เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

OS ตอนที่ 44 ลักษณะพิเศษของอาลักษณ์

OS ตอนที่ 44 ลักษณะพิเศษของอาลักษณ์

OS ตอนที่ 44 ลักษณะพิเศษของอาลักษณ์


อีควิน็อกซ์โดนตีที่หัว แต่ไม่เจ็บมาก ดูเหมือนว่าพัดกระดาษจะส่งเสียงดังแทนที่จะเจ็บจริง ๆ

จากนั้น อีควิน็อกซ์จึงจ้องมองไปที่พัดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาโดนฟาดจากมันจริง ๆ

==

ชื่อ: พัดกระดาษหรรษา

ระดับ: พิเศษ

ความเสียหาย: 1 ~ 5

ทักษะเพิ่มเสียง: เสียงที่เกิดจากการตีจะดังขึ้น 10 เท่า

คำอธิบาย: พัดกระดาษที่ได้รับการเสิรมทักษะโดยปรมาจารย์เอิร์นนาส ใช้เพื่อจุดประสงค์ในการสร้างเสียงตลก สิ่งเดียวที่พัดนี้สามารถสร้างความเสียหายได้คือแมลงตัวเล็ก ๆ เท่านั้น

==

อีควิน็อดซ์หัวเราะคิกคัก เมื่ออ่านคำอธิบายของพัดกระดาษ และเขาก็โดนตีหัวอีกครั้ง

จากนั้น เขาก็จ้องไปที่เด็กชายด้วยสายตาที่งุนงง ดวงตาของอีควิน็อกซ์กำลังบอกเป็นนัยว่า 'ทำไมคุณถึงตีฉันอีกครั้ง' ก่อนที่เอเดรียนจะพูดออกมา เด็กชายก็เปิดปากและพูดออกมาว่า

"ฉันรู้สึกเหมือนคุณดูถูกฉัน นั่นคือสาเหตุที่ฉันตีคุณอีกครั้ง แต่ฉันแน่ใจว่าคุณรู้เหตุผลว่าทำไมฉันถึงตีคุณในครั้งแรก" เด็กชายกล่าว

"ผมขอโทษ" อีควิน็อกซ์พูดในขณะที่เขาโค้งคำนับ

ตอนนี้ที่เขาสามารถมองเด็กชายได้เต็มตาแล้ว เขาสังเกตว่าเด็กชายก็เหมือนกับเด็กปีศาจ แต่มีเขาที่ใหญ่กว่า และสีผิวของเขามีโทนสีที่ดูแตกต่างกัน

อีควิน็อกซ์นึกขึ้นได้ว่า ชาวเดมอสมีสีผิวที่แตกต่างกัน บางทีอาจเป็นเพราะเพอร์โซน่าก็เป็นได้ และอัสคาเลอร์เคยกล่าวไว้ว่าสายเลือดแอสโมเดียนสามารถ ‘วิวัฒนาการ’ ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่อัสคาเลอร์มีผิวสีน้ำเงินบางส่วน ไม่เหมือนกับเขาที่เป็นสีน้ำเงินทั้งตัว

ขณะที่อีควิน็อกซ์กำลังคิดอยู่ ก็มีอีกคนเดินเข้ามาในร้ายด้วยความกระตือรือร้น และออร่าแห่งความสุขที่ทำให้อีควิน็อกซ์หลุดออกจากภวังค์

“เอียร์นาสจัง... พี่สาวของเธอมาแล้วจ้า” เสียงของผู้หญิงที่น่าดึงดูดกล่าว

อีควิน็อกซ์และเด็กชายมองไปที่ที่มาของเสียง และเด็กชายก็หน้าซีด เขาอยากจะวิ่งหนี แต่ก็สะดุดล้มในชุดคลุมสีดำของตัวเอง และจากนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาอุ้มเด็กชายขึ้น และกอดเขาด้วยสีหน้ามีความสุข แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับดูตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจีอันนา และเธอก็พูดชื่อของเด็กชาย ซึ่งก็คือเอียร์นาส

‘เขาคือเอียร์นาสสินะ งั้นก็หมายความว่าเขาเป็นปรมาจารย์อาลักษณ์ เราไม่สามารถหนังสือจากหน้าปกได้จริง ว่าแต่ทำไมปรมาจารย์อาลักษณ์ถึงอยู่ในร่างของเด็กชายด้วยล่ะ?’ อีควิน็อกซ์คิด

เอียร์นาสกำลังหายใจลำบาก และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดจีอันนาออกไป ในขณะเดียวกัน เธอก็สังเกตเห็นการมีอยู่ของอีควิน็อกซ์

“สวัสดีจ้า อีควิน็อกซ์ ฉันไม่นึกว่าคุณจะอยู่แถวนี้ ทำไมคุณไม่แวะมาที่ร้านของฉันล่ะ? ฮิฮิฮิ” จีอันนาพูดด้วยท่าทางน่ารัก

ก่อนที่อีควิน็อกซ์จะตอบ เอียร์นาสก็หลุดจากการอ้อมกอดของจีอันน่าได้สำเร็จ และฟาดเธอด้วยพัดกระดาษเหมือนที่เขาทำกับอีควิน็อกซ์

เมื่อเอียร์นาสทำอย่างนั้น อีควิน็อกซ์ก็รู้หน้าที่ของพัดกระดาษในทันใด เขาไม่รู้ว่าทำไมจีอันน่าถึงทำแบบนั้น เธอมีบุคลิกเจ้าชู้ แต่เธอก็แสดงความยับยั้งชั่งใจด้วย ซึ่งน่าตกใจจริง ๆ

เพราะเธอเป็น NPC เขาจึงไม่คิดว่าเธอจะมีความซับซ้อนมากขนาดนี้ ซึ่งทำการเขารู้สึกทึ่งกับเกมนี้มาก

“เอ่อ.. ผมออกไปข้างนอกก่อนได้นะครับ ถ้าพวกคุณสองคนยังทำธุระไม่เสร็จ”

อีควิน็อกซ์พูดขณะที่เขาเห็นจีอันน่าต้องการจะจู่โจมเอียร์นาสอีกครั้ง

เมื่อเห็นคำพูดที่เก้ ๆ กัง ๆ ของอีควิน็อกซ์ เอียร์นาสก็กระแอมและมองให้จีอันนาทำตัวสำรวม ซึ่งเธอก็ทำตาม พร้อมกับทำสีหน้าบูดบึ้ง

“เอาล่ะ หนุ่มน้อย ในฐานะเจ้าของร้านแห่งนี้ ฉันพอจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง?”

เอียร์นาสพูดด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจบนใบหน้าของเขา แต่ขาดความสง่างาม เพราะหน้าตาที่น่ารักของเขา

อีควิน็อกซ์มองเห็นจีอันนาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้บีบแก้มของเอียร์นาส

“ผมกำลังมองหาอาชีพรองอยู่ครับ และบังเอิญไปเจอร้านของคุณเข้าพอดี เพราะผมอยากรู้ว่าอาลักษณ์ทำอะไรได้บ้างครับ?”

อีควิน็อกซ์พูดอย่างตรงไปตรงมา

เอียร์นาสดีใจที่มีคนสนใจอาชีพของเขาจริง ๆ แต่เขาไม่ได้แสดงออกมาบนใบหน้า โดยยังคงมีท่าทีที่นิ่งเฉย เอียร์นาสพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวดว่า

“อย่างที่เห็น อาลักษณ์เป็นหนึ่งในอาชีพที่สำคัญที่สุด มันเกี่ยวข้องกับพื้นฐานการสร้างเวทมนตร์” เอียร์นาสพูดในขณะที่ยกมือขึ้น เขาคงคิดว่าตัวเองดูเท่ แต่จริง ๆ แล้วเขาแค่ดูน่ารักเท่านั้น

“ถ้าคุณกำลังมองหาอาชีพรอง ฉันยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษาของคุณ ฉันไม่รังเกียจที่จะมีลูกศิษย์ที่น่ารัก”

จีอันนาพูดกับอีควิน็อกซ์ ขณะที่เอียร์นาสจ้องมองเธออย่างไม่พอใจ

อีควิน็อกซ์จึงพูดว่า

“ผมไม่คิดว่าการเล่นแร่แปรธาตุจะช่วยผมในการต่อสู้ได้มากนัก ผมต้องการอาชีพรองที่สามารถช่วยผมต่อสู้ได้ เพราะผมอยากเป็นผจญภัย และเดินทางไปทั่วโลก”

เมื่ออีควิน็อกซ์พูดจบ เอียร์นาสก็ยิ้มด้วยความยินดี เพราะเขาสามารถช่วยเด็กหนุ่มคนนี้ได้จริง ๆ และที่สำคัญ เขาไม่สามารถหาลูกศิษย์ได้เลยตั้งแต่ที่พวกเขาอยู่ที่ที่ราบพาราด็อกซ์

“หากคุณต้องการอาชีพรองที่มีประโยชน์ในการต่อสู้ ฉันขอแนะนำให้คุณเป็นอาลักษณ์ อาลักษณ์นั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์ได้ เพราะเราเข้าใจความรู้โบราณที่ไม่มีใครเข้าใจได้ แล้วในฐานะที่คุณเป็นนักอัญเชิญ สิ่งที่คุณเรียนรู้จากการเป็นอาลักษณ์ มันจะช่วยเสริมการต่อสู้ของสัตว์อัญเชิญของคุณได้

และจากสิ่งของที่คุณเห็นในร้าน คุณคงเห็นแล้วว่าอาลักษณ์ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์เท่านั้น แต่ยังสร้างเครื่องรางสำหรับการโจมตี การป้องกัน และของประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งต่างจากนักเวทย์ที่ต้องอาศัยพลังธาตุต่าง ๆ เพื่อทำให้สิ่งของมีพลังบางอย่าง”

หูของอีควิน็อกซ์ตั้งขึ้น และเอียร์นาสก็มองเห็นความสนใจที่อีกฝ่ายมอบมาให้เขา

จีอันนาพบว่าการโต้ตอบของพวกเขานั้นดูน่ารักมาก แต่เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงบอกลาพวกเขาทั้งสองคน และบอกให้อีควิน็อกซ์มาที่ร้านของเธอก่อนที่เขาจะออกผจญภัยในรอบถัดไป

เอียร์นาสบอกเธอว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีก แต่จีอันนากลับยักไหล่กับคำพูดของเขา เอียร์นาสยังบอกอีควิน็อกซ์ด้วยว่าการเป็นอาลักษณ์ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์เท่านั้น แต่ยังให้รูปแบบของคาถาเปลี่ยนไปเป็นแบบที่คาถาที่ปกติไม่มีอีกด้วย

อาชีพอาลักษณ์เป็นอาชีพอันสูงส่งในสมัยที่ผู้คนยังคงศึกษาเวทมนตร์ เพราะอาลักษณ์คือผู้จดบันทึกและนักวิจัยในสมัยนั้น

อย่างไรก็ดี พวกเขายังเป็นเป้าหมายแรก ๆ ของการบุกโจมตีของพวกคอร์รัปแทนท์ เนื่องจากพวกเขามีความรู้มากมายที่คนทั่วไปไม่รู้ ด้วยเหตุนี้เอง บางส่วนจึงจำใจแปรพักตร์ไปอยู่กับอีกฝ่าย เพื่อเอาชีวิตรอด

ยิ่งอีควิน็อกซ์เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นอาลักษณ์มากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากเป็นมากขึ้นเท่านั้น แต่เอียร์นาสยังเตือนเขาด้วยว่า

“แม้ว่าการเป็นอาลักษณ์จะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม และอาจทำให้คุณเก่งกว่าผู้ใด แต่ความยากในการเป็นอาลักษณ์ก็สูงมากเช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการเดินทางสู่การเป็นอาลักษณ์ จงเตรียมใจให้พร้อมสำหรับความยากลำบาก”

ตอนนี้อีควิน็อกซ์กำลังคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับผลประโยชน์และต้นทุนต่าง ๆ เนื่องจากเขาอาศัยเวทมนตร์เป็นหลัก เขาจึงควรได้รับประโยชน์มากมายจากการเป็นอาลักษณ์

เขาสามารถเลือกอาชีพรองอื่น ๆ ที่ง่ายกว่าได้ แต่ผลตอบแทนจะไม่คุ้มค่าเท่ากับการแนอาลักษณ์

อีควิน็อกซ์จึงตัดสินใจได้ในที่สุด และบอกกับเอียร์นาสว่าเขาต้องการเป็นอาลักษณ์

เอียร์นาสมองเห็นถึงความทุ่มเทของอีควิน็อกซ์ และมอบทดสอบให้กับเขา เพราะเขาไม่อยากให้คนขี้เกียจมาทำให้ชื่อเสียงของอาลักษณ์เสื่อมเสีย

อีควิน็อกซ์จึงได้รับหนังสือ และภารกิจจากเอียร์นาสในเวลาเดียวกัน

==

[แจ้งเตือนภารกิจ: บททดสอบคุณสมบัติของอาลักษณ์]

เอียร์นาสต้องการทดสอบว่าคุณเหมาะสมกับการเป็นอาลักษณ์หรือไม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพที่ยากที่สุด จงพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าคุณสามารถเอาชนะความคาดหวังของเขา และกลายเป็นอาลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมในอนาคตได้

เงื่อนไข: ผ่านบททดสอบของเอียร์นาส

ระยะเวลา: 8 ชั่วโมงในการศึกษาเนื้อหา ก่อนที่เอียร์นาสจะดำเนินการทดสอบ

รางวัล: อาลักษณ์ระดับปรมาจารย์ เอียร์นาส จะอนุมัติให้คุณเป็นอาลักษณ์

==

จากนั้น เอียร์นาสก็เล่าเรื่องราวในหนังสือให้อีควิน็อกซ์ฟัง โดยหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นใช้ภาษาและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในเวทมนตร์ในโลกนี้

มีหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่พูดถึงรายละเอียดของเวทมนตร์จากโลกต่าง ๆ แต่เอียร์นาสคิดว่าเวทมนตร์พื้นฐานของโลกนี้น่าจะเหมาะสมที่จะใช้ทดสอบอีควิน็อกซ์

อีควิน็อกซ์หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วเดินไปที่โต๊ะที่มีเก้าอี้พร้อมหน้าต่างที่สามารถมองเห็นเหล่าสัตว์อัญเชิญที่กำลังเล่นอยู่ข้างนอก เพื่อทำให้บรรยากาศการเรียนจะได้ไม่น่าเบื่อ

อีควิน็อกซ์ ไม่คิดว่าเขาจะต้องเรียนในเกมด้วยซ้ำ เขาเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลาย และพักการเรียนจากมหาวิทยาลัย เพราะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บของเขา

เขาเชื่อในคำพูดที่ว่าความรู้คือพลัง มันจะช่วยเขาฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ นานาได้

อีควิน็อกซ์เริ่มอ่านบทแรก ๆ ของหนังสือที่พูดถึงการก่อตัวของเวทมนตร์ในโลกนี้ และเขาคิดว่ามันน่าสนใจมากที่เทพเจ้าออกแบบโลกให้เวทมนตร์มีความเข้ากันได้กับผู้คนที่ได้รับการฝึกฝน แต่ก็ไม่ได้ให้อิสระทั้งหมด มันยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

และแล้ว เวลาหลายชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

จบบทที่ OS ตอนที่ 44 ลักษณะพิเศษของอาลักษณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว