- หน้าแรก
- ร้านอาหารจักรวาลอินฟินิตี้
- บทที่ 26 วันพันช์แมน
บทที่ 26 วันพันช์แมน
บทที่ 26 วันพันช์แมน
บทที่ 26 วันพันช์แมน
โปชิใช้แรงสะบัดออก แต่กลับไม่สามารถหลุดพ้นจากโซ่ทรายนั้นได้
คนหัวล้านเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ดีใจมาก รีบสั่งการทันทีว่า "ตอนนี้เลย จัดการมันให้ได้!"
อีก 4 คน พอได้ยินคำสั่งก็ร่วมมือกันโจมตี แต่ละคนใช้พลังจิตของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกไฟ หรือใบมีดสายลม พุ่งไปยังไม่ทันเข้าถึงตัวโปชิ ก็ถูกโล่เลือดขนาดเล็กเหล่านั้น สกัดกั้นไว้หมดแล้ว
นี่มันความสามารถทางจิตอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?!
คนหัวล้านตกใจ ตระหนักว่าวันนี้อาจจะเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าแล้ว โปชิมีพลังป้องกันที่น่าทึ่ง แม้จะถูกจับไว้ ก็ยังคงสามารถป้องกันตัวได้อย่างแน่นหนา
ถ้าเขาหลุดพ้นจากโซ่ทรายได้ พวกเขาก็คงจะมีปัญหาใหญ่แน่
ที่จริงตอนนี้นักล่าที่สร้างโซ่ทรายนั้น หน้าผากเริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อแล้ว
คนหัวล้านรู้ว่าไม่สามารถยื้อเวลาต่อไปได้ แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำลายโล่เลือดเหล่านั้นได้ในเวลาอันสั้น
จึงหันมามองมาหลู่ที่กำลังยืนดูความสนุกอยู่ข้างๆ สัญชาตญาณบอกเขาว่า ไอ้หมอนี่น่าจะจัดการได้ง่ายกว่า!
ถ้าจับมาหลู่ได้ก่อน บางทีอาจใช้เขาเป็นตัวต่อรอง บังคับให้โปชิยอมจำนนก็ได้
คิดถึงตรงนี้ คนหัวล้านก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบวิ่งไปหามาหลู่ทันที พร้อมกับปล่อยความสามารถของตัวเองออกมา
แขนข้างหนึ่งของเขาพองใหญ่ขึ้นเป็นสามเท่าของเดิม และเต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลเหมือนสัตว์ป่า ใต้ขนเหล่านั้นคือเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนไส้เดือนที่คดเคี้ยวไปมา
ความสามารถพลังจิตระบบสัตว์…แขนลิง
อาศัยท่านี้ คนหัวล้านสามารถเพิ่มพลังของตัวเองเป็น 3 เท่า ในเวลาอันสั้น ระเบิดพลังทำลายล้างที่น่าทึ่งออกมาได้
มาหลู่ตอนนี้ก็สังเกตเห็นแล้วว่าตัวเองถูกจับตามอง
แต่เขากลับไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด เพียงแค่กำหมัดข้างขวาเบาๆ
เนื่องจาก พรในโหมดโรกไลค์นั้น ใช้ได้ทั้งทีม!
พร [สะสมพลังเมื่อถูกโจมตี] ที่โปชิใช้ได้ มาหลู่ก็ใช้ได้เช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ศึกษามาอย่างยาวนานแล้ว ไม่มีใครเข้าใจวิธีใช้พรเหล่านี้ ได้ดีไปกว่าตัวมาหลู่เอง
เขาเหลือบมองที่แถบสถานะตัวละคร ตอนนี้การเพิ่มพลังของเขา ได้มาถึงตัวเลขที่สูงลิ่วแล้ว 2,162%
และทั้งหมดนี้ ต้องขอบคุณการช่วยเหลือของเพื่อนเก่าสักคน
ลูกกิ้งก่าไฟที่ 5 นาทีก่อนถูกมาหลู่ซ่อนไว้ในมือ เพราะไม่สามารถออกไปได้ จึงขยันขันแข็งโจมตีมาหลู่ตลอดเวลา ทั้งขีดข่วนทั้งกัด และยังพ่นประกายไฟออกมาอย่างต่อเนื่อง
การโจมตีเหล่านี้ ไม่เจ็บไม่คันอะไร แต่กลับเป็นการโจมตีจริงๆ
ดังนั้น ทุกครั้งที่โดน 1 ครั้ง พลังของมาหลู่ก็จะเพิ่มขึ้น 10%
ลูกกิ้งก่าไฟขยันขันแข็ง โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ทำให้พลังของมาหลู่พุ่งสูงขึ้นมาถึงระดับนี้
ถึงเวลาสัมผัสความรู้สึก ได้เป็น…วันพันช์แมนแล้ว!
ไม่ต้องรอให้คนหัวล้านเข้ามาใกล้ มาหลู่ก็ชกหมัดออกไปแล้ว
วินาทีต่อมา โลกราวกับมืดลงทันที
แรงหมัดที่น่าสะพรึงกลัว พัดพาเม็ดทรายบดบังดวงอาทิตย์ทั้งสองดวงเหนือศีรษะ
คนหัวล้านรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ล็อกเป้าเขาไว้แต่ไกล ทำให้ขนลุกซู่ ถึงกับเกิดความรู้สึกว่า จะหนีไปไหนก็ไม่รอด!
เป็นไปได้ยังไงกัน?!
ชัดเจนว่า เขาปลดปล่อยพรสวรรค์แขนลิงออกมาแล้ว น่าจะได้เปรียบด้านพละกำลัง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดที่พุ่งมานี้ เขากลับรู้สึกว่าตัวเองเปราะบางเหมือนเด็กทารก
คนหัวล้านตกใจสุดขีด เขาคิดว่าทำงานอย่างระมัดระวังพอแล้ว มักจะสำรวจข้อมูลฝ่ายตรงข้ามให้ชัดเจนก่อนลงมือ แต่วันนี้กลับมองผิดถึง 2 ครั้งซ้อนกัน
ตัวละครเล็กๆ ไม่โดดเด่นสองคนนี้ เป็นคนละคนที่มีมหันตภัยเลย!
แต่ตอนนี้จะเสียใจก็สายเกินไปแล้ว คนหัวล้านก็ต้องรีบลงมือต่อสู้อย่างเร่งรีบ ใช้การโจมตีแทนการป้องกัน
หมัดของทั้งสองยังไม่ทันได้พบกัน แรงหมัดก็พัดเม็ดทรายหน้าตัวเอง กระเด็นออกไปหลายศอกแล้ว
จากนั้น เหมือนดาวหาง 2 ดวง ที่พุ่งชนกันอย่างรุนแรง!
คนหัวล้านรู้สึกเหมือนตัวเองกระแทกเข้ากับกำแพงหนาที่หล่อด้วยโลหะผสม กระดูกและกล้ามเนื้อของเขาสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง แม้จะใช้พลังทั้งหมดจนสุดขีดแล้ว
แต่ก็ยังไม่สามารถเขย่ากำแพงนั้นได้แม้แต่น้อย กลับกัน กำแพงนั้นยังคงกดดันเข้ามาหาเขา พุ่งเข้ามาชนด้วยท่าทีที่หยุดไม่ได้
คนหัวล้านกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ทั้งตัวเขาปลิวไปข้างหลัง กระแทกเข้าไปในเนินทรายเล็กๆข้างๆ แล้วหมดสติไป
มาหลู่จัดการสงครามคนั้งนี้ได้อย่างง่ายดาย หันไปมองอีกด้านหนึ่ง พบว่าโปชิก็หลุดพ้นจากการถูกจองจำแล้วเช่นกัน อีก 3คนที่เหลือ ยืนกอดกัน ตัวสั่นเทาอยู่
มาหลู่เดินเข้าไป พูดว่า "ฆ่าเลยดีไหม"
ทั้ง 3 คน พอได้ยินก็ตัวสั่นหนักขึ้น
นักล่าผู้หญิงที่เคยซุ่มโจมตีโปชิ ยิ่งร้องไห้ออกมาเสียงดัง
โปชิส่ายหน้า "ฉันจะพาพวกเขากลับเมือง ส่งมอบให้ตำรวจจัดการ"
"นายเป็นหัวหน้า นายตัดสินใจเอง"
โปชิหยิบเชือกมา มัดคนบนพื้นไว้ทุกคน จากนั้นก็หันมามองมาหลู่ "ทำไมนายถึงอยากฆ่าพวกเขา?"
"พวกนี้อยู่ในโลกเดียวกับนาย รู้สึกว่าฆ่าทิ้งคงจะปลอดภัยกว่า"
โปชิคิดถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง แต่ไม่เคยคิดว่ามาหลู่จะตอบแบบนี้ งงไปชั่วขณะก่อนพูดว่า
"ฉันปกป้องตัวเองได้"
"อืม"
🩷
"ความปลอดภัยในจูมู(โดมยักษ์)นั้นดีมาก มีตำรวจกฎหมายคอยปกป้อง แม้แต่นักล่าก็ต้องเคารพกฎหมาย และแม้พ่อของฉันจะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ยังทิ้งเพื่อนไว้มากมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อออกจากกำแพงสูงมาแล้ว ก็จะมีบางคนสกดกั้นความโลภในใจไม่ได้จริงๆ"
โปชิก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องอธิบายเรื่องเหล่านี้กับมาหลู่ แต่คิดแล้วก็เสริมต่อไป
"ฉันจะรับสมัครคนเพิ่มอีก ตอนนี้กลุ่มนักล่ามีแค่เรา 2 คน มีคนน้อยเกินไปจริงๆ อาจเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อกี้ได้ง่าย ถ้าคนของเราเยอะกว่านี้ พวกนั้นก็คงไม่คิดจะปล้นเรา และยังมีคนช่วยดูแลกันในเมืองด้วย"
"นั่นดีที่สุดแล้ว" มาหลู่เห็นด้วย
พอพูดเรื่องเชลย และเรื่องรับสมัครคนเข้ามาใหม่เสร็จ ก็ถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในการตรวจนับของรางวัล
ตามอนุสัญญานักล่า ผู้ที่โจมตี ปล้นผู้อื่นในทะเลทราย ของที่พกพามาทั้งหมดของพวกเขา สามารถยกให้ผู้ถูกปล้นจัดการได้ตามใจชอบ
โปชิ ก็ไม่ได้สุภาพ เอาของที่เอาได้ไปหมดเลย!
เขาเจอเนื้อกวางเขารูปเคียว หนักประมาณ 100 ปอนด์ งูหางกระดิ่งท้องแดง 7 ตัว ไก่อกดำ 4 ตัว และลูกหมาป่าสายลมอีก 1 ตัว บนรถมอเตอร์ไซค์ของพวกนั้น
ของด้านหน้ายังพอเอาไปได้ แต่พอเห็นลูกหมาป่าสายลมตัวนั้น โปชิตกใจไปชั่วขณะจริงๆ
และมาหลู่ก็รู้จากผลสแกนของกำไล ว่านี่เป็นของหายาก
ระดับ 3 ดาว
อีกแล้วที่เป็นวัตถุดิบ 3 ดาว
โปชิลังเล แล้วถามมาหลู่ว่า "ฉันอยากเก็บมันไว้ได้ไหม เอ่อ…หักเงินได้ จากรายได้การล่าครั้งนี้"
"ได้สิ"
มาหลู่ตอบอย่างเต็มใจ
ตัวเล็กๆนี่ แม้จะมีระดับดาวสูง แต่ดูมีเนื้อไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ครั้งนี้ล่าราชันก้ามยักษ์ได้แล้ว มาหลู่ก็ไม่สนใจลูกหมาป่าตัวนี้มากนัก
"นายเก็บมันไว้ จะเลี้ยงให้อ้วนแล้วค่อยฆ่าเหรอ?"
โปชิส่ายหน้า "ฉันอยากฝึกมันให้เป็นผู้ช่วย"
มาหลู่ยกคิ้วขึ้น "นายยังเชี่ยวชาญเรื่องฝึกสัตว์ด้วยเหรอ?"
"ตอนอยู่โรงเรียน เคยเรียนมาบ้าง หมาป่าสายลมฉลาดมาก และภักดีมากพอ ถ้าเลี้ยงตั้งแต่เล็ก สร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด พอโตขึ้นก็จะเป็นผู้ช่วยที่ดีในการล่าสัตว์
"แค่ลูกหมาป่าสายลม แม้ว่าจะหายากมาก แต่ถ้านายต้องการ ฉันช่วยมองหาในตลาดให้ได้ หรือตัวนี้ฉันยกให้นายก่อนก็ได้"
มาหลู่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเลี้ยงสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์เลี้ยงนั้นยังเป็นหมาป่าอีก และเขาแค่มามิตินี้สัปดาห์ละครั้ง มากสุดก็แค่คุ้นหน้า หากต้องการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด ก็คงยากมาก
ที่สำคัญที่สุด คือมาหลู่มีผู้ช่วยอยู่แล้ว
นอกจากเนื้อเหล่านี้แล้ว ทั้ง 2คน ยังเจอชุดล่าสัตว์ 2 ชุด คาดว่าเป็นของสำรองที่พวกของคนหัวล้านเอามา
ชุดล่าสัตว์ 2 ชุดนี้ แข็งแกร่งกว่าชุดล่าสัตว์ที่มาหลู่สวมอยู่ขึ้นมา 1 ระดับ ให้การป้องกันได้บ้าง และระบายอากาศได้ดีกว่ามาก
มาหลู่รีบเปลี่ยนทันที แลถยังชวนโปชิด้วย แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ
"ชุดที่ฉันสวมดีอยู่แล้ว เป็นของที่พ่อให้"
"โอเค" มาหลู่ชี้ไปที่กองอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆบนพื้น "แล้วพวกนี้จะทำยังไง?"
"รถมอเตอร์ไซค์ของฉันใส่ไม่ได้แล้ว เก็บไว้ที่จุดเก็บของก่อนได้ ถ้างั้นคราวหน้า มาล่าสัตว์ก็จะได้ใช้"
"จุดเก็บของ?"
โปชิหยิบแผนที่ที่ยับยู่ยี่ออกมาอีกครั้ง ชี้ไปที่จุดหนึ่ง ที่มีสัญลักษณ์คลังสินค้า
"ตรงนี้มีจุดหนึ่ง ห่างจากเรา ขับรถแค่ 10 นาที เราเอาของที่ยังไม่ได้ใช้ไปเก็บไว้ก่อนได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์และแบตเตอรี่ที่เหลือ แบบนี้ในครั้งหน้าพอเรามาล่าสัตว์แถวนี้ ก็มาเอาที่นี่ได้เลย"
"ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?"
"แน่นอน! ไม่งั้นทุกคนจะต้องตั้งกลุ่มนักล่าและเข้ากิลด์ทำไม รายได้ของพวกเราที่ได้จากการออกล่าทุกครั้ง มี 1 ใน 10 ที่จะถูกกิลด์หักไป แลกกับการที่เราได้ใช้บริการต่างๆ ที่กิลด์มีให้"
--------------------------------
ฝากติดตาม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
หากพบคำผิด แจ้งได้เลย