- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 12 ที่ไปของหลิงหลิง
บทที่ 12 ที่ไปของหลิงหลิง
บทที่ 12 ที่ไปของหลิงหลิง
บทที่ 12 ที่ไปของหลิงหลิง
"ต้าเส้า... หลิงหลิงกลับมาเยี่ยมแล้วนะ..."
"รู..."
หน้าป้ายหลุมศพ เฉินเชาพูดเสียงเบากับป้ายหินตรงหน้า หลิงหลิงลอยเข้าไปใกล้ป้ายหลุมศพ ใช้มือเช็ดฝุ่นผงที่เกาะอยู่ออกอย่างแผ่วเบา อาจารย์หยานวางช่อดอกไม้ในมือลงหน้าป้ายหลุมศพเบาๆ พลางพึมพำอะไรบางอย่างเสียงแผ่ว
"รู..."
"ใช้ผ้าผืนนี้เถอะ"
เฉินเชายื่นผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ให้หลิงหลิง หลิงหลิงรับผ้าไปแล้วลอยขึ้นไปเช็ดป้ายหลุมศพอย่างละเอียดละออทุกซอกทุกมุม เห็นความตั้งใจของหลิงหลิงแล้ว อาจารย์หยานที่ไว้อาลัยเสร็จแล้วก็ถอยออกมายืนข้างๆ เฉินเชาที่ตามมาสมทบ แล้วกระซิบถาม
"เผลอแป๊บเดียวผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว หลิงหลิงจะทำยังไงต่อ?"
"จะทำยังไงได้ล่ะ? ก็คงจะเฝ้าอยู่ที่นี่เหมือนเมื่อหลายปีก่อนนั่นแหละ"
"แต่ว่า... ถ้าพวกบ้าลัทธิ G โผล่มาอีกล่ะ... ตอนนั้นหลิงหลิงก็หายตัวไปดื้อๆ ไม่ใช่เหรอ?"
เฉินเชามองหลิงหลิงที่วิวัฒนาการเป็น 'กระดิ่งฝันร้าย' ไปแล้ว พลางถอนหายใจ
"ฉันก็รู้ว่ามันไม่เหมาะ แต่ถ้าไม่ให้หลิงหลิงอยู่ที่นี่ แล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ?"
"พวกเรารับเลี้ยงหลิงหลิงด้วยกันเถอะ"
"นายคิดว่าเขาจะยอมเหรอ?"
อาจารย์หยานมองหลิงหลิงที่ทำความสะอาดป้ายหลุมศพเสร็จแล้วลอยนิ่งเงียบอยู่หน้าป้ายด้วยความมุ่งมั่น แล้วพูดอย่างหนักแน่น
"ฉันจะลองดู! แล้วฉันกะว่าจะลองออกตามหาลอร์นเล็ตต้า ขอร้องให้ท่านช่วยย้อนการวิวัฒนาการของหลิงหลิงกลับคืนมา"
"นายบ้าไปแล้วเหรอ? คิดว่าใครจะเจอลอร์นเล็ตต้าได้ง่ายๆ หรือไง? อีกอย่างทำไมท่านต้องช่วยนายย้อนการวิวัฒนาการให้หลิงหลิงด้วย!"
"ยังไงก็ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ วิวัฒนาการมาอยู่ในร่างนี้หลิงหลิงเองก็คงเจ็บปวดใจน่าดู... ยังไงซะตอนนั้นพวกเขาก็ฝันไว้ด้วยกันว่าอยากให้หลิงหลิงวิวัฒนาการเป็นภูตมายา..."
เฉินเชาเงียบกริบ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเกลี้ยกล่อมเพื่อนเก่าคนนี้ ผ่านไปครู่ใหญ่ อาจารย์หยานก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หลิงหลิงแล้วพูดเสียงอ่อนโยน
"หลิงหลิง ไปกับพวกเราเถอะนะ"
"รู..."
"ไปกับพวกเราเถอะ ฉันจะหาทางไปพบลอร์นเล็ตต้า ขอร้องให้ท่านช่วยย้อนคืนการวิวัฒนาการให้เธอเอง"
"รู..."
หลิงหลิงส่ายหน้า กระดิ่งบนหมวกสั่นไหวส่งเสียงทุ้มต่ำ อาจารย์หยานมองหลิงหลิงที่ถอยห่างออกไปสองสามก้าวด้วยความแปลกใจ ถามอย่างไม่เข้าใจว่า
"หรือว่าเธอชอบร่างนี้งั้นเหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอกับเขาก็ฝันอยากจะเป็นภูตมายากันทั้งคู่นี่นา..."
"รู..."
หลิงหลิงก้มหน้าหันหลังลอยกลับไปที่หน้าป้ายหลุมศพ ยื่นมือออกไปลูบไล้ชื่อบนป้ายอย่างแผ่วเบา เห็นการกระทำของหลิงหลิง อาจารย์หยานก็ก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน เฉินเชาตบไหล่อาจารย์หยานเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม
"พอเถอะ หลิงหลิงไม่อยากให้นายฝืนใจ แต่ว่านะ หลิงหลิง เธอไปกับพวกเราเถอะ อยู่ที่นี่มันอันตรายเกินไป เธอคงไม่อยากจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกตลอดไปใช่ไหมล่ะ..."
"รู..."
หลิงหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมตกลงตามคำแนะนำของเฉินเชา มันลอยมาอยู่ข้างกายทั้งสองคนด้วยท่าทางหงอยเหงา เฉินเชามองป้ายหลุมศพอีกครั้ง ก่อนจะพาอาจารย์หยานและหลิงหลิงหันหลังเตรียมเดินจากไป จังหวะที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ก็มีชายหน้าซีดเผือดคนหนึ่งเดินสวนมา เฉินเชามองชายที่มือเปล่าคนนั้นด้วยความสงสัย แล้วกลืนคำพูดที่เตรียมจะพูดลงคอไป
พอเดินห่างออกมาไกลแล้ว เฉินเชาก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"คนเมื่อกี้ดูมีพิรุธนะ"
"มาสุสานแต่ไม่เตรียมของเซ่นไหว้มาเลยเนี่ยนะ..."
"ฉันจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่สุสานคอยจับตาดูคนคนนั้นไว้เป็นพิเศษ!"
ช่วงบ่าย หลังจากเรียนมาทั้งวัน เฟิงหยวนก็ลากชีเฉินไปหาของอร่อยกินที่ซอยเล็กนอกโรงเรียน
"นายจะรีบไปไหนเนี่ย! นี่เพิ่งห้าโมงกว่าเองนะ เร็วไปไหม?"
"ไปจองที่ไง~ ขืนไปช้าของอร่อยหมดจะทำยังไงล่ะ~"
"จี้~"
"เสี่ยวจี แกจะพยักหน้าเห็นด้วยทำไม! อาหารที่เขาสั่งแกกินแล้วไม่อร่อยสักหน่อย!"
"จี้~"
"ตู?"
"อามู่ อย่าชะโงกหน้าออกมาเยอะสิ เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก"
พอเห็นอามู่โผล่ออกมาจากเป้ ชีเฉินก็รีบร้องเตือน คิดไปคิดมาเขาก็สะบัดมือเฟิงหยวนออก แล้วหมุนเป้มาไว้ด้านหน้า ใช้สองมือประคองอามู่ที่โผล่ออกมาเกือบทั้งตัวไว้
"ตู~"
"จี้!"
เห็นแบบนั้น เสี่ยวจีก็หันขวับพุ่งเข้าใส่อ้อมอกเฟิงหยวน จนเกือบชนเฟิงหยวนล้มคว่ำ พอทรงตัวได้ เฟิงหยวนก็ก้มลงอุ้มเสี่ยวจี สักพักก็จับมันวางแหมะไว้บนหัว
"โทษทีนะ ตอนนี้แรงยังไม่ฟื้นเต็มที่ อุ้มเธอได้ไม่นานหรอก"
"จี้~"
เสี่ยวจีนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนหัวเฟิงหยวนอย่างพอใจ มองซ้ายมองขวา แถมยังคอยส่งสายตายั่วยุอามู่ในอ้อมแขนชีเฉินเป็นระยะ
"ตู!"
"เฟิงหยวน! ดูแลเสี่ยวจีของนายหน่อยสิ!"
เห็นอามู่เล็งๆ จะขึ้นมาบนหัวเขาบ้าง ชีเฉินก็หันไปโวยใส่เฟิงหยวนอย่างไม่พอใจ ก็อามู่ตัวโตกว่าเสี่ยวจีตั้งเยอะ แถมใบไม้บนหัวอามู่ยังเขียวอ๋อย ชีเฉินไม่อยากเลียนแบบเฟิงหยวนเอาอามู่มาเทินไว้บนหัวหรอกนะ (หมายเหตุ: ในวัฒนธรรมจีน การสวมหมวกสีเขียว หมายถึง การถูกคนรักสวมเขา)
"เสี่ยวจีของฉันทำไมเหรอ? ออกจะว่านอนสอนง่าย~"
"จี้~"
"ตู."
เมื่อมาถึงร้านอาหารตระกูลฉาง เฟิงหยวนก็ดีใจยกใหญ่เมื่อเห็นว่าของโปรดยังเหลืออยู่ จึงรีบสั่งทันที
"ขอซาลาเปาน้ำซุปทองคำสี่ที่ครับ~"
"เยอะขนาดนั้นนายจะกินหมดเหรอ!"
"ค่อยๆ ละเลียดกินไง~ ไหนดูซิ เอาของกินเล่นเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า~"
"ไม่กลัวท้องแตกตายหรือไง!"
"อย่ามัวแต่ดูฉันสั่งสิ นายจะกินอะไรล่ะ?"
"ขอดูก่อนนะ..."
หลังจากสั่งอาหารเสร็จ เฟิงหยวนก็หยิบป้ายคิวเดินไปหาที่นั่งมุมเงียบๆ ที่ไม่มีคน เสี่ยวจีกระโดดจากหัวเฟิงหยวนลงไปบนโต๊ะ จ้องมองป้ายคิวที่เฟิงหยวนวางไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"จี้?"
"เสี่ยวจี อย่าจิก! นั่นไม่ใช่ของกินนะ"
"จี้?"
"เธอไปติดนิสัยเสียเห็นอะไรเป็นต้องจิกมาจากไหนเนี่ย? นิสัยแย่ๆ แบบนี้ต้องแก้นะ!"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีหันก้นให้ เฟิงหยวนก็ยื่นมือไปดีดขนจุกบนหัวมันรัวๆ
"จี้!"
"โอ๊ย! เจ็บ! เสี่ยวจี เธอมาจิกฉันทำไมเนี่ย!"
"จี้!"
เห็นเฟิงหยวนกับเสี่ยวจีทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ชีเฉินก็ส่ายหน้า วางอามู่ลงบนโต๊ะแล้วหยิบอาหารสัตว์วิญญาณออกมาป้อน เห็นชีเฉินทำแบบนั้น เฟิงหยวนก็พูดอย่างภูมิใจว่า
"นายอย่าเอาแต่อาหารเม็ดให้อามู่กินสิ ต้องเปลี่ยนรสชาติบ้าง"
ชีเฉินปรายตามองเฟิงหยวนแล้วย้อนอย่างไม่ไว้หน้า
"เสี่ยวจีของนายก็กินอาหารเม็ดทั้งวันไม่ใช่หรือไง?"
"จี้?"
"นั่นเพราะฉันยังไม่มีโอกาสทำอาหารสัตว์วิญญาณให้เสี่ยวจีกินต่างหาก! ไว้ฉันทำอาหารให้เสี่ยวจีกินเมื่อไหร่ นายจะต้องอึ้ง!"
เห็นเฟิงหยวนทำท่าโมโหกลบเกลื่อน ชีเฉินก็ยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า
"หอพักห้ามใช้ไฟและห้ามทำอาหารนะ"
"เอ่อ..."
เฟิงหยวนนึกขึ้นได้ถึงกฎระเบียบของโรงเรียน ก็หน้าจ๋อยไปถนัดตา ผ่านไปสักพักก็แถต่อข้างๆ คูๆ
"งั้นฉันไปทำที่บ้านพักครูก็ได้นี่นา!"
"นายจะไปบ้านครูคนไหน? นายไม่ได้สนิทกับครูคนไหนขนาดนั้นสักหน่อย กล้าบากหน้าไปหาเขาเหรอ?"
เฟิงหยวนโดนตอกกลับจนจุก เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะจ้องหน้าชีเฉินแล้วพูดเสียงเขียว
"งั้นฉันไปทำบ้านนาย!"
"ตามสบาย อย่าทำไฟไหม้บ้านฉันก็พอ"
ชีเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้นชายหน้าซีดคนหนึ่งก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ โค้งคำนับเฟิงหยวนด้วยท่าทางโบราณแล้วพูดว่า
"คุณกับสัตว์วิญญาณดูสนิทกันดีนะครับ"
"จี้?"
เสี่ยวจีเอียงคอมองชายคนนั้น เฟิงหยวนเขี่ยขนจุกบนหัวเสี่ยวจีเล่นพลางตอบว่า
"แน่นอนอยู่แล้ว~ ว่าแต่คุณเป็นใครครับ? ดูไม่เหมือนพนักงานเสิร์ฟเลย มีธุระอะไรกับผมเหรอ?"
ชายคนนั้นยิ้มกว้างอย่างเป็นกันเองแล้วตอบว่า
"แน่นอนว่าไม่ใช่ครับ ผมแซ่เว่ย เรียกผมว่าเหล่าเว่ยก็ได้ ผมแค่สงสัยว่าไก่เปลือกไข่ที่เขาลือกันว่ากลายพันธุ์พิเศษหน้าตาเป็นยังไง เลยแวะมาดูหน่อยน่ะครับ"
พูดจบชายคนนั้นก็ยื่นมือไปทางเสี่ยวจีแล้วถามว่า
"ขอดูหน่อยได้ไหมครับ?"
"จี้?"
เสี่ยวจีมองอย่างสงสัยแต่ไม่ยอมเข้าใกล้เมือที่ยื่นมา เห็นแบบนั้นเหล่าเว่ยก็ชักมือกลับด้วยความเสียดายพลางพูดว่า
"ดูท่าจะไม่ได้สินะครับ"
"ก็ต้องไม่ได้อยู่แล้ว ใครใช้ให้สัตว์วิญญาณไปตีสนิทกับคนแปลกหน้าซี้ซั้วล่ะครับ"
เฟิงหยวนมองเหล่าเว่ยอย่างแปลกใจ เหล่าเว่ยคุยกับเฟิงหยวนอีกสองสามประโยคก็ขอตัวลาเดินจากไปอย่างเสียดาย พอเห็นอีกฝ่ายเดินจากไป เฟิงหยวนก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ
"พลังประหลาดชะมัด..."
เฟิงหยวนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ชีเฉินที่กำลังงงกับการจากไปดื้อๆ ของชายคนนั้น แล้วพูดว่า
"จริงสิ~ ชีเฉิน อาทิตย์นี้มีทัศนศึกษานอกสถานที่ใช่ไหม~"