์ นั่นก็คือการควบแน่นแกนเดมอส ซึ่งเขาไม่รู้จะไปถามใครดี เขาจึงตัดสินใจไปถามเอียร์นาส เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีความรู้เรื่องนี้
อันที่จริง เขาได้ถามเรื่องนี้กับจีอันนาไปแล้ว แต่คำตอบที่เขาได้รับเป็นเพียงประโยคกำกวมที่ว่า
"มันเกี่ยวกับความรักหรืออะไรทำนองนั้น"
เมื่อได้ฟังครั้งแรก เขารู้สึกเพียงแค่ความงุนงงในใจ ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เขาเข้าใจได้ชัดเจนเลย เขาไม่แน่ใจว่าเธอกำลังพูดด้วยความหมายลึกซึ้ง หรือแค่กำลังหยอกล้อเขาเล่น ๆ เท่านั้น