เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

OS ตอนที่ 50 เส้นทางสู่ซิลเวอร์มัวร์

OS ตอนที่ 50 เส้นทางสู่ซิลเวอร์มัวร์

OS ตอนที่ 50 เส้นทางสู่ซิลเวอร์มัวร์


ขณะที่อีควิน็อกซ์กับเลวินคลาวด์กำลังเดินไปตามเส้นทาง พวกเขาก็คุยกันถึงเรื่องการผจญภัยของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการผจญภัยของเลวินคลาวด์ เพราะอีควิน็อกซ์ยังเป็นมือใหม่

"ฉันอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสายอาชีพของนายมาตั้งนานแล้ว นายเคยบอกฉันว่าสาเหตุที่นายไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้มากนัก มันเป็นเพราะข้อกำหนดของสายอาชีพ นายพอจะบอกฉันได้มั้ยว่า นายไปได้สายอาชีพอะไรมา?" อีควิน็อกซ์ถาม

มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยินการสนทนาของพวกเขา เนื่องจากพวกเขาใช้ช่องสนทนาแบบปาร์ตี้แทนที่จะพูดคุยกันโดยใช้ช่องสนทนาแบบสาธารณะ

หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เลวินคลาวด์ก็ตอบอย่างร่าเริงว่า

"ฉันยังไม่ได้อาชีพรองน่ะ เพราะว่านักบวชมีงานยิบย่อยให้ทำเยอะเหลือเกิน เราต้องเผยแพร่ศาสนาหรือทำการกุศลเพื่อเพิ่มค่าความภักดี ซึ่งไม่สามารถเพิ่มมันด้วยแต้มทักษะ

นายค่อนข้างโชคดีที่อาชีพของนาย และอาชีพอื่น ๆ ไม่มีค่าสถานะนี้ เพราะมันต้องใช้เวลาเป็นชาติกว่าจะเพิ่มค่าสถานะนี้ขึ้นเป็นร้อยหน่วย

แต่ฉันไม่ทำก็ไม่ได้ด้วย เพราะค่าความภักดีที่ว่าเนี่ย มันสามารถเพิ่มพลังให้กับคาถาที่เราใช้ ซึ่งมีประโยชน์มากในช่วงท้ายของเกม

อันที่จริง พวกเราสามารถเลเวลอัปได้เร็วขึ้นจนถึงเลเวล 100 แต่หลังจากนั้น มันค่อย ๆ ช้าลง ฉันได้ยินมาว่าการอัพเลเวลเป็นเลเวล 200 สำหรับพวกเรานักบวชนั้นยากมาก"

จากนั้น อีควิน็อกซ์ก็ถามอีกครั้งว่า

"นายยังไม่ได้ตอบเลยว่านายเล่นสายอาชีพอะไร? งั้นฉันจะบอกนายก่อนก็ได้ หลังจากฆ่าแบนชีแล้ว ฉันสามารถเลื่อนชั้นไปเป็นสายอาชีพลับที่มีชื่อว่า นักอัญเชิญวิญญาณ ซึ่งเป็นสายอาชีพที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ลองเล่นมัน ฉันคิดว่ามันน่าจะสุดยอดกว่านักดาบรูนอย่างแน่นอน"

เลวินคลาวด์จำได้ว่าอีควิน็อกซ์มักจะเล่นอาชีพที่มีความคล่องตัว ซึ่งมีความหลากหลาย และสไตล์การเล่นที่ยาก เพราะว่าเขาไม่เพียงแต่จะดูเท่หากเชี่ยวชาญมันเท่านั้น แต่ยังสนุกไปกับมันอีกด้วย

สายอาชีพนักอัญเชิญได้รับการจัดอันดับโดยบริษัทแอดลาสว่ามีความยาก 4.5 ดาวจาก 5 ดาว เนื่องจากต้องเชี่ยวชาญเวทมนตร์ และประสานการโจมตีร่วมกับสัตว์อัญเชิญ

นักเวทย์ได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวจาก 5 ดาว

นักบวชและนักรบได้รับการจัดอันดับ 3.5 ดาวจาก 5 ดาว

ชาแมนได้รับการจัดอันดับ 3 ดาวจาก 5 ดาว

และนักธนูได้รับการจัดอันดับ 4.1 ดาวจาก 5 ดาว

การจัดอันดับดาวจะเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของสายอาชีพ ดังนั้น มันจึงเป็นการจัดอันดับที่เหมาะสมสำหรับอาชีพพื้นฐานเท่านั้น

จากนั้น เลวินคลาวด์ก็พองหน้าอกและพูดว่า

"ก็ได้ นายก็จะได้รู้เองว่าอาชีพของฉันสุดยอดแค่ไหน มันก็เป็นสายอาชีพลับที่มีชื่อว่า 'บุตรแห่งเกอา' มันเป็นอาชีพนักบวชรูปแบบพิเศษที่สามารถใช้เวทมนตร์โจมตีและสนับสนุนได้ ซึ่งต่างจากสายอาชีพนักบวชอื่น ๆ ที่มีเฉพาะทักษะสนับสนุน และทักษะโจมตีที่สร้างความเสียหายต่ำไม่กี่อย่าง ซึ่งผิดกับสายอาชีพของฉันที่สามารถใช้เวทมนตร์โจมตีได้อย่างอิสระมากเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่คุณสมบัติธาตุนั้นเหมือนกับที่ฉันเลือก"

"แล้วนายเลือกคุณสมบัติธาตุอะไรล่ะ?" อีควิน็อกซ์ถามอย่างสนใจ

"มันต้องเป็นธาตุดินอยู่แล้ว เพราะฉันเป็นเอลฟ์ไงล่ะ" เลวินคลาวด์พูดอย่างภาคภูมิใจ

"เข้าใจแล้ว นายเลือกคุณสมบัติธาตุดินเพื่อที่นายจะใช้เวทย์พืชได้เมื่อนายมีเลเวลสูงขี้น อย่างไรก็ตาม มันก็น่าเสียดายนะ ถ้านายเลือกธาตุน้ำ ฉันคงยกหนังสือทักษะเล่มนี้กับนายไปแล้ว"

เมื่อได้ยินสิ่งที่อีควิน็อกซ์พูดเกี่ยวกับหนังสือทักษะ เลวินคลาวด์ก็หันมาทำตาลุกวาวทันควัน

==

ไอเทม: หนังสือทักษะระดับมหากาพย์ ลมหายใจมังกรก้นเหว (เสื่อมถอย)

ระดับ: มหากาพย์

เงื่อนไข: สายอาชีพเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์

เอฟเฟ็กต์: ยิงลำคลื่นลำแสงอันหนาวเหน็บเป็นเส้นตรงใส่ศัตรู สร้างความเสียหาย 500% ของความเสียหายเวทมนตร์ ทำให้เกิดอาการน้ำแข็งกัด เหมาะสำหรับสายอาชีพที่ใช้เวทมนตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเวทย์น้ำแข็ง

MP: 1,500

เวลาร่าย: 10 วินาที

คูลดาวน์: 2 ชั่วโมง

==

เลวินคลาวด์อึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดได้อีกครั้ง และเริ่มถามว่าเขาได้มันมาอย่างไร?

"ฉันได้มันมาจากดันเจี้ยนพิเศษที่ฉันบังเอิญเข้าไป เนื่องจากนายไม่สามารถใช้มันได้ ฉันก็เลยจะขายมันในเดือนหนึ่ง เพราะตอนนี้ผู้เล่นยังมีจำนวนไม่มากพอที่จะใช้มันได้"

อีควิน็อกซ์พูดเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติ

เลวินคลาวด์ตกตะลึงแล้วถามว่า

"ทำไมนายไม่ใช้มันล่ะ? นักอัญเชิญสามารถใช้เวทมนตร์ได้ไม่ใช่เหรอ? หรือว่านายไปเลือกคุณสมบัติธาตุอื่น แต่ฉันรู้ว่านักอัญเชิญสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุใดก็ได้ไม่ใช่เหรอ?

แม้ว่าพวกเขาจะเลือกคุณสมบัติธาตุไปแล้ว ผลกระทบของมันก็มีแค่ทำให้ทักษะที่ไม่ใช่คุณสมบัติธาตุที่เลือก ไม่ทรงพลังเท่าที่ควรเท่านั้น แต่อย่างน้อย ๆ นายก็สามารถใช้งานมันได้"

จากนั้น อีควิน็อกซ์จึงตัดสินใจบอกความจริงบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพบเจอกับเลวินคลาวด์

"จริง ๆ แล้ว ฉันมีธาตุอื่นที่ขัดขวางไม่ให้ฉันเรียนรู้เวทมนตร์ธาตุอยู่น่ะ ฉันใช้ได้แต่เวทมนตร์ต้นกำเนิดเท่านั้น" อีควิน็อกซ์ตอบ

ดวงตาของเลวินคลาวด์เป็นประกายด้วยความตื่นตะลึงและพูดขึ้นว่า

"ว้าว! นายค้นพบคุณสมบัติธาตุใหม่งั้นเหรอ!? เจ๋งมาก! บอกฉันหน่อยสิว่ามันทำอะไรได้บ้าง!?"

“เวทมนตร์ต้นกำเนิดเป็นเวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเรา หรือในภาษาชาวบ้านเรียกว่า กาลเวลาและอวกาศ แต่ถึงนายจะอยากรู้ไป ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉันไม่มีทักษะให้ใช้มากนัก เนื่องจากฉันยังมีเลเวลต่ำเกินไป” อีควิน็อกซ์ตอบ

ในระหว่างทาง พวกเขาคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะใช้จู่โจมพวกมอนสเตอร์ และเรื่องสัพเหระต่าง ๆ นานา

...

"สวัสดีทุกคน นี่คือแพนดีโมนิวส์ คู่มือของคุณเกี่ยวกับทุกสิ่งในแพนดีโมเนียม ฉันพอลล่าจะเป็นผู้ประกาศข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแพนดีโมเนียมในวันนี้เองค่ะ”

“ทีมงานของเราได้รับข่าวมาว่าสมาชิกหลักของกิลด์ต่าง ๆ ได้จัดตั้งกลุ่มบุกโจมตีเพื่อเอาชนะหนึ่งในสี่จตุอาชาแห่งวันสิ้นโลก โรคระบาด แล้วค่ะ แต่โชคไม่ดีเพราะอีกฝ่ายไม่อยู่ที่สถานที่นั้นแล้ว

ปัจจุบันมีการค้นพบโรคใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาชีพรองอย่างนักสมุนไพรและหมอกำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ แม้แต่กษัตริย์ในอาณาจักรที่ได้รับผลกระทบก็อาจทำการแต่งตั้งตำแหน่งขุนนางของอาณาจักร หากผู้เล่นสามารถทำการรักษาพวกเขาได้ค่ะ”

“ข่าวอื่น ๆ ยังไม่มีใครเปิดเผยตัวตนของผู้เล่นที่ข้อความโลกกล่าวถึง แม้แต่บริษัทแอดลาสเองก็ยังไม่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้ หากคุณเป็นผู้ที่ข้อความโลกกล่าวถึง ได้โปรดมาที่สถานีของเราแล้วเราจะเสนอข้อตกลงการออกอากาศให้กับคุณ”

“นั่นคือทั้งหมดสำหรับรายการข่าวสั้นประจำวันนี้ แล้วเจอกันในแพนดีโมเนียม สวัสดีค่ะ”

...

ไม่นานอีควิน็อกซ์กับเลวินคลาวด์ก็มาถึงที่ตั้งของดันเจี้ยน ถนนที่พวกเขาใช้เดินทางเปลี่ยนฉากไปเมื่อประมาณสิบห้านาทีที่แล้ว ถนนในป่าที่ดูปกติตอนนี้มีสีเข้มขึ้น และแสงแทบจะส่องผ่านต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบไม่ได้แล้ว

ต้นไม้สีเขียวขจีในตอนนี้มีสีน้ำตาลเข้มหรือไม่ก็แห้งตายไปแล้ว ด้วยบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวอาจถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์สยองขวัญได้

ทั้งคู่สามารถไปถึงทางเข้าดันเจี้ยน ทางเข้าดูเหมือนส่วนโค้งที่เกิดจากต้นไม้ที่ตายแล้ว และตรงกลางไม่ใช่ประตู แต่เป็นหลุมดำที่ดูเหมือนว่าจะดูดกลืนแสงทั้งหมด

ดันเจี้ยนซิลเวอร์มัวร์มีชื่อเสียงในเรื่องที่มันแทบจะไม่ดรอปของมีค่าใด ๆ เลย เพราะปกติแล้วจะเป็นมอนสเตอร์ต้นไม้และโกเลมโคลน บอสคือแบนชี ซึ่งเป็นแม่มดประเภทหนึ่งที่ไม่เพียงแต่มีการโจมตีด้วยเสียงเท่านั้น แต่ยังมีคำสาปที่ใช้กับผู้บุกรุกในอาณาเขตของมันอีกด้วย

นักบวชจึงมีความจำเป็นสำหรับดันเจี้ยนนี้เนื่องจากทักษะ 'ชำระล้าง' ของพวกเขา แต่แบนชีไม่ใช่ประเภทของอันเดด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักบวช เพราะพวกเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับบอสมอนสเตอร์ได้มากนัก

นอกจากนี้ ด้วยบรรยากาศที่หม่นหมอง ดันเจี้ยนนี้จึงไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่นที่ขี้กลัว ผู้เล่นเพียงกลุ่มเดียวที่เข้าสู่ดันเจี้ยนนี้คือผู้เล่นที่ทำภารกิจ โดยมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนแห่งนี้

สำหรับอีควิน็อกซ์ ดันเจี้ยนนี้เหมาะไว้ใช้ฝึกฝนพวกสัตว์อัญเชิญของเขามาก เนื่องจากมีมอนสเตอร์รวมตัวเป็นจำนวนมาก

ทั้งคู่ตรวจสอบอุปกรณ์และยาของพวกเขาให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าไปในดันเจี้ยน

เมื่อพวกเขาแน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเขาก็เข้าไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีหมอกสีดำตามหลังพวกเขาเข้ามาด้วย

...

ทั้งคู่เข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว และพบว่าข้างในภูมิประเทศแบบหนองบึง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสีเงินอยู่ภายในเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทั้งคู่จึงรู้สึกแปลก ๆ เพราะมันถูกเรียกว่าซิลเวอร์มัวร์

ไม่นานหลังจากนั้น ต้นไม้ที่ตายแล้วก็เริ่มเคลื่อนไหว และแปลงร่างเป็นรูปร่างมนุษย์ ใบหน้าเริ่มปรากฏบนเปลือกไม้ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นตกใจหากพวกเขาไม่คิดว่านี่คือเกม ใบหน้าของต้นไม้ดูเศร้าโศกหรือมีใบหน้าของใครบางคนกำลังคร่ำครวญ

==

มอนสเตอร์: เทรนท์ต้องสาป

เลเวล: 23

HP: 100,000 / 100,000 (100%)

คำอธิบาย: เทรนท์ที่อาศัยอยู่ในซิลเวอร์มัวร์ ซึ่งถูกสาปโดยแบนชีที่อาศัยอยู่ที่นั่น ตอนนี้พวกมันไม่เหมือนกับผู้พิทักษ์ป่าที่อ่อนโยนอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป แต่เป็นต้นไม้ที่หิวเลือดและอยากกินเนื้อมนุษย์

==

อีควิน็อกซ์กับเลวินคลาวด์เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ แต่จู่ ๆ พวกเขากลับได้ยินเสียงตะโกนที่แหลมคม

“กรี๊ดดดดดด!!!”

ทั้งคู่ต่างสงสัยว่าทำไมแบนชีถึงได้ร้องออกมา ทั้ง ๆ ที่พวกเขาอยู่เพียงแค่ปากทางเข้าดันเจี้ยน ทั้งคู่ต่างกลัวและจินตนาการไปไกล พวกเขาต่างหวังอย่างแรงกล้าว่าสิ่งที่พวกเขาจินตนาการ มันจะไม่เกิดขึ้นจริง

จบบทที่ OS ตอนที่ 50 เส้นทางสู่ซิลเวอร์มัวร์

คัดลอกลิงก์แล้ว