- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 7 การพิพากษาแห่งความตาย
บทที่ 7 การพิพากษาแห่งความตาย
บทที่ 7 การพิพากษาแห่งความตาย
บทที่ 7 การพิพากษาแห่งความตาย
"ใคร!"
อาจารย์หยานตวาดถามไปทางทิศที่ลูกศรยิงมา พร้อมกับซัดลูกบอลแสงสีฟ้าครามสวนกลับไป หลังสิ้นเสียงระเบิด ร่างของคนในชุดคลุมยาวสีดำสนิทก็พุ่งฝ่ากลุ่มควันออกมา
"ลัทธิ G!"
พอเห็นเครื่องแต่งกายของคนคนนั้น อาจารย์หยานก็คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น ชีเฉินรีบอุ้มอามู่วิ่งไปหลบข้างอาจารย์ ส่วนเฟิงหยวนสะบัดเคียวในมือแล้วมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม
"พวกหนูสกปรกที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ อย่างพวกแกนี่เองสินะ ที่ทำให้ฉันเกือบอดออกมาข้างนอก"
"ร่างทดลองปริศนาเหรอ? พวกนั้นดูแลหละหลวมจริงๆ กลับไปกับฉันซะดีๆ เถอะ"
"ไสหัวไป!"
พอได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง เฟิงหยวนก็ตวาดกลับพร้อมกับแกว่งเคียวเตรียมจะพุ่งเข้าไป เสี่ยวจีเองก็จ้องมองอีกฝ่ายอย่างโกรธเกรี้ยวในท่าเตรียมพร้อมโจมตี
"กลับมา!"
เห็นเฟิงหยวนทำท่าจะบุก อาจารย์หยานก็รีบตะโกนห้าม เสี่ยวจีร้องรับคำแต่ยังคงเตรียมพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
"ชิ!"
พอเห็นเสี่ยวจีทำท่าจะพุ่งตามเขาไป เฟิงหยวนก็จำใจต้องดึงตัวเสี่ยวจีถอยกลับไปรวมกลุ่มกับอาจารย์หยานอย่างไม่สบอารมณ์
"คิดจะปกป้องมันเหรอ? ลำพังตัวคนเดียวคิดจะขวางฉันได้หรือไง?"
อาจารย์หยานจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างดุเดือด เธอรีบเรียกสัตว์วิญญาณอีกสองตัวออกมา ทันทีที่เต่าดำยักษ์ 'ต้าเฮย' ปรากฏตัว มันก็กระทืบเท้าซ้ายลงพื้น สร้างโล่แสงสีน้ำตาลอ่อนปกป้องทั้งสามคนไว้ตรงกลาง ส่วนนกแก้วเสียงใสบินโฉบลงมาตรงหน้าพวกเขาพลางขับขานบทเพลงไพเราะ
"แค่นี้เหรอ? เสี่ยวเมิ่ง นรกหนามกุหลาบ!"
เถาวัลย์หนามสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นดินล้อมรอบทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว อาจารย์หยานตัดสินใจเด็ดขาดหันไปสั่งลูกศิษย์ทั้งสอง
"พวกเธอรีบหนีออกไปพร้อมกับต้าเฮย!"
"แล้วอาจารย์ล่ะครับ?"
ชีเฉินถามด้วยความเป็นห่วง อาจารย์หยานไม่ตอบแต่หันไปสั่งกุมารสมาธิให้โจมตีคนชุดดำ ดูเหมือนเฟิงหยวนจะเข้าใจแผนของอาจารย์ เขาอุ้มเสี่ยวจียัดใส่อ้อมแขนชีเฉินให้ไปเบียดอยู่กับอามู่แล้วพูดว่า
"เจ้านี่ฉันจัดการเอง ฝากดูแลเสี่ยวจีด้วย"
เสี่ยวจีสังหรณ์ใจไม่ดีรีบดิ้นรนในอ้อมกอดของชีเฉิน พอเห็นว่ามันพยายามจะหนี เฟิงหยวนก็กดหัวมันเบาๆ เสี่ยวจีหมดแรงยวบลงทันที พอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นแน่แล้ว มันก็ส่งเสียงร้องอย่างสิ้นหวัง
"นายจะทำอะไร!"
ชีเฉินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีรีบตะโกนถาม แต่เฟิงหยวนแค่ยิ้มแล้วส่ายหน้า ก่อนจะกระชับเคียววิ่งพุ่งเข้าหาคนชุดดำ
"ทำบ้าอะไรของเธอ! กลับมาเดี๋ยวนี้!"
อาจารย์หยานที่กำลังสั่งการกุมารสมาธิต้านรับอย่างยากลำบากเห็นการกระทำของเฟิงหยวนก็ตะโกนห้ามด้วยความโกรธจัด เฟิงหยวนไม่สนใจเสียงเรียก เขาพึมพำคาถาบางอย่างขณะพุ่งเข้าหาศัตรู
"ไม่เจียมตัว"
คนชุดดำแค่นเสียงเยาะเย้ยเมื่อเห็นเฟิงหยวนวิ่งถือเคียวเข้ามา เขาเรียก 'ดอกตูมศักดิ์สิทธิ์' ออกมาเตรียมจะสั่งการ แต่เฟิงหยวนโยนเคียวในมือขึ้นฟ้า เคียวขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ไอหมอกสีดำพวยพุ่งออกจากร่างเฟิงหยวนเข้าไปหลอมรวมกับเคียวยักษ์บนท้องฟ้า
"การพิพากษาแห่งความตาย!"
อาจารย์หยานพึมพำกับตัวเองด้วยความตกตะลึง แสงสีดำวาบผ่าน เคียวยักษ์บนท้องฟ้าฟาดฟันลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง ไอทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งป่าในชั่วพริบตา
เมื่อไอทมิฬจางหายไป อาจารย์หยานค่อยๆ เดินเข้าไปหาเฟิงหยวนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
เสี่ยวจีฉวยโอกาสตอนที่ชีเฉินกำลังตะลึงดิ้นหลุดจากมือแล้ววิ่งไปหาเฟิงหยวน มันพยายามส่งเสียงร้องเรียกให้เขาตื่น ไม่ว่าจะใช้วิธีปลุกตอนเช้า หรือจะจิกมือเขาสุดแรง เฟิงหยวนก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
"ยังไม่ตาย"
อาจารย์หยานเดินมาตรวจอาการเฟิงหยวนด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เสี่ยวจีมองอาจารย์หยานด้วยสายตาเว้าวอน
"พาเขากลับไปก่อน ที่นี่รักษาไม่ได้"
เห็นสายตาอ้อนวอนของเสี่ยวจี อาจารย์หยานจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อย ก่อนจะตีหน้าขรึมดึงร่างเฟิงหยวนขึ้นไปวางบนหลังเต่าดำยักษ์ต้าเฮย
ระหว่างทางกลับ อาจารย์หยานเอาแต่นั่งหน้าเครียดไม่พูดไม่จา ชีเฉินที่อยากจะถามอะไรบางอย่างก็ไม่กล้า สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าถามออกไป
"อาจารย์หยานครับ เขา... จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ..."
"ไม่รู้!"
เห็นอาจารย์ระเบิดอารมณ์ใส่ ชีเฉินลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนถามต่อ
"เขา... ทำอะไรลงไปเหรอครับ?"
"เขาใช้การพิพากษาแห่งความตาย!"
อาจารย์หยานหันมาตอบชีเฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นั่นมันท่าไม้ตายที่แม้แต่สัตว์วิญญาณธาตุความตายยังไม่กล้าใช้พร่ำเพรื่อ! เขาไปเอาความกล้ามาจากไหน!"
"คงไม่มีผลข้างเคียงอะไรหรอกมั้งครับ..."
พอเห็นชีเฉินถอยหลังกรูด อาจารย์หยานก็ได้สติ หันหลังกลับไปหัวเราะเย็นชาแล้วพูดประชด
"ใครจะไปรู้ล่ะ? บางทีเขาอาจจะโชคดีไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลยก็ได้?"
เสี่ยวจีที่นั่งอยู่บนหลังเต่าดำมองเฟิงหยวนที่หมดสติด้วยความเศร้าสร้อย มันพยายามถ่ายทอดพลังของตัวเองให้เขา แต่ก็ไร้ผล
"กล้าใช้ท่าไม้ตายธาตุความตาย! เพียงเพราะสู้กับสมาชิกลัทธิ G แค่คนเดียว! แถมยังจับตัวมันไว้ไม่ได้อีก!"
อาจารย์หยานโวยวายด้วยความหงุดหงิด ชีเฉินที่เดินตามหลังมารู้สึกสับสนปนเปจนพูดไม่ออก หลังจากระบายอารมณ์ไปชุดใหญ่ อาจารย์หยานก็ถอนหายใจแล้วดูจะใจเย็นลงบ้าง เธอพึมพำกับตัวเองว่า
"การพิพากษาแห่งความตาย ขนาดสัตว์วิญญาณธาตุความตายใช้ยังต้องแลกด้วยพลังชีวิต เขาบ้าหรือเปล่าที่กล้าใชมัน!"
"หวังว่าจะไม่เป็นอะไรมากนะ..."
ถึงอาจารย์หยานจะพูดเสียงเบา แต่เสี่ยวจีก็ได้ยินชัดเจน มันมองเฟิงหยวนด้วยความเจ็บปวดใจแล้วเอาหัวเล็กๆ ถูไถแก้มเขาเบาๆ
ทั้งสองคนเดินกลับเข้าเมืองเหมามู่อย่างเงียบเชียบ เพราะในเมืองห้ามปล่อยสัตว์วิญญาณขนาดใหญ่ออกมาเดินเพ่นพ่าน อาจารย์หยานจึงเรียกแท็กซี่
"เสี่ยวจี ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเขาก็หายดี"
ชีเฉินกอดเสี่ยวจีไว้พลางปลอบโยนเจ้าตัวเล็กที่กำลังเศร้า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลและพาเฟิงหยวนเข้าห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว อาจารย์หยานกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง หญิงสาวผมบลอนด์แสนสวยก็ผลักประตูเข้ามา เธอมองเฟิงหยวนบนเตียงแล้วหันมาถามทั้งสองคนด้วยความแปลกใจ
"เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ไม่เจอกันไม่กี่วันทำไมสภาพดูไม่ได้แบบนี้ล่ะ?"
อาจารย์หยานเงียบกริบ เดินไปยืนมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ชีเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า
"อาจารย์โอลินนาครับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ..."
หลังจากฟังชีเฉินเล่าเรื่องราวในป่าคร่าวๆ สีหน้าของโอลินนาก็เคร่งเครียดขึ้น เธอเดินไปที่เตียงคนไข้เพื่อตรวจอาการเฟิงหยวนอย่างละเอียด สักพักเธอก็ขมวดคิ้วเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อ เธอเรียกสัตว์วิญญาณภูตดอกไม้ที่มีดอกไม้เจ็ดสีอยู่บนหัวและมือทั้งสองข้างเป็นดอกตูมเจ็ดสีออกมา
"เสี่ยวไฉ่ ตรวจสอบพลังชีวิต"
สัตว์วิญญาณที่ชื่อเสี่ยวไฉ่ประกบมือเข้าหากัน ละอองแสงสีขาวจางๆ พุ่งออกมาจากดอกตูมเจ็ดสีลอยไปที่ร่างของเฟิงหยวนบนเตียง ผ่านไปครู่หนึ่งเสี่ยวไฉ่หันมามองโอลินนาด้วยความงุนงงเหมือนไม่เข้าใจผลลัพธ์ที่ได้
โอลินนาที่รับรู้ผลการตรวจสอบผ่านการเชื่อมต่อทางจิตก็มีสีหน้าประหลาดใจ เธอมองร่างเฟิงหยวนแล้วจับคางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ชีเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไปถามโอลินนา
"อาจารย์โอลินนาครับ เจออะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ?"
คำถามของชีเฉินดึงสติโอลินนากลับมา เธอมองเฟิงหยวนสลับกับชีเฉินแล้วตอบว่า
"ก็ถือว่าใช่ นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะพิเศษขนาดนี้จริงๆ"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"
"อีกเดี๋ยวเขาก็น่าจะตื่นแล้วล่ะ"
"เป็นไปไม่ได้!"
อาจารย์หยานหันขวับมามองเฟิงหยวนบนเตียงสลับกับโอลินนาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ โอลินนาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
"ถึงจะเหลือเชื่อ แต่ดูเหมือนการพิพากษาแห่งความตายจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขามากนัก ไม่สิ บางทีอาจจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"อาจารย์หมายความว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วเหรอครับ?"
"อืม ดูจากอาการตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นแหละ"
ได้ยินแบบนั้น ชีเฉินก็โล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก เสี่ยวจีกระโดดขึ้นไปบนเตียงอย่างดีใจ เฝ้ามองเฟิงหยวนที่ยังคงหลับใหล
"นั่นมันอะไรน่ะ?"
โอลินนาชี้มือไปทางหน้าต่างด้วยความตกใจ ทั้งสองคนหันมองตามไปแล้วก็ต้องตะลึง
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!"
ชีเฉินอุทานด้วยความตกใจ