- หน้าแรก
- ร้านอาหารจักรวาลอินฟินิตี้
- บทที่ 28 ราชาอาหารทะเลเผา
บทที่ 28 ราชาอาหารทะเลเผา
บทที่ 28 ราชาอาหารทะเลเผา
บทที่ 28 ราชาอาหารทะเลเผา
"วัตถุดิบของเนื้อทอดหมดแล้ว" มาหลู่พูด
"และยิ่งไปกว่านั้น ราชาอาหารทะเลเผาที่เปิดตัวใหม่ครั้งนี้ รสชาติดีกว่า"
"จริงหรือเปล่า?"
"ลองชิมแล้วจะรู้"
"โอเค งั้นเปลี่ยนเนื้อทอดสองที่ของฉัน เป็นราชาอาหารทะเลเผาแล้วกัน"
"เพิ่มอีก 20 หยวน"
"อะไร ทำไมขึ้นราคาด้วย?" เสินเย่วตกใจมาก
"นายไม่คิดจะเป็นร้านขี้โกงจริงๆใช่ไหม"
"ก็บอกแล้วว่า เป็นราชาอาหารทะเลเผา ใช้เนื้อปูคิงแครบ ขาย 28 หยวนต่อจาน ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว"
"ใครจะรู้ได้ว่านายใช้เนื้ออะไรกันแน่" เสินเย่วพึมพำเบาๆ แต่สุดท้ายก็พูดว่า "งั้นเอาให้ฉันหนึ่งที่ ขอลองชิมดูก่อน"
"รอเลย ราชาอาหารทะเลเผาที่อร่อยกว่าเนื้อทอด ยังมีใครต้องการอีกไหม?" มาหลู่ตะโกนเรียกลูกค้า
ได้ยินว่าเนื้อทอดเลิกขาย หลายคนโชว์สีหน้าผิดหวังเหมือนเสินเย่ว
ในพวกนั้นมีทั้งคนที่เคยกินแล้ว 1-2ครั้ง แล้วลืมไม่ลง แต่ก็มีคนที่ได้ยินคนอื่นชมเนื้อทอดว่าอร่อยอย่างไร ก็อยากลองชิมดูบ้าง
อดใจรอมาหลู่ มาออกแผงขายอาหาร ไม่คิดว่ากลับไม่ขายเนื้อทอด
แต่มาถึงแล้ว บวกกับชื่อเสียงที่ดังระเบิดของแผงขนมจักรวาลอันดับ 1 ที่สะสมมาในช่วงนี้ แม้ราคาจะแพงขึ้นอีกหน่อย ก็ยังมีหลายคนยินดีลองของใหม่
อีกด้านหนึ่ง เฒ่าหวังเริ่มยุ่งแล้ว ทาน้ำมันบนถาดปิ้งชั้นหนึ่งก่อน แล้วเทแป้งที่ผสมไว้แล้วลงในถาดปิ้ง
ต่างจากทาโกะยากิธรรมดาที่ขายตามถนน เขาไม่ได้หั่นเนื้อราชันก้ามยักษ์เป็นลูกเต๋า แต่หั่นเป็นแผ่นบางกว่ากระดาษ ซ้อนกันแล้วยัดเข้าไปในแป้ง
สัดส่วนของเนื้อและแป้งเกือบจะถึงหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว เห็นฉากนี้ สีหน้าของเสินเย่วเริ่มดีขึ้นไม่น้อย
เรื่องอื่นไว้ก่อน อย่างน้อยแผงขายอาหารจักรวาลอันดับ1 ก็ยังใจกว้างเรื่องการใส่ส่วนผสม มีราคาที่แพงกว่าร้านอื่นหน่อย นั่นดูเหมือนจะยอมรับได้
เฒ่าหวังโรยต้นหอมสับ รอแป้งแข็งตัวครึ่งหนึ่งก็เริ่มใช้ไม้ไผ่กวนผสม ตอนนี้กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งออกมา
เสินเย่วสูดจมูก 2 ครั้ง รู้สึกว่าท้องเริ่มหิวมากขึ้น
โชคดีที่เฒ่าหวังทำมืออย่างรวดเร็ว พลิกไปพลางเทแป้งเข้าไปต่อ จัดการลูกชิ้น 24 ลูกพร้อมกัน กลับไม่เห็นตื่นตระหนกเลย
ดุจนักควบคุมวงออเคสตราผู้เก่งกาจ ที่จัดการวงซิมโฟนีกว่า 100 คน ในห้องคอนเสิร์ตได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ลูกชิ้นที่ปิ้งออกมาสีเหลืองทอง กลมกลึงอิ่มเอิบ แค่มองก็อยากกินแล้ว
เฒ่าหวังใส่ลูกชิ้นลงในกล่องข้าว บีบซอสสูตรพิเศษ สุดท้ายใช้เนื้อแห้งบดสีทองกำมือหนึ่ง วาดจุดจบให้อาหารจานนี้
เนื้อแห้งบดเหล่านั้น ในกระแสอากาศร้อน กำลังโบกปีกบิน เต้นระบำ ดุจผีเสื้อฝูงหนึ่ง
เสินเย่วรู้สึกสมหวัง กลายเป็นผู้ลิ้มลองคนแรกของเมนู ราชาอาหารทะเลเผา
เขารีบรับกล่องข้าว เอาจมูกเข้าไปดมแรงๆ 2 ครั้งก่อน แล้วจึงหักตะเกียบใช้ครั้งเดียว คีบลูกหนึ่ง ใส่เข้าปาก
"เป็นยังไงบ้าง?"
ผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักเสินเย่วยืนอยู่ข้างๆ ถามด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็เห็นม่านตาของประธานชมรมกวีโบราณขยายใหญ่
"เจ๋งสุดๆ... อร่อยระเบิดเลย! รุ่นพี่ไม่หลอกจริงๆด้วย ราชาอาหารทะเลเผาครั้งนี้ สดและเด้งมาก อร่อยกว่าเนื้อทอดจริงๆ!"
ถ้าแค่เสินเย่วคนเดียวพูดแบบนี้ ด้วยความสัจจริงของเขา ยังมีความเป็นไปได้ที่จะแกล้งสมคบคิดกับผู้นำเก่า
แต่เฒ่าหวัง ทำหม้อนี้ออกมา 4ที่ อีก 3 คน กินแล้วก็ชมไม่หยุด ยังมีคนจ่ายเงินซื้อเพิ่มอีกทันที
อย่างนี้คนที่ลังเลอยู่เดิม ก็ถูกดึงดูดความสนใจ
เนื้อราชันก้ามยักษ์ กับเนื้อหมาป่าสองหัวต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื้อแน่น กินแล้วค่อนข้างเหนียว และกลิ่นคาวมาก เป็นเนื้อป่าแบบทั่วไป
ส่วนอันแรกเนื้อสัมผัสละเอียดนุ่มกว่า รสชาติหลังกลืนมีความหวานนิดหน่อย นี่ก็คือเหตุผลที่มาหลู่นำมาขายเป็นเนื้อปู
และในฐานะวัตถุดิบ 3 ดาว ราชันก้ามยักษ์ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว เปรียบเทียบกับเนื้อปูธรรมดา เนื้อของมันเด้งชัดเจนกว่า เฒ่าหวังหั่นเป็นแผ่นบางซ้อนกัน กัดคำเดียว ความเด้งนี้ยังเพิ่มเป็นสองเท่า
แต่ตามปกติ รสชาติของลูกชิ้นไม่น่าจะเข้มข้นขนาดนี้ กุญแจสำคัญอยู่ที่แป้งที่ดูไม่โดดเด่น
แป้งนั้นเฒ่าหวังใช้น้ำซุปกระดูกงูผสม กระดูกงูมาจากงูดำมีเขา 2 ตัว ที่มาหลู่เอากลับมาครั้งก่อน
มันไม่เพียงแต่มอบกระดูก เนื้อบนตัวก็ไม่ได้ทิ้งเช่นกัน ถูกเฒ่าหวังเอาไปอบแห้งขูดละเอียดแทนเกล็ดปลาโอแห้ง
ดังนั้น [ราชาอาหารทะเลเผา] ครั้งนี้จึงใช้เนื้อ 2 ชนิด ที่ต่างกันจริงๆ ดัชนีความอร่อย 2 ดาว ไม่ใช่เรื่องโกหก
แม้จะพ้นเวลาอาหารแล้ว แต่หน้าแผงอาหารจักรวาลอันดับ1 ก็ยังมีลูกค้ารุมล้อมไม่น้อย และยิ่งเวลาผ่านไป ไม่เพียงแต่ไม่ลดลง แต่กลับยิ่งมากขึ้น สุดท้ายยังต่อแถวจนยาวเลย
พี่ปลาหมึกกับพวกนั้นที่อยู่ข้างๆ มองดูด้วยความอิจฉา 2 วันที่มาหลู่ไม่อยู่ มีนักศึกษาหลายคนมาเสียเปล่า ยังถามพวกเขาว่ารู้ไหมแผงอาหารจักรวาลอันดับ1 ย้ายไปไหน เมื่อไหร่จะกลับมาขาย
พี่ปลาหมึกรู้สึกว่าตอนตัวเองได้ขึ้นทีวียังไม่ดังขนาดนี้เลย และได้ยินว่ามาหลู่ครั้งนี้กลับมาปรับราคาขึ้นอีก ขายไปถึง 28 หยวนต่อที่แล้ว
ราคานี้ ถ้าสั่งเดลิเวอรี่สามารถสั่งข้าวกล่องของร้านใหญ่ๆ ได้แล้ว
ไม่รู้ทำไมนักศึกษาพวกนั้นยังคลั่งไคล้ไปเป็นคนโง่โดนหลอก ก็ต้องบอกว่าคนหนุ่มสาวไม่ทำงานไม่รู้ว่าหาเงินยาก ผลาญเงินพ่อแม่แบบนี้ก็ไม่เจ็บใจ
อยากกินของอร่อย ทำไมไม่มากินปลาหมึกล่ะ ทั้งถูกทั้งอร่อย
เห็นครึ่งวันแล้ว ไม่มีคนมาซื้อปลาหมึก พี่ปลาหมึกก็อดถอนหายใจไม่ได้
ชาวบ้านคนหนึ่งข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ เบาเสียงพูดว่า
"พี่ซุน นายว่าเจ้าหมอนี่คงไม่ใช่พระเอกนิยาย ลูกเศรษฐีมาสัมผัสชีวิตใช่ไหม ไม่งั้นทำไมคนถึงแห่มาเลียแข้งเลียขา ส่งเงินให้เขากัน"
พี่ปลาหมึก ตบท้ายทอยเขา "นายอ่านนิยายเว็บมากไป ไหนจะมีคนใหญ่ คนที่ไหนจะอิ่มแล้วว่าง มาเล่นบทแกล้งโง่ทุกวัน"
คนนั้นพูดด้วยความอาฆาต "นี่พี่ซุน นายเองที่บอกว่าเขาไม่มีอะไรจริงๆ พึ่งพาแต่คนมาประจบสอพลอ ไม่กี่วันก็ต้องล้มเลิกแน่ แต่ดูสิผ่านมากี่วันแล้ว ธุรกิจเขาก็ไม่เห็นแย่ลง กลับกันตั้งแต่เขามา พวกเราได้รับผลกระทบไม่น้อยเลย"
"กั๋วเหล่าซื่อ นายมีวิธีอะไรหรือเปล่า?" พี่ปลาหมึกเหลือบตา
กั๋วเหล่าซื่อมองรอบๆ เห็นไม่มีคนสังเกตฝั่งนี้ จึงแอบทำท่าปาดคอ
"อ่านนิยายเว็บน้อยลงหน่อยเถอะ" พี่ปลาหมึกถอนหายใจยาวอีกครั้ง
กั๋วเหล่าซื่อเกาหัว หดตัวกลับไปปิ้งหมึกต่อ
พี่ปลาหมึกรู้ว่าเขาแค่พูดปากเปล่า ปกติแล้ว แค่เห็นเจ้าหน้าที่เขายิ่งขี้ขลาดกว่าใคร รถถูกยึดยังไม่กล้าไปเอาคืน
แต่ความกังวลของเขาก็ไม่ใช่ไร้เหตุผล มาหลู่กับเฒ่าหวังมาแล้ว ทำให้พวกเขาขายได้น้อยกว่าเดิมจริงๆ
มหาวิทยาลัยการบิน มีอาจารย์และนักศึกษากว่าสี่หมื่นคน ตามหลักแล้วแผงอาหารเพิ่มหรือลด 1 แห่ง ไม่น่าจะมีผลมากนัก แต่นั่นคือตอนที่ทุกคนอยู่ในระดับพอๆกัน
ตอนนี้มีร้านหนึ่งโดดเด่นขนาดนี้ ก็ทำให้ร้านอื่นรู้สึกกดดัน
ถ้าเป็นแต่ก่อน เขายังรวมกลุ่มชาวบ้านแถวนี้ ขับไล่ร้านนั้นออกไปได้ แต่ตอนนี้แผงอาหารจักรวาลอันดับ1 มีชมรมกวีโบราณหนุนหลัง มาหลู่ยังมีสถานะรุ่นพี่ ถ้าเรียกคนมาจริงก็ไม่มีใครเรียกได้มากกว่าเขา
พี่ปลาหมึกส่ายหัว ช่างเถอะ รอดูต่อไปก่อนดีกว่า ในนิยายเว็บพระเอกพวกนั้นก็วางแผนก่อนลงมือ ชนะหลัง ท่าเดียวตัดสินชัยชนะทั้งนั้น
การออกแผงขายของ แข่งกันที่ความมั่นคง ชนะก่อนไม่นับว่าจะชนะจริง!
--------------------------------
ฝากติดตาม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
หากพบคำผิด แจ้งได้เลย